email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 [ดงอันตราย]

ชื่อตอน : บทที่ 9 [ดงอันตราย]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 77

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2564 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 [ดงอันตราย]
แบบอักษร

บทที่ 9 [ดงอันตราย] 

 

ในการเข้าร่วมฝ่ายจัดงานของสาขา นอกจากเรื่องแบ่งเวลาในารอ่านหนังสือเตรียมสอบ อุปสรรคต่อมาที่โนอาห์นึกขึ้นได้ก็คือ...เมื่อเขาพากวินทร์ไปคุยกับพวกรุ่นพี่ในฝ่าย รุ่นพี่พวกนั้นจะมีท่าทีอย่างไร ที่ผ่านมาเพราะกวินทร์อยู่ติดกับเขาและมีเพียงพวกรุ่นเดียวกันคอยจ้อง โนอาห์ที่นับว่ามีพลังเหนือกว่าหลายๆ คนจึงข่มพวกนั้นไม่ให้มาทำร้ายพี่เลี้ยงได้ ทว่ากับพวกรุ่นพี่มันไม่เหมือนกัน ต่อให้พวกนั้นมีคนที่อยู่ระดับต่ำกว่า แต่ประสบการณ์ที่สั่งสมมาไม่รู้กี่ปีก็ประมาทไม่ได้

ด้วยเหตุนี้เองโนอาห์จึงมีท่าทีเคร่งเครียดขึ้นมาตอนที่พาพวกตัวเองมาถึงที่หมาย เด็กหนุ่มจึงยังไม่กล้าเปิดประตูเข้าไปที่ห้องฝ่ายจัดงาน ยืนนิ่งหน้าประตูไม้สลักหรูหรานานจนพวกเร็นที่รอคนนำต้องซุบซิบกันเองรอ

"โอจิซัง...นี่เจ้านั่นไม่ใช่ว่าปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำแต่ไม่กล้าบอกหรอกนะ?"

เหตุผลที่เร็นว่ามานี่มันช่าง...กวินทร์อดส่ายหน้าระอาไม่ได้เลย พูดอย่างกับโนอาห์เป็นเด็กประถมที่กลัวโดนล้อเวลาจะไปเข้าห้องน้ำ เขาน่ะพอจะเดาได้ว่าหมาป่าสีเงินกังวลอะไร จากที่อยู่ด้วยกันมามีแค่เรื่องคนที่ตัวเองใส่ใจเท่านั้นที่จะทำให้โนอาห์เปลี่ยนสีหน้าได้ ครั้งนี้คงห่วงเขากับมุกิสินะ

"ถ้าเธอกังวลงั้นให้เร็นพาฉันกับมุกิกลับไปที่ห้องก่อนก็ได้นะ"

ก่อนจะมาที่ฝ่ายจัดงานอาจารย์เคออสก็เกริ่นมาคร่าวๆ แล้วว่าพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง เพราะเมื่องานเต้นรำใต้แสงจันทร์เริ่มขึ้น พวกโนอาห์ที่เป็นเด็กใหม่ก็ต้องเข้าร่วมเช่นกัน ดังนั้นงานที่พวกเขาจะต้องรับผิดชอบจึงไม่มากอย่างที่คิด ตามที่เคออสกล่าวว่างานรอบบนี้จะสะดวกเพราะมีโนอาห์อยู่ ในการจัดหาสัตว์ปีศาจเมื่อเด็กหนุ่มติดต่อกลับไปที่บ้าน โรซาเรียก็อนุมัติการสนับสนุนเต็มที่ 

เอาเป็นว่านอกจากการจัดเตรียมสถานที่กับสัตว์ปีศาจพวกเขาก็สบายๆ แล้ว โนอาห์หันไปมองกวินทร์ด้วยท่าทีอ้ำอึ้ง ต้องให้พี่เลี้ยงไปซ่อนตัวอยู่ที่ห้องอีกแล้วหรือ เขาไม่อยากทำตัวเป็นเด็กอมมือต่อหน้ากวินทร์เลย ทว่าจะให้ไม่ห่วงก็ทำไม่ได้เช่นกัน 

"ไม่ได้หรอก ตั้งแต่พวกเราได้เป็นตัวแทนเด็กใหม่มารับผิดชอบงานเต้นรำใต้แสงจันทร์ พวกปีเดียวกันก็เพ่งเล็งมากขึ้น บอกไม่ได้เลยว่าหากปล่อยพวกเจ้าไว้ลำพังจะโดนอะไรบ้าง"

สีหน้าโนอาห์ดูเป็นกังวลทว่าก็โกรธเคืองด้วย ก่อนจะเลิกเรียนเขาที่ทำงานเสร็จก่อนคนอื่นแอบหันไปมองพวกกวินทร์ แล้วพอทำเช่นนั้นก็ได้เห็นว่าพวกประสงค์ร้ายเริ่มลงมือแล้ว มีผู้ติดตามของปีศาจตนอื่นเริ่มที่จะเข้ามาตีสนิทกวินทร์ กับมนุษย์ด้วยกันคงดูไม่ออก ทว่าปีศาจแยกแยะอารมณ์เบื้องลึกของมนุษย์ได้ถ้าตั้งสมาธิ พวกคนที่เข้ามาใกล้กวินทร์น่ะมีออร่าสีม่วงลอยออกมาจากตัวให้ฟุ้งเชียว

โดนเจ้านายบังคับให้มาตีสนิทเพื่อจะลอบทำร้ายได้ง่ายๆ ละสิ ถ้าไม่ติดว่าการฆ่าผู้ติดตามของคนอื่นมันผิดกฎ โนอาห์คงแอบฆ่าคนลับหลังพี่เลี้ยงไปแล้ว

"อืม ถ้างั้นก็อยู่ด้วยกันนี่ล่ะนะ"

"กวินทร์..."

