facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 51. Skydiving

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.9k

ความคิดเห็น : 168

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2564 04:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
51. Skydiving
แบบอักษร

51. Skydiving 

  

               เนื่องจากการกระโดดร่มทบทวนครั้งนี้เป็นการกระโดดร่มทบทวนของเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษรุ่นน้องของผู้กองพนา จำนวนของคนที่เข้าร่วมการกระโดดจึงมีไม่มาก เพียงแค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้นและทุกคนก็รู้จักคุ้นเคยกับผู้กองพนาเป็นอย่างดีเพราะเคยร่วมงานกันมาก่อน เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเหล่ารุ่นน้องจึงรีบเข้ามาทักทายเขาด้วยยังเคารพและศรัทธาในตัวของเขาอยู่ 

               “ดีนะมีแต่เพื่อนผู้ชาย อย่าให้รู้เชียวว่าแอบมีสาวๆ ด้วย” 

               “ขี้หึงเหมือนพ่อเลยนะ” ผู้กองพันยศว่าขึ้นเมื่อได้ยินหลานสาวแอบบ่นงุบงิบอยู่คนเดียวพลางยืนกอดอกมองสามีเข้าไปทักทายกับเพื่อนฝูง “ผู้กองพนาเขาไม่เคยมีเรื่องเสียหายกับผู้หญิง ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวกับใคร ส่วนแฟนเก่าก็เลิกกันไปเป็นสิบปีแล้วมั้งแล้วทางนั้นเขาก็ไปแต่งงานใหม่มีครอบครัวไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับผู้กองพนาอีกแล้วเรื่องนี้อายืนยัน สบายใจได้” 

               “พี่พนาดูเคารพคุณอามากเลยนะคะ” 

               “คงเพราะอาเข้าใจเขามากที่สุดมั้ง ไนเปอร์เคยได้ยินคำนี้รึเปล่า ทำดีได้แต่อย่าให้เด่นจะเป็นภัย เพราะไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน” 

               “ยังไงหรอคะคุณอา ไนเปอร์เข้าใจนะแต่สงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับพี่พนา” 

               “ก็...” แล้วผู้กองพันยศก็เล่าให้แก้วเจ้าจอมฟังว่าตั้งแต่ที่ผู้กองพนาเข้ามาประจำการที่นี่เขาก็ตั้งใจทำงานเป็นอย่างดีและฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลารวมถึงไปเรียนหลักสูตรหน่วยรบพิเศษในหลายๆ หลักสูตร การเรียนรู้และการฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลาทำให้ผู้กองพนาเป็นคนที่เก่ง แกร่ง รอบคอบและฉลาดมากจนเป็นที่ยอมรับทำให้ได้รับการเลือกให้เป็นหัวหน้าทีมของหน่วยนเรศวร 261 ทุกๆ ภารกิจภายใต้การนำทีมของเขามักประสบความสำเร็จด้วยดีตลอด ลูกน้องก็เคารพนับถือ ยิ่งนานวันไปคนเก่งมีฝีมืออย่างเขาก็ยิ่งเป็นที่ยอมรับมากขึ้นจนทำให้คนบางกลุ่มเกิดความอิจฉา และผู้หลักผู้ใหญ่บางคนก็กลัวความเก่งของเขาจะข้ามหน้าข้ามตาตัวเองจึงไม่คิดที่จะสนับสนุนเขาทั้งๆ ที่ความจริงจากความสามารถและผลงานของผู้กองพนาเขาควรจะได้รับการเลื่อนยศเป็นพันตำรวจตรีหรือพันตำรวจโทแล้ว มีหลายครั้งที่ชื่อของเขาถูกนำไปเสนอเพื่อเลื่อนยศเพราะผลงานของเขาโดดเด่นชัดเจน แต่การนำเสนอนั้นก็ถูกปัดตกไปเสียทุกครั้ง อีกทั้งผู้กองพนาก็เป็นคนตรงและรักในความถูกต้องจึงประจบเอาใจใครเพื่อความก้าวหน้าของตัวเองไม่เป็น เขาพอใจกับยศตำแหน่งที่เขาเป็นอยู่และมีความสุขกับการทำงานเสมอจนกระทั่งน้องชายของเขาเสียชีวิต เขาจึงออกจากหน่วยนเรศวร 261 แล้วลงไปประจำการอยู่ที่ยะลาเพื่อสานฝันให้กับน้องชาย ซึ่งการย้ายออกไปจากค่ายของผู้กองพนาก็มีคนบางกลุ่มพากันดีใจที่ต่อไปจะได้ไม่มีใครมาทำผลงานโดดเด่นเกินหน้าเกินตาอีก 

               ผู้กองพนาเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ของผู้กองพันยศ ซึ่งเขาเห็นแววที่ดีในตัวของผู้กองพนาที่ตอนนั้นยังเป็นผู้หมวดหนุ่มเรียนจบใหม่อยู่แล้วยิ่งรู้ว่าผู้กองพนาเป็นกำพร้า มีน้องชายที่ต้องดูแลและอยู่กันตามประสาสองคนพี่น้องเขาก็เกิดเอ็นดูสงสารจึงได้คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ รวมถึงแนะนำให้ผู้กองพนาฝึกฝนพัฒนาตัวเองจนเรียนจบหลักสูตรหน่วยรบมามากมาย เขาพยายามผลักดันช่วยให้ผู้กองพนาได้เลื่อยศอยู่ก็บ่อยครั้ง พยายามนำเสนอความสามารถของผู้กองพนาให้เข้าตาผู้ใหญ่แต่ก็ถูกขัดแข้งขัดขาตลอดเพราะเขาเองก็ไม่ได้เป็นคนมีเส้นสายมากจึงไม่อาจผลักดันลูกศิษย์ให้ไปได้ไกลสมกับความสามารถ แต่ผู้กองพันยศก็เชื่อว่าอย่างไรเสียคนดีๆ อย่างผู้กองพนาก็ไม่มีทางตกต่ำและความดี ความกตัญญูของเขาจะช่วยส่งเสริมให้เขาได้รับสิ่งดีๆ เป็นการตอบแทนแน่นอน 

               “น่าสงสารพี่พนาจังเลยค่ะ” แก้วเจ้าจอมว่าหงอยๆ เมื่อได้ฟังแบบนี้แล้ว พ่อภูก็เคยบอกเธออยู่ว่าความสามารถและผลงานระดับเขาสมควรได้เลื่อนยศมาเป็นชาติแล้ว แต่เพราะถูกขัดแข้งขัดขาตลอด ไม่ใช่คนมีเส้น ประจบไม่เป็นและนามสกุลไม่ดังก็เลยยังอยู่ได้แค่นี้ 

               “ได้เป็นแฟนกับเขาถือว่าโชคดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งอีกนะไนเปอร์ อาดีใจนะที่ไนเปอร์รู้จักเลือกคนดีๆ แบบนี้มาเป็นคู่ชีวิต เรื่องยศตำแหน่งอย่าไปสนใจมันเลย มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ แต่ถ้าได้คนดีๆ มาคอยนำพาชีวิตแบบนี้อาเชื่อว่าเขาจะพาไนเปอร์ก้าวเดินไปในเส้นทางที่ดีงามแน่นอน ภูมิใจในตัวผู้กองพนาให้มากๆ นะ” 

               “สาธุค่า” แก้วเจ้าจอมยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัว หากแต่ในใจก็ยิ่งรู้สึกรักและภูมิใจในตัวสามีมากขึ้น เธอไม่สนหรอกว่าเขาจะยศอะไร เธอสนแค่ว่าเขาคือพี่พนาคนดีของเธอเท่านั้น 

               “คุณพ่อก็คงคิดแบบนี้เหมือนกันนะคะ ไม่งั้นคงไม่ฝากให้พี่พนาพาไนเปอร์มากระโดดร่มด้วย” 

               “ใครว่า” ผู้กองพันยศว่าขึ้นอีก “คนที่ขอให้ไนเปอร์มากระโดดร่มด้วยคือผู้กองพนาต่างหาก เขาเป็นคนโทรมาขอกับอาเองแล้วจากนั้นเขาค่อยโทรไปขออนุญาตกับพี่กรันณ์ทีหลัง พี่กรันณ์เห็นด้วยกับเขาก็เลยโทรมาบอกอาว่าลูกเขยจะพาลูกสาวของเขามากระโดดร่ม ฝากอาช่วยดูแลด้วย” 

               “ห๋า” 

               แก้วเจ้าจอมหันกลับมามองทางผู้กองพนาทำตาปริบๆ ทันทีเมื่อได้รู้ความจริงเรื่องนี้ก่อนที่เธอจะกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก แหม...พ่อขนมหวานเมืองพระ อยากเอาใจเมีย ตามใจเมียแล้วทำเป็นเก๊กนะ โกหกเธอว่าพ่อของเธอเป็นคนบอกให้เขาพาเธอมากระโดดร่มด้วย แต่ที่ไหนได้เป็นเขาเองต่างหากที่อยากให้เธอมากระโดดร่มด้วยจนถึงขั้นลงทุนโทรมาขอกับครูฝึกแล้วก็โทรไปขอกับพ่อของเธอ ฟอร์มเยอะจริงๆ ผู้ชายอะไร รับบทรักนะแต่ไม่แสดงออกอยู่หรอ 

               “พี่พนา” พอคิดได้แบบนี้แก้วเจ้าจอมก็เดินเข้าไปหาเขาทันที ซึ่งตอนนี้เขายังพูดคุยอยู่กับเพื่อนๆ ของเขาตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน แล้วพอเธอเดินเข้าไปในกลุ่มของพวกเขาทุกคนก็พากันหันมาจับจ้องเธอทันที ความสวยหวานสะกดใจพาให้ทุกคนมองด้วยความลุ่มหลง กลิ่นกายหอมกรุ่นก็ยิ่งชวนให้หลงใหลเข้าไปใหญ่ ไม่คิดว่าบนโลกใบนี้จะยังมีคนที่สวยได้มากขนาดนี้อีก สวยจนดอกไม้ที่ว่าสวยก็ดูหมองไปหมดเลยตอนนี้ 

               แก้วเจ้าจอมสอดมือกอดแขนของผู้กองพนาแล้วยิ้มหวานให้เขา ทั้งภูมิใจในตัวเขาเหมือนอย่างที่ผู้กองพันยศบอกและดีใจที่รู้คความจริงว่าเขาเองต่างหากที่อยากพาเธอมากระโดดร่มด้วย เขายอมทำตามที่เธอขอจริงๆ 

               “ใครกันหรอครับพี่ สวยจัง” รุ่นน้องในกลุ่มหน่วยรบกระซิบถามผู้กองพนา ซึ่งเขาก็ดูหวงๆ เธอขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นทุกคนเอาแต่พากันจ้องมองเธอแบบนี้ 

