ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน ๑๘

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๑๘
แบบอักษร

ฟ้าเพิ่งจะสาง ยังไม่ถึงเวลาที่ยี่เข่งจะลุกขึ้นมาปลุกเธอ บัวนอนจ้องมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ข่มตานอนต่อไปไม่ได้แล้ว จึงลุกขึ้นมารินน้ำชาที่เย็นชืดดื่มเสีย

 

รสชาติข่มปร่าของชาจีนที่ชืดเย็นติดอยู่ที่ปลายลิ้น ทำให้เธอรู้สึกกระปรี้ประเปร่าขึ้นกว่าเดิม

 

ครั้นได้ยินเสียงบ่าวรับใช้เคาะประตู ก็เปิดออกไปในทันที อาบน้ำแต่งตัวเสร็จสรรพ ก็เดินไปยังเรือนครัว ดูว่าบ่าวเตรียมของตักบาตรให้ผู้เป็นป้าเรียบร้อยแล้วหรือยัง นับแต่สามีล้มเจ็บ ชื่นก็ทำบุญตักบาตรไม่ได้ขาด

 

พอเห็นดวงตะวันทอแสงรำไรที่ปลายฟ้า

 

จึงเดินนำบ่าวยกสำรับไปรอที่ท่าน้ำ ไม่นานเพ็ญก็ประคองคนเป็นป้าลงจากตึกใหญ่ ท่าทางทั้งสองดูสนิทสนมกลมเกลียวกัน ทั้งที่เพ็ญเป็นเพียงหลานสาว ญาติผู้น้อยจากฝั่งสามีเท่านั้น

 

แต่ด้วยคุณสมบัติดีงามของหญิงสาว คงไม่แปลกอะไรหากชื่นจะพิจารณาให้หล่อนเข้ามาใกล้ชิดผู้เป็นลูกชายในอนาคตอันใกล้นี้ เทียบกันระหว่างบัวกับเพ็ญแล้ว หลานสาวแท้ๆ ของชื่น ดูจะไม่มีความสลักสำคัญภายในบ้านสักเท่าไรเลย

 

นั่นก็ดีแล้ว เธอเองไม่ได้อยากเป็นคนที่ใครๆให้ความสนใจอะไรนัก

 

ยิ่งมีคนเข้ามายุ่งเกี่ยวห้อมล้อมมากเท่าไร เธอก็ยิ่งต้องลำบากในการ ปิดกั้น กระแสอารมณ์ของผู้คนรอบข้างมากเท่านั้น

 

“เตรียมของเสร็จแล้วรึแม่บัว”

 

“เจ้าค่ะคุณป้า” หญิงสาวบอกคนเป็นป้าเสียงเบา

 

“มา...แม่บัว แม่เพ็ญมาตักบาตรด้วยกัน” ชื่นว่าพลางจับมือหลานสาวสามี นั่งลงที่บันไดท่าน้ำ ส่วนบัวนั่งถัดไปอีกหน่อย เห็นเด็กวัดพายเรือพาภิกษุรูปหนึ่งใกล้เข้ามา พระสงฆ์ชรานุ่งจีวรสีกลัก เตือนให้บัวนึกถึงหลวงพ่อจอมขมังเวทย์

 

ทว่าพระรูปนี้ไม่ใช่พระที่มาจากวัดเดียวกัน

 

ใบหน้าของภิกษุวัยชรา สะท้อนความสงบและเมตตา ไม่ชวนให้คนกราบไหว้ตะขิดตะขวงใจ ให้ศีลพรแล้วฝ่ายนั้นก็จากไป จิตใจของหญิงสาวสงบลงเล็กน้อย

 

บรรยากาศอันเงียบสงบในยามเช้า และความเย็นฉ่ำชื้นจากสายน้ำปลอบประโลมจิตใจของคนเราได้เป็นอย่างดี ซึมซับกับความสุขสงบไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วฉอเลาะลอยลมมา

 

“วันนี้เพ็ญตั้งใจว่าจะทำข้าวแช่ให้คุณป้ารับประทาน เจ้าจอมท่านเพิ่งประทานสูตรที่ตกทอดในตระกูลให้พวกเราได้ลองฝึกทำ อีกทั้งยังมีพระเมตตา อนุญาตให้พวกเราเอานำสูตรนี้มาทำกินกันในครัวเรือน”

 

“ดีจริงๆ ป้ากำลังนึกอยากกินอยู่พอดี”

 

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ข้าวแช่เป็นอาหารที่ผู้รากมากดีในยุคนี้นิยมกินกันในช่วงนี้ เป็นหนึ่งรายการอาหารที่ชื่นโปรดปรานด้วย นับว่าเพ็ญรู้จักเอาอกเอาใจคน...

