email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 159

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2564 20:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12
แบบอักษร

ตอนที่ 12

“ พี่ธีร์หยิบหมูให้หนูหน่อยสิคะ”

“...” ธีร์เอื้อมไปหยิบจานหมูข้างหน้าตนนั้นมาให้

“พี่ธีร์หยิบผักบุ้งให้หนูหน่อยสิ”

“...!” ผักบุ้งตรงหน้าธีร์ถูกยื้นมาให้คนตัวเล็กที่เอ่ยปากขอ

“ พี่ธีร์ หนูอยากกินเป็ด คีบให้หนูหน่อย”

“ ...!!” ธีร์วางช้อนแล้ว หยิบตะเกีบไปคีบเป็ดมาใส่จานคนข้างๆ

“ พี่ธะ...”

“ นี้!! มานั่งแทนที่ฉันมั้ย!” ธีร์ที่ทนไม่ไหวเพราะเริ่มจะรำคาญคนข้างๆเพราะดาวเหนือนั้นใช้ให้เขาหยิบนู้นหยิบนี้ตลอด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของดาวเหนืออะคืออะไร ถึงหน้าตาจะดีรูปร่างจะดีแต่เขาไม่ชอบเด็กนิสัยแบบนี้ รุกผู้ชายก่อนมีที่ไหน

“ เอ่อ ก็หนูหยิบไม่ถึง” ดาวเหนือก้มหน้าตอบเพราะเขาก็เสียหน้ามาก ขึ้นชื่อว่าดาวเหนือไม่เคยมีใครปฏิเสธเขา เขาอ่อยนิดอ่อยหน่อยก็ตามติดเขาแจละ แต่นี้ทำไม ทำไมธีร์ถึงไม่ตกหลุมพรางของเขา!

“ เอ่อ พี่ธีร์คะ คือ อย่าดุเพื่อนหนูเลยนะคะ ไอ้เหนือมันก็เป็นแบบนี้ละค่ะ” หัวแหวนที่เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศไม่ค่อยจะดีละเลยพูดขึ้นเผื่อว่ามันจะดีขึ้น

“ ไม่เป็นไรหรอกหัวแหวน พี่เข้าใจ คนแบบนี้ก็จะนิสัยแบบนี้แหละ” ธีร์จิกกัดดาวเหนือกลายๆ

“ พี่ธีร์!!” ดาวเหนือหันมาเรียกธีร์เสียงดัง แต่ธีร์มันก็ลอยหน้าลอยตาเอาหมูลงลวกในหม้อต่อไม่สนใจ

“ ธีร์มึงก็ มาๆ เราหยิบไรไม่ถึงบอกพี่ เดะพี่หยิบให้” เลิฟที่รู้นิสัยเพื่อนเขาดีว่าถ้ามันได้เริ่มไม่ชอบใครเข้าแล้วเนี้ย มันจะจิกกัดอย่างนั้นไม่เลิก นิสัยคือผู้หญิงมาก

“ ค่ะ” ดาวเหนือยิ้มตอบรับเลิฟไป แต่ก็ไม่วายจะหันไม่มองธีร์ที่ไม่สนใจเขา คอยดูเถอะ จะทำให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลย รู้จักไอ้ดาวเหนือน้อยไปซะแล้ว

 

เมื่อทั้งสี่คนได้อิ่มท้องกันแล้วและแน่นอนว่ามื้อนี้เลิฟเป็นคนจ่ายพอเครียค่าอาหารเสร็จก็เลยออกมาเดินย่อยกันแต่เลิฟกับธีร์ก็ปฏิเสธเพราะว่าจะคุยธุระส่วนตัวให้สองสาวได้เดินขึ้นของกันอีกซักหน่อย เลิฟก็ไม่วายที่จะเอาเงินสดยัดใส่มือของหัวแหวนไปด้วย แต่เมื่อหัวแหวนปฏิเสธเลิฟก็ทำหน้าตาดุเหมือนเดิมจนหัวแหวนต้องแก้เผ็ดที่ชอบให้ตังเขาใช้เปล่าประโยชน์

“ อยากให้หนูใช้ตังพี่เลิฟมากใช่มั้ยคะ”

“ ...”

“ งั้นเอามาอีก ห้าพัน แค่ห้าพันมันจะไปพออะไร” หัวแหวนแบมือไปตรงหน้าของเลิฟอย่างไม่เกรงกลัว

“ หึ” เลิฟที่เห็นแบบนั้นก็นึกขำ คิดว่าเขาไม่กล้าให้หรือยังไง

“ พะ พี่เลิฟ” เป็นหัวแหวนเองที่อึ้งเพราะไม่คิดว่าเลิฟนั้นจะให้ตนเป็นหมื่นขนาดนี้

“ ไปได้ละ ฉันให้เวลาถึง หกโมง” เลิฟก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือพร้อมกับบอกเวลาที่หัวแหวนควรจะมาเจอเขา

“ หึ ใช้ให้หมดเลยนะหัวแหวน อย่าให้เหลือ” ธีร์ที่เห็นว่าเพื่อนตนนั้นเปย์เด็กตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะยุให้หัวแหวนใช้ตังให้หมด

“ ค่ะ หนูไปก่อนนะคะ” หัวแหวนตอบรับธีร์ไปแล้วเดินไปทางเพื่อนตนที่ยืนรออยู่ไม่ห่าง

 

“ แหม เปย์จังเลยนะผัว... พี่มึงเนี้ย” ดาวเหนือที่เห็นแบบนั้นก็อดแซวไม่ได้ แต่คำที่ใช่เรียกแทนเลิฟนั้นเหมือนดาวเหนือจะตั้งใจพูด แต่ก็โดนเพื่อนตัวเล็กมองเหมือนจะกินหัวก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที

“ ปะ ไปกัน กูอยากทำเล็บวะ” หัวแหวนจูงเพื่อนข้างกายให้เดินไปทางร้านทำเล็บที่เคยเดินผ่าน แต่ก็ต้องหยุดเพราะเพื่อนตัวดีนั้นพูดออกมาประโยกนึง

“ กูอยากได้พี่ธีร์วะ” คำพูดสั้นๆที่ออกมาจากปากของดาวเหนือทำเอาเพื่อนอย่างหัวแหวนอึ้งไปเลย แต่ก็ได้แปบเดียวเพราะปกติเพื่อนตนก็มักจะพูดลักษณะนี้อยู่แล้ว

“ ได้แบบไหน แค่คุยหรืออยากได้เลย” หัวแหวนถามต่อ

“ ได้มาเป็นผัวเลยอะ” แต่คำตอบที่ดาวเหนือตอนนั้นทำเอาคนเป็นเพื่อนถึงกับไปไม่เป็น

“ อิห่า เป็นผัวเลยงี้”

“ เออ แบบกูยอมเสียซิงให้เลย คนนี้กูยอมมม กูอยากได้เขาอะมึงง ช่วยกูนะ กูอยากได้เขา” ดาวเหนือกอดแขนเพื่อนรักพร้อมกับทำหน้าตาเว้าวอนอย่างสุดใจ แต่หัวแหวนนั้นก็ได้แต่อึ้งเพราะปกติดาวเหนือไม่ได้อยากเสียซิงให้ใครง่ายๆ มีแฟนมาก็หลายคน แต่ไม่เคยมีใครได้แตะอั๋งดาวเหนือซักคน อย่างมากก็แค่จับมือ เพราะดาวเหนือมีชั้นเชิงในการหลบหลีกการถูกลวนลามจาะเหล่าแฟนๆที่เคยคบมา

