ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2564 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

 

 

 

 

 ชีวิตในตอนนี้ของผมรู้สึกว่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทางในด้านความสงบ หลังจากงดกิจกรรมการเล่นสนุกและร่วมฟัง(?)บทสนทนาของชาวบ้าน

 

วันๆก็ไม่มีอะไรมากนั่งๆนอนๆ อ่านหนังสือ เล่นดนตรี ฝึกบ้างอะไรบ้าง ไปๆมาๆอยู่แต่ห้าง บริษัทและร้านหนังสือ ซึ่งผมพึ่งมารู้ไม่นานมานี้หลังจากตรวจสอบประวัติย้อนหลังของคนที่เคยรับใช้ตระกูลและหนึ่งในนั้นก็มีรายชื่อของเจ้าของร้านหน้าเข้มติดห้อยมาด้วย อดีตนักมวยปล้ำมือฉมังที่ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านขายหนังสือผู้มีไอเทมติดตัวเป็นผ้ากันเปื่อนสีชมพูลายคิตตี้สุดฟรุ้งฟริ้ง...ช่างเหมาะกันซะจริง

 

ที่จริงวันนี้ผมก็ควรจะนั่งอยู่หน้าคอมห้องผู้บริหาร เพราะดูเหมือนว่าช่วงนี้คุณป๊ะป๋าจะขยันโยนงานมาให้ผมซะเหลือเกิน ส่วนตัวเองก็นั่งดื่มด่ำกับไวน์สุดหรูบนชั้นดาดฟ้าถ้าไม่มีเรื่องสำคัญก็จะสถิตอยู่ที่นั้นจนเลิกงาน แต่ถึงจะมีงานสำคัญคนที่ถูกโยนภาระให้อย่างผมก็ต้องทำแทนอยู่ดี...เซ็นเอกสาร เข้าร่วมประชุม จัดการปัญหาทุกอย่าง จนตอนนี้เรียกได้ว่าผมคือผู้บริหารของบริษัทไม่ต่างจากคุณป๊ะป๋าไปซะแล้ว

 

และวันนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีประชุมใหญ่ซึ่งผมก็ได้ขอลาพักหนึ่งวันโดยผ่านการอนุมัติของตัวผมเอง โยนมันกลับไปให้ใครอีกคนที่ตอนนี้คงจะนั่งหน้าบึ้งอยู่ที่เก้าอี้ประธาน

 

ห้างเดิม ร้านเดิม ผู้ติดตามคนเดิม เพิ่มเติมคือเจ้าแมวตัวสีทมิฬที่นอนอยู่บนตักผม กับบรรยากาศชวนให้พ้นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาหลายๆครั้งเมื่อเหลือบมองหนึ่งบอดี้การ์ดหน้าใสกับอีกหนึ่งบริกรหนุ่มหน้าหล่อ อะไรคือออร่าสีชมพูที่อบอวลอยู่รอบๆ? ในการที่ผมทิ้งผู้ติดตามคนนึงไว้ที่ร้านขนมมันทำให้บรรยสกาศเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรอ?

 

มือขวาตักเค้กช็อกโกแลตเข้าปากอีกข้างก็ลูบขนเจ้าไดมอนด์ที่ส่งเสียงครางทุกครั้งอย่างถูกใจกับสัมผัสที่ได้รับ แต่สายตาก็ไม่วายเหล่มองสองคนตรงหน้าสลับกัน คนนึงเผยยิ้มหวานอย่างมีความสุข ส่วนอีกคนกลับก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร 

 

" งะ..งั้นผม..ขอตัวก่อนนะครับ "  คนที่ก้มหน้าก้มตามานานเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินถือถาดรองขนมกลับไปหลังร้าน

 

" คุณหนูครับ ผมขอตัวสักครู่นะครับ "  มองคนที่เดินออกไปยังไม่ทันได้ลับสายตาก็ต้องหันกลับมามองอีกคนแทน 

 

" ขอบคุณครับ "  พยักหน้าเป็นคำตอบก่อนมองตามคนของตัวเองที่เดินไปทางเดียวกับคนที่พึ่งจากไป หืม...

 

 

 

 

" เดินหนีมาทำไม "  เสียงทุ้มนุ่มว่าพลางสายตาจ้องมองไปยังชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีนํ้าตาลเข้มพร้อมนัยน์ตาสีเดียวกันที่ตอนนี้ยืนหันหลังให้เขาอยู่

 

" ผมป่าวเดินหนี ก็แค่กลับมาทำงาน "  คนตัวสูงกว่าตอบกลับพร้อมมือที่จัดนู้นวางนี้ไม่ยอมหันกลับไปมองคนถาม

 

" คิดจะหลบหน้า? "  เลิกคิ้วสูงถามอีกครั้งอย่างต้องการคาดครั้น

 

" ผมป่าว "  แต่คนตัวหนากว่าก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนคำตอบและเลือกที่จะไม่สนใจ

 

" ถ้าป่าวก็หันมาคุยกันดีๆ "

 

หมับ!!