               “สวัสดีค่ะ” แก้วเจ้าจอมยิ้มให้ทุกคนด้วยก่อนจะเป็นฝ่ายแนะนำตัวเอง “ฉันร้อยตำรวจโทหญิงแพทย์หญิงแก้วเจ้าจอม สุวรรณเวชค่ะ เป็นแพทย์ประจำฐานของพี่พนาที่ยะลาแล้วก็...เป็นภรรยาของพี่พนาด้วย” 

               นามสกุลของเธอว่าเรียกความอึ้งทึ่งของทุกคนแล้ว แต่การที่เธอบอกว่าเป็นอะไรกับผู้กองพนายิ่งทำให้ทุกคนอึ้งทึ่งเข้าไปใหญ่ ไม่คิดว่าลงใต้ไปได้เกือบสองปีพอกลับมาคราวนี้ผู้กองพนาจะมีเมียกลับมาด้วย ซ้ำเมียของเขายังเป็นหมอที่สวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์อีก 

               “ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณหมอ” น่าอิจฉาผู้กองพนาเป็นบ้าเลย เก่งจนหาคนเทียบยากแล้วยังได้เมียสวยอีก เมียเด็กอีกต่างหากนี่ต้องทำบุญมาด้วยอะไรกันล่ะเนี่ยถึงจะโชคดีขนาดนี้ 

               “โหพี่ ลงใต้ไปเกือบสองปีพอกลับมาก็พานางฟ้ากลับมาด้วย ที่ยะลายังมีตำแหน่งว่างมั้ยขอผมไปทำงานด้วยสิ อยากเจอสวยๆ แบบนี้บ้าง” 

               “ไม่มีตำแหน่งว่างแล้ว” ผู้กองพนาตอบเสียงนิ่งๆ เพราะความหวง ก็รู้หรอกว่ารุ่นน้องแค่แซวเล่นแต่เขาก็อดหวงไม่ได้จริงๆ เริ่มจะไม่ชอบที่แก้วเจ้าจอมมีกลิ่นตัวหอมแบบนี้แล้ว เขาไม่อยากให้คนอื่นได้กลิ่นหอมๆ ของเธอ เขาอยากได้กลิ่นนี้แค่คนเดียว 

               “เอาล่ะๆ ทักทายกันพอแล้วมั้ง ได้เวลาเทสแล้ว” ผู้กองพันยศที่บัดนี้ได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าครูฝึกของทางค่ายแล้วเดินเข้ามาบอก ทุกคนจึงรีบไปเข้าแถวกันอย่างเรียบร้อย มีเพียงแค่ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมเท่านั้นที่ไม่ได้ไปเข้าแถวด้วย เนื่องจากผู้กองพนามาร่วมการกระโดดร่มครั้งนี้เพราะครูฝึกของเขาเรียกมาเพื่อให้ช่วยดูแลกำกับรุ่นน้องที่จะกระโดดร่มทบทวน เพราะเขามีทักษะและประสบการณ์ในการกระโดดร่มที่สูงมากจนสามารถเป็นครูฝึกในด้านการกระโดดร่มได้สบายๆ เลย เมื่อรู้ว่าเขากลับมาที่เพชรบุรีผู้กองพันยศจึงตามเขามาช่วยดูแลพวกรุ่นน้องและเป็นข้ออ้างให้เขาได้กลับมาเยี่ยมเยือนค่ายด้วย 

               “คุณหมอ ไปเข้าแถวกับทุกคนสิถึงจะมากระโดดแบบ Tandem แต่ก็ต้องเทสร่างกายเหมือนคนอื่นนะ” 

               “ไนเปอร์ต้องเทสร่างกายด้วยหรอคะคุณอา” 

               “ใครเป็นอาคุณ” ผู้กองพันยศถามกลับเสียงเหี้ยมๆ ตอนนี้มันหมดเวลาของความเป็นอาหลานกันแล้ว ก็อย่างที่บอก...ถ้าอยู่ในค่ายนี้เขาเป็นครูของเธอ ไว้ออกนอกค่ายก่อนค่อยเป็นอากับหลาน 

               “ครูครับ ผมขออนุญาตไม่ให้คุณหมอต้องเทสร่างกายเหมือนคนอื่นๆ นะครับ” ผู้กองพนาว่าขึ้นเมื่อแก้วเจ้าจอมกำลังจะเดินไปเข้าแถวกับทุกๆ คน “เมื่อสองสัปดาห์ก่อนตอนอยู่ยะลาคุณหมอถูกกลุ่มคนร้ายเล่นงานแล้วก็มีการยิงปะทะกับคนร้ายทำให้คุณหมอถูกยิงที่กลางอกอยู่หลายนัด โชคดีว่าใส่เสื้อเกราะอยู่แต่แรงกระแทกของกระสุนก็ทำให้คุณหมอได้รับบาดเจ็บซี่โครงร้าว การเทสร่างกายบางท่าอาจจะส่งผลต่ออาการบาดเจ็บได้ครับ” 

               “อ้าว นี่เพิ่งถูกยิงมาหรอ” ผู้กองพันยศหันมาถามหลานสาว เขารู้ข่าวเรื่องดาบดำรงจากผู้กองพนาแต่ก็ไม่คิดว่าเธอก็อยู่ในเหตุการณ์และเกือบตายมาแล้ว 

               “อาการดีขึ้นแล้วค่ะครู” 

               “งั้นไม่ต้องเทสก็ได้” ผู้กองพันยศว่า ที่เขายอมอนุโลมให้ไม่ใช่ว่าเห็นแก่คำขอของผู้กองพนาหรือเห็นแก่พ่อของเธอ แต่เพราะแก้วเจ้าจอมเป็นลูกศิษย์ของเขา เขารู้ดีว่าเธอมีศักยภาพและทักษะในการกระโดดร่มมากน้อยแค่ไหน น่าเสียดายที่เธอเป็นผู้หญิงเพราะถ้าเธอเป็นผู้ชายแล้วได้ฝึกหน่วยรบพิเศษ เธอก็อาจเป็นนักรบที่เก่งพอๆ กับผู้กองพนาได้ ก็เธอมีเลือดของนักรบอยู่เต็มตัวเลยนี่นา 

               “เมื่อวานผมให้คุณหมอวอร์มร่างกายมาบ้างแล้วครับ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่” ถึงเขาจะไม่ได้ชวนเธอมาวอร์มร่างกายด้วยแต่เขาก็คอยสังเกตเธอตลอดตอนที่เธอมาวอร์มร่างกายอยู่ข้างๆ เขา 

               “งั้นผู้กองก็พาคุณหมอไปที่อุโมงค์ลมชัยจินดาก่อนเลย คิดว่าคุณหมอคงต้องฝึกที่นี่มากกว่าคนอื่นหน่อยเพราะคนอื่นเขามีประสบการณ์การถ่วงเวลาในอากาศแล้ว” 

               ด้วยเหตุนี้ผู้กองพนาก็เลยพาแก้วเจ้าจอมมาที่อุโมงค์ลมชัยจินดาซึ่งอยู่ในอาคารสำหรับฝึกการลอยตัวในอากาศ ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษที่เข้ามาฝึกกระโดดร่มทบทวนพากันอดเสียดายไม่ได้เมื่อไม่มีคุณหมอคนสวยมาเทสร่างกายด้วยแล้ว ซึ่งการเทสร่างกายก็จะมีการดึงข้อ ลุกนั่ง ดันพื้น พุ่งเท้าหลังและวิ่งเป็นระยะ 1 ไมล์ แต่แก้วเจ้าจอมยังมีอาการบาดเจ็บอยู่จึงยังไม่สามารถออกกำลังกายหนักๆ ได้ 

               อุโมงค์ลมชัยจินดาเป็นห้องจำลองการบินทรงกระบอก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.3 เมตร สูง 15 เมตร สามารถเข้าฝึกได้ครั้งละ 4- 6 คน เพื่อฝึกทักษะการโดดร่มแบบกระตุกเองซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากประเทศสาธารณรัฐเช็ก การฝึกลอยตัวในอุโมงค์นี้ก่อนการกระโดดร่มจากเครื่องบินจริงจะทำให้ผู้ที่ฝึกมีความมั่นใจ มีความชำนาญมากขึ้นและยังปลอดภัยทำให้อุบัติเหตุที่จะเกิดจากการกระโดดจากเครื่องบินจริงลดน้อยลง อุโมงค์ลมชัยจินดาจึงทำให้การฝึกกระโดดร่มของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

               “ครั้งนี้เราจะกระโดดลงมาจากเครื่องบินที่ความสูง 13,000 ฟิต จะถ่วงเวลาในอากาศประมาณ 60 วินาทีจนความสูงลดลงมาที่ 5,000 ฟิตถึงจะทำการเปิดร่ม ซึ่งหลักสำคัญมันก็อยู่ที่ 60 วินาทีที่ผมพูดถึง ถึงจะเป็นการกระโดดแบบ Tandem แต่คุณก็ต้องลอยตัวในอากาศให้ถูกต้องไม่งั้นเราได้โหม่งโลกกันทั้งคู่แน่” ผู้กองพนาอธิบายพลางบอกวิธีการทำงานของอุโมงค์ลมชัยจินดา ซึ่งมีครูฝึกอีกคนคอยควบคุมดูแลอยู่และเขาก็รู้จักผู้กองพนาเป็นอย่างดีด้วยจึงไม่ได้เข้ามาแนะนำอะไรมากเพราะถ้าเทียบกันแล้วผู้กองพนานั้นมีความรู้และทักษะในการกระโดดร่มมากกว่าเขาเยอะ เดี๋ยวมันจะเป็นการไปสอนจระเข้ว่ายน้ำเสียเปล่าๆ 

               “เคยเห็นอุโมงค์ลมแบบนี้มั้ย” 

               “เคยเห็นที่โรงเรียนสงครามพิเศษ ลพบุรีค่ะ แค่เคยเห็นแต่ยังไม่เคยเข้าไป” แก้วเจ้าจอมตอบขณะยืนมองอุโมงค์ลมตรงหน้า “พี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ก็เคยมาฝึกบินที่อุโมงค์ลมแบบนี้ก่อนจะไปกระโดดจริงบนเครื่อง ใครทำคะแนนได้ไม่ดีจะถูกคุณพ่อสั่งซ่อมค่ะพวกพี่ๆ ก็เลยตั้งใจกันมาก” 

               “แล้วถ้าคุณทำคะแนนได้ไม่ดีผมก็จะสั่งซ่อมคุณเหมือนกัน” เขาแอบขู่เล็กน้อยแก้วเจ้าจอมก็เลยรีบฉีกยิ้มรับ  

               “สั่งซ่อมที่ว่านี่...ใช่ตีก้นแรงๆ เหมือนทุกทีรึเปล่าคะ ถ้าใช่เดี๋ยวไนเปอร์จะเอาให้คะแนนติดลบเลยค่ะ” 

               ปั้ก! 

