ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 09:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18
แบบอักษร

 

 

 

 

ห้าปีต่อมา......

 

 

 

สายลมอ่อนที่มาพร้อมแสงแดดอบอุ่นยามเช้าส่องผ่านเข้ามาในบานหน้าต่างบานหรูพาให้ผ้าม่านสีขาวใสโบกปลิวไสวตามกระแสลม

 

แสงสีทองอ่อนตกกระทบเตียงนอนสีดำสนิทแต่กลับไร้ร่างของผู้เป็นเจ้าของเหลือไว้เพียงเจ้าแมวขี้เซาตัวสีทมิฬเท่านั้น

 

ตุ๋ม....

 

เสียงหยดนํ้าดังแผ่วแว่วมาให้ได้ยินจากภายในของอีกห้อง แสดงถึงสัญญาณของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงหนึ่ง

 

กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุหลาบสีแดงสดลอยอบอวนกระจายไปทั่วห้องนํ้าใหญ่พร้อมเสียงกระทบเบาๆของนํ้ายามเมื่อมีบางอย่างเคลื่อนไหว

 

นิ้วมือเรียวขาวผ่องแลสุขภาพดีบรรจงลากผ่านผิวกายของตนอย่างแผ่วเบาตั้งแต่เรียวขาขาวจรดลำคอหอม มืออีกข้างที่ว่างจากการลูบไล้ยื่นมือเข้าไปคลอเคลียกับกลีบกุหลาบในอ่างด้วยท่าทีเบื่อหน่าย

 

ลึกลงไปใต้ผิวนํ้าใสทำให้เห็นทุกสัดส่วนที่ไร้ซึ่งการปกปิด นัยน์ตาสีเงินติดเย็นชาค่อยๆลืมขึ้นทอดมองเงาสะท้อนของตนจากกระจกเบื้องหน้า

 

ใบหน้าสวยหวานที่ไม่ว่าใครเห็นต่างก็ต้องอิจฉาและอยากได้ครอบครองทั้งที่ยังเด็กแต่กลับไม่สามารถหาข้อโต้แย้งใดๆได้ เรือนผมสีเงินแผ่กระจายกลางแผ่นหลังเนียยจากที่เคยยาวเลยก้นกลับถูกตัดสั้นเหลือเพียงกลางหลัง นัยน์ตาสีเงินสวยแต่ทว่าติดเย็นชากลับเพิ่มเสน่ห์น่าค้นหาให้ผู้เป็นเจ้าของ คิ้วบางโค้งดั่งคันศรรับกับจมูงโด่งรั้นพร้อมริมฝีปากสีแดงอ่อนธรรมชาติ รูปร่างที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ก็ยังคงผอมบางไม่เปลี่ยนจนชวนให้คิ้วกระตุกทุกครั้งที่ส่องกระจกรวมถึงส่วนสูงที่แค่ร้อยสี่สิบกว่า

 

มือเรียวเล็กยกขึ้นเกี่ยวม้วนเส้นผมเล่นพาให้นึกถึงเรื่องที่ผ่านมา จากตอนนั้นที่คิดจะตัดผมเอาเข้าประมูลในตลาดมืดกลับเป็นได้เพียงแค่ความคิดเนื่องจากคุณป๊ะป๋ายอมทุ่มเงินกว่าห้าร้อยล้านเพื่อให้ได้มัน ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ขัดอยู่แล้ว กะจะตัดสั้นไปเลยด้วยซํ้าแต่ถูกคุณป๊ะป๋าห้ามไว้ซะก่อนด้วยไอ้คำว่า

 

" ไว้แบบนี้แหละ ป๊ะป๋าชอบ "

 

ผมจำเป็นต้องทำตามไหม? แน่นอนตอนแรกก็กะจะปฏิเสธอยู่หรอกแต่พอมานึกๆดูแล้ว ไว้ยาวต่อไปเรื่อยๆแล้วตัดออกขายคุณป๊ะป๋าก็สร้างกำไรได้ไม่น้อย ถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ

 