 

" อะ! คุณหยุดนะ! จะทำอะไรน่ะ!! "  เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ปฏิเสธท่าเดียวเห็นทีวันนี้คงคุยกันไม่รู้เรื่อง จึงเดินเข้าไปจับแขนของคนตรงหน้าไว้ก่อนจะดันหลังให้ติดกำแพง กักขังด้วยสองแขนเรียวพร้อมจับใบหน้าของอีกฝ่ายให้เงยขึ้นมามองกันดีๆ

 

ร่างหนากว่าพยายามขัดขืนด้วยแรงที่มีแต่ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ ไอบ้านี่! ทั้งที่ตัวเล็กกว่าแต่ทำไมแรงเยอะนัก! แบบนี้มีหวังเหมือนคราวก่อนอีกแน่!

 

" ทีนี้จะคุยกันดีๆได้รึยัง "  ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างหนากว่ายอมผ่อนแรงลง

 

" ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณทั้งนั้น "  น้ำเสียงกดตํ่าว่าพร้อมจับจองไปยังคนตรงหน้านิ่ง

 

" แต่ฉันมี " น้ำเสียงยียวนของอีกฝ่ายเรียกให้อารมณ์ของผู้ที่ถูกกักขังขึ้นถึงจุดเดือด

 

" คุณต้องการอะไรกันแน่! เรื่องตอนนั้นยังไม่พออีกหรอ! "  เสียงใส่อารมณ์ว่าพร้อมดวงตาที่สั่นระริกเมื่อคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น

 

" ถ้าฉันตอบว่าไม่พอ...นายจะให้ฉันอีกไหม? "

 

" ฝันไปเถอ---!! อุ๊ป! อื้ออ!! "  ไม่ทันขาดคำกลีบปากบางของคนตรงหน้าก็กดทับปิดปากหนาจนหมดพื้นที่ว่าง ดวงตาเรียวคมเบิกกว้างเมื่อเจอการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว ลิ้นร้อนเรียวเล็กเข้าตวัดทั่วภายในกลีบปากหนา กวาดชิมรสชาติหวานที่เคยได้ลิ้มลอง ไล่ต้อนลิ้นใหญ่ที่พยายามหลบหนีจนจนมุม

 

ปึก! ปึก!

 

มือใหญ่ทุบลงที่บ่าเล็กพร้อมผลัดใสถว่าก็เหมือนเรี่ยวแรงที่มีจะหายไปทำได้เพียงเกาะไหล่ของอีกฝ่ายไว้แทน

 

 

 

 

เห~

 

นี่ผมพลาดอะไรไปรึเปล่า ใครจะไปคิดว่าเจคบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าใสของผมจะเป็นฝ่ายเสียบกัน รู้หน้าไม่รู้ใจเห็นที่คงเป็นลักษณะของพวกเขา และดูเหมือนว่าผมจะได้ข้อคิดหลายอย่างจากเรื่องนี้เลยล่ะ

 

หนึ่งคืออย่ามองคนจากภายนอก

 

สองคือคนของโรเซนไฮซ์จะไม่เป็นฝ่ายอยู่ด้านล่าง

 

และสุดท้ายคือ อย่าปล่อยทิ้งให้ผู้ติดตามหน้าใสอยู่ในร้านขนมคนเดียวเพราะพวกเขาอาจจะฉุดเอาหนุ่มหล่อเเถวๆนั้นทำเมี--แค่กๆ ภรรยาก็เป็นได้

 

" เมี๊ยวว~ แบบนี้จะไม่เป็นไรหรอครับ มาสเตอร์ "  เสียงร้องเบาๆของเจ้าแมวที่เดินมาหยุดอยู่ด้านข้างถามผู้เป็นนายที่ยืนอยู่ข้างกำแพง

 

นัยน์ตาสีสวยหลับตาพลางยกยิ้มนึกสนุกก่อนเอ่ยตอบเจ้าแมวตัวปัญหาที่ตามมาแอบฟังด้วย ก่อนจะยกมันอุ้มขึ้นลูบขนตรงแผ่นหลังที่ได้ประทับตราใหม่เป็นรูปดอกกุหลาบสีแดงสด ก่อนจะเดินออกไป

 

" หึ ปล่อยไปเถอะ "

 

นานอยู่หลายนาทีก่อนที่กลีบปากบางจะยอมผงะออกอย่างนึกเสียดายเมื่อเห็นว่าอีกคนเริ่มหมดอากาศ น้ำเชื่อมไหลเยิ้มระหว่างสองริมฝีปากก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะโน้มเข้ากวาดเลียมันทุกหยาดหยด

 

" หวานเหมือนเดิมเลยนะคีร์ "  รอยยิ้มหวานเผยออกส่งให้คนตรงหน้าที่ยกหลังมือขึ้นปิดปากพร้อมใบหน้าหล่อที่แดงซานชวนฉุดเข้าห้อง?

