ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10 เงา

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 09:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 เงา
แบบอักษร

"ยัยตัวแสบ!!!"เสียงเข้มตะเบ็งลั่น ปรียาวดีเบิกตากว้างมองใบหน้าแดงก่ำของคนเมาเมื่อพึ่งจะรู้ตัวว่าตนเองนั้นเผลอเปิดประตูต้อนรับข้าศึก 

ด้วยความตกใจและกลัวว่าอนุทัตจะมาร้าย กำปั้นเล็กที่ไม่ได้เล็กตามขนาดซัดเข้าเต็มหางคิ้วของอนุทัต ร่างคนเมาที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเซถลาล้มไปกองที่พื้น 

ดวงตาที่หลับปี๋ค่อยๆกะพริบตื่นพร้อมชักหมัดตัวเองกลับ ก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยเมื่อลืมตาขึ้นแล้วไม่พบร่างหนาเมื่อครู่เสียแล้ว 

"หายไปไหน?"บ่นพึมพำ กวาดสายตามองรอบๆก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่เมื่อก้มลงไปมองบนพื้น"คุณชาย คุณชาย" 

เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ 

นิ้วเรียวยื่นไปสะกิดไหล่กว้าง แตะเบาๆก่อนจะดึงกลับทำอยู่อย่างนั้นสองสามที 

"ออกแรงเยอะไปหรือเปล่านะ ตายป่ะเนี่ย?"คุกเข่าลงบนพื้นพร้อมก้มหน้าลงไปดูร่างหนาที่คล้ายจะนิ่งจนอดคิดไม่ได้ว่าตายแล้วกระมัง หากไม่ได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออก ปรียาวดีคงคิดว่าตนเป็นฆาตกรอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

"คุณชายคะ คุณชาย"พยายามเอ่ยเรียกและเขย่าให้เขาตื่น ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบและหยดน้ำตา 

ใช่ หยดน้ำตา เธอมองไม่ผิดแน่ๆ อนุทัตกำลังร้องไห้ อยู่ๆก็มีน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาที่ยังคงหลับใหล 

"คงเมามากล่ะมั้ง"เขาจะร้องไห้ทำไม คงจะเมาหนักจนสติล่องลอยออกจากเนื้อจากตัวเสียมากกว่า"คุณชายรออยู่นี่ก่อนนะคะ ฉันจะไปเรียกคนมาแบกกลับ" 

หากปล่อยไว้ตรงนี้ เขาคงจะได้ทำบุญครั้งใหญ่แบบไม่เต็มใจนัก นั้นคือการบริจาคโลหิตให้กับเจ้าฝูงยุงตัวน้อยนับไม่ถ้วนที่กำลังรอคอยอาหารอันโอชะ 

"อย่าไป~"เสียงแหบพร่าเอ่ยห้าม 

ราวกับว่ามันคือนาฬิกาหยุดเวลา เท้าปรียาวดีนิ่งชะงักอยู่กับที่ ก่อนจะกลับไปนั่งคุกเข่าตามเดิม 

ร่างหนาค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง สายตาที่มองมามันทำให้ปรียาวดีแปลกใจ 

มันดูหยาดเยิ้มชอบกล เธอไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ แต่คงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์นั่นแหละ 

เขาเกลียดเธอจะตาย เมื่อครู่ตอนตะโกนว่ายัยตัวแสบสายตายังอาฆาตหล่อนออกปานนั้น ราวกับจะฆ่าแกงให้ตาย 

"อย่าไปได้ไหม?"เสียงแผ่วระคนสั่นเครือมันยิ่งทำให้ปรียาวดีฉงนใจ 

เขากำลังเจ็บปวดงั้นเหรอ แล้วเขากำลังห้ามใคร ห้ามเธอหรือห้าม... 

ปรียาวดีรีบสะบัดความคิดบางอย่างออกจากหัว จะเลิกรักก็ต้องอย่าสนใจเรื่องของเขา 

"ไอ้ปรี อย่าแหกกฎของการเลิกรักสิวะ"ก่นด่าใส่ตัวเอง หลังจากที่เมื่อครู่เหมือนว่าหัวใจมันกำลังจะละเลยกฎกติกาที่เคยตั้งไว้ กฎที่ว่าจะไม่สนใจหรือใส่ใจเรื่องของอนุทัตอีก"คุณชาย คิ้วคุณชายเลือดออกค่ะ" 

พึ่งจะสังเกตเห็นน้ำสีแดงที่ไหลซึมออกมาจากหางคิ้ว มือเล็กกำลังจะยื่นไปสำรวจบาดแผลทว่าก็ถูกอนุทัตรวบตึงไว้เสียก่อน 

ปรียาวดีนึกตกใจจึงหมายจะดึงกลับทว่าชายหนุ่มก็ขัดขืนไม่ยอมคืนให้ 

"ทำไม ทำไม พี่ผิดอะไรเหรอ ทำไมทิ้งกันไปแบบนี้ พี่ทำผิดอะไรไม่เห็นบอกพี่สักคำ" 

จากประโยคพร่ำเพ้อพรรณนานั้นมันทำให้ปรียาวดีรับรู้ในทันทีว่าตอนนี้ในสายตาของอนุทัตเธอกำลังเป็นใคร 

"คุณชาย ฉันคือปรียาวดี ไม่ใช่..." 