               ผู้กองพนาเอาหมวกกันกระแทกในมือทุบหน้าผากของเธอเบาๆ กับความเล่นไม่ถูกที่ถูกเวลาเพราะถ้าเขาพูดถึงการสั่งซ่อมกับเธอ จะเป็นการเข้าใจกันดีระหว่างเขากับเธอว่ามันคือการสั่งซ่อมบนเตียง เขาจะตีก้นเธอแรงๆ ด้วย... แค่คิดผู้กองพนาก็ร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าแล้ว 

               “ใช่เวลาเล่นหรอ” เขาว่าให้ก่อนจะอธิบายต่อ “ฟังนะ ถ้าเราเข้าไปในอุโมงค์แล้วเราจะพูดกันไม่ได้ เวลาลอยตัวอยู่ในอากาศก็เหมือนกันเพราะฉะนั้นเราจะสื่อสารกันด้วยสัญญาณมือ 5 แบบ โดยให้นิ้วสองนิ้วสมมติว่าเป็นขาของเราทั้งสองข้าง สัญญาณมือแบบแรกถ้าผมทำมือแบบนี้” ผู้กองพนาชูสองนิ้วขึ้นในแนวนอนแล้วลากนิ้วเป็นเส้นขนาน “สัญญาณมือแบบนี้แปลว่าให้เหยียดขาออก คุณต้องค่อยๆ เหยียดขาเข้าใจมั้ย” 

               “เข้าใจค่ะ” 

               “แล้วถ้าผมงอนิ้วแบบนี้แปลว่าให้คุณงอขาขึ้น” ผู้กองพนาคว่ำฝ่ามือแล้วชูสองนิ้วโดยงอนิ้วทั้งสองลงมา แก้วเจ้าจอมก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจในสิ่งที่เขาสอน 

               “ถ้าผมชี้นิ้วเอาไว้ที่คางแปลว่าผมบอกให้คุณเงยหน้าขึ้น แล้วสัญญาณมือแบบนี้” ผู้กองพนากำมือแล้วชูแค่นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วก้อยขึ้น “สัญญาณมือแบบนี้หมายถึงอะไร” 

               “อ๋อ หมายถึง...” แล้วแก้วเจ้าจอมก็ยกมือชูนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วก้อยขึ้นบ้าง “สวัสดีครับพี่น้อง!” เธอเลียงแบบเสียงนักร้องนำวงดนตรีเพื่อชีวิตชื่อดังของประเทศ และคำตอบของเธอก็ทำให้ผู้กองพนาดีดนิ้วเข้าให้ที่หน้าผากอย่างจัง 

               “หมายถึงให้รีแลกซ์ ให้ผ่อนคลาย อย่าเกร็งต่างหากล่ะ” เขาว่าโดยที่แก้วเจ้าจอมยังคงยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ เพราะเจ็บ “ส่วนสัญญาณมือแบบนี้แปลว่าโอเค แปลว่าคุณทำได้ดีแล้ว” เขายกนิ้วหัวแม่มือให้เธอดู “แต่ถ้าผมคว่ำนิ้วหัวแม่มือลงแปลว่าให้คุณแอ่นเอวให้มากขึ้นเพราะท่าลอยตัวในอากาศบางท่าสมดุลของร่างกายจะอยู่ที่เอว สัญญาณมือทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละ” 

               “ยังค่ะ ยังมีอีกแบบพี่พนายังไม่ได้ทำ” 

               “สัญญาณมืออะไรอีก” ถ้าตามทฤษฎีก็มีแค่นี้แล้วมันยังจะมีอะไรอีก เขาว่าเขาไม่ได้จำอะไรพลาดนะ 

               “ก็สัญญาณมือแบบนี้ไงคะ” แก้วเจ้าจอมชูนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วก้อยขึ้น “แบบนี้แปลว่า...รักนะคะพี่พนา” แล้วจากนั้นเธอก็ทำมือเป็นมินิฮาร์ทให้เขาอีก 

               “อันนี้แปลว่า หัวใจดวงน้อยๆ ของไนเปอร์เป็นของพี่พนาคนเดียว” สุดท้ายเธอก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นทำท่าซารางเฮโย “ซารางเฮโยแปลว่า...ไนเปอร์รักพี่พนามากที่สุดในโลกเลยค่ะ” 

               เจอแบบนี้เข้าไปผู้กองพนาก็แทบจะกลั้นยิ้มไม่อยู่ เพราะแก้วเจ้าจอมไม่ได้ทำแค่สัญลักษณ์มือเท่านั้น แต่สีหน้าและท่าทางของเธอก็แลดูน่ารักไปเสียหมดแล้วถ้าเขาเผลอยิ้มออกมาให้เธอเห็นล่ะก็ได้เสียฟอร์มตายเลย ก็ตอนนี้เขากำลังโกรธเธออยู่นี่นา ดังนั้นเพื่อไม่ให้เธอเห็นรอยยิ้มของเขา เขาก็เลยเอาหมวกกันกระแทกในมือสวมเข้าให้ที่ศีรษะของเธอในทันทีทันใด แก้วเจ้าจอมก็เลยไม่ได้เห็นว่าตอนนี้เขากำลังยิ้มออกมาอย่างมีความสุขมากแค่ไหนจนครูฝึกที่อยู่ตรงชุดควบคุมอุโมงค์ลมต้องกระแอมเสียงใส่ 

               “ฮะแฮ่ม!” นั่นแหละผู้กองพนาถึงได้รีบหุบยิ้มลงแล้วสวมหมวกกันกระแทกบ้าง ซึ่งหมวกตัวนี้นอกจากจะช่วยกันกระแทกแล้วก็ยังช่วยไม่ให้ลมพัดขึ้นมาตีบนหน้าด้วย 

               เพราะชุดวอร์มปฏิบัติการ Paru Sport ที่ผู้กองพนาให้แก้วเจ้าจอมใส่วันนี้เป็นชุดที่ออกแบบมาเพื่อการกระโดดร่มอยู่แล้วจึงนับว่าเป็นชุดที่เหมาะกับการฝึกท่าการลอยตัวในอุโมงค์ลมเช่นกัน เมื่อเข้ามาในอุโมงค์ลมผู้กองพนาจะทำท่าการลอยตัวในอากาศให้แก้วเจ้าจอมได้ดูเป็นตัวอย่างก่อน จนเมื่อเธอเข้าใจแล้วเขาจึงจูงมือเธอมายืนที่กึ่งกลางของอุโมงค์โดยมีครูฝึกคอยควบคุมกำลังลมให้ แรงลมภายในอุโมงค์นั้นแรงมาก แรงจนแก้วเจ้าจอมอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามีคนใส่ฟันปลอมเข้ามาคงได้ฟันปลิวออกไปจากปากแน่ๆ ช่วงแรกๆ เธอยังทำการลอยตัวในอากาศแบบที่ผู้กองพนาสอนไม่ได้เพราะนี่เป็นการฝึกครั้งแรก ผู้กองพนาจึงต้องคอยจับประคองตัวของเธอเอาไว้ตลอด สองแขนของเขากอดรอบเอวของเธอเอาไว้อย่างหลวมๆ ด้วยเพราะแก้วเจ้าจอมเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้วเธอจึงลอยตัวได้ไม่ยาก แต่มันจะยากก็ตรงที่ต้องทำท่าทางให้ถูกต้องนี่แหละ 

               ถึงจะเป็นการฝึกครั้งแรก แต่เพราะแก้วเจ้าจอมมีทักษะทางด้านการกระโดดร่มดีอยู่แล้วเพราะเคยกระโดดร่มแบบสายกระตุกคงที่หรือแบบ Static Line มาก่อนอีกทั้งครั้งนี้ยังได้ครูฝึกดีเธอจึงมีกำลังใจเรียนมากขึ้น จากที่ทำท่าลอยตัวผิดๆ ถูกๆ ได้ไม่นานในที่สุดเธอก็สามารถลอยตัวในอากาศได้อย่างถูกต้องจนเป็นที่พอใจของผู้กองพนา เขารู้สึกภูมิใจในตัวเธอที่เธอสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างไม่แพ้ผู้ชาย ในยามปกติเธอก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปที่ยังมีความขี้เล่นซุกซนอยู่บ้าง บางครั้งก็ดูเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งเธอจะดูเป็นผู้ใหญ่มากเมื่ออยู่กับอรินเพราะต้องวางตัวให้สมกับที่เป็นพี่สาว และในเวลาปฏิบัติงานหรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เธอก็จะจริงจังและตั้งใจเป็นอย่างมากเช่นกัน เห็นแบบนี้แล้วคนสอนอย่างเขาก็หายเหนื่อยเลยล่ะ และเมื่อแก้วเจ้าจอมสามารถทรงตัวได้คล่องแล้วผู้กองพนาก็เข้าไปลอยตัวกับเธอแล้วยื่นมือไปจับมือของเธอเอาไว้เพื่อช่วยประคองระหว่างที่ยังลอยตัวอยู่ในอุโมงค์ลมด้วยกัน พร้อมกับส่งสัญญาณมือแนะนำเธอตามที่เขาสอนเมื่อเขายังเห็นว่ายังมีอะไรที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมอีก 

               แก้วเจ้าจอมเองก็จับมือของเขาแน่น สองขาของเธองอขึ้นตามท่วงท่าที่เขาสอนอย่างท่า Arch หรือ Stable แล้วก็ท่า Frog ซึ่งเป็นท่ามาตรฐาน และเมื่อเขาเอานิ้วชี้มาที่ใต้คางเธอก็เงยหน้าขึ้นตามที่เขาบอก แม้จะตื่นเต้นแต่พอฝึกไปเรื่อยๆ ก็ชักจะเริ่มสนุกแล้ว ยิ่งมีเขาคอยจับมือประคองเธอเอาไว้แบบนี้แก้วเจ้าจอมก็ยิ่งรู้สึกสนุก เหมือนเธอกำลังบินได้เลยตอนนี้ เธอมองผ่านช่องกระจกของหมวกกันกระแทกแล้วก็ยิ้มหวานให้สามีเมื่อเขาส่งสัญญาณมือบอกว่าเธอทำได้ดีมาก สองมือของเขาและเธอจับประสานกันเอาไว้แน่นอยู่กลางอากาศ สองสายตาสบประสานกันเต็มไปด้วยความสุขที่ไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดก็รับรู้ได้ด้วยหัวใจแล้ว การได้อยู่กับคนรักมันมีความสุขมากจริงๆ เพราะแบบนี้สินะแม่แก้มถึงไม่ยอมอยู่ห่างจากคุณพ่อของเธอเลย เวลาที่แม่แก้มได้อยู่กับคุณพ่อ แม่แก้มก็คงมีความสุขมากๆ เหมือนกับเธอในตอนนี้... 