ในขณะที่โนอาห์จิตใจอับเฉา ทันใดนั้นกวินทร์ก็ทำให้โลกของเด็กหนุ่มสดใสด้วยการตบบ่าเบาๆ รอยยิ้มของมนุษย์ของเขาเหมือนเครื่องชำระความหม่นหมองเลย หมาป่าสีเงินแทบจะเอ่ยสรรเสริญอีกฝ่ายแต่ก็โดนคนที่เปิดประตูออกมารับขัดเสียก่อน

"จะคุยกันหน้าห้องไปถึงไหนพวกเด็กใหม่"

รุ่นพี่ผู้รอนานจนแทบจะไฟท่วมหัวเอ่ยออกมา กระนั้นก่อนจะได้รับการตอบสนองฝ่ายรุ่นพี่ก็ต้องถอนหายใจ ดูจากสายตาอึ้งๆ ของผู้ติดตามของรุ่นน้องแล้ว พวกอีกฝ่ายคงตกใจในรูปลักษณ์ของเขาสินะ น่าหงุดหงิดที่ต้องมาเจอการตอบรับแบบนี้ทุกครั้งที่เจอกับมนุษย์ในโลกปีศาจ 

เขาก็แค่มีผิวสีดำสนิทเหมือนถ่านแล้วก็สวมกะโหลกเสือไว้เป็นหน้ากากเท่านั้น ในหมู่ปีศาจมีพวกที่ไม่ได้มีร่างกายคล้ายมนุษย์อยู่เยอะแยะ ทำไมต้องมาอึ้งเพราะหน้าตาเขายิ่งกว่าพวกนั้นด้วย รุ่นพี่ชายที่ตัวใหญ่พอๆ กับกวินทร์แค่นเสียง ทำท่าเหมือนอีกนิดก็จะลงมือเขกหัวมนุษย์ทั้งสองที่มองตนเองอยู่ แต่ก่อนจะได้ทำก็โชคดีที่รุ่นพี่หญิงที่นิสัยดูร่าเริงเบียดเข้ามาห้ามเสียก่อน

"กฤษณะ! ยังไม่เลิกเขม่นมนุษย์อีกเหรอ!"

เจ้าของชื่อทำหน้าเช่นไรอยู่ไม่อาจทราบ เจ้าตัวเพียงส่งเสียงชิเบาๆ ก่อนจะหลบให้พวกรุ่นน้องเดินเข้ามาในห้อง โนอาห์มองกฤษณะเขม็งเลยทีเดียว เมื่อครู่อีกฝ่ายทำท่าจะเขกหัวกวินทร์อย่างนั้นสินะ 

"อุ๊ยตาย เพิ่งมาถึงอย่าเกลียดกันสิตัวเอง! มาๆ เข้ามาดื่มชาแล้วก็คุยงานอย่างสนิทสนมกันดีกว่าเนาะ!"

รุ่นพี่ผู้หญิงพูดพร้อมยื่นหน้ามาขวางสายตามาดร้ายของโนอาห์ ตอนนี้เองโนอาห์ถึงสังเกตเธอเต็มๆ ตา ดูเหมือนรุ่นพี่ชายจะเป็นปีศาจตระกูลเสือ และรุ่นพี่หญิงก็เป็นปีศาจตระกูลสัตว์เลื้อยคลานมีเกล็ด หมาป่าสีเงินเหลือบตามองท่อนล่างของรุ่นพี่หญิงผมขาวโดยไม่ได้ตั้งใจ ตั้งแต่สะโพกลงไปของหญิงสาวไม่ใช่ขาแต่เป็นลำตัวงูยาวเหยียด เกล็ดสีขาวผ่องเป็นเงางาม...

"จ้องมองร่างกายของสุภาพสตรีแบบนี้มันเสียมารยาทนะจ๊ะ!"

"ขอโทษด้วยครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบกับลาเมียเผือก...เป็นเกล็ดที่งดงามมากครับ"

"ต๊าย! ปากหวานแถมยังหน้าตาน่ารักอีก เธอเองก็เป็นน้องหมาที่น่ารักเหมือนกันจ้ะ!"