 

“แม่บัวไปเป็นลูกมือให้พี่เขาด้วยสิ จะได้เรียนรู้ไว้”

 

บัวหลุบตาลงซ่อนแววตาเหนื่อยหน่ายเอาไว้  คิดย้อนถึงความทรงจำของร่งเดิมขึ้นมา เพราะเป็นคนเงียบๆ และสุขภาพก็ไม่ค่อยดีชื่นจึงเลี้ยงดูหลานสาวคนนี้ไว้เหย้าในเรือน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน

 

คอยพร่ำสอนให้ยึดเอาเพ็ญเป็นแบบอย่างกุลสตรี แม่บัวคนเก่าก็ดีแสนดี ใคร 'ใช้' ให้ทำสิ่งใดก็ไม่เคยมีปากเสียงกับใครเขา มีแต่พยักหน้าว่าง่ายอยู่ร่ำไป

 

“ช่วยบอกช่วยสอนน้องนะแม่เพ็ญ แม่บัวยังเด็ก ยังต้องฝึกฝนอีกมาก”

 

บัวย่างสิบหกแล้ว อีกไม่นานหล่อนต้องมองหาคู่ครองให้หลานสาว รอให้คนเป็นหลานเป็นฝั่งเป็นฝา หล่อนถึงจะได้หมดห่วง คู่ครองที่มองไว้ ไม่ต้องเป็นคนบุญหนักศักดิ์ใหญ่ อายุมากกว่าสักหน่อยก็ดีขอให้มีฐานะเลี้ยงดูบัวได้ไม่ลำบากชั่วชีวิตนี้ก็พอแล้ว

 

ชื่นเชื่อว่าบัวเป็นคนหัวอ่อนว่าง่าย ย่อมต้องให้หล่อนเป็นคนตัดสินใจ

 

หญิงสาวทั้งสองกำลังพาชื่นเดินไปส่งที่ตึกใหญ่ บ่าวบนเรือนใหญ่ก็วิ่งหน้าเริดเข้ามา

 

“คุณหญิงขอรับคุณหญิง!”

 

“เป็นกระไรของเอ็ง ไอ้ม้วน ส่งเสียงเอะอะทำคุณหญิงท่านตกใจหมดแล้ว” จวง บ่าวคนสนิทของคุณหญิงเอ็ดอึงฝ่ายนั้น ม้วนก้มหน้าหอบหายใจ ก่อนจะละล่ำลักแจ้งข่าว

 

“เจ้า...เจ้าคุณท่านฟื้นแล้วขอรับ”

 

“เอ็งว่ากระไรนะ” ชื่นร้องออกมาเสียงดัง

 

“เมื่อกี้น้าม่วงกำลังถูพื้น ได้ยินเสียงเจ้าคุณเชิดร้องเรียกขอรับ หันมาอีกทีก็เห็นเจ้าคุณลืมตามองมา อีกทั้งยังร้องหาน้ำกินขอรับ น้าม่วงจึงให้กระผมมาเรียนคุณหญิง”

 

“ไป...รีบไปดูกัน”

 

ชื่นออกเดินนำหลานสาวทั้งสองกลับไปยังตึกใหญ่ หัวใจโลดแรงด้วยความตื่นเต้นยินดี

 

ไม่นานคนทั้งสามก็แล่นขึ้นมาถึงห้องคนเจ็บ

 

พระยาพิทักษ์ฯ ฟื้นแล้วจริงๆ ในยามนี้กำลังนั่งอิงพนักหัวเตียง ใบหน้าของเขายังซีดเซียว ดีที่ไม่ได้ดูเขียวคล้ำไร้ราศีเหมือนในยามสลบไสลไม่ได้สติอีกต่อไปแล้ว

 

“คุณพี่”

 

ม่วงที่กำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดมือไม้ให้ผู้เป็นนาย รีบถอยออกให้ชื่นนั่งลงที่ขอบเตียงนอนแทน

 

“คุณพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

 

ชื่นกุมมือที่ยังเย็นๆ ของสามีเอาไว้ น้ำตารื้น...

 

“แม่ชื่น…”

 

พูดออกมาได้เพียงแค่นั้น พระยาพิทักษ์ก็ไอโขลกๆ ออกมา บ่าวรับใช้วุ่นวายส่งน้ำให้คนไข้จิบอีกหนหนึ่ง กว่าจะหายใจและพูดจาได้อีก ก็เสียเวลาอยู่หลายนาที

 

“ฉันปวดหัวอยู่บ้าง แข้งขาเหมือนไม่มีแรง”

 

เท่านั้นก็ดีแล้ว...