“ เออๆ แต่กูไม่รู้นะว่าพี่เขามีแฟนยัง”

“ มึงก็ช่วยถามให้กูหน่อย กูอยากได้จริงๆนะคนเนี้ย กูยอมเลย” ดาวเหนือก็ยังยืนยันว่าจะเอาคนนี้ให้ได้

“ เออออออ อิห่า ไปได้ยัง เวลายิ่งมีน้อยอยู่” หัวแหวนก้มมองเวลาในโทรศัพท์ก็เห็นว่ามันจะ 5 โมงเย็นแล้ว แต่เลิฟบอกให้ตนนั้นไปหาต้อน 6 โมง ชั่วโมงเดียวจะมีเวลาทำอะไรได้เล่าเนี้ย

“ ปะๆ ทำเล็บใช่มะ ทำผมต่อเลยมั้ยกูอยากเปลี่ยนลุก”

“ เออ!”

 

 ทั้งสองเดินมายังร้านทำเล็บที่เล็งเอาไว้ และก็ถือว่าโชคดีที่ภายในร้านไม่มีลูกค้าอยู่เลย เมื่อทั้งสองคนเดินเข้าไปก็ได้คิวในการทำเล็บทันที หัวแหวนเลือกเป็นลายขาวดำตัดกันทำให้ใช้เวลาไม่นานแต่ก็เกือบชั่วโมงอยู่เหมือนกัน แต่เพื่อนตนนั้นเอาลายคล้ายๆหยดน้ำแต่สีไม่ซ้ำกันเลย เรียกง่ายๆก็คือสีรุ่งนั้นแหละ เลยใช้เวลาในการทำนานกว่าของเขา หัวแหวนที่เกือบจะเสร็จแล้วก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาทันที ไม่ต้องเดาก็น่าจะรู้ว่าเป็นใคร

“ อยู่ไหน นี้มันกี่โมงละ ฉันบอกไว้ว่ายังไง” เสียงปลายสายที่เปล่งถามขึ้นมาอย่างนิ่งๆ แต่ในความนิ่งนั้นก็แฝงไปด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีอยู่ด้วย ทำให้หัวแหวนต้องรีบตอบกลับอย่างเร็วกลัวว่าคนปลายสายจะโมโหอีก

“ หนูอยู่ร้านทำเล็บ ไอ้ดาวเหนือมันยังไม่เสร็จ พี่เลิฟรอแปบนึงได้มั้ยคะ” หัวแหวนหันไปดูเพื่อนข้างๆว่าทำเล็บถึงไหนแล้ว และก็เป็นไปได้สวยเพราะพี่ช่างทำเล็บได้เพ้นส์เล็บสุดท้ายเสร็จแล้ว และก็เหลือแค่อบแล้วทาเคลือบอีกรอบก็เสร็จ

“ อยู่ตรงไหน” เลิฟถามกลับมานิ่งๆ จนคนโดนถามเลิกลักเพราะคิดว่าเลิฟน่าจะเดินมาหาตนเป็นแน่ และถ้าเดินมาเลิฟต้องโมโหตนแน่ๆ

“ เอ่อ แปบเดะ...” หัวแหวนพยายามจะบอกว่าอีกแปบเดียวเขาก็จะเสร็จแล้วแต่ปลายสายก็เอ่ยขัดขึ้นทั้งๆที่หัวแหวนยังพูดไม่ทันจบ

“ ตรงไหน!” เสียงที่เริ่มดุขึ้นเมื่อหัวแหวนไม่ยอมตอบตรงๆ

“ ระ ร้านทำเล็บ” หัวแหวนที่ตกใจเสียงเลิฟจึงตอบไปอย่างไม่คิด และก็เป็นอย่างที่หัวแหวนนึกเลยเมื่อตอบเสร็จ

“ ชั้นไหนละ!!”

“ ชั้น 4 ข้างๆกะ...ตู๊ดๆๆ” สายที่ตัดไปโดยอีกคนทำให้หัวแหวนหน้าซีดลงเพราะดูจากน้ำเสียงของเลิฟแล้ว น่าจะโดนดุอีกตามเคย

“ พี่เลิฟหรอมึง” ดาวเหนือเห็นว่าเพื่อนตนนิ่งไปก็เอ่ยถาม

“ อืออ”

“อ่ออ”

.

.

.

“มึงงงงงง ฮือออออ กูต้องโดนดุอีกแน่เลยอะมึงงงงง” หัวแหวนที่นิ่งไปก่อนที่จะแหกปากลั่นจนคนในร้านหันมามอง

“ ไอ้แหวนมึง! เงียบๆ!! มึงจะตะโกนทำห่าอะไรวะ คนมองกันหมดแล้วเนี้ย” ดาวเหนือเอามือมาปิดปากเพื่อนตัวดีที่ร้องลั่นร้านไม่อายคนเขาบ้าง แต่หัวแหวนก็ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้ ดาวเหนือจึงเอามือออก

“ ช่วยกูด้วยนะมึง” หัวแหวนคว้าแขนเพื่อนรักมาเกี่ยวไว้พร้อมกันขอร้องให้เพื่อนตนนั้นช่วย

“ ช่วยไรมึง ละปล่อยมือกูด้วย เล็บกูยังไม่แห้งดี เดะพัง”

“ มึงก็ห่วงแต่เล็บอะไม่ห่วงสุขภาพร่างกายและจิตใจกูเลย” หัวแหวนโอดโอยใสเพื่อนของตน ดาวเหนือที่ยังไม่เข้าใจก็ทำหน้างง

“ ห่วงสุขภาพอะไรวะ มึงก็ไม่ได้เป็นอะไรนิ” ดาวเหนือคนซื่อถามเพื่อนรักออกไป สีหน้าบ่งบอกว่าสงสัยมากเพราะหัวแหวนก็ดูปกติดี

“ สัส ไม่ใช่แบบนั้น คือว่า นี้มันกี่โมงแล้ว 6โมงใช่มั้ย แล้วตอนแรกกูบอกมึงว่าไง อิพี่เลิฟมันบอกให้กูไปหามัน 6โมงงง แล้วกูต้องรอมึงทำเล็บเนี้ย แล้วตอนนี้พี่มันก็กำลังมาหากูเป็นที่เรียบร้อยละ มึงงงง กูตายแน่” หัวแหวนทำหน้าตาเหมือนกำลังจะถูกเฉือด ดาวเหนือที่กำลังจะเสริมทัพแต่สายตาดันไปเห็นว่าเลิฟนั้นได้มายืนอยู่ข้างหลังหัวแหวนเป็นที่เรีบร้อยแล้ว และดูทรงน่าจะมายืนอยู่นานแล้วแหละ ทำไมไอ้เพื่อนตัวดีของเขาไม่รู้สึกว่ามีคนยืนอยู่ข้างหลังบ้างวะห้ะ แถมมันยังไม่หยุดบ่นอีกนะ