กวินทร์ที่ฟังอยู่ตอนแรกก็ยิ้มๆ คิดว่าคำชมของพวกปีศาจนี่เข้าใจยากจริงๆ ทว่าพอได้ยินสิ่งที่รุ่นพี่หญิงชมโนอาห์ ชายหนุ่มก็เผลอมองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า คนที่ยืนนิ่งหลังตรงสง่าไปทุกท่วงท่า ราวกับเจ้าชายแบบนี้มีตรงไหนน่ารักอย่างนั้นหรือ ซึ่งเมื่อกวินทร์มีความสงสัย เร็นก็พร้อมจะช่วยเฉลยทั้งที่ไม่จำเป็น ปีศาจทานูกิใช้หางสะกิดหลังพี่เลี้ยงแล้วก็เข้ามากระซิบ

"เจ้าก็ใช่ไหมว่าโนอาห์เป็นปีศาจหมาป่า คือว่านะ...เพราะเขายังไม่บรรลุนิติภาวะจึงไม่คู่ควรกับคำชมสำหรับผู้ใหญ่น่ะ เอาง่ายๆ ก็คือยังคงเป็นน้องหมาตัวน้อยในสายตารุ่นพี่ไงล่ะ"

"หมาน้อยงั้นเหรอ?"

กวินทร์อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้ง ดูยังไงเขาก็เรียกโนอาห์ว่าหมาน้อยไม่ลงหรอก ชายหนุ่มแอบสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายว่ามีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง โดนชมว่าน่ารักก็คงไม่ดีใจ...หือ ภาพที่เห็นทำเอากวินทร์เกือบจะสะดุดอากาศ ไม่เพียงไม่แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา โนอาห์ออกจะดูอารมณ์ดีที่ถูกชมว่าน่ารักเสียด้วยซ้ำ แวบนึงกวินทร์ก็เกือบน้อยใจคิดว่าสุดท้ายเด็กหนุ่มเจอสาวแบบที่ชอบเข้าแล้ว 

ไม่เลย เขาประเมินความหลงของโนอาห์ต่ำไป

"ข้าเป็นหมาน้อยที่น่ารักอย่างนั้นเหรอ...ขอบคุณที่เห็นเป็นแบบนั้นนะครับ"

ตอนพูดไม่ต้องหันมามองเขาตาเป็นประกายแบบนั้นก็ได้ กลัวคนไม่รู้หรือว่ากำลังหมายถึง'เพราะว่าเราเป็นหมาน้อยของกวินทร์ยังไงล่ะ'...พี่เลี้ยงตัวโตรีบอุ้มมุกิขึ้นมาเป็นยันต์คุ้มภัย จากนั้นก็รีบเดินหลบไปอยู่อีกทางไม่ให้เกะกะคนอื่น 

เห็นระยะนี้เงียบๆ ไปนึกว่าเบื่อเขาแล้ว ที่ไหนได้เจ้าเด็กนี่มันแอบรอจังหวะหยอดเขาอยู่ชัดๆ!

"เลิกคุยไร้สาระกันได้แล้ว ถ้าคิดจะมาคุยเล่นกับรุ่นพี่เดี๋ยวก็ไล่ออกจากฝ่ายเสียหรอก!"

กฤษณะเอ็ดคำเดียวรุ่นพี่หญิงก็สะบัดหางฟาดพื้นจนห้องสะเทือน เมื่อเธอแยกเขี้ยวฝ่ายกฤษณะก็แผ่รังสีทะมึนออกมาทั่วร่างเช่นกัน

"ไม่ใช่หัวหน้าฝ่ายอย่ามาทำเข้มนัก...มันไม่เท่เลยนะยะ!"

"แยกเขี้ยวแบบนั้นอยากจะสู้กันอีกรอบสินะ...ลอรี่"

บรรยากาศกดดันที่เกิดจากปีศาจที่เหนือชั้นกว่ามันน่ากลัวแบบนี้นี่เอง โนอาห์และเร็นไม่ต้องมองหน้ากันก็รู้ใจ พวกเขาเข้ามายืนหน้าผู้ติดตามของตัวเอง แล้วก็สร้างเกราะป้องกันมนุษย์ทั้งสองจากรังสีฆ่าฟัน ในตอนที่คิดว่าเดี๋ยวรุ่นพี่ทั้งสองคงทำการห้ำหั่นกันจนตายไปข้าง ลอรี่ก็เป็นฝ่ายอ่อนลง เธอสะบัดหน้าทำแก้มป่องอย่างน่ารักผิดกับสีหน้าพร้อมฆ่าคนเมื่อครู่ลิบลับ เปลี่ยนไวจนพวกรุ่นน้องแทบตามไม่ทัน

"ฮึ! กฤษณะไม่รู้จักการยอมให้เลดี้บ้างเลย เพราะทำตัวแบบนี้ไงถึงหาคู่ไม่ได้สักที!"

