ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3. สิ้นสุด -2

ชื่อตอน : บทที่ 3. สิ้นสุด -2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 327

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 09:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3. สิ้นสุด -2
แบบอักษร

“จำเป็นต้องตอบด้วยเหรอคะ” โยษิตาตอบกลับมาเสียงเรียบเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อเริ่มจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้

“ก็ถ้าดีกันแล้วแองจี้จะได้สบายใจไงคะ แบบที่แฟนพี่เค้าบอกน่ะแหล่ะค่ะ เรื่องแบบนี้น่ะมันตกลงกันได้ แองจี้แฟร์นะคะ แค่วันไนท์ฯ พี่ไม่เห็นจะต้องคิดมากเลย”

นลินกับจารุภาทำตาโตหันไปสบตากันอีกครั้ง ก่อนหันกลับมามองคนที่มีใบหน้าสวยหวานแต่งตัวที่ค่อนข้างดี กระเป๋าที่ถือและเครื่องประดับก็ดูมีราคาไม่น้อย แต่คำพูดช่างเหมือนกับ...

“...” โยษิตาเม้มปากตัวเองเบา ๆ กำมือตัวเองเอาไว้แน่น คิดถึงสิ่งที่กันต์เคยพูดเอาไว้ในเช้าวันนั้น

‘มันก็แค่วันไนท์สแตนด์น่ะโย ทำไมโยจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยล่ะ ผู้ชายที่ไหนเขาก็ทำกันทั้งนั้นน่ะแหละ’ 

“พี่อย่าใจแคบนักเลยค่ะ เดี๋ยวผู้ชายจะเบื่อเอาง่าย ๆ อุ้ย..แล้วสรุปว่าที่แฟนพี่บอกว่าให้กลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิมนี่พูดจริงหรือพูดเล่นอ่ะคะ”

เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับแองจี้จึงพูดขึ้นอีก พร้อมกับยกมือปิดปากตัวเองทำตาโตอย่างมีจริต

           โยษิตาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนทำให้ทั้งนลินกับจารุภาขยับลุกขึ้นยืนตาม

           “พี่ว่า..น้องจะล้ำเส้นมากเกินไปมั้ยคะ” โยษิตาถามออกไปด้วยดวงตาเรียบนิ่งมากขึ้น

           “แหม..ก็เตือนด้วยความหวังดีอ่ะคะ แต่ว่านะ..พี่กันต์เค้าแซ่บขนาดนั้น พี่ก็อย่าหวงนักเลยแบ่ง ๆ ให้คนอื่นได้แซ่บบ้าง” คนหน้าหวานยังคงพูดพร้อมรอยยิ้มที่กว้างมากขึ้นเมื่อเห็นคนที่กำลังพยายามควบคุมอารมณ์บนใบหน้ามันยิ่งกระตุ้นให้เธออยากยั่วแหย่ให้ระเบิดอารมณ์

           “รู้สึกว่า..น้องเอ่อ..แองจี้เนอะ จะรู้ดีจังเลยนะคะเรื่องเอาใจผู้ชายเนี่ย” นลินขยับเข้ามายืนข้างเพื่อนสนิท ถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

“ก็..ประมาณหนึ่งนะคะ” คนตอบยิ้มหวานพร้อมขยิบตาให้คนถามอย่างจงใจ

นลินพยักหน้าเมื่อเริ่มเข้าใจคนตรงหน้ามากขึ้น คำพูดถึงความสนิทสนมลึกซึ่งกับกันต์กับท่าทางที่แสดงออกมาว่าจงใจหาเรื่องโยษิตา มือข้างหนึ่งของนลินจับมือของโยษิตาพร้อมกับกระตุกเบา ๆ เป็นการส่งสันญาณ ก่อนจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ “อืม..พี่ก็ว่าอยู่นะ นิยมวันไนท์ฯ แบบไม่คิดตังค์แบบนี้น่าจะลีลาดี ชอบแบ่งปันความแซ่บของตัวเองให้ผู้ชาย งั้นพี่ขอไอดีไลน์ให้เพื่อนพี่ด้วยได้มั้ยคะ”

“นี่...พี่!!” แองจี้เริ่มหันไปมองโต๊ะข้าง ๆ ที่มีผู้ชายนั่งอยู่ และคาดว่าน่าจะได้ยินคำพูดเมื่อกี้หันมามองหน้าเธอยิ้ม ๆ