               วืดดดดด 

               ตุ๊บ!!! 

               “แอ๊ก!” กำลังมีความสุขล่องลอยอยู่ในอากาศดีๆ แก้วเจ้าจอมก็หล่นตุ๊บ! ลงมาบนตาข่ายด้านล่างอุโมงค์เมื่อผู้กองพนาส่งสัญญาณให้ครูฝึกที่ควบคุมอุโมงค์อยู่ลดความแรงลมลง แก้วเจ้าจอมที่มองหน้าสามีอยู่อย่างเพลินๆ จึงไม่ทันสังเกตเห็นสัญญาณมือที่เขาบอกให้เธอเตรียมลงพื้น ทันทีที่เขาปล่อยมือจากเธอเธอก็เลยหล่นลงมาแบบไม่เป็นท่าจนนอนแผ่หราอยู่ที่พื้นตาข่าย 

               “นักเรียนกระโดดร่มไม่มีสติโหม่งพื้นตายหนึ่งศพ” เสียงผู้กองพนาว่าก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากอุโมงค์ลม นักเรียนกระโดดร่มที่โหม่งพื้นจนตายของเขาก็เลยได้แต่ยกศีรษะขึ้นมองอย่างเก้อๆ เขินๆ อายก็อายเมื่อขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษที่จะกระโดดร่มทบทวนด้วยกันได้เดินเข้ามาในห้องฝึกลอยตัวกันพอดี ทุกคนก็เลยพากันขำให้เมื่อเห็นผู้กองพนาแกล้งเมียแบบนี้ 

                 

 

 

               หลังจากที่ฝึกการลอยตัวในอากาศ หรือการถ่วงเวลาในอากาศแล้วต่อไปก็เป็นการทบทวนวิชาการพับร่ม ซึ่งการพับร่มนี้นักเรียนกระโดดร่มจะต้องเป็นผู้พับร่มด้วยตัวเองเพื่อที่ว่าหากเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นกับร่มหรือร่มไม่กางก็จะได้ไม่เป็นการโทษคนอื่น ตัวเองจะต้องรับผิดชอบร่มของตัวเองเท่านั้นและร่มจะกางหรือไม่กางก็อยู่ที่การพบร่มด้วย วิชาการพับร่มจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากซึ่งในที่นี้ทุกคนชำนาญด้านการพับร่มกันอยู่แล้วแม้แต่แก้วเจ้าจอมเองก็เช่นกัน แม้ว่าร่มที่เธอต้องพับตอนนี้จะไม่ใช่ร่มกลมเหมือนกับร่มที่กระโดดแบบสายกระตุกคงที่หรือ Static Line แต่เป็นร่มเหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่เพื่อรองรับน้ำหนักของผู้ที่จะกระโดดแบบ Tandem เธอก็ยังสามารถพับได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้องโดยมีผู้กองพนา ครูฝึกคนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษทุกคนช่วยกันให้คำแนะนำ 

               “พับดีรึเปล่า แน่ใจนะว่าพอเปิดร่มแล้วร่มจะกาง” ผู้กองพนาถามขึ้นเมื่อเธอให้เขามาช่วยตรวจร่มที่เพิ่งพับเสร็จให้ 

               “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าร่มไม่กางเราก็ตายพร้อมกัน ไนเปอร์จะเป็นผีลอยอยู่ข้างๆ ผีพี่พนาเอง” 

               “เหอะ!” เขาแค่นเสียงว่าในใจแล้วก็ตรวจร่มให้กับเธอ ซึ่งเธอก็สามารถทำได้ดีเกินคาดอีกเช่นเคย “คะแนนเต็มสิบให้...หนึ่งก็พอ” 

               “อ้าว ทำไมล่ะคะไนเปอร์พับไม่ถูกหรอ” 

               “พับถูกแล้วก็เรียบร้อยดี ได้สิบคะแนนเต็ม แต่หักเก้าคะแนนเพราะ...หมั่นไส้เป็นการส่วนตัว” ว่าแล้วก็เดินหนีไปทิ้งให้แก้วเจ้าจอมได้แต่ยืนเท้าสะเอวทำควันออกหูใส่ ไว้เขายอมยกโทษให้เรื่องที่เธอทิ้งเขาไปก่อนเถอะเธอจะเอาคืนเขาให้หนักเลย 

               “มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า” ผู้กองพันยศเดินเข้ามาถามหลานสาว จากที่สังเกตดูเหมือนเธอกับผู้กองพนาจะแอบจิกกัดกันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะผู้กองพนาที่มีท่าทีตึงๆ ใส่เธอตลอด 

               “คนแก่ขี้งอนค่ะ ง้อมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วยังไม่หาย” 

               “ทะเลาะกันหรอ” 

               “ก็...นิดหน่อยค่ะ ไนเปอร์เป็นฝ่ายผิดเอง นี่ก็กำลังตามง้ออยู่ค่ะ” 

               “งั้นก็ต้องรีบง้อนะ เดี๋ยวมีคนมาแย่งไปอย่าหาว่าอาไม่เตือน” ผู้กองพันยศพยักหน้าไปทางประตูหน้าอาคารเรียนพับร่มซึ่งตอนนี้สาวๆ ตำรวจในค่ายต่างก็พากันมาแอบมองผู้กองพนาอยู่เพราะได้ข่าวว่าวันนี้เขากลับมาที่ค่ายเพื่อกระโดดร่มทบทวน “ถึงผู้กองพนาจะไม่เคยมีใครแต่เขาก็เนื้อหอมมากเลยนะ ของดี ใครๆ ก็อยากได้” 

               “ถ้าเขาเป็นของไนเปอร์ ต่อให้ผู้หญิงทั้งโลกอยากได้เขา ยังไงซะเขาก็จะยังเป็นของไนเปอร์ตลอดไป แต่ถ้าเขาไม่ใช่ของไนเปอร์ ต่อให้ไนเปอร์ล่ามเขาเอาไว้ยังไงเขาก็ไปอยู่ดีค่ะ เขาอยากทำอะไรก็ตามใจเขา” แล้วเธอก็ไปนั่งดูคนอื่นพับร่มอยู่คนเดียวเงียบๆ ตามองการพับร่มก็จริงแต่ในหัวกลับคิดไปสารพัดเมื่อเห็นสาวๆ พากันมาออกันอยู่ที่หน้าอาคารกันมากมาย ตาแก่ทึ่มๆ ของเธอมีแฟนคลับเยอะขนาดนี้เลยหรอเนี่ย สงสัยสมัยอยู่ที่นี่คงเป็นเดือนของค่ายแน่ๆ เลย 

               “โห พี่พนานี่เนื้อหอมเป็นบ้าเลยเว้ย เมื่อก่อนสาวตรึมยังไงตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม มึงดูสิ” เสียงเจ้าหน้าที่สองคนที่พับร่มกันอยู่แอบพูดคุยกันเบาๆ เมื่อมีตำรวจสาวสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายผู้กองพนาเมื่อเขาเดินไปใกล้แถวๆ ประตูพอดี มีการเอาดอกกุหลาบมาให้กันด้วย เห็นแล้วแก้วเจ้าจอมก็ต้องเบือนหน้าหนีไม่อยากมอง จะให้เธอไปกรี๊ดๆ แล้วประกาศว่าอย่ามาแย่งผัวฉันนะแบบนี้น่ะหรอ เธอไม่เอาด้วยหรอก 

               “คุณหมอพับร่มเร็วจังเลยนะครับ” เจ้าหน้าที่สองคนที่พูดคุยกันเมื่อกี้นี้เพิ่งจะหันมาเห็นว่าแก้วเจ้าจอมนั่งอยู่ใกล้ๆ เลยหันมาทักเธอ แต่...ทักแล้วเธอก็ไม่ยอมตอบพวกเขา เหมือนเธอนั่งมองพวกเขาอยู่แต่เธอกลับเหม่อลอยไปไกลเลย รอยยิ้มแสนสดใสก็ไม่ได้มีให้เห็นเหมือนก่อนหน้านี้ 

               ปั๊ก!!! 

               “เฮือก!!!” แก้วเจ้าจอมตกใจสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันทีเมื่อผู้กองพนายื่นมือมาดีดนิ้วเสียงดังตรงหน้าเธอ เหม่อได้ขนาดนี้แล้วจะกระโดดร่มได้รึเปล่าเนี่ย 

               “เหม่อ! ทั้งเหม่อ ทั้งไม่มีสติ แบบนี้จะกระโดดร่มลงมาได้ยังไง” พอเขาว่าเธอก็ค้อนใส่เขาทันทีแล้วมองไปยังประตูหน้าอาคารที่ตอนนี้ยังมีสาวๆ ออกันอยู่ แต่คราวนี้สาวๆ กลุ่มนั้นกลับพากันหันมามองทางเธอด้วย 

               “...ไม่ดีหรอ ถ้าไนเปอร์ตกลงมาตายก็จะได้มีเมียใหม่ไง ไหนๆ พี่พนาก็เกลียดไนเปอร์จนไม่ยอมยกโทษให้แล้วนี่” เธอหันมาจ้องหน้าเขาแล้วก็เบือนหน้าหนีอีก ทำเป็นสนใจร่มที่ตัวเองเพิ่งพับเสร็จเสียเต็มประดา ผู้กองพนาก็เลยมองไปยังสาวๆ ที่ยังออกันอยู่หน้าอาคารเรียน สงสัยเธอจะน้อยใจเขาเรื่องนี้ 

               “ถ้าจะตกลงมาตายก็ตายด้วยกันทั้งคู่นี่แหละ เรากระโดดร่มแบบ Tandem ด้วยกันไม่ใช่หรอ” แก้วเจ้าจอมก็ยังไม่ได้สนใจที่เขาว่าจนเมื่อมือของเขาเอื้อมมาโอบรอบเอวของเธอเอาไว้นั่นแหละเธอถึงยอมหันกลับมาหาเขา “ใครบอกว่าถ้าตกลงมาตายแล้วจะเป็นผีลอยอยู่ข้างๆ ผม แล้วโหดๆ แบบนี้ผมไม่ยอมปล่อยให้ตายง่ายๆ หรอกเดี๋ยวได้ไปบุกนรกพังสวรรค์จนเขาปั่นป่วนกันพอดี” 

               “มาโอ๋หรอคะ” 