“ ตายแน่ๆ งานนี้กูไม่ขอหารนะ” ดาวเหนือพูดไปสายตาก็เงยหน้าไปมองเลิฟตามไปด้วย ส่งสายตาอ้อนวอนว่าเขาไม่เกี่ยวนะ เขายังไม่ได้ว่าอะไรเลยด้วยซ้ำ

“ เออดิ ตายแน่ๆ มึงรู้มั้ย อิพี่เลิฟเนี้ยนะ แม่ง ดุกูตลอดเลย ชอบสั่งนู้นสั่งนี้นะมึง กูเนี้ยยยไม่ทำก็ไม่ได้เดะพี่มันไม่พอใจอารมณ์เสียใส่กูอี๊กก” หัวแหวนที่ยังไม่รู้ตัวก็ยังบ่นไม่หยุด จนเสียงๆนึงเอ่ยขึ้นทำเอาหัวแหวนนิ่งค้างไปเลย

“ เรียกฉันว่ามันนะ คิดดีแล้วหรอ”

“ พะ พี่เลิฟ ม..มาตั้งแต่ เมื่อไหร่คะ” หัวแหวนรีบหันไปข้างหลังทันที ก็เจอเข้ากับเลิฟที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆกันมีธีร์ที่ยืนขำอยุู่ จะขำอะไรเนี้ยย คนกำลังแย่อยู่นะเนี้ยย ละเพื่อนตัวดีก็นั่งทำหน้าเหมือนขอโทษที่บอกไม่ทัน

“ ตั้งแต่เธอด่าฉันประโยคแรก”

“ เอ่อ...คือ หนู” หัวแหวนที่ไปไม่เป็นได้แต่อ้ำอึ้ง จนต้องเป็นธีร์อีกแหละที่มาห้ามศึกครั้งนี้ไว้

“ เอ้าหน่ามึง น้องมันก็พูดความจริงป่าววะ มึงอะรับไม่ได้เอง เนาะ หัวแหวน” ธีร์เดินเข้าไปยืนข้างหัวแหวนเหมือนจะบอกกลายๆว่าหัวแหวนไม่ผิด

“ เนาะพี่ธีร์” หัวแหวนที่เห็นว่ามีธีร์อยู่ฝั่งเขาก็เริ่มจะกลับมาเก่งเหมือนเดิม แต่ก็ได้แค่แปบเดียวเพระเลิฟนั้นมองดุๆไปให้

“ พี่ธีร์ พี่เลิฟจะว่าหนูอีกแล้วอะ” ได้ทีหัวแหวนก็ฟ้องธีร์ทันทีเพราะธีร์น่าจะเข้าข้างตนแน่

“ หัวแหวน” เลิฟที่เห็นดังนั้นจึงเรียกชื่อคนตัวเล็กเสียงเรียบประมาณว่ากล้าฟ้องไอ้ธีร์มันหรอ

“ มึงก็ ดุน้องมันอยู่ได้”

“ ก็มีมึงให้ท้ายมันอย่างนี้ไง มันเลยเสียนิสัย” เลิฟว่าอย่างเอือมๆ

“ หนูไม่เสียนิสัยนะ!” หัวแหวนทนไม่ไหวที่เลิฟว่าตน เลยลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาเลิฟพร้อมกับพูดตอบด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีนัก

“ หึ นี้นะหรอไม่เสีย” เลิฟก็ไม่ใช่ย้อย ต่อปากต่อคำกับหัวแหวนไปมาจนเป็นดาวเหนือเองที่ต้องเอ่ยขัดขึ้นเพราะเกรงว่ามันจะใหญ่โตไปมากกว่านี้

“ เอ่ออ คือ พี่เลิฟกับพี่ธีร์ออกไปหน้าร้านก่อนมั้ยคะ คือว่าให้พวกหนูไปจ่ายตังก่อน แล้วค่อยไปเครียกันหน้าร้านเนาะ ตรงนี้น่าจะไม่เหมาะเท่าไหร่” ดาวเหนือสงสายตาอ้อนวอนให้ธีร์ช่วยตนด้วยเพราะถ้าเกิดเลิฟและหัวแหวนทะเลาะกันภายในร้านอาจจะอายคนเขาได้นะ

“ ไปมึงง ไปจ่ายตังง อิห่า มึงก็ไม่ต้องเถียงพี่เขาเนี้ยจะตายหรือยังไงห้ะ” ดาวเหนือที่เห็นว่าเลิฟกับธีร์เดออกไปรอหน้าร้านแล้วก็ดึงแขนหัวแหวนให้ไปจ่ายตังที่เคาว์เตอร์ แต่ก็ไม่วายที่จะว่าเพื่อนตนไปด้วย

“ ก็มึงดูพี่เลิฟมันดิ กูไม่ได้นิสัยเสียนะเว้ย” หัวแหวนที่ไม่เคยยอมใครก็เถียงเพื่อนกลับเพราะตนนั้นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เลิฟบอก

“ มึงก็ไม่ต้องไปเถียงเขา อิพี่ธีร์นี้ก็ด้วย เข้าข้างมึงอย่างกับอะไรดี” ดาวเหนือไม่วายที่จะแหน็บธีร์ด้วยเพราะความหมั่นไส้ล้วนๆ แหมที่กับเขานี้ไม่อยากจะคุยด้วยพอกับหัวแหวนนี้โอ้ขนาด

“ นี้มึงข้างใครเนี้ยห้ะ”

“ ไม่ข้างใครทั้งนั้นแหละ มึงนี้ก็ นิสัยอย่างกับเด็กๆ”

“ ไอ้เหนือ! เดะเถอะมึง”

“หึ พี่คะค่าทำเล็บหนูเท่าไหร่คะ” ดาวเหนือเลือกที่จะเมินคำด่าของเพื่อนแล้วหันไปถามพี่พนักงานแทน

“ ของน้องเพ้นส์หยดน้ำสีรุ่งนะคะ ทั้งหมด1500บาทค่ะ” พนักงานบอกพร้อมกับยื่นบิลมาให้ ดาวเหนือที่กำลังจะหยิบตังออกมาแต่ก็ต้องหยุดเพราะไอ้เพื่อนข้างๆมันบอก

“ มึงไม่ต้อง เดะกูออกให้ พี่คิดรวมเลยค่ะ ของหนูกับของมันเนี้ย” หัวแหวนที่นึกขึ้นได้ว่าเลิฟนั้นให้ตังตนมาใช้ แต่เขายังไม่ใช้เลย หึ คราวนี้แหละจะใช้ให้หมด ว่าเขาดีนัก

“หึ ตังตัวเองก็ไม่ใช่” เสียงเล็กจิกกัดเพื่อนข้างกายเพราะหัวแหวนใช้เงินของเลิฟอย่างกับใช้เงินตัวเอง

“ เขาให้กูแล้วเถอะ คอยดูกูจะใช้ให้หมดเลย”

“ ทั้งหมด 2500 บาทค่ะ”

“ อะนี้ค่ะ ไม่ต้องทอนนะคะ” หัวแหวนยืนแบงค์พันสามใบไปให้พนักงาน แถมยังบอกอีกว่าไม่ต้องทอน