แต่ก็อดที่จะเอือมระอาไม่ได้กับไอ้การที่เอาเส้นผมของผมเก็บใส่ตู้นิรภัยหุ้มด้วยทองคำอย่างดีปิดผนึกไว้ในห้องเก็บสมบัติราวกับว่ามันเป็นของลํ่าค่าที่ได้มาด้วยความลำบาก(?)อย่างนั้นแหละ

 

ส่ายหน้าให้กับความโอเวอร์เกินเบอร์ก่อนพุดลุกขึ้นเอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมอาบนํ้าสีดำใกล้ตัวเดินออกจากห้องนํ้าเข้าไปแต่งตัวเสร็จเดินลงบันไดตรงเข้าห้องนั่นเล่น

 

ห้าปีมานี้ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไป

 

" คีร์จ๋า~อยู่ไหน~ "

 

" หนวกหูน่า เจค "

 

ผมขอถอนคำพูดหน่อยที่ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เพราะหลังผ่านมาห้าปีรู้สึกว่าคีร์จะสามารถคุมเจคได้อย่างอยู่หมัด จนเจคกลายร่างเป็นสุนัขวิ่งหาเจ้าของไปเลย....

 

" น้องเรนตื่นเช้าจังเลยนะ "

 

เสียงทุ้มนุ่มเข้มดังขึ้นจากด้านข้างไม่ต้องมองก็รู้ว่าใคร ถอนหายใจกับความไม่ยุติธรรมของโลกที่แม้เวลาผ่านไปแต่กลับไม่สามารถทำให้คนข้างกายแก่ลงได้เลยสักนิด กลับกันยิ่งเวลาผ่านไปคุณป๊ะป๋าของผมกลับแผ่อ่อร่าคมเข้มคมคายขึ้นอีกเป็นกอง

 

ยกนํ้าชาที่พลอยรินให้ขึ้นจิบก่อนเหลือบตามองคุณป๊ะป๋าที่เดินมาทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามและเหมือนจะมีรอยยิ้มแพรวพราวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

อ้อ จะบอกให้ว่าห้าปีที่ผ่านมาสกิลกลั้นแกล้งลูกตัวเองของคุณป๊ะป๋าพัฒนาขึ้นจนเล่นเอาผมปวดหัวไม่น้อย

 

" มีอะไรหรอครับ? " ถามออกไปด้วยความสงสัยกับไอ้ท่าทีไม่น่าไวใจของอีกฝ่าย

 

" ก็วันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบสิบสามของน้องเรนใช่ไหมล่ะ...."

 

" ครับ " พยักหน้าตอบกลับ

 

" ป๊ะป๋าก็เลยจะจัดงานวันเกิดให้น้องเรนน่ะ...คิดว่าไง " อีกฝ่ายถามอย่างขอความเห็น

 

" ถ้าจัดเหมือนปีก่อนๆก็ไม่ขัดครับ " ปีก่อนๆที่ว่ามีแค่คนในตระกูลซึ่งแน่นอนว่าผมจะหาแค่ที่นั่งจิบชากินเค้กเล่นปล่อยให้คนอื่นสนุกไปก็เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าปีนี้จะไม่ใช่

 

" นี่ป๊ะป๋าคงไม่ได้.... "

 

" ส่งไปแล้วเรียบร้อย " ตอบเสียงเรียบพลางยกซองจดหมายสีขาวตรงกลางประทับตรารูปกางเขนกุหลาบสีแดงสดเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลเสร็จสรรพ

 

การ์ดเชิญ.....

 

ให้ตายเถอะ!

 

อนิจจาความสงบสุข(?)ห้าปีที่ผ่านมากำลังจะหายไปกับการมีอยู่ของผมในฐานะทายาทมาเฟียใหญ่

 

อยากถามซะเหลือเกินว่า แล้วจะปิดปังมาตลอดห้าปีเพื่อ?

 

" อ้อ แล้วก็นะน้องเรน หลังงานวันเกิดเสร็จเราจะต้องเตรียมตัวไปโรงเรียนด้วยนี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมของม.1แล้ว เรื่องโรงเรียนไม่ต้องห่วงป๊ะป๋าจัดการให้เรียบร้อยแล้ว การไปโรงเรียนครั้งแรกของน้องเรนจะต้องออกมาดีแน่นอน ไม่ต้องห่วง "

 

"......"