               “เปล่า กำลังหลอกด่าอยู่” พอผู้กองพนาว่า เจ้าหน้าที่สองคนที่แอบฟังอยู่ใกล้ๆ ก็ถึงกลับหลุดหัวเราะกันออกมาทันที ผัวเมียคู่นี้เขาง้อกันได้แปลกดีเว้ย 

               “เมื่อกี้นี้เพื่อนตำรวจหญิงเขามาถามข่าวคราวของผมตามประสาคนเคยรู้จักกัน” ผู้กองพนาพยักหน้าไปทางกลุ่มสาวๆ ที่มาทักทายเขาเมื่อครู่นี้ให้แก้วเจ้าจอมมองตาม “ผมบอกพวกเขาว่าผมมากระโดดร่มทบทวนกับช่วยครูเทรนรุ่นน้องแล้วก็...พาเมียมากระโดดร่มด้วย” แล้วผู้กองพนาก็ยื่นดอกกุหลาบสีขาวมาให้เธอ ซึ่งแก้วเจ้าจอมจำได้ว่ามันคือดอกกุหลาบที่ตำรวจหญิงในกลุ่มนั้นให้เขามา 

               “ดอกกุหลาบนี่เขาไม่ได้เอามาให้ผม ผมเป็นคนขอเขามาเอง” อ้าว...แล้วจะไปขอดอกไม้คนอื่นมาทำไมกัน 

               “ผมบอกเขาว่าเมียของผมชอบดอกกุหลาบสีขาวมาก ผมก็เลยขอเขาเพื่อเอามาให้เมียของผม เมียของผมจะได้มีกำลังใจกระโดดร่มวันนี้” 

               จากที่หงอยๆ อยู่แก้มของแก้วเจ้าจอมก็แดงระเรื่อขึ้นทันทีขณะรับดอกกุหลาบจากเขามา ถึงคำพูดคำจาของเขาจะยังฟังดูห่างเหินกับเธอแต่การกระทำของเขามันก็ชัดเจนมาก เขารู้ว่ามีสาวๆ มารอเจอเขา เขารู้ว่าเธอจะรู้สึกไม่ดีก็เลยไปพูดกับสาวๆ เหล่านั้นเพื่อประกาศว่าเขามีเมียแล้ว แล้วแทนที่เขาจะอยู่พูดคุยกับสาวๆ เหล่านั้นต่อเขากลับรีบเดินเข้ามาหาเธอ มาพูดคุยกับเธอเพื่อทำให้เธอสบายใจ...ทั้งๆ ที่เธอเคยทำลายความรู้สึกของเขามาอย่างมากมายแล้วถึงเขาจะยังโกรธเธออยู่แต่เขาก็ยังห่วงใยในความรู้สึกของเธอเสมอ เขาแคร์เธอมากจนเธอละลายใจที่ไม่ได้แคร์เขาแบบนี้ เหมือนทุกๆ ลมหายใจของเขามีแค่เธอ เธอคือโลกทั้งใบของเขาที่ต่อให้เขาจะโกรธเธอยังไงแต่เขาก็ยังห่วงหาเธออยู่ตลอดเวลา ผู้กองพันยศพูดถูก การได้เป็นคนรักของผู้ชายคนนี้มันเรียกว่าโชคดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งจริงๆ 

               “ขอบคุณค่ะ พี่พนา” เธอไม่ได้ขอบคุณที่เขาเอาดอกกุหลาบมาให้ แต่เธอขอบคุณที่เขารักเธอ ขนาดเธองี่เง่ากับเขาแต่เขาก็ยังรักเธอ ห่วงใยความรู้สึกของเธอมากกว่าใครๆ และเป็นผู้ชายที่ชัดเจนมาก ถ้าเทียบกันกับผู้กองกวินทร์พี่ชายของเธอ ถ้ามีสาวๆ มาหาแบบนี้คงออกไปแรดกับสาวๆ แล้ว ไม่มีทางกลับมานั่งโอ๋เธอ เอาใจเธอหรอก 

               “อารมณ์ดีแล้วใช่มั้ย” เขายิ้มหวานๆ ถาม ซึ่งเธอก็รีบพยักหน้าตอบ แล้วทันทีที่เธอพยักหน้าตอบ รอยยิ้มหวานๆ ของเขาก็หายไปในทันที ปีกสีขาวของเทวดาบนหลังเขาตอนนี้เปลี่ยนสภาพมาเป็นปีกสีดำของซาตานแทนแล้ว 

               “ถ้าอารมณ์ดีแล้วงั้นก็ไปวิ่งรอบห้องเรียนพับร่มซักห้ารอบไป โทษฐานที่เหม่อ ไม่มีสติ!” 

               “อะไรนะ!” 

               “ไปวิ่งเดี๋ยวนี้!!!” ทันทีที่เขาขึ้นเสียง แก้วเจ้าจอมก็รีบลุกไปวิ่งอย่างอัตโนมัติ โธ่! ทำตัวน่ารักๆ ให้เธอชื่นชมอีกหน่อยก็ไม่ได้ตาแก่ทึ่มนี่ นี่ตกลงพาเธอมากระโดดร่มหรือพามาแกล้งกันแน่เนี่ย! 

               ก่อนที่จะพักเที่ยงแล้วขึ้นเครื่องบินไปกระโดดร่มที่สนามโดดร่ม ตุงคะเตชะ ของค่ายนเรศวรเจ้าหน้าที่ทุกคนที่จะกระโดดร่มทบทวนก็จะไปฝึกทบทวนท่าทางการกระโดดออกจากเครื่องบินโดยการกระโดดลงมาจากหอสูง 34 ฟุตก่อน ซึ่งท่าการกระโดดออกจากเครื่องบินจะมีทั้งหมดสามท่าคือ ท่า Dive Out เป็นการพุ่งหันหน้ากระโดดออกจากเครื่องบิน ท่า Back Out เป็นการหันหลังกระโดดออกจากเครื่องบิน และท่า Unstable Out ซึ่งจะเป็นการกระโดดออกจากเครื่องบินในท่าไหนก็ได้ ทุกคนจะต้องฝึกทบทวนการกระโดดทั้งสามนี้ โดยเฉพาะผู้กองพนาที่เขาจะต้องฝึกการกระโดดแบบ Tandem ทั้งสามท่า โดยที่เขากับแก้วเจ้าจอมจะมีชุดสายรัดตัวโยงติดกันเอาไว้อย่างแน่นหนา 

               “พร้อมนะ” เขากระซิบถามเธอข้างหู แก้วเจ้าจอมที่มีสายรัดตัวโยงติดอยู่ด้านหน้าของเขาก็เลยพยักหน้ารับ แล้วทันทีครูฝึกสั่งว่า 

“Ready” ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมก็ย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมกระโดด จนเมื่อครูฝึกสั่งว่า “Go” ทั้งเธอและเขาก็สปริงตัวกระโดดลงจากหอสูงในท่า Back Out ซึ่งทันทีที่กระโดดลงมาแล้วก็ต้องอยู่ในท่าการลอยตัวกลางอากาศตามที่ฝึกกันมาแล้วนับออกมาว่า “one thousand two thousand...” ระหว่างที่นับถึง two thousand ผู้กองพนาก็ตบมือขวาไปที่ toggle เพื่อเตรียมเปิดร่ม พอนับถึง three thousand เขาก็ดึง toggle กลับไปอยู่ท่าเดิมก่อนจะนับต่อ 

               “four thousand five thousand check canopy!” แล้วจึงเช็คดูว่าร่มกางแน่แล้วรึยัง ถึงแม้ว่าจะเป็นการซักซ้อมจากการกระโดดหอสูงแต่เขาก็ตั้งใจทำเสมือนว่านี่เป็นสถานการณ์จริง มีเพียงแค่แก้วเจ้าจอมเท่านั้นที่ไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากทรงตัวตามที่ฝึกมาเพราะเธอไม่ใช่ผู้กระโดดแต่เธอเป็นผู้โดยสาร 

ด้วยชื่นชอบการเล่นโลดโผนแบบนี้อยู่แล้วแทนที่จะกลัวแต่แก้วเจ้าจอมกลับรู้สึกสนุกมาก ยิ่งมีผู้กองพนาประกบซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างแนบชิดแบบนี้ขอบอกเลยว่าเธอฟินสุดๆ ไม่รู้ว่าเขาพาเธอมากระโดดร่มหรือฮันนีมูน ใจก็อยากจะแกล้งๆ กระโดดให้ผิดท่าอยู่หรอกเพื่อที่เธอกับเขาจะได้กระโดดร่มแนบชิดกันแบบนี้หลายๆ รอบ แต่พอมาคิดๆ ดูอีกทีถ้าใครเขาเห็นว่าเมียผู้กองพนากระโดดร่มผิดท่า ของง่ายๆ แบบนี้ก็ทำไม่ได้เขาคงได้ขายหน้าพอดีดังนั้นเธอก็เลยตั้งใจกระโดดให้ดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าเมียของผู้กองพาก็มีฝีมืออยู่เหมือนกัน 

               “รอบเดียวผ่านเลย ไม่เสียแรงที่เป็นลูกศิษย์อา เอ้ย! ลูกศิษย์ครู” ผู้กองพันยศชมเชย อย่างผู้กองพนาน่ะเขาไม่ชมหรอกเพราะรู้ดีว่าเก่งมากอยู่แล้ว เขาจึงชมแต่แม่หลานสาวที่ดูท่าจะฟินมากเวลาถูกรัดติดเอาไว้กับสามี ท่าทางจะหลงผู้กองพนาหนัก  

               “ปีหน้ามาเรียนหลักสูตร Skydiving กับครูนะ ต่อไปจะได้กระโดดร่มแบบกระตุกเองเป็น” ผู้กองพันยศรีบชวนหลานสาว ไหนๆ ก็เก่งมันทุกอย่างแล้วก็ควรเอาให้สุด ซึ่งหลักสูตร Skydiving ที่เขาพูดถึงนี้เป็นการกระโดดร่มแบบดิ่งพสุธาของทางค่ายนเรศวรซึ่งเป็นการกระโดดร่มแบบกระตุกเอง (Freefall) ที่ทุกคนกำลังจะได้กระโดดทบทวนกันในช่วงบ่ายนี้ โดยจะกระโดดลงมาจากเครื่องบินที่ความสูง 13,000 ฟิต ในระดับความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วลอยตัวถ่วงเวลาในอากาศประมาณ 60 วินาทีก่อนจะเปิดร่มที่ความสูง 5,000 ฟิต  

               “ที่ทางการทหารเรียกว่าการกระโดดร่มแบบ High Altitude Low Opening (HALO) ใช่มั้ยคะครู” 