"งูพิษอย่างเจ้าข้าไม่นับเป็นเลดี้หรอกนะ"

ลอรี่เหมือนจะอยากรักเพื่อนให้ตายแล้วนะนั่น ปกติกวินทร์คงไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งในการสนทนาของปีศาจที่ตนไม่รู้จัก แต่จากการเขม่นกันของรุ่นพี่ทั้งคู่ทำให้เสียเวลาไปมาก กวินทร์เกร็งว่าปล่อยเวลาล่วงเลยไปมากกว่านี้ พวกโนอาห์จะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมบทเรียนเอา ร่างสูงร่วมมือกับกับมุกิพากันไปที่โต๊ะกลมในห้อง จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันชงชา อยู่โลกปีศาจในฐานะผู้ติดตามสุนทรียศาสตร์ง่ายๆ เช่นนี้ไม่เป็นก็ไม่ได้ เขากับมุกิช่วยกันคนละไม้คนละมือ ซึ่งพอปีศาจทั้งสี่ในห้องได้กลิ่นชาหอมๆ ก็หันมาสนใจกันหมด

คราวนี้ถือว่าเดินหมากได้ถูกต้องสินะ

"เอ่อ อาจจะเป็นการถือดีไปหน่อย แต่มาคุยรายละเอียดงานไปแล้วก็ดื่มชากันเถอะครับ"

รอยยิ้มสุดเป็นมิตรของกวินทร์จะส่งผลกับคนอื่นนอกจากโนอาห์ด้วยงั้นหรือ เร็นที่เป็นห่วงว่าพวกรุ่นพี่จะทำอันตรายมนุษย์ทั้งสองรีบรับบทคนตามน้ำ

"น้ำชาที่มุกิเป็นคนชงข้าจะดื่มให้หมดเลย!"

นับว่าเร็นเลือกได้ถูกต้อง พอเขาเริ่มทำตัวร่าเริงเปลี่ยนบรรยากาศ ท่าทางพร้อมมีเรื่องของกฤษณะกับลอรี่ก็อ่อนลง ทางด้านลอรี่ออกจะเปลี่ยนไวจนเกินตั้งรับทันเลยล่ะ เธอเลื้อยตามรุ่นน้องทานูกิมาแล้วก็แย่งถ้วยชาจากมือมุกิ

"นะ น้ำชาที่ชงด้วยมือเล็กๆ ของมนุษย์เด็กอย่างนั้นเหรอ ของแบบนี้ต้องยกให้เป็นสมบัติของตระกูลแล้ว!"

ไม่ต้องพูดอะไรเร็นก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นพวกเดียวกันจากลอรี่ พวกเขาจับมือเป็นมิตรกันอย่างรวดเร็วประหนึ่งเป็นพี่น้องที่พลัดพราก

น่าเสียดายที่การกระชับมิตรอย่างรวดเร็วเช่นนี้ไม่เกิดขึ้นกับโนอาห์และกฤษณะ พวกเขาต่างก็เป็นพวกเย็นชาทั้งคู่ ต่างฝ่ายเพียงมองหน้ากันแวบหนึ่งก็แยกไปนั่งคนละฝั่งโต๊ะ พวกเขาทำงานด้วยกันไม่ได้หรอกเว้นแต่จะพูดกันให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ดีภาพที่เกิดขึ้นก็สร้างความโล่งใจให้กวินทร์มาก ทีนี้ก็จะได้คุยงานกันสักทีสินะ

โดยคนที่เริ่มก่อนก็คือกฤษณะ เนื่องจากเขาเป็นตัวแทนของหัวหน้าฝ่ายที่ไม่สะดวกเข้างานในวันนี้ หลังประกาศว่าจะเริ่มอธิบายงาน เอกสารสิ่งที่ต้องทำก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกรุ่นน้อง

"สิ่งที่พวกเจ้าต้องรับผิดชอบก็มีตามนั้นล่ะ"

โนอาห์กวาดสายตาครู่เดียวก็จำทุกอย่างในรายการได้ เรื่องที่ต้องทำมีไม่เยอะอย่างที่คิดจริงๆ นั่นล่ะ แต่ทำไมคุณรุ่นพี่ถึงได้ไม่อธิบายให้มากกว่านี้หน่อย พูดสั้นๆ ราวกับในเอกสารเขียนไว้ทุกอย่างทั้งที่ความจริงมีที่ว่างในกระดาษมากพอให้วาดรูปเล่น

"ช่วยอธิบายให้มากกว่านี้ได้ไหมครับ อย่าข้อแรกเลย...ที่ว่าให้จัดเตรียมป่าหลังสถาบันให้พร้อมนี่ต้องทำอะไรบ้าง พื้นที่งานกว้างขนาดไหนแล้วก็เรื่องการตกแต่งด้วย"

"นี่ได้รับมอบหมายงานสำคัญแต่ไม่ได้ศึกษามาก่อนเลยรึไง พวกยังไม่บรรลุนิติภาวะนี่ทำงานไม่เป็นเลยนะ"

พูดกันไม่ถึงสองประโยคก็จะตีกันอีกแล้ว ลอรี่ตวัดหางพันรอบกฤษณะแล้วก็ลากไปไว้ห่างๆ โต๊ะ

"งานประเมินผลแต่ละงานมีธีมหลักตายตัวอยู่แล้วเพราะงั้นดูจากบันทึกงานครั้งล่าสุดแล้วก็ทำตามนั้นได้เลยจ้ะ แต่ถ้าคิดว่ามันเรียบเกินไปจะเติมแต่งให้เข้ากับยุคหน่อยก็ได้นะจ๊ะ!"