 

" คุณนี่มัน โรคจิต! คุณเจค! "  เสียงทุ้มก้มหน้าเล็กน้อยต่อว่าแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ทุกข์ร้อนกับคำกล่าวหานั้นเลยสักนึดมิหนำซํ้ายังยิ้มรับหน้าระรื่นอีก

 

" ขอบคุณที่ชม นั้นเป็นความสามารถพิเศษของฉันเลยล่ะ "  ส่งยิ้มหวานกลับไปพร้อมก้มหน้าลงจนปลายจมูกชิดกัน

 

" แล้วตัดสินใจได้รึยัง เรื่องที่จะไปเป็นคนของฉัน "  ถามออกไปพลางจ้องใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าที่กำลังคิดหนักกับคำถามที่ได้รับ หึ น่ารักซะจริง

 

ในตอนนั้นที่เจอกันตอนแรกก็แค่ไม่พอใจที่มาทำตัวรุ่มร่ามกับคุณหนูแต่เพราะเห็นคุณหนูไม่ว่าอะไรก็เลยปล่อยๆไป แต่พอได้มารู้ตัวอีกทีว่าโดนคุณหนูทิ้งไว้ที่ร้านก็อดที่จะเสียใจไม่ได้เลยหาที่ระบายเล่น และดูเหมือนว่าพระเจ้าเป็นใจให้คนตรงหน้าเดินผ่านมาพอดีเขาก็เลยใช้วิธีสุภาพ(?)ฉุดอีกคนเข้าหลังร้านจับยัดห้องเก็บของก่อนบรรเลงเพลงรัก(?)กันร่วมห้าชั่วโมงจนอีกฝ่ายสลบคาอก ก็กะว่าพอเสร็จแล้วจะกลับไปแบบไม่สนใจอยู่หรอกแต่ใครจะรู้ว่าเขาดันติดใจคนตรงหน้าเข้าซะได้ รอจนฟื้นก่อนจะยื่นข้อเสนอที่อีกฝ่ายยากที่จะปฏิเสธ 

 

' มาเป็นคนของฉัน...แล้วครอบครัวนายจะปลอดภัย '  เห็นไหมว่ามันเป็นข้อเสนอที่ดีและยุติธรรมขนาดไหน 

 

" คุณมันจอมเผด็จการ! "  

 

" งั้นหรอ? หึ แต่ว่าอย่าลืมซะล่ะ ไม่ว่ายังไงนายก็ต้องพึ่งฉัน อดีตนักซุ่มยิงมือโปรที่หาตัวจับยากแบบนายคงจะมีกลุ่มมาเฟียไม่น้อยที่เพ่งเล็งนายอยู่และแน่นอนว่าครอบครัวของนายก็เหมือนกัน มีเวลาไม่มากหรอกนะที่จะตัดสินใจ "  นัยน์ตาเรียวจับจ้องใบหน้าน่ารัก(?)ตรงหน้าที่เม้นปากแน่นราวคิดหนัก น่ารักอะไรแบบนี้

 

" ทำไมคุณถึงรู้เรื่อง...ของผม "  ถามเพื่อความมั่นใจเขาเองก็ไม่อยากและไม่เคยคิดที่จะเชื่อใจพวกมาเฟียนักหรอกแต่ที่เข้ามาในวงการนี้ก็เพียงเพราะอยากหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวเท่านั้นเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสามารถของเขารวมถึงงานที่ไดรับมาก็ยิ่งเพิ่มและอัตรายมากขึ้นจนเขาเริ่มกลัวว่าครอบครัวจะไม่ปลอดภัยเลยคิดหยุดและหันมาทำงานในร้านขนมแทน ปลอมตัว ปลอมชื่อ สร้างประวัติใหม่ จนรอดมาได้กว่าสองปีแต่เมื่อไม่นานมานี้ดูเหมือนว่าจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เขาเคยเข้าไปยุ่งด้วยจะเริ่มรู้ความจริงและใกล้เข้ามาทุกที 

 