 

" แล้วก็อย่าคิดที่จะปฏิเสธ เพราะถ้าเราปฏิเสธป๊ะป๋าจะตัดเส้นทางการเงินของเราทั้งหมด เข้าใจนะเด็กดี..." พูดเสร็จพร้อมร้อยยิ้มหวานปิดท้ายก่อนจะจากไป ทิ้งให้ผมนั่งเป็นรูปปั้นโดยที่ไม่สามารถแย้งอะไรได้

 

ให้ตายสิ! เขาโดนป๊ะป๋าขู่!

 

กาลเวลาน่ากลัวจริงๆ สกิลของคุณป๊ะป๋าถึงได้พุ่งสูงขึ้นขนานนี้

 

ลาก่อนชีวิตแสนสงบสุข(?)....

 

 

 

 

 

ปักๆ!! ผว๊ะ! ตึก!!

 

เสียงการต่อสู้ดังสนั่นไปทั่วทั้งชั้นใต้ดินในคฤหาสน์หรู สังเวียนมวยขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงใจกลางด้านบนปรากฎการต่อสู่แสนดูเดือด แต่จะเรียกว่าการต่อสู่ได้ไหม..เพราะจากสภาพคือการอัดอยู่ฝ่ายเดียว....

 

ตึก!

 

เสียงชายร่างใหญ่ล้มลงกระทบพื้นเข้าอย่างจังบนใบหน้าและลำตัวอาบย้อมไปด้วยเลือดและรอยชํ้าขนาดใหญ่ไม่ต้องสแกนก็รับรู้ได้ว่าอวัยวะภายในรวมถึงกระดูกไม่สามารถใช้งานได้เต็บประสิทธิภาพอีกต่อไป ถัดไปอีกไม่ไกลก็ปรากฎร่างของชายฉกรรจ์อีกนับสิบชีวิตที่มีสภาพไม่ต่างกัน โดยผู้ลงมือเป็นเพียง....เด็กชายวัยสิบสามปี

 

" แปะๆๆ ยังแกร่งเหมือนเดิม "

 

เด็กชายร่างสูงราวร้อยห้าสิบเจ็ด เสยผมสีนํ้าเงินเข้มของตนขึ้นก่อนจะหันหน้าไปตามเสียงปรบมือและเสียงพูด ก่อนจะทำหน้าสงสัยโดยไม่สนใจกับคำชมของผู้เป็นพ่อ

 

" พ่อมีอะไรรึเปล่าครับ " ถามออกไปตรงๆเพราะปกติพ่อของเขาจะไม่ค่อยลงมาที่นี่สักเท่าไหร่นอกจากจะมีเรื่องสำคัญ

 

" แกนี่น่า...เอ้านี่ " ระอากับผู้เป็นลูกได้ไม่นานก็ส่งสิ่งที่เป็นใจความว่าทำไมเขาถึงลงมาที่สังเวียงลงทัณฑ์

 

" จดหมาย? " มองจดหมายในมืออย่างงงๆ ก่อนจะต้องคิ้วขมวดเมื่อเห็นตราประทับหน้าซอง

 

โรเซนไฮซ์?

 

ปกติตระกูลนี้เคยมีงานเลี้ยงหรือจดหมายซะที่ไหน ถึงมีก็แค่จดหมายนัดประชุมใหญ่ที่จัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น

 

สงสัยได้ไม่นานก็ต้องแกะอ่านเนื้อความข้างในก่อนดวงตาจะเบิกกว้างกับเนื้อหาที่ไม่คาดคิด

 

 

 

 

แชะๆ แชะๆ

 

" ดีครับ " เสียงกดชัตเตอร์พร้อมเสียงตากล้องระดับโลกดังขึ้นเป็นระยะ เลนส์ภายในกล้องจับโฟกัสไปยังเด็กชายสูงราวร้อยห้าสิบห้า ทรงผมสีนํ้าตาลแดงที่ออกไปทางแดงมากกว่าถูกจัดขึ้นทรงเล็กน้อยกับเสื้อผ้าแบรนด์ดัง