           “ชื่อน้องแองจี้เนอะ..พี่ขอหมายเหตุไว้ว่าน้องแองจี้สายแซ่บนะค มาค่ะไอดีไลน์” เสียงถามที่เริ่มดังขึ้นอีกระดับ พร้อมกับเร่งรัดทำรอยยิ้มที่มีของแองจี้หายไปทันที “...เร็วสิคะน้อง”

“แก..อีบ้า”

“อ้าว...ทำไมพูดแบบนี้ละคะ เมื่อกี้พึ่งจะมาอวดว่าชอบแอบแซ่บกับแฟนเพื่อนพี่อยู่เลย ไหนบอกเรื่องแบบนี้ไม่ควรใจแคบตกลงกันได้ไงล่ะ”

“แก...”  เมื่อหันไปทางอื่นก็เห็นว่าแต่ละคนเริ่มซุบซิบกันเบา ๆ พร้อมกับมองมาทางเธอ จากที่คิดว่าจะแค่เข้าเยาะเย้ยผู้หญิงที่เป็นแฟนกับผู้ชายหน้าตาดีที่มีความสัมพันธ์คืนเดียวโดยละเหตุการณ์ช่วงหลังที่คนตรงหน้าออกจากห้องไว้ กลับกลายเป็นว่าเธอตกเป็นเป้าสายตาให้คนอื่นนินทาเสียเอง จึงตัดสินใจหมุนตัวเดินออกจากร้านไป ก็พอดีเจอกับเพื่อนที่นัดกันไว้เดินมาหน้าร้าน แองจี้จึงลากแขนเพื่อนออกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

           “อ้าว..น้องแองจี้สายแซ่บ ลืมให้ไอดีพี่ค่ะน้อง” นลินยังคงตะโกนตามหลังคนที่ผลุนผลันออกจากร้านกาแฟไป นัยน์ตาฉายแววสะใจพร้อมริมฝีปากกดลงจนรอยยิ้มที่เผยออกมาดูเหมือนผู้หญิงร้าย ๆ ที่เห็นในหน้าจอโทรทัศน์ไม่มีผิด

“พอแล้วยัยลิน” จารุภาเขย่าแขนเพื่อนพร้อมบุ้ยใบ้ให้นลินมองไปยังโยษิตา “โย..แกโอเคปะว่ะ”

“โย..” นลินแตะไปยังต้นแขนของเพื่อน

โยษิตาละสายตาจากคนที่เดินออกจากร้านกาแฟไป หันมาสบตาที่แสดงถึงความห่วงใยของเพื่อนทั้งสอง ก่อนทั้งหมดจะนั่งลงที่เดิม

“ไม่โอเคหรอก เจอแบบนี้ใครจะโอเคได้ล่ะ”

“คนนี้เหรอที่ทำให้แกกับกันต์..เอ่อ..”

“อืม...”

“โย...”

“วันนั้นน่ะ มันเป็นวันที่รู้สึกเจ็บที่สุดแล้วล่ะ” จากนั้นโยษิตาจึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ในเช้าวันนั้นให้เพื่อนสนิททั้งสองคนฟัง ระหว่างที่พูดน้ำตาที่คิดว่าจะไม่มีทางไหลให้ผู้ชายที่ชื่อกันต์อีกก็ไหลกลิ้งลงมา โยษิตากระพริบตาถี่ไล่ความร้อนผ่าวรอบดวงตา

“ทำไมไอ้กันต์ทำแบบนี้ว่ะ คิดว่าจะทำตัวดีขึ้นแล้วแท้ ๆ” นลินเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นกระดาษเช็ดหน้าให้เพื่อน แม้ว่าจะคิดอยู่แล้วว่าเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองเกิดปัญหากันน่าจะมาจากบุคคลที่สาม แต่ไม่คาดคิดว่ากันต์จะทำแบบนี้

“เค้าก็คงเป็นคนเดิมน่ะแหละลิน แต่เป็นโยที่ไปคาดหวังว่าเค้าจะเปลี่ยนตัวเองเพราะโยไง”

โยษิตายิ้มออกมาเล็กน้อย แต่รอยยิ้มที่มีเป็นยิ้มที่เย้ยหยันต่อความคิดความมั่นใจของตัวเองที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แม้จะรู้ว่ากันต์เป็นคนเจ้าชู้มากขนาดไหน คอยย้ำเตือนตัวเองอยู่ตลอด แต่โยษิตาก็ยังคิดกับเขาไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนจนกระทั่งวันหนึ่งเธอยอมเปิดเผยความรู้สึกกับเขาก่อน แต่ทว่ากันต์ตอบรับความรู้สึกนั้นและบอกว่าเขาเองก็รู้สึกตรงกัน สถานะจึงได้เปลี่ยนไป จากเพื่อนจึงเลื่อนสถานะมาเป็นแฟน โยษิตาก็เชื่อในคำมั่นที่กันต์บอกว่าจะมีแค่เธอเพียงคนเดียว

“ผู้ชายนี่มัน...”