ดีจริงๆ ที่ลอรี่เป็นประเภทประนีประนอมเก่ง ด้วยรอยยิ้มและท่าทางสดใสของเธอทำให้ยากจะเคืองได้ลง โนอาห์พยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยถามถึงข้อต่อไป

"แล้วเรื่องเตรียมลูกแก้วถ่ายทอดสดละครับ ตามที่ข้ารู้มาแตะละสาขาจะต้องไปเบิกก่อนเริ่มงานสองวัน โดยจะเบิกได้มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนดีเด่นที่มีในสาขานั้นๆ...แบบนี้แปลว่าพวกข้าต้องมีรายชื่อนักเรียนที่มีคะแนนผ่านเกณฑ์ไปยืนยันด้วยใช่ไหมครับ?"

เริ่มจะหารือกันจริงจังแล้วสินะ หลังจากที่โนอาห์เข้าสู่โหมดเอาการเอางาน กวินทร์ก็ลืมภาพเด็กหนุ่มตอนเข้ามาออดอ้อนตัวเองไปเลย ใบหน้าด้านข้างของหมาป่าสีเงินยามนี้ไม่มีแววเรื่อยเปื่อย พอจริงจังแบบนี้แล้วก็ทำให้เห็นว่าจริงๆ โนอาห์หน้าคล้ายโรซาเรียมาก ทั้งคมทั้งดูเย่อหยิ่งนิดๆ ทว่าทั้งที่ตอนไร้รอยยิ้มดูเป็นชนชั้นสูงที่ถือตัว แต่พอยิ้มอย่างอ่อนโยนขึ้นมาก็ทำให้เกิดทุ่งดอกไม้ 

เปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ...กวินทร์เหม่อมองแฟนเด็กของตัวเองด้วยสายตาเช่นไรเจ้าตัวไม่รู้เลย เป็นคนอื่นๆ ที่นั่งหารือกันอยู่ที่รู้สึกอิจฉาโนอาห์นิดๆ กระแสความรู้สึกของกวินทร์ไม่ต่างจากสายลมอุ่นสบายสำหรับพวกปีศาจ ทั้งน่าหลงใหลและถวิลหา กรณีนี้เร็นไม่รู้สึกอะไรเนื่องจากเขามีมุกิอยู่แล้ว คนที่รู้สึกแปลกใจก็คือลอรี่ เธอมองกวินทร์ตรงๆ อย่างไม่ปิดบังจากนั้นก็ยื่นถ้วยชาที่ว่างเปล่าของตัวเองให้เขา

"ช่วยเติมชาให้หน่อยสิ"

ถ้าเป็นชาที่รินโดยมนุษย์ที่น่าอร่อยขนาดนี้ ชาจะต้องรสชาติดีขึ้นแน่นอน ลอรี่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลยแม้แต่น้อย อันที่จริงพวกโนอาห์ยังอ่อนประสบการณ์ ปีศาจส่วนใหญ่ที่คร่ำหวอดในสาขาพัฒนาฯล้วนแต่ผ่าเหล่า เพราะอาชีพหลักของคนที่จบจากสาขานี้คือปีศาจนักทำสัญญา พวกเขาต้องเดินทางไปกลับระหว่างสองโลกอยู่บ่อยๆ ยิ่งเก่งจนรัฐบาลมอบหมายงานผู้เฝ้าดูโลกมนุษย์ให้ ปีศาจที่ได้รับงานนั้นก็แทบจะมีโลกมนุษย์เป็นบ้านหลังที่สอง 

สรุปโดยง่ายก็คือปีศาจในสาขานี้ ยิ่งเรียนมานานก็ยิ่งเข้ากับมนุษย์ได้ดี 

ทันทีที่ลอรี่ยื่นถ้วยชามาให้กวินทร์ก็รับมาโดยไม่คิดมาก ก่อนหน้าจะยกมือขึ้นเขามองไปทางโนอาห์แล้ว เด็กหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีขัดขวางอะไร มันแปลได้ว่าลอรี่ไม่อันตรายสำหรับเขา ในเมื่อปลอดภัยเขาจะปฏิเสธรุ่นพี่ของโนอาห์ให้เสียมารยาททำไม กวินทร์รินชาเพิ่มให้เธอจากนั้นก็ยื่นส่งคืนให้ 

"นี่ครับ"

ทว่าในระหว่างที่กำลังจะส่งถ้วยชาให้ถึงมือ ไม่รู้ว่ากฤษณะคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำหน้าที่เป็นมือส่งต่อให้ทั้งคู่ ชายหนุ่มผู้สวมหน้ากากชนิดครอบปิดทั้งหัวรับถ้วยชามา เสร็จแล้วก็ยื่นต่อให้ลอรี่เหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก ท่าทางเหมือนจะรำคาญใจไม่อยากให้กวินทร์ยื่นถ้ายชาข้ามไหล่ตนเอง กระนั้นยกที่สองระหว่างหมาป่ากับเสือก็ทำท่าจะปะทุอีกครั้งเพราะเหตุนี้

"ผู้ติดตามของข้าไม่ได้แรงน้อยขนาดต้องช่วยประคองหรอกนะครับ"