 

อย่างน้อยสามีก็ยังลุกขึ้นมาพูดจาตอบโต้หล่อนได้ เมื่อความตื่นเต้นยินดีบรรเทาลง จึงหันไปสั่งการบ่าวไพร่

 

“ไอ้ม้วนเอ็งไปแจ้งคุณหลวงหมอทั้งสองให้ทราบว่าเจ้าคุณท่านฟื้นแล้ว แล้วเรียนเชิญพวกเขามาที่นี่ เร็วเข้า”

 

ม้วนรับคำแล้วรีบร้อนออกไปในทันที 

 

พระยาพิทักษ์ฯ ยังคงนั่งเอนๆ อยู่เช่นนั้น กวาดตามองใบหน้าของทุกที่จ้องมองมาที่ตัวเองเป็นตาเดียว ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นช้าๆ

 

“เกิดกระไรขึ้นกับฉันรึแม่ชื่น”

 

"คุณจำไม่ได้รึเจ้าคะ"

 

เจ้าคุณเชิดส่ายหน้า

 

“คุณพี่ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ก่อนจะนอนหมดสติไป หลายวันก็ยังไม่พื้น” สีหน้าของคนป่วยที่ได้ฟังเรื่องของตน ดูงุนงง บอกให้รู้ว่าเขาแทบจะจำสิ่งใดไม่ได้เลยจริงๆ

 

“ดีที่ได้พ่อสนจ่ายยารักษาอาการให้คุณพี่ถึงฟื้นขึ้นมา พ่อสนที่ฉันว่าคือหลวงวิเศษหัตถการเป็นหลานชายของคุณหลวงเที่ยง หมอจากสำนักหมอหลวง เขาเพิ่งกลับมาจากเมืองฝรั่งเจ้าค่ะ เป็นเพราะยาของพ่อสนแท้ๆ คุณพี่จึงฟื้นคืน"

 

“เป็นอย่างที่คุณหลวงสนว่าไว้จริงๆ นะเจ้าคะคุณหญิง นับวันนี้ก็เข้าวันที่เจ็ดพอดี"

 

สนบอกให้พวกหล่อนเอายาให้เชิดกิน ครบเจ็ดวันแล้วจะฟื้นขึ้นมา แรกเริ่มเดิมทีจวงไม่ใคร่จะเชื่อถือฝ่ายนั้นนัก เพราะเห็นว่ายังเยาว์นัก และมีอคติกับวิธีการรักษาแบบพวกฝรั่ง

 

มาครานี้เจ้านายฟื้นดังเช่นที่นายแพทย์หลวงกล่าวไว้จริงๆ

 

ผู้เป็นประมุขของเรือนนอนเพียบอยู่บนที่นอน ร่วมครึ่งเดือนกลับฟื้นขึ้นมาได้อย่างอัศจรรย์นัก เจ็ดวันไม่ขาดไม่เกิน แม้ว่าสีหน้าสีตายังคงซีดเซียวอยู่ แต่ก็นับว่ามีสติรับรู้สมบูรณ์

 

"นอกจากปวดศีรษะ และอ่อนเพลียแล้ว คุณพี่รู้สึกกระไรอีกเจ้าคะ" ชื่นยังคงซักถามอาการต่อความห่วงใย

 

"ฉันรู้สึก...หิว"

 

ได้ยินดังนั้นทุกคนในห้องก็พลอยโล่งใจ คนที่อยากอาหารได้ นับว่าอาการทุเลาไปแล้วครึ่งหนึ่ง บัวที่นิ่งฟังโดยตลอด รีบเอ่ยปาก

 

"คุณป้าเจ้าคะ เดี๋ยวบัวจะลงไปต้มข้าวต้มเปล่ามาให้คุณลุงเองเจ้าค่ะ"

 

เธอคิดที่จะหาโอกาสออกไปจากห้องแห่งนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องการที่จะพบเจอหน้าผีร้ายนั่น ท่ามกลางสายตาของผู้คน เกรงว่าเธอจะเผยพิรุธใดออกไป

 

"ไปเถอะ คนเพิ่งฟื้นไข้กินอาหารรสอ่อนถึงจะดี"

 

หญิงสาวลงไปยังเรือนครัว สั่งให้ยี่เข่งตั้งเตาต้มน้ำ ใส่ข้าวสารลงไป ครู่หนึ่งก็รู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมองมา อารมณ์มุ่งร้ายที่พุ่งปรี่มา ทำให้หลังคอของถึงกับรู้สึกคับยุบยิบทีเดียวเชียว

 

"ข้าวต้มได้รึยังจ๊ะแม่บัว"

 

เสียงอ่อนหวานของเพ็ญดังขึ้นจากด้านหลัง แฝงเร้นด้วยความไม่ประสงค์ดี

 

To be continued...

 

คุณหลวงไปทำธุระอยู่ ตอนหน้ามาจ้า ช่วงนี้อาจจมาน้อยหน่อย กำลังทำต้นฉบับอยู่เนอะ ทั้งปั่นเพิ่ม และแก้ไขตอนเก่าๆ เพื่อให้ออกทันกุมภานี้เนอะ ชอบไม่ชอบบอกล่วยน้า >///<

 

ความคิดเห็น