“ อิห่า ตั้ง 500เลยนะมึงง ไม่เอาหน่อยหรอ” ดาวเหนือที่เป็นคนขี้งกอยู่พอตัวก็รู้สึกเสียงดายแทนแต่มีหรือว่าหัวแหวนจะฟัง ถ้าได้อยากทำอะไรแล้วใครก็ห้ามไม่ได้

“ มึง เย็นนี้แดกเหล้ากัน กูเลี้ยง”

“ อิสัส มึงเอาตังเขามาใช้ฟุ่มเฟือยแบบนี้ไม่ได้นะเว้ยย” ดาวเหนือหันไปด่าเพื่อนข้างตัวอีกที เพราะหัวแหวนเริ่มที่จะเอาแต่ใจขึ้นมาแล้ว ปกติมันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก แต่ถ้าโดนขัดใจหรืออะไรที่มันไม่ผิดแล้วมีคนบอกว่ามันผิด คนอย่างหัวแหวนเนี้ย ไม่ยอมแน่ๆ

“ จะไปไม่ไป” หัวแหวนไม่ได้ฟังคำที่เพื่อนบอกเลย เพราะในใจคืออยากจะทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้นิสัยเสีย แต่ถ้าเลิฟอยากให้เขานิสัยเสียมากนักก็ได้ เขาจะทำให้ดู

“ มึงแม่ง ถ้าโดนด่ากูไม่เกี่ยวนะเว้ย” ดาวเหนือรีบพูดดักไว้ก่อนเพราะคิดว่าคืนนี้ไม่น่าจะได้กินเหล้าแบบเงียบสงบแน่ๆ

“ เออ ไปเลยมั้ย” หัวแหวนถามขึ้นแต่คนข้างๆนี้คือไม่เห็นด้วยสุดๆ

“ มึงกลับไปกับพี่เลิฟก่อนดีกว่ามั้ย แล้วซัก สามทุ่มค่อยออกมา” ดาวเหนือเสนอแนวทางให้หัวแหวน คนตัวเล็กทำท่าคิดอยู่นานจนพยักหน้าตกลง แล้วทั้งสองก็เดินออกจากร้านทำเล็บเพื่อไปหาทั้งสองคนที่ยืนคุยกันอยู่หน้าร้าน

“ เราจะกลับเลยมั้ย หรือหาไรกินก่อน” เป็นธีร์ที่เริ่มบทสนทนาก่อนเพราะถ้าให้ไอ้เพื่อนตัวดีถามคงพรุ่งนี้เช้าอะก็ดูมันมองหัวแหวนสิ ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะไปหาเรื่องน้องมันทำไม น้องมันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดขนาดนั้นซะหน่อย

“ กลับเลยดีกว่า หนูอยากพักแล้วอะ” หัวแหวนตอบพร้อมกับหันไปลาเพื่อนไม่วายส่งสายตาเหมือนไว้เจอกันอีกแต่เลิฟที่ยืนอยู่ข้างธีร์จึงไม่เห็นหน้าคนตัวเล็ก

“ งั้นพี่ไปก่อนนะหัวแหวน ไว้เจอกันที่ทำงานนะ กูไปก่อนนะมึง” ธีร์กล่าวลาหัวแหวนเสร็จก็หันไปลาเพื่อนสนิท หัวแหวนที่เห็นว่าธีร์จะไปแล้วก็ยกมือไหว้พร้อมกับเพื่อนข้างกายที่รอเลยว่าธีร์จะบอกลาตนบ้าง แต่ก็แห้วเพราะธีร์นั้นไม่ได้มองดาวเหนือเลย ทำให้ดาวเหนือหน้าจ๋อยลงแล้วหันไปบอกเพื่อนว่าไว้เจอกันแล้วก็เดินออกไป

  และที่ตรงนี้ก็เหลือแต่เลิฟกับหัวแหวนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคุยกัน จนเป็นหัวแหวนเองที่ต้องเริ่มถามเพราะถ้าเขาไม่เริ่มคาดว่าทั้งคืนก็ยังไม่ได้ไปไหน

“ ไปกันได้ยังคะ” เสียงที่เรียบนิ่งเอ่ยถามคนข้างหลัง เลิฟไม่ตอบแต่กลับเดินนำหน้าไปทางประตูทางออกทันที หัวแหวนที่เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจแรงๆด้วยความหงุดหงิด

  เมื่อทั้งสองเข้ามายังภายในรถก็ต่างคนต่างเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย หัวแหวนก็เงียบส่วนเลิฟนั้น อย่าไปพูดถึง ปกติก็เงียบอยู่แล้ว ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรกว่าจะถึงคอนโดเลิฟ ด้วยระยะทางที่ค่อยข้างไกลบวกกับรถที่ติดทำให้ใช้เวลานานกว่าตอนขาไป และก็ตามคาดทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันเลย เมื่อถึงคอนโดเลิฟก็เดินนำไปก่อน หัวแหวนที่เดินตามไปอย่างเงียบๆ ก็พึ่งนึกได้ว่าเสื้อผ้าที่ซื้อมานั้นเลิฟเป็นคนถือให้ตั้งแต่ออกจากร้านเลย และตอนนี้ก็เป็นเช่นกัน เลิฟถือลงจากรถมาให้

‘ก็ดีอยุ่หรอก แต่ชอบว่าอะ’ หัวแหวนคิดในใจว่าถ้าเลิฟไม่ว่าเขาไม่ดุเขานะ จะดีมากเลย ดีหมดทุกอย่าง แต่ชอบว่านี้แหละทำให้หัวแหวนไม่ชอบ เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย อย่างตอนที่เลิฟบอกให้ตนรอ ตนก็รอแล้วไง แต่แค่เดินไปดูของร้านข้างๆเองอะ แล้วไอ้ป้ายนี้ก็ด้วย ตอนแรกมันไม่มีอะ เขาก็ไม่ได้ระวังมั้ย ใครจะไปรู้หละ ละมาว่าว่าเขานิสัยเสีย เขาเนี้ยนะนิสัยเสีย ไม่จริงอะ เขาคนดีจะตายไป แต่อยากให้นิสัยเสียมากใช่มั้ย เดะจะทำให้ดูว่าไอ้หัวแหวนเวอร์ชั่นนิสัยเสียอะเป็นยังไง

“ เอาไป” หัวแหวนที่คิดเรื่องของเลิฟเพลินจนไม่รู้เลยว่าตนนั้นได้เดินตามเลิฟเข้ามาในห้องแล้ว แต่คนตรงหน้าก็ยื่นถุงเสื้อผ้าให้แล้วมองประมาณว่า เอาไปได้ละ ถือมาจนเมื่อยละ อะไรประมาณนั้น

“ ขอบคุณค่ะ” หัวแหวนรับมาถือ พร้อมกลับจะเดินกลับห้องแต่เสียงจากด้านหลังก็ดังขึ้น

“ ไม่หิวหรือไง” น้ำเสียงดุๆของเลิฟทำให้หัวแหวนน้อยใจเข้าไปใหญ่เพราะขนาดจะถามว่าเขาหิวมั้ยยังต้องใช้เสียงดุเลย หัวแหวนที่คิดแบบนั้นก็ตอบกลับไปว่า ไม่ ง่วงแล้วอยากนอน และก็เดินเข้าห้องไปเลย ทำให้เลิฟที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มหงุดหงิด คนเป็นห่วงกลัวว่าจะหิวละมาทำแบบนี้ เลิฟเลยเดินเข้าห้องของตนไป

“ มึง อย่าลืมนะเว้ย มารับกูด้วย” หัวแหวนพอเข้ามาในห้องก็กดเบอร์โทรหาเพื่อนรักทันที ไม่นานปลายสายก็รับพร้อมกับเปิดเฟสทาม

“ เออ แต่งตัวรอแล้วเนี้ยกูอะ” ดาวเหนือที่ถึงห้องก่อนก็กลับมาอาบน้ำแต่งตัว หัวแหวนเห็นว่าเพื่อนแต่งตัวแล้วก็จะไปอาบน้ำแต่งตัวบ้าง คอยดูนะ จะเมาให้สุดเลยคอยดู ครั้งที่แล้วเขายังไม่ถึงใจเลย เหอะ! ให้กินอะไร ค็อกเทล โถ่ๆ มันก็ได้เเต่หวานๆมันจะไปเมาอะไร อยางเขาต้องแบบเพียวๆถึงจะถึงใจจ

 

   21.00 น.

