ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่สิบจุดหนึ่ง จบเเล้วจ้า

ชื่อตอน : บทที่สิบจุดหนึ่ง จบเเล้วจ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 16:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่สิบจุดหนึ่ง จบเเล้วจ้า
แบบอักษร

เป็นครั้งเเรกในรอบหลายเดือนที่ผมมาเยือนกรุงเทพ การมาครั้งนี้มาพร้อมกับภารกิจอันยื่งใหญ่เเต่ล้มเหลวไม่เป็นไปยืนเอ๋อหน้าบ้านให้เขาด่าปาวๆตลกชิพหาย เเต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็ได้ขอโทษไปเเล้ว....ยังไงก็ได้พูดวะ ผมเดินใจลอยอยู่คนเดียวในเมืองหลวงที่ใหญ่ ผู้คนต่างเดินทางกันอย่างมีจุดหมาย ต่างจากผมที่ตอนนี้ในหัวไม่มีอะไรเลย ว่างเปล่า ไม่รู้จะไปที่ไหนเพราะไม่มีคนรู้จักที่จะไปหาเเล้ว เลยเดินเข้าห้างเเม่งเลย เดินวนๆได้ประมานยี่สิบนาทีก็ออกมา เหนื่อยว่ะไม่อยากทำอะไรเเล้ว จริงๆตอนนี้ชีวิตเราก็ไม่มีภาระ ไม่ต้องห่วงอะไรผมควรทำตัวทำใจให้สบายๆจะไปเครียดไปทำไมวะ คิดได้เเบบนั้นก็จะเดินข้ามถนนเเต่ เห็นคนมุงๆดูอะไรกัน ก็ชักน่าสงสัย เดินไปดูหน่อยดีไหมเรา เลิกคิ้วอย่างเเปลกใจเมื่อเห็นปันมายืนหน้าเครียดอยู่ในฝูงชนนั้นด้วย ขาของผมสั่งให้ก้าวไปอย่างไม่รีรออยากรู้จนใจสั่นว่าตรงนั้นมันมีอะไร เเล้วทำไมปันถึงมายืนด้วย ทันทีที่สายตาบันจบเข้ากับภาพตรงหน้า ทำให้ผมตกใจเป็นอย่างมาก นั่น....มันคือตัวผม...ร่างกายเปราะหักตรงนอนหงายด้วยสภาพจมกองเลือด......นี่เราตายเเล้วหรอ...ตายตอนไหนวะจำอะไรไม่ได้เลยกูตายได้ยังไง.....บ้าไปเเล้ว ผมเห็นเจ้าหน้าที่หยิบโทรศัพท์ผมออกมาคงจะโทรบอกญาติ...ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยใจที่เจ็บปวด ทุกอย่างมันเร็วเกินไป ที่บอกว่าเวลาเหลือน้อยเเล้วไม่คิดว่ามันจะน้อยขนาดนี้ผมยังไม่ได้ลาใครเลย โถ่ชีวิตยื้อเวลาให้อีกนิดไม่ได้หรอ ผมยังอยากพูดอะไรกับคนที่มีบุญคุณกับชีวิตผม...ลุงพล..เเม่น้อม...ไหม...ไอ้เเฝด..ต้นกระบองเพรชเเสนรัก...เเฟนๆนิยาย...อีโบ้ ผมกำลังจะจากพวกไป ไม่คิดว่าการเจอหน้ากันวันนี้เมื่อเช้าจะเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายผมยังไม่ได้ตอบเเทนอะไรพวกเขาเลย เนื้อตัวของสีเลือนลางที่จืดจางลงเรื่อยๆนี่หรอความรู้สึกของการเป็นผี มันมีความเศร้าโศกภายในใจ ความรู้สึกตื้อๆค้างๆทำให้วูบโหวง ร่างกายเย็นยะเยือก สำผัสได้ถึงความหนาว กลิ่นสาปเศร้าเคล้าไปทั่วบริเวณ ผมวาปจากที่เกิดเหตุมาในที่ๆนึง เหมือนเป็นฉากเก่าๆในความฝัน เป็นที่มืดๆหม่นๆดูไม่เหมือนจริง เราไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น หากเเต่ขากำลังลอยอยู่ ผมอยากคุยกับผู้หญิงคนนั้นที่เราเจอกันในฝันเเต่....เหมือนเจ้าตัวจะรู้ถึงความต้องการของผมเพราะเสียงของเธอดังขึ้นในความมืด...... 