               “ใช่ การกระโดดร่มแบบกระโดดสูงเปิดร่มต่ำเหนือพื้นที่ของข้าศึก ก่อนจะเข้าไปปฏิบัติการทางยุทธวิธีต่อในภาคพื้นดิน ไง! สนใจมั้ยหลักสูตรนี้เรียนแค่เดือนเดียวเอง อาทิตย์แรกเรียนทฤษฎี อีกสามอาทิตย์หลังจะอยู่แต่บนฟ้าตลอด แต่ต้องกระโดด 35 ครั้งนะถึงจะผ่านหลักสูตร” 

               “แล้วจะได้ติดปีกเครื่องหมายร่มดาวดำแบบพี่พนาเลยมั้ยคะ” 

               “ถ้าอยากได้เครื่องหมายร่มดาวดำก็ต้องกระโดดให้ได้มากกว่า 65 ครั้ง ถ่วงเวลาในอากาศได้ 15 วินาที” 

               “โห แก่ตายพอดี” 

               “ยังไม่ตาย” ผู้กองพนาพูดขึ้นเมื่อเธอว่ากระทบเขา “ไม่ต้องบอกให้เขากระโดดแบบ HALO หรอกครับครู เก่งๆ แบบนี้ให้เรียน HAHO ไปเลย” เขารีบประชดเธอคืน “กล้ามั้ย หลักสูตรพรานเวหา High Altitude High Opening การกระโดดร่มแบบกระโดดสูงเปิดร่มสูงน่ะ” ไม่ท้าเปล่าแต่เขายังทำหน้าสยองๆ ใส่เธออีกด้วย 

               “กระโดดลงมาจากความสูง 30,000 ฟิต ถ่วงเวลาในอากาศให้ได้ 15 วินาทีแล้วค่อยเปิดร่ม” 

               “มันจะไม่สูงไปหรอคะรีบเปิดร่มเร็วขนาดนั้น” 

               “เขาถึงเรียกว่ากระโดดสูงแล้วยังเปิดร่มสูงด้วยไง พอเปิดร่มแล้วก็ต้องบังคับร่มไปให้ไกลๆ เป็นสามสิบ สี่สิบกิโลเมตรเพื่อเข้าไปหลังแนวของข้าศึกก่อนจะปฏิบัติการทางยุทธวิธีในภาคพื้นดิน ต้องบังคับร่มตอนกลางคืนด้วยนะไหนจะต้องแบกอาวุธ อุปกรณ์สื่อสารแล้วก็พวกเป้สัมภาระด้วยอีก” 

               “ยากขนาดนั้นใครจะบ้าไปทำได้กันล่ะคะ” 

               “พี่กรันณ์ไงทำได้ พ่อตัวเองติดปีกพรานเวหา พลร่มชั้น 1 ของกองทัพบกนะไม่รู้หรอ” 

               อุ๊ย! นั่นสิ เธอลืมไปได้ยังไงกัน คุณพ่อขา ที่ไนเปอร์ด่าไปถือว่าแมวพูดก็แล้วกันนะคะ แก้วเจ้าจอมหันมายิ้มแหะๆ ให้ผู้กองพันยศ 

               “แต่มันก็อันตรายอยู่พอควรนะ ถ้าคนร่างกายไม่แข็งแรงพอก็คงเรียนกันยากหน่อยหลักสูตรนี้” ผู้กองพันยศบอก “ที่ความสูงระดับนั้นมีออกซิเจนต่ำ เวลากระโดดลงมาต้องใส่หน้ากาก Personal Oxigen mask ลงมาด้วย ทั้งการกระโดดร่มแบบ HALO แล้วก็ HAHO เป็นยุทธวิธีการแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูงทั้งทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศแล้วก็ตำรวจมีหลักสูตรนี้หมด แต่ครูว่าก่อนจะไปถึง HAHO ไนเปอร์มาเรียนหลักสูตร Skydiving กับครูก่อนดีกว่า อยากได้มั้ยเครื่องหมายร่มดาวดำน่ะ ตอนนี้มีตำรวจหญิงแค่สองคนในประเทศไทยนะที่ได้ติดเครื่องหมายนี้ อยากเป็นตำรวจหญิงคนที่สามของประเทศที่ได้ติดมั้ยล่ะ” 

               “อยากค่ะ” แม้ว่ามันจะน่ากลัวไปบ้างแต่คนชอบความท้าทายอย่างเธอก็อยากจะลองเพียงแต่ว่า... “ขอไนเปอร์ผลัดไปอีกปีก่อนนะคะครูแล้วค่อยมาเรียน ปีหน้าไนเปอร์คิดว่าไนเปอร์จะไม่ว่างค่ะ” 

               “ทำไมถึงจะไม่ว่าง” 

               “ไนเปอร์จะอุ้มท้องลูกให้พี่พนาก่อนค่ะ ไว้คลอดแล้วค่อยมาเรียนแล้วกันนะคะ ตอนนี้ขอแปะไว้ก่อน” การพูดตรงๆ ซื่อๆ ของเธอทำให้ผู้กองพนาหน้าแดง หูแดงไปหมดเพราะในที่นี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสามคนเท่านั้นแต่ยังมีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่เพิ่งกระโดดหอลงมาด้วย ยัยเด็กโหดนี่พูดอะไรไม่อายปากเลยนะ แม้แต่ผู้กองพันยศก็พลอยหน้าแดงไปกับผู้กองพนาด้วย เจ้าหลานคนนี้เลือดพ่อมันแรงจริงๆ เว้ย! 

               “เลิกกลัวเด็กแล้วหรอถึงพูดเรื่องจะมีลูก” 

               “ก็ยังกลัวอยู่ค่ะครู แต่พี่พนาบอกว่าพี่พนาอยากได้ไนเปอร์ก็เลยจะตามใจ อยากได้กี่คนก็ทำเอาเอง...อุ๊บบบ” ผู้กองพนารีบยื่นมือมาปิดปากของเธอในทันทีเมื่อเขาเห็นว่าพวกรุ่นน้องของเขาเริ่มหันมามองกันแล้ว บทจะมาดแมนพูดแบบไม่อายใครก็พูดขึ้นมาโต้งๆ เลยนะยัยเด็กนี่ แหกตาดูซะบ้างสิว่าที่นั่งหัวโด่กันอยู่ที่นี่น่ะมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น เรื่องแบบนี้ค่อยเอาไปพูดในมุ้งกับเขาสองคนก็พอ ว่าแต่...ทำไมเธอถึงพูดเรื่องจะมีลูกล่ะ ก็ที่ผ่านมาเธอปฏิเสธเขามาตลอดแล้วก็กินยาคุมทุกวันไม่ใช่หรอ 

               “พูดอะไรอายบ้างสิคนเยอะแยะ” 

               “อายทำไมมันเรื่องธรรมชาติมากเลยนะคะพี่พนาใครๆ เขาก็มีกัน แค่อยากมีลูกก็บอกออกมาแมนๆ เลยว่าอยากมี หรือพี่พนาจะเอาหัวปีท้ายปีก็ได้นะคะ ทำไหวรึเปล่าล่ะ อุ๊บบบ” 

               แก้วเจ้าจอมถูกผู้กองพนาปิดปากเอาไว้อีก เฮ้ย! เขาเข้าใจนะว่าเธอเป็นคนตรงๆ แมนๆ แล้วก็เป็นหมอด้วย แล้วคนเป็นหมอก็มองเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติแต่เขาไม่ใช่หมอแบบเธอไง แค่มีเมียเด็กคนเขาก็แซวกันเยอะแล้วแล้วนี่ยังจะมาถามอีกว่าเขาทำลูกไหวรึเปล่า เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวกลับบ้านก่อนแล้วเขาจะพิสูจน์ให้เธอดู วันหยุดของเขาเดือนนี้มีหลายวัน เขาจะพิสูจน์จนเธอต้องยกธงขาวยอมแพ้เลย 

  

 

 

               และแล้วเวลาที่แก้วเจ้าจอมรอมาทั้งวันก็มาถึงเมื่อตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบินกับเหล่าเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษ ซึ่งนอกจากเธอกับพวกเขาแล้วก็ยังมีครูฝึกอีกหลายท่านจะกระโดดร่มด้วย ถึงจะชอบการกระโดดร่มแต่พอถึงเวลาสำคัญแบบนี้เธอก็อดตื่นเต้นไม่ได้จนมือเปียกไปหมดแล้วต่างจากคนอื่นๆ ที่ดูสบายๆ บ้างก็แซวผู้กองพนากันไม่หยุดเรื่องที่เธอบอกว่าจะมีลูกให้เขา ตอนมื้อเที่ยงเธอก็กินไปซะเยอะเลยไม่รู้ว่าจะตื่นเต้นจนอ้วกแตกรึเปล่า 

               “หูอื้อหรอ” ผู้กองพนาหันมาถามเมื่อเห็นเธอพยายามกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง พอเธอพยักหน้าตอบเขาก็ยื่นมือมาบีบจมูกของเธอให้เพื่อให้เธอเคลียร์หู ซึ่งพอทำแล้วแก้วเจ้าจอมก็รู้สึกดีขึ้นมาจริงๆ คงเพราะมีการเปลี่ยนแปลงของความดันอากาศ เมื่อระดับความสูงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันซึ่งนับว่าเป็นอาการปกติของการขึ้นเครื่องบินแบบนี้ 

               ผู้กองพนากับเหล่ารุ่นน้องหน่วยรบพิเศษของเขาอยู่ในชุดเครื่องแบบตำรวจพลร่ม ส่วนครูฝึกกับแก้วเจ้าจอมก็ยังอยู่ในชุดวอร์มปฎิบัติการ Paru Sport สีเลือดหมูปักตราของตำรวจพลร่มที่อกเสื้อ ทุกคนสวมหมวกกันกระแทก Protec สีดำและสะพายกระเป๋าร่มเอาไว้ทางด้านหลังอย่างเตรียมพร้อม ที่ข้อมือข้างซ้ายใส่เครื่องวัดความสูง Altimeter เอาไว้เป็นอย่างดีแม้แต่แก้วเจ้าจอมก็ด้วย 

               “กลัวหรือตื่นเต้น” ผู้กองพนาถามเมื่อเห็นสีหน้าประหม่าๆ ของเธอ เขารู้แหละว่าเธอทั้งกลัวและตื่นเต้นเพราะนี่เป็นการกระโดดร่มที่ระดับความสูงมากกว่าครั้งที่เธอเคยกระโดดแล้วยังเป็นการกระโดดร่มแบบกระตุกเองอีก 

               “เชื่อใจพี่มั้ย” เขากลับมาเรียกแทนตัวเองว่าพี่อีกครั้งเพราะในยามนี้สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดก็คือกำลังใจ และความมั่นใจ เขาดึงมือที่เปียกชื้นของเธอมากุมและบีบเอาไว้เบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและกำลังใจไปให้ “พี่จะพาไนเปอร์กลับลงพื้นไปอย่างปลอดภัยแน่นอน” 