เวลาบนผนังห้องขึ้นเลข 21 แล้วแต่คนที่แต่งตัวเสร็จตั้งแต่ยังไม่สามทุ่มด้วยซ้ำ ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาเพื่อนสนิท

“ เอออ กูใกล้ถึงแล้ว แหมม จะให้กูเรทนิดเรทหน่อยไม่ได้เลยย” ปลายสายบ่นออกมาทั้งๆที่คนโทรไปยังไม่ได้พูดอะไรเลย

“ เดะกูลงไปรอข้างล่าง” หัวแหวนบอกและตัดสายเพื่อนสนิทไป พร้อมกับหยิบกระเป๋ามาถือแล้วเดินออกจากห้อง มองซ้ายมองขวาไม่เห็นเลิฟ เลยรีบๆเดินไปที่ประตูแล้วรีบเปิดออกและปิดลงให้เบาที่สุด หัวแหวนที่คิดว่ารอดแล้ว เลยรีบเดินลงมาข้างล่างทันที และเหมือนฟ้าเป็นใจเพราะพอลงมาถึงเพื่อนรักก็ขับรถมาจอดหน้าคอนโดอย่างทันทีเหมือนกัน

“ ปะ ไปกัน” หัวแหวนขึ้นมาบนรถพร้อมกับบอกให้เพื่อนออกรถทันที เพื่อนรักที่ทำหน้าที่คนขับก็ทำตามอย่างว่าง่าย ออกรถจากคอนโดเลิฟทันทีเหมือนกัน จริงๆไม่รู้ว่าทำตามที่เพื่อนบอกหรือว่ากลังใครจะลงมาเจอก็ไม่รู้

“ พี่เลิฟเขาจะไม่ไปแหกอกมึงใช่มั้ยไอ้แหวน” แต่ดาวเหนือก็ยังเป็นกังวลอยู่ดีเพราะว่าหัวแหวนน่าจะไม่ได้บอกเลิฟว่าจะไปกินเหล้าและดูทรงเหมือนจะย่องๆออกมาเฉยๆมากกว่า

“ มึงจะกลัวอะไร เขาเป็นแค่พี่กู ไม่ได้เป็นผัวกูซะหน่อย” หัวแหวนเอ่ยบอกอย่างท้าทาย เพราะถ้าเลิฟมาตามเขาจริงๆ เขาก็ไม่กลัวหรอกนะ คราวนี้เขาจะแสดงให้เห็นว่า ไอ้หัวแหวนคนเนี้ย จะไม่ยอมแล้ว

“ กูจะคอยดู ถ้ามึงได้เขาเป็นผัวเมื่อไหร่นะ กูจะขำให้ฟันล่วงเลย” ดาวเหนือขำเพื่อนตัวเองที่ทำท่าทำทางเก่ง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็กลัวเลิฟจนหัวหดเหมือนกัน

“ เป็นไปไม่ได้ พี่น้องที่ไหนเอากัน มึงบ้าปะ” หัวแหวนก็ยังยืนยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอนน

“ กูจะคอยดู มึงไม่เคยได้ยินหรือไง พี่น้อง...ท้องชนกันอะ” ดาวเหนือขยับเข้ามาใกล้ฟัวแหวนเพื่อที่จะพูดปะโยคสุดท้าย จนหัวแหวนต้องดันหัวเพื่อนตัวเองออกเพราะพูดอะไรไม่รู้ และหัวแหวนก็คิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

 

ทางฝั่งเลิฟ

เขาได้ยินแล้วแหละว่าหัวแหวนเปิดประตูออกมาจากห้อง และเหมือนจะเดินมาทางห้องเขา เลิฟคิดไว้อยู่แล้วว่าหัวแหวนต้องมาขอนอนด้วยแน่ ถ้าหัวแหวนมาขอนอนด้วยนะ เขาจะหาเรื่องแกล้งไอ้เด็กดื้อซะหน่อย เลิฟนอนรอฟังเสียงเคาะประตูแต่ก็นานแล้วไม่เห็นจะมี และเสียงเปิดปิดประตูห้องหัวแหวนก็ไม่มี ทำให้เลิฟต้องรีบลุกออกไปดูนอกห้อง แต่ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ ไฟข้างนอกก็ปิด เลิฟคิดว่าตนไม่หูฝาดแน่ หัวแหวนเปิดประตูห้องออกมาจริงๆ เขาจึงรีบเดินไปดูที่ห้องหัวแหวน บิดลูกบิดก็ล็อคอยู่ เขาจึงคิดว่าหัวแหวนอาจจะออกมาหาไรกินเพราะหิวแล้วรีบเดินเข้าห้องกลัวว่าจะเจอเขา

“ หึ เด็กน้อย” เลิฟที่นึกได้แบบนั้นก็ขำกับท่าทีของเด็กน้อยของเขา เลิฟเลือกที่จะเดินกลับเข้าห้อง แต่สายตาเจ้ากลับดันหันไปมองทางประตูเข้าห้อง มันขึ้นเครื่องหมายว่ายังไม่ได้ล็อก แต่ทั้งๆที่เขาล็อกมันแล้วตอนเข้ามา เลิฟที่คิดว่ามันผิดปกติแล้วจึงเดินเข้าไปดู และก็เป็นอย่างนั้น มันไม่ได้ล็อก

 เลิฟที่คิดไปต่างๆนาๆว่าหรือจะมีคนร้ายเข้ามา แต่ก็ไม่น่ะจะใช่เพราะความปลอดภัยของคอนโดที่เขาอยู่นี้คือดีสุดแล้ว แต่ทำไม เลิฟเมื่อนึกถึงหัวแหวน ก็เลยเดินไปเคาะประตูอยู่หลายทีแต่ไม่มีคนมาเปิด เลิฟจึงเดินกลับไปที่ห้องเพื่อที่จะไปเอากุญแจสำรองมาไข และก็เจอสิ่งไม่คาดคิด เพราะภายในห้องว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ ถุงเสื้อผ้าก็ยังวางอยู่ปลายเตียง เลิฟเดินเข้าไปดูอย่างร้อนใจเพราะหัวแหวนหายตัวไป ทั้งในห้องน้ำก็ไม่มี ทั้งห้องแต่งตัวก็ไม่มี เลิฟที่เริ่มคิดเรื่องร้ายๆที่จะเกิดกับหัวแหวนก็หยิบมือถือขึ้นมาหมายจะโทรหาแม่ของตนแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นถุงเสื้อผ้าถุงนึงที่มันถูกแกะออกมาแล้ว และเขาจำได้ดีว่าถุงนั้นมันเป็นเสื้อผ้าอะไร เขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนไปโทรหาธีร์แทน ทุกคนคงจะงงว่าทำไมไม่โทรหาเจ้าตัวเลย ก็เพราะไอ้เด็กดื้อมันไม่ยอมเอาโทรศัพท์ไปไง โทรศัพท์มันวางอยู่บนที่นอนเนี้ยยยย