“สิ่งที่โยกลัวที่สุดก็คือสถานการณ์แบบนี้ การที่อยู่ ๆ ก็มีผู้หญิงเดินเข้ามาบอกว่าคนของเราไปอยู่กับเค้ามาทั้งคืน โย..รับไม่ได้จริง ๆ นะ แต่กันต์ก็ยังทำ” ท้ายเสียงของโยษิตาแผ่วเบาลง

“....”

“สิ่งที่กันต์ทำมันไม่ใช่แค่สิ่งที่เคยทำในอดีต ไม่ใช่แค่ว่าเคยเจ้าชู้ แต่สิ่งที่กันต์ทำมันเป็นปัจจุบันเป็นความคุ้นเคยที่เขาเลิกไม่ได้ โยก็เลยไม่รู้ว่าจะต้องทนเพื่ออนาคตที่เห็นอยู่แล้วว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนเพื่ออะไร”

“โย..”

“โยอาจจะรักกันต์มากเลยนะลิน จ๋า” เธอรักกันต์มาก มากถึงขั้นที่ว่ายอมเขาแทบทุกเรื่อง มองข้ามความเจ้าชู้ของเขามาตลอดเวลา และคิดแค่ว่าหากเขายังไม่นอกกายนอกใจเธอน่าจะทนไหว “แต่..โยก็รักตัวเองเหมือนกัน โยยอมเจ็บตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าเจ็บไปเรื่อย ๆ น่ะ”

“แต่แก..ไอ้กันต์มันหน้าตาดีมันก็มีแต่ผู้หญิงเข้าหามันปะวะ” จารุภาพยายามพูดเพื่อให้ความรู้สึกของโยษิตาดีขึ้นมาบ้าง

“อืม..แต่ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังนี่จ๋า จริงมั้ยล่ะ” ถ้ามีคนยื่นมือมา แล้วคนของเราไม่ยื่นมือตอบรับกลับไป อะไร ๆ ก็คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ โยษิตาเชื่อแบบนั้น

           แต่เมื่อกันต์มองว่าเรื่องที่เขาทำมันเป็นเรื่องธรรมดา มองว่าใคร ๆ ก็ทำกัน เธอก็คงไม่อาจห้ามเขาได้ และเธอคงไม่อาจยอมให้เขาทำแบบนั้นเพื่อคงคำว่า ‘แฟน’ เอาไว้ให้เขาใช้ต่อรองเช่นกัน

“เราเข้าใจ ยอมจบตั้งแต่วันนี้มันก็ดีกว่า”

“อืม..โยก็คิดแบบนั้นล่ะ”

ยอมเจ็บยอมจบเสียตั้งแต่ตอนนี้ยังดีเสียกว่าอยู่กับความหวาดระแวง ปล่อยให้ความสัมพันธ์ยืดเยื้อ หวังเพียงความสุขฉาบฉวยที่กันต์มอบให้

ยิ่งมีเหตุการณ์ในวันนี้ ยิ่งทำให้เธอมั่นใจกับสิ่งที่เธอตัดสินใจไป

..สิ้นสุดกันไปแบบนี้ ดีที่สุดแล้ว

“แล้ว โยจะกลับมาเป็นเพื่อนกับกันต์ได้อีกหรือเปล่า” จารุภาถามคำถามที่ทำให้โยษิตาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ตัดกับสายตาที่ค่อนข้างเศร้าสร้อยของเธอ

“ไม่รู้สิ มันคงต้องใช้เวลานะจ๋า โยก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะนานแค่ไหน”

           โยษิตาพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา เพราะเธอไม่รู้จริง ๆ ว่าระยะเวลาเท่าไหร่ ที่เธอจะสามารถกลับมามองหน้ากันต์โดยไม่เจ็บปวดได้อีกครั้ง

................................

T_T

ความคิดเห็น