 

แชะๆ

 

" เรียบร้อยแล้วครับ " ตากล้องมากฝีมือก้มหัวให้คนตรงหน้าอย่างเคารพและยำเกรงก่อนจะช่วยทีมงานของตนจัดของ

 

" ขอบคุณมากนะจ๊ะที่มาเป็นแบบให้แม่ " คุณนายของบ้านเอ่ยขอบคุณลูกชายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ แต่สำหรับลูกชายแล้วมันคือนํ้าหวานในดงผึ้งซะมากกว่า

 

" ผมปฏิเสธได้ไหมครับ? " เอ่ยถามเรียงเรียบราวรู้คำตอบ

 

" ไม่จ๊ะ " จากบรรยกาศในทุ่งดอกไม้เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นขั่วโลกเหนือพร้อมจิตสังหารของอดีตนักฆ่าสาวแผ่กระจายออกไปทั่วทุกมุมห้องจนพาให้ใครหลายคนถึงกับหายใจไม่ออกอยากอาเจียนออกมา แต่นั่นก็ไม่ใช่สำหรับเด็กชายตรงหน้าที่รับกับบรรยากาศนี้ได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ

 

" เห็นไหมครับ แล้วก็อาม๊า เลิกปล่อยรังศีได้แล้วครับ "

 

" อุ๊ย!~ตายจริง ม๊าลืมน่ะ ฮ้าๆๆ " เหมือนพึ่งนึกได้คุณนายก็รีบเปลี่ยนขั่วโลกเหนือให้กลายเป็นทุ่งลาเวนเดอร์อย่างเร็วทันตา พร้อมเสียงหายใจหายคอของเหล่าผู้ร่วมชะตาที่นํ้าตานองหน้าเนื่องจากรอดพ้นความตาย

 

" อาม๊าล่ะก็ แล้วนั่นอะไรครับ " ส่ายหัวให้มารดาของตนก่อนจะชี้นิ้วถามถึงซองจดหมายที่วางไว้อยูบนโต๊ะ

 

" อ๋อ จดหมายจากตระกูลโรเซนไฮซ์น่ะ "

 

" โรเซนไฮซ์? แปลก ปกติมีซะที่ไหน? " หยุดความสงสัยก่อนจะเปิดอ่านข้อความ

 

หืม??

 

 

 

 

คฤหาสน์ใหญ่ทรงญี่ปุ่นโบราณผสมผสานชาติตะวันตก ตอนนี้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความเงียบ สองนายใหญ่และนายหญิงของบ้านต่างหันหน้าเข้าหากันจ้องมองจดหมายที่ชาตินี้ไม่คิดว่าจะมีจากตระกูลสูงสุด

 

" คุณเปิดสิ " ภรรยาทดความสงสัยไม่ไหวเร่งสามีให้เปิดอ่านเนื้อความ การที่โรเซนไฮซ์ส่งจดหมายมาแบบนี้คงมีไม่มากเรื่อง อย่างมีงานสำคัญ หรือ คำอำลา.... ซึ่งอย่างหลังเป็นอะไรที่พาให้คิดหนัก พวกเขาไปทำอะไรไว้รึเปล่า หรือเจ้าลูกชายตัวดีไปสร้างเรื่องเอาไว้

 

" ทำไมคุณไม่เปิดเองล่ะ " ฝ่ายสามีถึงจะนั่งนิ่งวางท่าแต่ภายในกลับเต้นระรัว

 

" เอ้า! คุณนี่! " นํ้าเสียงแสดงถึงความไม่พอใจส่งให้สามี ก่อนที่ทั้งห้องจะตกเข้าสู่ความเงียบ

 

" เห๋~ "

 

" !!!!! "

 

เสียงแปลกใจระคนหยอกล้อดังขึ้นท่ามกลางความเงียบก่อนที่สองสามีภรรยาแสนคิดมาจะตกใจเมื่อพบว่าซองจดหมายหายไปจากบนโต๊ะเข้าสู่มือเจ้าลูกชายที่โผล่มาจากไหนไม่รู้พร้อมเปิดอ่านสิ่งที่อยู่ในนั้น