               “ไนเปอร์ไม่ได้กลัวซักหน่อย แค่ตื่นเต้นเฉยๆ ค่ะ” เธอทำเป็นเก่งเพราะตอนนี้ได้กำลังใจจากเขาแล้ว ในที่สุดเขาก็กลับมาเรียกแทนตัวเองว่าพี่อีกครั้ง ได้ยินแบบนี้แล้วก็ยิ่งอบอุ่นหัวใจเข้าไปใหญ่ 

               “อ้อหรอ” เขาแกล้งเย้า เธอจึงพยักหน้ารับอีกก่อนจะมองไปทางแลมท้ายเครื่องบินที่กำลังเปิดออกเมื่อความสูงเริ่มได้ระดับแล้ว ผู้กองพันยศที่เป็นหัวหน้าครูฝึกวันนี้รับตำแหน่งเป็น Jump Master ด้วยเพื่อควบคุมการกระโดดร่มในแต่ละครั้งของทุกคน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งต้องคอยตรวจสอบความพร้อมและความเรียบร้อยของคนที่จะกระโดดร่มรวมถึงอุปกรณ์ในการกระโดด ซึ่งตรวจกันอยู่หลายรอบมากเพื่อความชัวร์และความปลอดภัย นอกจากนี้ Jump Master ก็ยังต้องตรวจสอบสภาพอากาศ ความเร็วลมกับทางภาคพื้นดินผ่านระบบวิทยุสื่อสารด้วย 

               “ได้เวลาแล้ว” ผู้กองพนาหันมาบอกกับแก้วเจ้าจอมเมื่อ Jump Master ทำสัญญาณมือบอกให้ทุกคนเตรียมแล้วลุกขึ้น ผู้กองพนาก็เลยรีบจัดการติดตั้งชุดสายรัดโยงตัวของเขากับแก้วเจ้าจอมเอาไว้ด้วยกันให้แน่นหนาที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยมีครูฝึกอีกสองคนเข้ามาช่วยตรวจสอบอุปกรณ์เป็นครั้งสุดท้ายให้ทั้งแว่นตากันลม หมวกกันกระแทกและที่สำคัญที่สุดก็คือเครื่องวัดความสูงที่ข้อมือ 

               “ฮื่ออออ” แก้วเจ้าจอมร้องออกมาในลำคอเมื่อเห็นคนอื่นๆ ไปยืนรอคิวประโดดอยู่ที่แลมท้ายเครื่อง ลมจากภายนอกที่พัดเข้ามาในเครื่องบินทำเอาแก้วเจ้าจอมหนาวเหน็บขึ้นมาทั้งใจจนผู้กองพนาที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังของเธอต้องกอดเธอเอาไว้ ตอนนี้เนื้อตัวของเธอเย็นเฉียบมาก 

               “เชื่อใจพี่” เขาบอกเธออีกครั้ง แก้วเจ้าจอมจึงหันมาหาเขาก่อนจะพยักหน้าตอบ เธอเชื่อใจเขา เธอรู้ว่าเขาเก่งและเขาจะพาเธอลงไปข้างล่างอย่างปลอดภัยแน่นอน แต่เธอก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี 

               “หายใจลึกๆ แล้วค่อยปล่อยออกมาเบาๆ นะ พี่พนาอยู่กับไนเปอร์แล้ว ไนเปอร์มีพี่อยู่ด้วยแล้วไนเปอร์จะต้องปลอดภัย ได้กระโดดครั้งนี้แล้วรับรองเลยว่าจะติดใจ” มือหยาบอุ่นๆ ลูบแขนของเธอเบาๆ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนมากจนแก้วเจ้าจอมรู้สึกดีและผ่อนคลาย 

               “มีสตินะ อย่ากลัว จำที่พี่สอนให้ดีๆ พอกระโดดลงไปแล้วต้องทำยังไง สัญญาณมือด้วย” 

               “ไนเปอร์ไม่ได้กลัวนะ” เธอว่ากลบเกลื่อนทำเป็นเก่งให้เขาดู “ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย ไนเปอร์เคยกระโดดตั้งหลายครั้ง” 

               “พี่มีกล้องนะ ไว้กระโดดเสร็จเราค่อยมาดูกล้องกัน” เขาชูกล้องตัวจิ๋วที่ติดอยู่กับข้อมือให้เธอดูเพื่อเก็บภาพบรรยากาศครั้งนี้เอาไว้ ซึ่งทุกๆ คนก็มีกล้องติดที่ด้านบนของหมวกกันกระแทกทั้งนั้น แต่ผู้กองพนาติดกล้องที่ข้อมือก็เพื่อจะโฟกัสที่เขาและแก้วเจ้าจอม มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเขากับเธอเขาจึงอยากจะเก็บความทรงจำดีๆ นี้เอาไว้ 

               เมื่อถึง Drop Zone หรือจุดกระโดดแล้วนักบินจะส่งสัญญาณไฟสีเขียวขึ้น Jump Master ที่ตรวจสอบความเร็วลมอยู่ท้ายแลมเครื่องก็จะเรียกให้เจ้าหน้าที่ที่จะกระโดดร่มขยับมารอที่ท้ายแลมเครื่องตามลำดับ โดยจะมีครูฝึกสามคนกระโดดลงมาก่อน จากนั้นก็เป็นแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนา เหตุที่ได้กระโดดก่อนก็เพราะผู้กองพนามีทักษะการกระโดดร่มที่ดีมาก เขาจึงต้องกระโดดก่อนเพื่อเป็นตัวอย่างให้เหล่ารุ่นน้องดู แล้วเธอก็ดันต้องกระโดดลงไปกับเขาด้วยก็เลยได้กระโดดเป็นคนแรก ก่อนจะตามมาด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษแล้วจึงเป็นครูฝึกคนที่เหลือ หัวใจของแก้วเจ้าจอมยิ่งเต้นระรัวเมื่อเห็นระยะความสูงจากตัวเครื่องถึงพื้นดิน เมฆขาวปุยลอยเกลื่อนท้องฟ้าคาดว่าถ้ากระโดดลงไปคงเย็นมากแน่ๆ 

               “ตื่นเต้นหรอนักเรียน” ครูฝึกที่ยืนอยู่ข้างๆ หันมาถามแก้วเจ้าจอมเมื่อเห็นเธอพยายามตั้งสติสูดลมหายใจลึกๆ อยู่หลายครั้ง ผู้กองพนาก็เลยก้มลงมามองเธอด้วย 

               “ไม่มีใครตื่นเต้นกันเลยหรอคะ” 

               “ไม่” ทุกคนที่อยู่บนเครื่องบินว่าขึ้นพร้อมกัน ซึ่งก็ดูท่าจะจริง แก้วเจ้าจอมไม่เห็นมีใครจะเครียดเหมือนเธอเลย ไม่เครียดไม่พอยังแซวและหัวเราะคิกคักกันอีก คงเป็นเพราะพวกเขาคุ้นชินและกระโดดร่มกันเป็นประจำอยู่แล้วมั้งความรู้สึกของพวกเขาตอนนี้ก็เลยไม่ต่างอะไรกับการปั่นจักรยานลงเนินเพื่อไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย แม้แต่ผู้กองพนาก็ยังดูนิ่ง ไม่ได้กลัวหรือหวั่นอะไรเลย เขาทำเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ทำเป็นประจำในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว 

               “ไนเปอร์ไม่ได้กลัวนะคะ แค่หัวใจเต้นแรงเฉยๆ สงสัยคงเป็นเพราะความดันอากาศ” ทุกคนพากันพยักหน้ารับตามที่เธอว่าทั้งๆ ที่รู้กันดีว่าเธอคงจะกลัวอยู่ไม่น้อยเพราะนี่เป็นการกระโดดร่มแบบกระตุกเองครั้งแรกของเธอ ซึ่งไม่มีใครล้อเลียนหรือเยาะเย้ยเธอเลย ยิ่งรู้ว่าเธอประสบการณ์น้อยกว่าพวกเขามาก ทุกๆ คนที่อยู่บนเครื่องก็พากันให้กำลังใจเธอแทน 

               “หัวใจของไนเปอร์เต้นแรงมาก พี่พนาลองจับดูสิคะ” ว่าแล้วเธอก็ดึงมือของผู้กองพนามากุมที่หน้าอกของตัวเอง ทั้งกุมทั้งแตะคลำอย่างไม่คิดอะไรในขณะที่คนอื่นๆ กลับคิดไปถึงดาวอังคารแล้วและนึกอิจฉาผู้กองพนาที่ได้จับอะไรที่มันน่าจับแบบนี้ 

               “เป็นไงคะ เต้นแรงรึเปล่า” เธอกดมือของเขาเอาไว้กับอกอวบนุ่มๆ ของตัวเองด้วยความคุ้นชินกับสัมผัสจากเขา 

               “เต้นแรง แรงมาก” ไม่ใช่หัวใจของเธอนะที่เต้นแรง ผู้กองพนาหมายถึงหัวใจของเขานี่แหละที่เต้นแรง อยู่ๆ ก็ดึงมือของเขาไปจับนมตัวเองต่อหน้าคนอื่น ยัยโหดเอ้ย! 