“ ว่าไงมึง โทรหากูเนี้ยมีเรื่องตลอด” ธีร์ที่รับโทรศัพท์เอ่ยแซวเพื่อน แต่เมื่อเจอน้ำเสียงของเพื่อนไปก็แซวไม่ออกเลยทีเดียว

“ กูว่าหัวแหวนหนีกูเที่ยว” เสียงนิ่งๆของเลิฟนั้นบวกกับอารมณ์ที่หงุดหงิดทำให้ปลายสายต้องเลิกเล่นและเปลี่ยนมาใช้โหมดจริงจัง

“ น้องมันจะไปที่ไหนได้ละ มึงไม่ลองโทรหาน้องมันดู”

“ มันไม่เอาโทรศัพท์ไป”

“ เอ้า ละจะให้กูทำไง” ธีร์ถามอย่างอ่อนใจเพราะเขาก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไงแล้ว

“ ดาวเหนือมันให้เบอร์มึงไว้มั้ย” เลิฟถาม

“ ดาวเหนือไหนวะ” ธีร์ที่ไม่ได้จดจำชื่อของเพื่อนสนิทหัวแหวนก็ถามอย่าง งงๆ ว่าดาวเหนือคือใคร

“ เพื่อนหัวแหวนไง มึงจำไม่ได้หรอวะ!” เลิฟที่เริ่มจะหงุดหงิดแล้วเพราะเพื่อนตนนั้นไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลย

“ อ่ออ ชื่อดาวเหนือหรอกหรอ คิดว่าชื่อปลิงซะอีก”

“ ไอ้ธีร์” เมื่อเพื่อนเริ่มที่จะนอกเรื่อง เลิฟก็เลยเรียกชื่อธีร์นิ่ง ทำให้คนปลายสายต้องยอม

“ ให้มา เดะกูหาแปบ แต่เด็กห่าไร ให้เบอร์ผู้ชาย อ่อยซะกูเวทนาเลย คงอยากมากละมั้ง” ธีร์ที่ไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาเจอก็ทำเอาเขาไม่อยากจะยุ่งด้วย แต่เจ้าตัวนั้นยัดเยียดเบอร์มือถือให้เขา ถ้าเขาไม่เอา มันจะตะโกนบอกว่ารักเขาดังลั่นลานจอดรถ

“ เร็ว!!”

“ เออๆ น้องมึงไม่หายไปไหนหรอก รีบจริง” และเมื่อธีร์หาเจอก็บอกเบอร์ไป เมื่อเลิฟได้เบอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ตัดสายทันที

“ ฮะโหล สวัสดีค่ะ” เสียงเล็กดังมาจากปลายสาย

“ หัวแหวนอยู่ไหน” เลิฟเลือกที่จะไม่อ้อมค้อม ยิ่งคำถามทำเอาคนโดนถามถึงกับชะงัก

“ เอ่อ คุณเป็นใครคะ คือเราน่าจะ...” ดาวเหนือที่พอจะเริ่มจำเสียงได้แต่ต้องทำเป็นไม่รู้เพราะเขาไม่อยากโดนไปด้วยย ไอ้เพื่อนตัวดีก็ไม่ยอมเอาโทรศัพท์มาอีก

“ เธอน่าจะจำเสียงฉันได้นะดาวเหนือ”

“ แหะๆ คือ...มึงเดะกูมานะ...เออๆ รีบมา” ดาวเหนือที่ไม่รู้จะโกหกต่อยังไงเลยเลือกที่จะหันไปบอกเพื่อนว่าไปคุยโทรศัพท์แปบเดี๋ยวมา หัวแหวนก็ตอบรับพร้อมกับยกแก้วเหล้าเข้าปาก

“ คือพี่เลิฟ หนูไม่เกี่ยวนะคะ ไอ้แหวนเลย มันชวน หนูจะปฏิเสธมันก็ไม่ยอมอะ อย่าว่าหนูเลย หนูจำเป็น” เมื่อดาวเหนือเดินออกมานอกร้านแล้วก็เลยรีบขอโทษเลิฟไป

“ อยู่ที่ไหน” เสียงที่นิ่งอย่างกับอะไรดีถามต่อโดยไม่สนใจคำที่ดาวเหนือพูดก่อนหน้านี้เลย

“ เอ่ออ แถว...” เมื่อดาวเหนือบอกสถานที่ให้เลิฟไป เลิฟก็รีบสั่งดาวเหนือทันที

“ อย่าบอกหัวแหวนว่าฉันจะไป”

“ คืออ...”

“ เดะฉันให้เธออยู่กับไอ้ธีร์มันสองต่อสอง โอเคมั้ย” เลิฟที่รู้จุดประสงค์ของดาวเหนือก็เสนอข้อตกลงไป

“ ตกลงค่ะ รีบๆมานะคะ พาพี่ธีร์มาด้วยนะคะ”

เลิฟที่ตัดสายไปพร้อมกับคว้ากุญแจรถกับกระเป๋าตังเดินออกจากห้องทันและไม่ลืมที่จะโทรหาธีร์อีกรอบ

“ มึงไปกับกู” เมื่อปลายสายรับสายเลิฟก็พูดบอกทันทีด้วยน้ำเสียงรีบร้อย

“ร้านไหน” เพื่อนรักรู้ใจถามถึงปลายทางที่ต้องการจะให้ไปและเมื่อเลิฟบอกสถานที่เสร็จธีร์ก็รีบออกจากคอนโดของตนทันที

 

 กลับมาทางฝั่งหัวแหวน

“มึงไปไหนมาวะ นานสัส” หัวแหวนที่เห็นว่าเพื่อนรักเดินเข้ามาก็ถามเพราะดาวเหนือออกไปไหนก็ไม่รู้นานมาก

“ คุยโทรศัพท์อะมึง พี่ที่ทำงานโทรมาบอกเรื่องงานอะ” ดาวเหนือแถเพราะถ้าเขาบอกว่าเลิฟเป็นคนโทรมาเขาก็อดได้อยู่กับธีร์หนะสิ จะหาว่าเขาขายเพื่อนก็ได้นะ แต่ถ้าเขาไม่บอกเลิฟ ยังไงเลิฟก็รู้อยู่ดีทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเลิฟนั้นคิดอะไรกับเพื่อนตนและเขาก็คิดว่าไอ้หัวแหวนเพื่อนเขาเนี้ยก็อาจจะคิดกับเลิฟเหมือนกันแต่ด้วยความเป็นพี่เป็นน้องกันมันเลยไม่สามารถคิดไปไกลได้ แต่เลิฟไม่น่าจะคิดอย่างนั้น