"อย่ามาชวนทะเลาะไร้สาระดีกว่า คิดว่าขาพิศวาสมนุษย์ของเจ้ารึไง"

ลอรี่กับเร็นมองหน้ากันเล็กน้อย เห็นประกายไฟที่ทั้งสองยิงใส่กันผ่านสายตานั่นสิ นี่แค่การประชุมงานครั้งแรกเองนะ แค่นึกถึงช่วงเวลาหลังจากนี้ก็เหมือนจะเหนื่อยแล้ว เอ่อ แต่คนที่หนักที่สุดน่าจะไม่ใช่พวกเธอหรอก ลอรี่สะบัดหน้าไล่ความเหม่อก่อนจะหันไปผงกหัวขอโทษกวินทร์ เพราะเธออยากหยอกเขาแท้ๆ สองหนุ่มถึงได้มีช่องตีกัน 

กวินทร์ได้แต่ยิ้มตอบเพื่อบอกว่าไม่ถือสา ถ้าจะถามว่าทำไมเขาถึงไม่คิดมากละก็...ดูนั่นสิ พอตัวเองตั้งท่าจะลุกขึ้นมาหาเรื่องรุ่นพี่ โนอาห์ก็ชะงักก่อนจะมองมาทางเขา สีหน้าดูซึมๆ สำนึกผิดทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำไป ท่าทางน่ารักขนาดนี้เขาจะไปโกรธลงได้ยังไงล่ะ ที่เจ้าตัวบอกว่าเชื่องกับเขามันไม่ใช่เรื่องโกหกเลย พอกวินทร์เข้าไปลูบหัว โนอาห์ก็หายอารมณ์เสียเป็นปลิดทิ้ง 

ที่จริงเด็กหนุ่มเอียงหัวซบมือผู้ใหญ่อย่างเอาใจเลยล่ะ 

"กวินทร์ของเรานิสัยดีขนาดนี้จะไม่หวงได้ยังไง!"

"..."

กฤษณะพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง...ไม่ใช่ว่าเขาสู้ไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้าสู้กันต้องติดเชื้อบ้าจากเจ้าเด็กนี่แน่ๆ 

 

ในการหารือเรื่องการเตรียมงานเต้นรำใต้แสงจันทร์ พอผ่านครั้งแรกที่แสนจะวุ่นวายไปได้ ครั้งต่อๆ ไปก็เริ่มราบรื่นตามลำดับ ยิ่งตอนที่แอมโบร์ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายเข้ามาร่วมงาน การตระเตรียมหลายๆ อย่างก็ยิ่งว่องไว แอมโบร์เป็นปีศาจหนุ่มที่มีท่อนล่างเป็นม้า ทั้งที่มีร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามไม่ต่างจากนักรบในตำนาน ทว่าเจ้าตัวกลับมีนิสัยอ่อนโยนจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นปีศาจ อ่อนโยนจนลอรี่แซวประจำว่าเจ้าตัวเป็นเทวดาปลอมตัวมา 

กระนั้นก่อนจะเริ่มงานในอีกสองวันแอมโบร์ก็ต้องขอตัวไปประชุมร่วมกันหัวหน้าฝ่ายจากสาขาอื่นๆ ก่อน สภาพของฝ่ายจัดงานสาขาพัฒนาฯในตอนนี้จึงกลับมาคุกรุ่น จนถึงปัจจุบันกฤษณะก็ยังมีท่าทีพร้อมเอาเรื่องโนอาห์อยู่ทุกเมื่อ ไม่ชอบหน้ากันจนถึงขั้นทะเลาะกันได้ทุกๆ สามนาที 

จะว่ารุ่นพี่ฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ด้วย ทางด้านโนอาห์เองก็หัวร้อนง่ายเป็นพิเศษเช่นกัน ถ้าไม่มีกวินทร์กับลอรี่คอยห้ามปราม ดีไม่ดีห้องฝ่ายจัดงานคงได้กลายเป็นสนามต่อสู้ไปแล้ว กระนั้นแม้ลอรี่จะไม่เหนื่อยกับการรัดเพื่อนตัวเองให้กระดูกเคลื่อนทุกวัน แต่กวินทร์ไม่ได้มีแรงเหลือเฟือเหมือนเธอ ในการทะเลาะกันรอบที่ร้อยของทั้งคู่ กวินทร์ก็หมดความอดทนแล้ว อดีตอาจารย์ฝ่ายปกครองทำให้ปีศาจที่มาช่วยงานที่สวนหลังสถาบันตกอยู่ในความอึ้ง

เพราะตอนที่กฤษณะกับโนอาห์หันมาแยกเขี้ยวใส่กัน ชายหนุ่มก็เข้าไปขั้นกลางและดันทั้งสองคนจากกันด้วยมือเปล่า

"กวินทร์ มันอันตรายนะ!"