และก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่คนตรงหน้าเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของเขา โดยการฉุดเขาไปกระทำย่ำยีและยื่นข้อเสนอที่ทำให้ต้องตกใจ อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นใคร และกำลังจะเจออะไร คนตรงหน้าเหมือนสิ่งมีชีวิตที่อันตรายเขาเลยเลือกที่จะนิ่งและไม่ตอบคนตรงหน้า

 

หากเขารู้ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นคนของพวกมันหรือไม่ก็ข้อมูลของผมรั่วไหล ผมควรที่จะระวังตัวเอาไว้ก่อน

 

" ที่นี่อยู่ในความดูแลของโรเซนไฮซ์ ไม่มีใครสามารถปิดบังคนของโรเซนไฮซ์ได้ อยากรู้อะไรต้องได้รู้ อยากได้อะไรก็ต้องได้ "  ทุกคำพูดแทรกซึมเข้าไปถึงคั่วกระดูกของคีร์ ไม่ว่าใครต่างก็รู้จัก โรเซนไฮซ์ตระกูลมาเฟียสูงสุดผู้ขับเคลื่อนโลกมืด ตัวเขายังไม่เคยแม้แต่จะคิดเข้าไปมีเรื่องเพราะไม่งั้นชะตากรรมที่รออยู่...คงไม่พ้นความตายแล้วคนตรงหน้าเกี่ยวอะไรกับโรเซนไฮซ์กัน?

 

" คุณเป็นใครกันแน่ คงจะไม่ใช่ลูกน้องปรายแถวจริงไหม? "  ยิ้มรับกับคำถามของคนน่ารักก่อนจะตอบในสิ่งที่ทำให้คนได้ฟังถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ

 

" งั้นขอแนะนำตัวอีกครั้ง ชื่อของฉันคือเจค หนึ่งในหัวหน้าหน่วยผู้ติดตามแห่งโรเซนไฮซ์ หึ "  ตอบอย่างสุภาพพลางยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าเหวอของอีกฝ่าย

 

" ละ..ล้อเล่นน่า... "  เสียงสั่นเอ่ยพึมพำนี่เขาเข้ามายุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งด้วยแล้วหรอเนี่ย! จะว่าอีกฝ่ายโกหกก็ไม่ใช่ไม่มีใครกล้าแอบอ้างชื่อของโรเซนไฮซ์อยู่แล้ว หนึ่งในหัวหน้าหน่วยผู้ติดตามบุคคลระดับพิเศษที่จะปกป้องผู้เป็นนายอย่างใกล้ชิด 

 

" ถ้านายรู้แล้วก็เท่ากับว่า นายต้องมาเป็นคนของฉันโดยปราศจากข้อต่อรองใดๆทั้งสิ้น และฉันจะรับประกันความปลอดภัยของครอบครัวนายทุกอย่าง ว่าไง..."

 

" ผมก็ปฏิเสธไม่ได้นี่ จริงไหมครับ? "  ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธคนตรงหน้าได้อยู่แล้ว แล้วเขาจะมาถามทำไมอีก ชิ๊! น่าโมโหซะจริง

 

" หึ งั้นก็เก็บของได้เลย เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้คุณหนูคงจะรอแย่แล้ว "

 

" คุณหนู? "  ทวนคำที่คนตัวเล็กกว่าพูดก่อนสมองจะเริ่มประมวลผล หัวหน้าหน่วยผู้ติดตาม ดูแลผู้เป็นนายอย่างใกล้ชิด เดี๋ยว! เดี๋ยวสิ! อย่าบอกนะว่า! ไม่จริงน่า!ไม่เคยรู้มาก่อนเลย! ซวยแล้วไงไอคีย์ ใครจะไปคิดว่าเด็กน้อยแสนสวยที่เขาเคยไปโปรยเสน่ห์ใส่แต่เขาไม่แม้แต่จะชายตามองคนนั้นคือคุณหนูแห่งโรเซนไฮซ์กัน! ตาย! ตายแน่แบบนี้! แต่จะว่าไปโรเซนไฮซ์ไม่เคยมีข่าวว่ามีทายาทนี่ หลังคิดโทษตัวเองได้สักพักก็ต้องขมวดคิ้วมุ่งคิดหนักกับเรื่องไม่เข้าใจก่อนจะหันไปมองหน้า คนที่ได้ชื่อว่าสามี(?)แม้ตัวเองจะไม่เต็มใจให้เป็น และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ถึงความสับสนของเขา จึงยกนิ้วชี้ป้อมปากตัวเองก่อนขยิบตาแล้วบอก

 

" เรื่องนี้ เป็น-ความ-ลับ "

 

 

 

..................................................................

 

 

 

ความคิดเห็น