“ มึงมีงานค้างหรอวะ โทษทีมึง มึงกลับก่อนได้เลยนะ เดะกูนั่งแท็กซี่กลับเอง” หัวแหวนรู้สึกผิดที่ชวนเพื่อนมาโดยไม่ถามว่าเพื่อนนั้นมีงานค้างหรือเปล่า เพราะหัวแหวนเข้าใจเลยว่าเป็นเด็กฝึกงานควรทำตัวให้ดีเข้าไว้ ไม่งั้นก็อาจจะไม่ผ่านฝึกงานก็ได้ แต่โชคดีหน่อยที่เขาได้ทำงานกับเลิฟ เพราะถึงเขาจะทำหรือไม่ทำยังไงเขาก็ผ่านอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเขาชอบแบบนี้หรอกนะ แต่ทำไงได้ ทั้งแม่เขาทั้งพ่อเขาไหนจะพี่ชายอีก ทุกคนต่างลงความเห็นว่าให้ฝึกงานที่นี้ เขาจะเปลี่ยนไปฝึกที่อื่นก็โดนพี่ชายตามไปยันมหาลัย ไปคุยกับอาจารย์เลยว่าเขาต้องฝึกงานที่นี้เท่านั้น และทำไมทางอาจารย์ที่ปรึกษาถึงยอมหนะหรอ ก็เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนของพี่หัวแก้วหนะสิ ทั้งฝากทั้งอะไรสารพัด มีกิจกรรมอะไรเขาก็โดนเรียกให้ไปทำหมด มีพี่ชายที่รู้จักกับอาจารย์มันเป็นอย่างนี้เองอะหรอ แต่ไม่ใช่เขาคนเดียวหรอกที่โดนให้ทำกิจกรรมของทางคณะบ้างทางมหาลัยบ้าง เพราะไอ้เพื่อนตัวดีของเขาก็โดนด้วย จะไม่ให้โดนได้ไง ก็เขานี้แหละเป็นคนเสนอชื่อมันทุกงานเลย เลยโดนเรียกกันทั้งสองคน

“ ไม่เป็นไรมึง ไม่ได้ด่วนอะไร ว่าแต่มึงเถอะ อย่าแดกเยอะแล้วนี้เอาเสื้อคุมกูไปคุมซะ” ดาวเหนือตอบปัดไปและไม่วายที่จะเอ่ยเตือนเพื่อนเพราะคาดว่าถ้าเลิฟมาเห็นสภาพนี้คงไม่ดีแน่ เขาเลยสละผ้าคุมให้เพื่อนรักไป จะไม่ให้เขาให้มันได้ยังไง ก็ดูชุดที่มันใส่มาดิ ทั้งเว้าหลังโชว์ขาอ่อนอีก ล่อเสือล่อตะเข้ชัดๆ แต่จะว่าหัวแหวนก็ไม่ถูก ก็ชุดนี้แหละที่เขาเลือกให้มันตอนบ่าย และใครจะคิดว่ามันจะใส่มาเลย ไม่ซงไม่ซักซะหน่อย

“ มึงจะเอามาให้กูทำไม มึงนั้นแหละคุมไป เสื้อมึงอ่อยกว่ากูอีก ลมพัดมาทีแทบเห็นหัวนม” หัวแหวนที่หันมามองชุดเพื่อนที่ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรมากกว่าเขาเลย แถมโชว์มากกว่าเขาอีก ช่วงหลังที่ไม่มีเนื้อผ้าอยู่เลยมีแค่สายโซ่เล็กๆคาดไขว้กันข้างหน้าเป็นเนื้อผ้ามันลื่นเป็นรอนแนบไปกับเนินอกยาวมาถึงขอบกางเกงพอดี ถ้ายกมือขึ้นก็คือเห็นหน้าท้องแบนราบแน่นอน แต่ดาวเหนือเซฟตัวเองดี เขามีกาวสำหรับติดขอบเสื้อไม่ให้มันเห็นไปถึงไหนต่อไหน แต่มันก็โชว์อยู่ดีนั้นแหละ

“ เย็นดีนะ กูว่า 55555” ดาวเหนือขำกับท่าทางของเพื่อนที่แทบจะไม่ต่างกัน เพราะปกติดาวเหนือกับหัวแหวนก็ชอบแต่งตัวแนวนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ถึงขั้นโชว์ขนาดนี้ แต่นี้เรามาเที่ยวไงง เที่ยวกลางคืนอะ มันก็ต้องมีบ้าง เดะจะหาว่าจืดชืดด

“ สัส แดกได้ยัง กูแดกคนเดียวมานานละ” หัวแหวนที่เริ่มจะมึนๆ ก็ยกแก้วเหล้าขึ้นหมายจะชนแก้วกับเพื่อนตน แต่ก็ดันมีชายที่ไหนไม่รู้แทรกตัวเข้ามาระหว่าหัวแหวนกับดาวเหนือ

“ สวัสดีครับ มากันแค่สองคนหรอครับ” เสียงทุ่มนุ่มเอ่ยถามสาวทั้งสองที่ยังยืนงง แต่ก็ปรับอารมณ์ให้เข้ากับสถานาการณ์อย่างเร็ว ใช่ว่าจะไม่เคยมีใครมาขอชนแก้วกับพวกเขาซะหน่อย

“ ค่ะ มากันแค่สองคนว่าแต่...” เป็นดาวเหนือที่ตอบรับไป เพราะหัวแหวนที่จะไม่ค่อยชอบคุยกับคนแปลกหน้ามั้งจะสงสายตาให้ดาวเหนือช่วยเสมอ

“ เอิร์ทครับ ผมชื่อเอิร์ท แล้วคุณ...” ชายผู้มาใหม่เอ่ยแนะนำตัวกลายๆ พร้อมกับหันมาถามชื่อของหัวแหวนแต่กลับเป็นดาวเหนือที่ตอบแทนเช่นเคย

“ มันชื่อหัวแหวนค่ะ”

“ อ่ออ หัวแหวน แล้วคุณละครับชื่ออะไร” คนที่แนะนำตัวเองว่าชื่อเอิร์ทแสดงออกชัดเจนว่าสนใจหัวแหวน แต่ดันมีดาวเหนือคอยขัดอยู่ตลอด แต่เอิร์ทก็ไม่ทำให้เสียงบรรยากาศเอ่ยถามชื่ออีกคนเพื่อเป็นการผูกมิตร

“ ดาวเหนือค่ะ” ดาวเหนือ ตอบสั้นๆพร้อมกับเสยผมยาวๆนั้นด้วยท่าทางเริ่มไม่ชอบ เพราะคนตรงหน้าแสดงออกมาหมดแล้วทางสีหน้า

“ ว่าแต่มาเที่ยวแบบนี้แฟนไม่ว่ากันหรอครับ” หัวแหวนแค่ยิ้มให้แต่ไม่ได้ตอบคำถามที่ผู้มาใหม่ถาม

“ หรือว่ายังไม่มีแฟนครับ”

“ ค่ะ ยังไม่มี” แต่รอบนี้เป็นดาวเหนือที่ตกใจเพราะเขากำลังจะตอบแทนหัวแหวนแต่เจ้าตัวกลับตอบคำถามนั้นเอง ทำให้ดาวเหนือสงสัยว่า เอ้าไหนตอนแรกไปเล่นด้วยไงวะ ละทีงี้มาเล่น งงใจเพื่อนเขามาก