 

สองผู้เป็นใหญ่จ้องมองลูกชายตาไม่กระพริบพอเห็นสีหน้าที่ขมวดคิ้วเป็นปมนั้นยิ่งสร้างความอยากรู้อยากเห็นเข้าไปใหญ่ โดยหารู้ไม่ว่าโดนลูกชายของตนกลั้นแกล้งอยู่

 

" ฮ้าๆๆ พ่อกับแม่จะคิดมากทำไมเนี่ย ก็แค่การ์ดเชิญ " หัวเราะออกมากับอาการลุ้นระทึกของคุณนายและแอบขำน้อยๆกับท่าทีที่ทำเป็นไม่สนใจแต่ภายในกลับไม่ต่างจากภรรยาของพ่อตน

 

" อะไรนะ? "

 

" การ์ดเชิญ? "

 

สองสามีภรรยามองหน้ากันด้วยความสงสัย ร้อยวันพันปีไม่ยักจะมีการ์ดเชิญจากโรงเซนไฮซ์

 

" ครับ การ์ดเชิญ "

 

 

 

 

ตึกๆ ตึกๆ

 

เสียงปลายนิ้วสัมผัสคีย์บอร์ดดังขึ้นเป็นระยะ พลางเลื่อนมือไปมาควบคุมคีย์บอร์ดสามหน้าจอในเวลาเดียวกันภายในห้องควบคุมเทคโนโลยีขับเคลื่อนประเทศ แสดงถึงผู้ที่ใช้งานอยู่มีความสามารถมากเพียงใด

 

ติ๊ด!

 

ปลายนิ้วกดลงตัวสุดท้ายที่ต้องการพลางทอดมองไปยังเบื้องหน้า ยกนิ้วมือขึ้นดันแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มออกมาเมื่อเจอสิ่งที่ต้องการ

 

" เจอแล้ว พวกหนูสกปรก " นัยน์ตาสีมรกตมองกลุ่มคนราวสามคนที่กำลังหนีอะไรบางอย่างเข้าตรอกซอกซอยลึก โดยไม่รู้เลยว่าถึงจะหนีให้ตายยังไงก็ไร้ประโยชน์ ด้วยระบบเทคโนโลยีที่ลํ้าสมัยบวกกับความสามารถด้านคิดคำนวนหรือคาดเดาเป็นเลิศ ไม่มีทางหนีรอดจากสายตาเขาไปได้หรอก

 

" จัดการพวกมันซะ " สั่งปลายสายที่เขาให้ไปประจำจุดที่ต้องการ พลางมองจอมอนิเตอร์นิ่ง และ

 

ปัง!

 

เสียงปืนดังผ่านมาให้ได้ยินพร้อมร่างที่เคยมีชีวิตทั้งสามนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

 

" เรียบร้อยแล้ว? " เสียงของผู้มาใหม่เรียกให้ต้องเหลือบสายตามอง

 

" เหนื่อยหน่อยนะครับ " เสียงใสนุ่มเล็กน้อยของผู้เป็นแม่เรียกรอยยิ้มน้อยๆจากเด็กชาย

 

" แค่นี้สบายมากครับ " หมุนเก้าอี้หันไปตอบรับผู้เป็นแม่ ก่อนจะร้องแปลกใจเมื่อเขายื่นอะไรบางอย่างมาให้

 

" หืม? "

 

" การ์ดเชิญจากโรเซนไฮซ์นะครับ นายท่านใหญ่ส่งให้กับมาเฟียทั่วทุกมุมโลกไปงานเลี้ยง " คุณแม่หนุ่มอธิบายให้ลูกชายฟัง

 

" ไม่อยากจะเชื่อว่าตระกูลอย่างโรเซนไฮซ์จะจัดงานเลี้ยง "

 

" ทีแรกพ่อก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน แต่เนื้อความในจดหมายมันพาให้สนใจทีเดียว " คุณพ่อเอ่ยเสริมภรรยา

 