โนอาห์แทบจะลืมความหงุดหงิดที่มีต่อรุ่นพี่ไปหมด นี่พี่เลี้ยงของเขาลืมไปแล้วหรือว่าปีศาจไม่ได้ใจดีกันทุกตนน่ะ ยิ่งอีกฝ่ายเป็นกฤษณะ...เจ้าปีศาจเสือที่มีอารมณ์บูดบึ้งเป็นมาตรฐานนี่ไม่น่าสะกดคำว่าเมตตาเป็นหรอกนะ เขาตั้งใจจะยอมขอโทษเพื่อจบเรื่องแล้วก็พากวินทร์หนีไปอีกทาง แต่แล้วในขณะที่โนอาห์กำลังจะเคลื่อนไหว กฤษณะก็ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึงมากขึ้นอีก

ชายหนุ่มดูเหมือนจะมองหน้ากวินทร์นานทีเดียว คล้ายกับว่าความสนใจทั้งหมดย้ายมาที่มนุษย์พันธุ์พิเศษตรงหน้า จ้องจนกวินทร์เองยังรู้สึกกระดากเอง เขาพอจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองทำเรื่องที่โง่มากๆ ลงไป เอาตัวเข้ามาขวางตอนปีศาจจะตีกันเนี่ยนะ? ถ้ารอบนี้ตายอีกโรซาเรียจะชุบเขาขึ้นมารึเปล่า...

"เป็นแค่มนุษย์อย่ามาเหลิงให้มากนัก"

กฤษณะว่าพลางจับมือของกวินทร์มาพลิกดู เห็นได้ชัดว่าในขณะที่ปีศาจทั้งหลายใช้พลังในการถางต้นไม้อย่างง่ายดาย มนุษย์คนนี้กลับพยายามช่วยทุ่นแรงด้วยการใช้ขวาน ถึงจะมีร่างกายใหญ่โตเหมือนพวกที่ทำงานใช้แรงได้สบายๆ ทว่าต้องคอยห้ามพวกเขาแล้วก็ช่วยงานไปพร้อมๆ กัน มือที่ไม่คุ้นกับงานตัดไม้ก็เลยเต็มไปด้วยแผลไม่น่าดู

แน่นอนว่าแผลเหล่านี้ถูกซ่อนไว้อย่างดีมาตลอด โนอาห์ถึงได้ไม่รู้เลยสักนิด 

"ถ้าเจ้าเกิดเลือดออกขึ้นมาพวกรุ่นน้องที่ความอดทนต่ำจะเสียสมาธิ อยู่นี่ไปก็ทำประโยชน์อะไรไม่ได้หรอก"

พูดไปกฤษณะก็ชี้นิ้วไปที่ป่าด้านข้าง เขารวบรวมพลังมืดสีดำเอาไว้และปล่อยออกไป พริบตาเดียวต้นไม้นับสิบต้นก็ถูกตัดจนเหลือแต่ตอ แสดงให้เห็นชัดๆ เลยว่าแม้กวินทร์จะไม่ช่วยงานนี้พวกเขาก็ทำมันได้สบายๆ

สิ่งที่พี่เลี้ยงตัวโตเกลียดที่สุดคือการรู้สึกว่าตนเองนั้นไร้ประโยชน์ กฤษณะที่รับรู้ถึงจุดอ่อนนี้จงใจโจมตีกวินทร์ให้สิ้นหวัง...อย่างนั้นหรือ? 

"ขอบคุณนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะไปพักแล้วก็ชงชามาให้แทนก็แล้วกัน"

แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บใจมากแต่กวินทร์ก็ไม่คิดจะโวยวาย คนโตๆ กันแล้วนี่นะ อีกทั้ง...พอมองไปรอบ ก็มีปีศาจหลายตนที่แอบหัวเราะเขาอยู่ ท่าทางที่เขาคิดว่าตัวเองช่วยงานได้ดีคงจะเป็นการคิดไปเองเสียมากกว่า พวกนั้นรู้มาตลอดว่าสิ่งที่เขาทำมันเสียเวลาเปล่า กระนั้นก็ไม่ห้ามปรามเพราะเห็นความพยายามของเขาเป็นเรื่องน่าขัน

ส่วนโนอาห์...กวินทร์เชื่อว่าเด็กหนุ่มไม่ได้คิดร้ายเลย ที่ไม่พูดอะไรเหมือนคนอื่นก็เพราะอยากให้เขามีอะไรทำขณะอยู่ใกล้ๆ หงุดหงิดแค่ไหนก็ทนไว้ก่อน เอาไว้กลับไปที่ห้องแล้วค่อยจับเข่าคุยกับโนอาห์อย่างจริงจังก็แล้วกัน กวินทร์ยิ้มตอบให้กฤษณะจนเจ้าตัวผิดคาด 

ก็ยังมีแววตาเจ็บปวดอยู่ทว่าเลือกที่จะไม่แสดงออกอย่างไร้สติอย่างนั้นหรือ...

"นี่เจ้าน่ะ"

"ครับ?"