''ฉันบอกเธอเเล้ว เวลามันเหลือน้อยเเต่ก็ยังดี ได้ทำในสิ่งที่ยังค้างคา'' 

''ผมยังไม่อยากตาย มันเร็วไป เร็วจนใจหาย ขอลาครอบครัวสักหน่อยก็ยังดี'' 

''เดี๋ยวก็ไปลาในฝัน วิญญานเกือบทุกตน จะได้อภิสิทธิ์นี้ เว้นเสียเเต่มันเลวจนไม่มีใครเสียใจกลับการตายของมัน พวกเขาดีใจที่มันตาย มันเลยไม่ต้องไปลาใคร'' 

''คุณเป็นใคร'' 

''เธอจิตนาการถึงการมีอยู่ของฉันไม่ได้หรอก'' 

''ทำไมผมต้องตาย'' 

''หมดเวลาเเล้วไง เวลาของทุกคนมีจำกัด จะมาลดมาเพิ่มเองไม่ได้หรอกนะ มันฝืนกฏธรรมชาติ'' 

''ผมไม่อยากไปไหน'' 

''เดี๋ยวเธอก็อยากไป ทุกอย่างจบลงในวันนี้...ชาตินี้ ชาติหน้าเธอเกิดเป็นคนใหม่ คนใหม่ที่ดีกว่าเดิม คนใหม่ที่ชีวิตต้องไม่เป็นเเบบนี้ เธอเลือกในสิ่งที่เป็นได้ ทำอะไรได้อย่างนั้น..วันนี้สิ้นสุดกรรมเก่าลงตรงนี้ ชีวิตของเธอนั้นเริ่มใหม่ เเเละฉันหวังว่าวันใหม่ของเธอจะสดใสกว่าเดิม'' 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

''ลุงครับ ผมมาลาเเล้วนะ มันอาจจะเร็วไปนิด เร็วจนน่าใจหาย ผมฝากบอกกับทุกคนด้วยว่า ผมรักเเละขอบคุณทุกคนมากๆฝากบอกใหมด้วยว่า ผมยกต้นไม้ให้เเละสมบัติอื่นที่ติดตัวมา ฝากให้ลุงจัดการด้วยนะครับ เงินในธนาคารที่มีเเม่คงมาเอาไปหมดผมไม่ได้เตรียมตัวอะไร เลยทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนนั้นผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตาย ผมยังยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่เลย ใหมเขารู้ว่าต้องทำยังไง ผมจดพาสเวิร์ดเเละรหัสต่างๆไว้ในสมุดเก็บในกล่องสีน้ำตาล ฝากใหมให้ไปจัดการเเจ้งข่าวในเพจของผมด้วยนะ ผมเคยคุยกับเขาไว้เเล้ว เขารู้ ส่วนเงินค่าทำศพ ในกระปุกออมสินทร์ผมมีอีกหกหมื่น ลุงใช้ส่วนนั้นไปเลยครับ เอาเรียบง่ายพอข้าวของที่อยู่ในบ้านลุง ผมยกให้หมดเลยครับส่วนงานเขียนของผมถ้าใหม มีหัวด้านนี้เขาจะสานต่อผมก็ยินดี ผมหมดหว่งเเล้วเเค่นี้เเหละครับผมมาหาลุงได้เเค่คนเดียวต้องไปเเล้ว.....รักนะครับครอบครัวของผม'' 

....บางทีเวลามันก็สั้นจนไม่สามารถจัดเเจงปัญหาได้ เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีโอกาสได้ตื่นขึ้นมาอีกหรือป่าว ที่อยากบอกก็คืออย่าหน้าบางเวลาทำผิด อย่ากลัวที่จะขอโทษ อย่ากลัวที่จะยอมรับผิด อย่าให้ความโกรธเอาชนะทุกสิ่ง อย่าให้ความโลภมาบดบังจิตใจ เเละอย่าทุ่มเทให้ใครเต็มร้อย อย่าหวังว่าเขาจะรักเราเหมือนที่เรารักเขา ความจริงที่ได้เจอในช่วงบั้นปลายชีวิตก็คือ ไม่มีใครรักเราเท่าตัวเรา เเละไม่มีใครหวังดีกับเราเท่าคนในครอบครัว... กระดาษในสมุดเเผ่นหนึ่งถูกเขียนไว้ด้วยลายมือของใครคนนึงที่ไม่มีลมหายใจเเล้ว เขาเขียนมันด้วยความรู้สึกเเละเเรงปาถนาจนปรากฏตัวอักษรบนกระดาษใบนั้นใครเห็นก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ หากเเต่คนในบ้านนำมันไปใส่กรอบรูปเเล้วเเขวนไว้...นี่อาจเป็นความทรงจำสุดท้ายของครอบครัวเรา...ครั้งนึงมีผู้ชายที่ชื่อภีมอาศัยกับพวกเรา...เเม้วันนี้ตัวเขาจะไม่อยู่เเล้วเเต่เขายังจะอยู่ในหัวใจตลอดไป...ทุกคนคิดเเบบนั้น....

 

...จบบริบูรณ์... 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บางทีเวลามันก็สั้นเกินกว่าจะจัดเเจงปัญหาได้

ความคิดเห็น