               “ได้ระดับแล้ว” Jump Master อย่างผู้กองพันยศว่าขึ้น ครูฝึกสามคนแรกจึงเข้ามายืนประจำที่ แล้วพอมีคำสั่งว่า ready และ go ครูฝึกทั้งสามก็สปริงตัวกระโดดออกไปจากเครื่องด้วยความชำนาญและอยู่ในท่าที่ถูกต้อง ทันทีที่ครูฝึกคนที่สามกระโดดลงไปแล้วผู้กองพนาก็เว้นช่วงประมาณ 3 วินาทีเพื่อให้แก้วเจ้าจอมเตรียมตัว ซึ่งพอเขาสั่งกับเธอว่า go เขาก็พาเธอกระโดดออกไปจากเครื่องบินทันทีด้วยท่า Dive Out 

               ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมที่มีชุดสายโยงรัดตัวแนบชิดติดกันลอยออกไปตามแรงเฉื่อยของความเร็วเครื่องบิน แก้วเจ้าจอมรู้สึกว่าตัวเองหมุนเคว้งปลิวอยู่ในอากาศอย่างไร้การควบคุม เสมือนใบไม้แห้งๆ ที่ปลิวไปตามลมอย่างไม่อาจกำหนดทิศทางได้ เธอรู้สึกชาไปทั้งตัวและเสียววูบวาบอยู่ในช่วงท้อง ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจไปตอนไหนแม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงแค่ 4 วินาทีนับตั้งแต่กระโดดออกมาจากเครื่องบินแล้วร่วงดิ่งลงมาตามแรง G หรือแรงโน้มถ่วงของโลกแต่เธอกลับรู้สึกว่ามันช่างยาวนานนับชั่วโมง 

               แต่แม้จะรู้สึกปั่นป่วนไปกับการร่วงลงมาจากที่สูงแบบนี้แต่แก้วเจ้าจอมก็มีสติมากพอที่จะทรงตัวให้ลอยตัวอยู่ในท่า frog ตามที่ผู้กองพนาเคยสอนตอนอยู่ในอุโมงค์ลมชัยจินดา แก้วเจ้าจอมเหยียดแขนและขาอยู่ในท่า frog แบบแคบ และผู้กองพนาก็อยู่ในท่า frog แบบกว้าง แขนข้างหนึ่งของเขากอดลำตัวของเธอเอาไว้ให้เธอได้รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น ตลอดเวลาที่ลอยตัวถ่วงเวลาในอากาศแก้วเจ้าจอมรู้สึกถึงลมที่พุ่งเข้ามาปะทะตัวมากขึ้นเรื่อยๆ อะดรีนาลินของเธอพุ่งพล่าน ที่ลำตัวส่วนล่างเธอรู้สึกได้ถึงมวลอากาศที่หนาแน่นเมื่อร่วงดิ่งลงมาในอัตราความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 60 วินาทีของการถ่วงเวลาในอากาศแก้วเจ้าจอมมองเห็นทุกๆ คนที่กระโดดลงมาจากเครื่องบินด้วยกันกำลังลอยตัวกลางอากาศด้วยความชำนาญ เหมือนทุกคนสามารถควบคุมทิศทางการลอยตัวได้ มีการลอยตัวเข้ามาหากันและจับมือกันเอาไว้เป็นวงกลมขนาดใหญ่รวมทั้งผู้กองพนาด้วย จนเมื่อเครื่องวัดความสูงที่ข้อมือบอกระดับความสูง 5,000 ฟิตแล้ว จากที่ทุกคนเกาะกันอยู่ ต่างคนต่างก็สลายตัวไปคนละทิศละทางเพื่อทำการเปิดร่มไม่ให้ร่มชนกัน 

               ผู้กองพนาเอื้อมมือข้างขวาไปดึง throw away เพื่อเปิดร่ม จนเมื่อ throw away รับลมแล้วก็เป็นร่มนำดึงร่มหลักให้กางออก ซึ่งพอร่มหลักถูกกางออกแรงลมก็ดึงร่างของผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมลอยสูงขึ้น ผู้กองพนาจึงทำการตรวจร่มดู cell ทุก cell ทุกช่องว่ากางเต็มที่แล้วรึยังก่อนจะตรวจดู slider หรือแผ่นชะลอการกางของร่มให้เรียบร้อย จากนั้นเขาก็เริ่มทำการบังคับร่มด้วยความชำนาญและรักษาระยะห่างจากร่มของคนอื่นๆ ทุกๆ การกระทำของเขามีแก้วเจ้าจอมคอยมองด้วยความชื่นชม นี่สินะ มือโปรฯ เธอคิดในใจ 

               เมื่อร่มกางแล้วแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งเบาใจมากขึ้นก่อนจะหันมามองวิวบนท้องฟ้ารอบๆ ตัวในยามนี้ เนื่องจากค่ายนเรศวรตั้งอยู่ติดริมชายทะเล วิวของเธอจึงสวยและงดงามไม่ใช่น้อย ท้องทะเลสีคราวอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาพราวระยิบระยับเมื่อต้องกระทบกับแสงดวงอาทิตย์ยามบ่าย กลิ่นไอทะเลและสายลมที่พัดมาปะทะร่างทำให้เธอยิ่งรู้สึกสดชื่น 

               “ชอบมั้ย” ผู้กองพนากระซิบถามข้างหูของเธอ แล้วพอเธอหันหลังกลับมาหาเขา จมูกของเขาก็แนบเข้ากับแก้มนุ่มๆ ของเธออย่างพอดิบพอดี 

               “วิวบนนี้สวยจังเลยค่ะ” เธอพูดขึ้นมาแก้เขินเมื่อผู้กองพนาแอบหอมแก้มของเธออีกครั้ง 

               “อยากลองบังคับร่มเหลี่ยมดูมั้ย เดี๋ยวพี่สอนให้” แก้วเจ้าจอมพยักหน้ารับในทันทีแล้วเอื้อมมือขึ้นไปจับสายบังคับร่มแทนเขา ส่วนเขา เขาก็จับข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้เพื่อช่วยประคองสายบังคับร่ม แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง ใบหน้าของเขาก็คลอเคลียอยู่ข้างๆ แก้มของเธอ มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากจริงๆ 

               “บังคับร่มเก่งเหมือนกันนะเนี่ย” ผู้กองพนาชม เมื่อแก้วเจ้าจอมสามารถบังคับร่มได้มั่นคงมากและรู้จักรับมือกับทิศทางของลมได้เป็นอย่างดี 

               “พี่พนาหายโกรธไนเปอร์ ยอมยกโทษให้ไนเปอร์แล้วหรอคะ” 

               “...” 

               “ยังไม่หายโกรธไนเปอร์อีกหรอคะ” จนป่านนี้แล้วนะ... 

               “...เรื่องที่บอกว่าจะมีลูกให้พี่น่ะ พูดจริงรึเปล่า” ผู้กองพนาไม่ตอบคำถามของเธอ แต่เขากลับถามเธอแทน 

               “พี่พนาอยากมีไม่ใช่หรอคะ ถ้าพี่พนาอยากมีไนเปอร์ก็จะมีให้ ต่อไปพี่พนาจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกเพราะพี่พนาจะมีไนเปอร์กับลูกคอยอยู่เป็นเพื่อน แล้วต่อไปพี่พนาก็ไม่ต้องเหงาแล้วนะคะ” แก้วเจ้าจอมหันมาบอกเขาแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แววตาเป็นประกายอย่างมีความสุขขณะทอดมองออกไปยังผืนน้ำทะเลอันกว้างใหญ่ “ไนเปอร์กับลูกจะป่วนพี่พนาให้มากๆ จนพี่พนาต้องยอมแพ้ให้เราแม่ลูกเลยล่ะค่ะ พี่พนา...เรามาสร้างครอบครัวด้วยกันนะคะ เราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” 

               “ขอพี่สร้างครอบครัวกลางอากาศเลยหรอ” 

               “ไม่ใช่ว่าขอสร้างแค่ครอบครัวนะคะ ไนเปอร์จะขอลูกจากพี่พนาด้วย ไนเปอร์อยากมีลูกน่ารักๆ ให้พี่พนา พี่พนาอยากได้ลูกสาวไม่ใช่หรอคะ ถ้าอยากได้ลูกสาวงั้น...เราก็ต้องอยู่ด้วยกันบ่อยๆ นะ” สิ้นคำพูดของแก้วเจ้าจอม ผู้กองพนาก็ค่อยๆ ปล่อยมือจากข้อมือของเธอแล้วสวมกอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง กอดเธอให้แนบตัวของเขามากขึ้น มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเพราะเขาใฝ่ฝันที่อยากจะมีครอบครัวที่พร้อมหน้ามาโดยตลอด 

               “แล้วที่บอกว่าหัวปีท้ายปีล่ะ...ได้รึเปล่า” อ้อมแขนของเขากระชับกอดเธอแน่นมากขึ้นแล้วแนบแก้มเข้ามาหาเธอ แก้วเจ้าจอมได้ยินแล้วก็อดหัวเราะคิกออกมาไม่ได้ 

               “พี่พนาอยากได้แบบไหน...ก็ตามใจเลยนะคะ” 

               “งั้นพี่จะเอาทั้งผู้หญิงแล้วก็ผู้ชายเลยนะ” 

               “จะมีให้อย่างละโหลเลยค่ะ ว่าแต่พี่พนาเถอะจะมีแรงทำรึเปล่าล่ะคะ” 

               “อย่าท้าพี่นะ” เขาว่าอีก “วันหยุดของพี่ที่เหลือต่อจากนี้พี่จะพิสูจน์ให้ดู รับไหวรึเปล่าล่ะ” 

               “เพื่อพี่พนาไนเปอร์ทำได้ทุกอย่าง ไนเปอร์รักพี่พนามากที่สุดเลยนะคะ” 

               “พี่รู้แล้ว...แม่นางไม้” ผู้กองพนาหอมแก้มของเธออีกเบาๆ สองแขนยังคงกอดเธอและมือก็ลูบไล้ตัวของเธอเบาๆ ก่อนที่เขาจะเลื่อนมาจับที่ข้อมือทั้งสองข้างของเธออีกครั้งเพื่อช่วยบังคับร่มเข้าสู่สนามโดดร่มตุงคะเตชะเมื่อระดับความสูงเริ่มลดลงเรื่อยๆ แล้ว แก้วเจ้าจอมรู้สึกมีความสุขอิ่มเอมไปทั้งใจ นี่คือการกระโดดร่มที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอและเธอจะจดจำมันเอาไว้ตลอดไป 

พอถึงช่วงจะบังคับร่มเข้าสู่สนามผู้กองพนาก็สวมบทบาทเป็นครูฝึกของเธออีกครั้งแล้วสอนเธอบังคับร่มลงจอดที่กลางสนาม จนเมื่อจะลงถึงพื้นเขาก็บอกให้เธอเก็บคอ งอเข่าให้ชิดกันแล้วพาร่มลงจอดที่กลางสนามอย่างสวยงามสมกับเป็นนักกระโดดร่มปีกเครื่องหมายร่มดาวดำตามคำเล่าลือ 

  

 

******************************************************* 

เล่นขอลูกกันแบบนี้ ตอนหน้าต้อง NC แล้วล่ะ  

ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยสาระเรื่องการกระโดดร่มนะคะ ข้อมูลบางอย่างก็ละเอียดไปเลยสอดแทรกมาเพียงเท่านี้ ผิดพลาดประการใด พี่ๆ ทหาร ตำรวจที่อ่านอยู่ให้คำแนะนำด้วยนะคะ (ไรท์เคยกระโดดแต่หอ 34 ฟุตค่ะ ไม่เคยกระโดดร่ม งื้อออ) 

******************************************* 

****************************** 

*********** 

ว่าจะลงตั้งแต่หัวค่ำแล้ว แต่ไรท์มัวแต่จัดการเรื่องน้องแมวอยู่ค่ะเลยเพิ่งได้ลง (ทำใจอยู่)  

ตอนนี้น้องแมวของไรท์ไปอยู่ที่ดาวแมวแล้ว ใครเลี้ยงน้องแมวก็ดูแลน้องดีๆ นะคะ  

  

ความคิดเห็น