ก็เขาจะรีบไปไกลๆ ตามที่ต้องการแล้วนี่ไง ยังจะมาเรียกมารั้งเอาไว้ทำไมอีก ในใจด่ากฤษณะไปแล้วว่าเจ้าตัวเป็นพวกใจทมิฬหินชาติชอบปากเสีย ที่เรียกไว้คงเพราะจะด่าเขาซ้ำโนอาห์จะได้หัวเสียกว่าเดิมสินะ แต่สิ่งที่กวินทร์คิดไว้ว่าจะโดนมันไม่เกิดขึ้น กฤษณะเรียกเขาไว้แล้วก็หยิบถุงมือคู่นึงออกมาจากกระเป๋ากางเกง

"หลังชงชาเสร็จแล้วถ้ายังอยากผลาญเวลาเล่นอีกก็สวมถุงมือแล้วไปขุดตอไม้พวกนั้นก็แล้วกัน"

"ไม่ต้องพูดขนาดนั้น...หืม?"

ก่อนจะหลุดอารมณ์เสียใส่ปีศาจเสือชายหนุ่มก็สังเกตเห็นบางอย่าง เขามองที่ถุงมือที่เพิ่งโดนยัดเยียดมาให้ ถุงมือคู่นี้มีขนาดพอดีมือเขาเลย ต้องบอกกว่าว่าถึงกฤษณะกับเขาจะตัวพอๆ กันแต่อีกฝ่ายสูงกว่าเล็กน้อย เรื่องมวลกล้ามเนื้อเองก็กินขาด ไม่มีทางที่เขาจะสวมถุงมือของกฤษณะได้พอดีแน่นอน จะว่าไป...กวินทร์มองไปทางตอไม้ที่อีกฝ่ายบอกให้เขาไปถอนเล่นหลังจากชงชา

ตอไม้พวกนั้นอยู่ห่างจากพวกปีศาจตนอื่นที่ถูกเรียกมาช่วยงาน ถ้าเข้าไปทำงานตรงนั้นจะอยู่ในพื้นที่สายตาของโนอาห์กับกฤษณะพอดี อีกทั้งจะไม่มีใครมายุ่งกับเขาอีกด้วย

ก็ไม่ได้อยากมองโลกในแง่ดีเกินไปหรอกนะ แต่นี่กฤษณะกำลังช่วยเขาอยู่ใช่รึเปล่า?

"...ขอบคุณนะครับ"

โนอาห์ที่เมื่อครู่กับลงส่งสายตาอำมหิตใส่รุ่นพี่แทบจะอ้าปากค้าง นี่พี่เลี้ยงของเขาเพิ่งจะเอ่ยอะไรออกมาน่ะ ขอบคุณเจ้าเสือดำที่ปากไม่เคยพูดจาดีๆ กับชาวบ้านเนี่ยนะ นี่จิตวิญญาณที่รักความเจ็บปวดของกวินทร์มันตื่นขึ้นมาแล้วหรือ!

"นะ นี่เจ้าขอบคุณคนแบบนี้เนี่ยนะ? ถ้าเจ้าไม่สบายเราพาไปนอนก่อนก็ได้..."

พาไปนอนแล้วจะได้คุยเรื่องเตรียมไปดูสัตว์ปีศาจวันพรุ่งนี้...และเรื่องมือที่ยับเยินนั่นด้วย การที่กวินทร์ปิดเรื่องบาดแผลไม่ยอมบอกเขาทำเอาเคืองจริงๆ นะ ทางเขายังสัญญาไปแล้วว่าจะไม่โกหกอีกฝ่าย แต่คนที่เรียกร้องให้เขาจริงใจดันมาปิดบังเสียเอง จะเพราะกลัวเขาเป็นห่วงหรืออะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ถ้ากวินทร์บาดเจ็บหรือไม่สบายใจเขาก็อยากให้อีกฝ่ายบอกเขาบ้าง 

ฝ่ายนึงอยากจะพึ่งตัวเองให้ได้ อีกฝ่ายกลับอยากให้พึ่งพา เป็นความสัมพันธ์ที่น่าปวดหัวดีแท้ เรื่องนี้หากมีเวลามากพอมันก็คงแก้ไขได้ไม่ยาก กระนั้นที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน กฤษณะนั้นหลังจากถูกกวินทร์ขอบคุณอย่างจริงใจ ตัวเขาก็เกิดความสนใจในตัวมนุษย์พันธุ์พิเศษขึ้นมา 

นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาพบคนที่อ่านการกระทำของเขาออก เพราะสวมหน้ากากทำให้ผู้คนไม่เห็นสีหน้า อีกทั้งเวลาปกติเขายังไม่เสวนากับใครมากนัก ยิ่งมีเรื่องนิสัยของปีศาจเสือที่ผู้คนชอบเหมารวมว่าเป็นตัวขวางโลก ส่วนใหญ่พอกฤษณะช่วยอะไรก็ชอบตัดสินเอาว่าเขาจงใจหาเรื่องตลอด 

ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่ดูออกแต่เป็นมนุษย์คนนี้ที่ดูออก

"หึ"

เสียงหัวเราะที่แทบทุกคนเพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรกนับเป็นสัญญาณ สัญญาณที่ว่าหลังจากนี้ศึกระหว่างหมาป่าและเสือจะดุเดือดยิ่งกว่านี้ และเป้าหมายของทั้งคู่...ก็คือมนุษย์ลุงที่เสน่ห์แรงแต่ไม่รู้ตัวนั่นเอง!

-ติดตามตอนต่อไป-  

ความคิดเห็น