“ ว้าวว ดีจัง ผมก็ยังไม่มีแฟนเหมือนกัน จะรังเกียจมั้ยครับถ้าผมจะขอร่วมโต๊ะด้วยคน”ท่าทางเสเสรงนั้นทำไมหัวแหวนจะไม่รู้ แต่เขาแค่อยากหาอะไรทำสนุกๆ ด้วยความที่เริ่มจะเมาเลยไม่ทันคิดผลที่จะตามมา

“ มึงกูว่าเรารีบกลับเถอะวะ”ดาวเหนือเอ่ยบอกเพื่อนไปพราะว่าน่าจะเริ่มไม่ดีแล้วที่หัวแหวนไม่ปฏิเสธผู้ชายตรงหน้านี้ ด้วยความที่หัวแหวนเริ่มเมา นิสัยที่ชอบหยอดชอบเล่นมันก็ชัดขึ้น

“ รีบไปไหนวะ คุยกับเพื่อนใหม่ก่อนน” หัวแหวนที่กู่ไม่กลับแล้ว ดาวเหนือได้แต่ภาวนาให้เลิฟมาถึงไวๆ จะได้ไม่ต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับหัวแหวน ลำพังเขาคนเดียวคงช่วยอะไรมากไม่ได้

“ ลองสูตรนี้ของผมหน่อยมั้ยครับ ผมพึ่งลองชิ้มไปเอง ผมว่ามันอร่อยดีนะครับ อยากให้คุณหัวแหวนได้ลอง” เอิร์ทที่รอจังหวะที่หัวแหวนกำลังจะยกเหล้าเทใส่แก้วก็เอื่อมมือมาลั่งมือของหัวแหวนไว้ พร้อมกับเอาแก้วในมือตนนั้นให้หัวแหวน ทุกการกระทำล่วนอยู่ในสายตาของเพื่อนรักอย่างดาวเหนือหมด แต่ดาวเหนือพลาดตรงที่ก้มลงไปมองโทรศัพท์ตอนที่เอิร์ทนั้นกำลังเทบางอย่างใส่ลงในแก้ว

“ สีสวยจังเลยค่ะ งั้นหนูขอลองหน่อยนะคะ” หัวแหวนที่เริ่มเมามากขึ้นทำให้เริ่มพูดแทนตัวเองแบบที่เคยใช้ โดยไม่ได้นึกว่าคนฟังนั้นจะรู้สึกยังไง

“ ไอ้แหวน! มึงไม่ชอบของเปรี้ยวๆ เอามาเดะกูกินให้เอง” ดาวเหนือที่ไม่อยากให้หัวแหวนรับของจากผู้ชายตรงหน้ามากิน ก็ไปคว้าเอากระดกเข้าปากตนอย่างเร็ว ทำให้เอิร์ทที่มองอยู่นั้นหัวเสียอย่างมาก เพราะว่าไม่ใช่ถูกๆนะไอ้ที่เขาใส่ลงไป

“ ผมจะให้คุณหัวแหวน คุณมาทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ” เอิร์ทที่เริ่มจะทนไม่ไหว แต่ก็ต้องเก็บอาการเพราะไม่อยากให้หัวแหวนเห็นธาตุแท้ของเขา

“ มันไม่ชอบของเปรี้ยว ฉันเลยกินให้” ดาวเหนือตอบกลับไปพร้อมกับกินน้ำตามเข้าไปอีก เพราะเหล้าที่เขากินนั้นถึงจะมีรสชาติเปรี้ยวๆหวานๆก็จริง แต่เหล้าแรงมากก และถ้าหัวแหวนกินเข้าไปนะ เมาตายห่า แต่เขาคอแข็งแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก

“ งั้นผมขอเบอร์คุณหน่อยได้มั้ยครับ พอดีเผื่อจะได้นัดทานข้าวกัน” แต่เอิร์ทก็ยังไม่ยอมที่จะละความพยายามที่อยากจะได้หัวแหวนมา หัวแหวนที่ไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองจะโดนทำอะไรมั้ย ด้วยความที่เมาเลยรับมือถือของคนตรงหน้ามากดเบอร์โทรให้ไป เอิร์ทเห็นดังนั้นเลยคิดว่าหัวแหวนก็เล่นด้วยเลยขยับเข้าไปใก้ลหมายจะสูดดมแก้มนวลนั้นแต่ยังไม่ทันที่จะโดนมีหมัดจากไหนไม่รู้มาโดนแก้มเขาแทน

 ผลั๊วะ

“ เชี่ยไรวะเนี้ย” เอิร์ทสบทคำหยาบออกมาอย่างเหลืออด จะไม่ให้เขาด่าออกมาได้ไง อยู่ดีๆก็มีใครที่ไหนไม่รู้พุ่งมาต่อยเขาเนี้ย

“ มึงเป็นใคร มายุ่งเหี้ยไรกับกู กูไม่เคยรู้จักมึง” เอิร์ทเมื่อเงยหน้าก็เห็นคนร่างสูงที่ยืนอยู่ มือที่กำหมัดแน่น สายตาที่ดูก็รู้ว่าโกธรมาก เอิร์ทที่มองหน้าคนตรงหน้าให้ชัดๆว่าเคยไปมีเรื่องอะไรมาก่อนหรือเปล่า และคำตอบก็คือไม่ เขาไม่รู้จักผู้ชายตรงหน้านี้ด้วยซ้ำ

“ กูก็ไม่รู้จักมึง” ผู้ชายตรงหน้าเอ่ยเสียงเรียบ คำตอบที่ทำเอาเอิร์ทถึงกับควันออกหู ไม่รู้จัก? แล้วมาต่อยเขาเนี้ยนะ นี้มันหาเรื่องกันชัดๆ

“ แล้วมึงมาต่อยกูทำไม อยากมีเรื่องงี้” เอิร์ทไปพูดเปล่าตรงเข้ามาหมายจะต่อยคนตรงหน้า แต่คนที่เรียนป้องกันตัวมาตั้งแต่เด็กๆมีหรือว่าหมัดโง่ๆเขาจะหลบไม่ได้

“ ไม่สัส!!” เอิร์ทสบทหนักเพราะเขาโดนชายที่เขาคิดว่าเขาสู้ไหวแน่ถีบเข้าที่กลางตัวทำให้เอิร์ทล้มลงไปกองกับพื้น

 ผลั๊วะ

หมัดหนักๆปะทะเข้าที่หน้าของเอิร์ทอีกครั้งโดนคนตรงหน้าที่ยืนอยู่

“ อย่า มา ยุ่ง”

“...”

“ กับมัน”

 

 

 

“ พะ พี่เลิฟ”

 

-------------------- 

มาต่ออีกตอนเเล้วนะคะ 

ไรท์อยากจะบอกว่าา ตอนหน้าเเซ่บมากกกกก 

รอติดตามกันน้าา 

เเละก็ขอบคุณนักอ่านทุกคนเลยนะคะที่เข้ามาอ่าน 

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ 

1 คอมเมนต์ = 1เเรงผลักดัน 

ความคิดเห็น