ยืนมือออกไปรับการ์ดเชิญตรงหน้าก่อนที่สายตาจะทำการไล้อ่านทีละบรรทัด

 

" เป็นไง น่าสนใจใช่ไหมล่ะ " เอ่ยพลางมองหน้าลูกที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พวกสนงานเลี้ยงแต่เนื้อความในนั้นก็เป็นอะไรที่ยากจะปัดทิ้ง

 

" ครับ " ยิ้มให้กับคำตอบที่ต้องการก่อนจะโอบไหล่ภรรยาเดินจากไป

 

ลุกขึ้นยืนเดินตรงไปยังริมระเบียงก่อนล้วงมือหยิบสมาร์ทโฟนสุดหรูรุ่นล่าสุดออกมาติดต่อไปยังเหล่าเพื่อนสนิท

 

รอสายไม่นานก็มีเสียงตอบรับราวกับว่ารออยู่แล้ว

 

( เห๋~หายากนะเนี่ย~ที่คุณชายโทรมาแบบนี้ ) น้ำเสียงกวนประสาทดังขึ้นก่อนใครโดยไม่อายสภาพของตนที่อยู่ในชุดยูกาตะแหวกอก

 

( มีอะไร รึเปล่า ตุบ! ผว๊ะ! ) เสียงพูดอู้อี้ฟังไม่ค่อยชัดเสริมคงเดาได้ไม่ยากว่ากำลังฝึกฝีมืออยู่

 

( ไค นายก็หยุดอัดคนก่อนได้ไหม? )

 

( คนที่กำลังดูนิตยสารตัวเองโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างมีสิทธิพูดหรอ? ) ไคเเซะเพื่อน มาว่าเขาให้หยุดมือแต่ตัวเองกลับก้มหน้าก้มตาไม่สนใจอะไร

 

( เอาล่ะ พอเถอะ เซนนายมีอะไรรึเปล่า? ) ดาร์คปรามเพื่อนที่เริ่มตั้งถ้าหยิบปืนหยิบทอนฟาอยู่รอมร่อ

 

" เรื่องนี่น่ะ พวกคุณก็ได้รับใช้ไหม " ชูสิ่งที่อยู่ในมือพลางเอ่ยถาม คำตอบที่ได้มากลับไม่ใช้คำพูดแต่เป็นสิ่งเดียวกันที่ถูกชูขึ้น

 

ใบหน้าและท่าทางของแต่ละคนดูจริงจังขึ้นทันตาไม่มีแววล้อเล่นเหมือนที่ผ่านมา

 

( คิดว่าไง ) ไคถามอย่างขอความเห็น

 

( เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้วหนิ ) ดาร์ค

 

( งานเลี้ยงวันเกิดเปิดตัวทายาทโดยสายเลือดเพียงคนเดียวที่ไม่มีใครเคยรู้ของตระกูลโรเซนไฮซ์ ที่เชิญเหล่ามาเฟียผู้มากอิทธิพลจากทั่วทุกมุมโลก มันน่าสนใจยิ่งกว่าอะไร ) อี้ซาน

 

" นั่นสินะ.....เผลอๆอาจจะได้เจอเขาคนนั้นด้วยก็ได้ " คำแรกเหมือนจะพูดกับคนอื่นแต่คำหลังกลับพึมพำกับตัวเอง

 

แต่เซนจะรู้ไหมว่าไม่ได้มีเพียงเขาเท่านั้นที่คิดแบบนี้

 

' อาจจะได้เจอคนงามคนนั้นอีกก็ได้ ' เสียงในใจเหล่าเด็กชาย.....

 

 

 

 

เฮือก!!

 

ร่างบางสะดุ้งตื่นจากการนอนพักกลางวัน

 

ในตายเถอะ! เขาฝันว่าโดนงูตัวใหญ่รัด! แถมไม่ใช่งูธรรมดา แต่เป็นอนาคอนดาถึงสี่ตัวเลยตังหาก!

 

บัดซบ!!

 

ไม่อยากให้พรุ่งนี้มาถึงเลย

 

 

 

 

 

.......................................................................

 

ความคิดเห็น