"พี่รักเธอนะ"คล้ายของมีคมทิ่มลงกลางอก คำว่ารักที่เขาบอก มันคือสิ่งที่เธอเคยปรารถนา ทว่าคำว่ารักที่เขาเอ่ยเมื่อครู่เขาไม่ได้บอกเธอ 

เจ็บดีเนาะ...โคตรเจ็บเลยว่ะ 

อุตส่าห์พยายามพาตัวเองออกมาจากเหตุการณ์สุ่มเสี่ยงต่อหัวใจ แต่เหมือนว่ายิ่งอยากออกห่าง โชคชะตาก็มักชอบเล่นตลก อยู่ๆก็พาสิ่งต้องห้ามเข้ามาใกล้กว่าเดิม 

สนุกมากสินะ... 

"เมาแล้วไม่เดินไปที่อื่นอ่ะ เดินมาที่นี่ทำไม"น้ำเสียงดูโกรธทว่าในใจลึกๆมันกลับเจ็บปวด แม้กำลังจะเลิกรักได้แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆมันไม่ง่ายเลยกับการที่จะเลิกรักใครสักคนในช่วงเวลาสั้นๆแบบนี้ ถ้าเทียบกับช่วงเวลาที่รักมาตลอดหลายปี 

มันไม่ต่างอะไรจากการงมเข็มในมหาสมุทรเลยอ่ะ 

"กลับมาหาพี่เถอะนะ พี่รักใครไม่ได้แล้วนอกจากลิน หัวใจพี่มันอยู่ที่ลินหมดแล้ว" 

"เป็นผีดิบหรือไงถึงเอาหัวใจไปให้คนอื่นเก็บไว้น่ะ"ทั้งเจ็บทั้งโกรธแต่ก็ทำได้แค่ด่าคนเมา 

อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา สุภาษิตนี่คงใช้ไม่ได้กับอารมณ์ขุ่นมัวของปรียาวดี 

ความรู้สึกที่ต้องเป็นคนอื่นในสายตาของเขามันเจ็บปวดกว่าการที่เขาเกลียดเธอซะอีก 

สายตาหวานฉ่ำจากอนุทัต เธอไม่ได้ต้องการเห็นมันเลยในตอนนี้ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะในความเป็นจริงสายตานั้นมันไม่ได้ให้เธอ แต่มันกำลังให้คนที่เขาเห็นซ้อนทับในร่างของเธอต่างหาก 

"ชีวิตที่ไม่มีลิน เหมือนว่าพี่กำลังจะขาดใจตายเลยนะ" 

"ก็ยังไม่ตายหนิ!"สวนกลับทันควัน 

"ลินคือลมหายใจของพี่นะ" 

"ใช้จมูกร่วมกันรึไง" 

"ถ้าไม่มีลิน พี่ขอตายดีกว่า"ปรียาวดีถอนหายใจเฮือกใหญ่กับประโยคแสนเลี่ยนเหล่านั้น สายตากลอกไปมาอย่างระอาใจ 

แต่นั้นก็แค่สิ่งที่แสดงออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกจริงๆในใจ ของคนที่ชอบเก็บความรู้สึกอย่างเธอ 

"เดี๋ยวไปหยิบมีดมาให้ รอตรงนี้นะ"หมายจะลุกขึ้นทว่าก็ถูกรั้งไว้เสียก่อน 

"อย่าไปเลยนะ บอกพี่สักคำได้ไหม เหตุผลอะไรถึงทิ้งพี่ไป?"เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งพร้อมๆกับร่างบางที่นั่งลงเช่นเดิม 

"ถ้ารู้เหตุผลจริงๆจะไม่เจ็บปวดกว่านี้เหรอ จะรับได้ใช่ไหม?"แววตาที่เคยโกรธเคืองเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสงสาร 

หากวันนั้นมาถึงจริงๆ วันที่เขารู้เรื่องราวบางอย่าง เขาคงจะเจ็บปวดมากกว่าตอนนี้เป็นล้านเท่า และถ้าวันนั้นมาถึง เธอก็คงต้องเดินออกมา และกลับไปอยู่ในที่เดิมของตัวเอง 

"กลับมาเถอะนะคนดี" 

"คนดีเขาไม่ทำแบบนั้นหรอกคุณชาย" 

"พี่รัก..."มือเล็กรีบปิดปากของอนุทัตในทันที  

เกินไปแล้ว...เธอฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว มันเกินกำลังที่เธอจะรับไหวจริงๆ 

"สักวันนะคุณชาย สักวันฉันจะคืนอิสระให้กับคุณ แต่ระหว่างนี้ก็อดทนไปก่อนแล้วกัน ฉันกำลังพยายามเอาความรักกับหัวใจฉันกลับคืนมาอยู่ ไม่นานหรอก ฉันคิดว่าหัวใจฉันกับความรักที่เคยยกให้คุณชายไปมันกำลังจะกลับมาเป็นของฉันเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ฉันยังไม่รู้จักคุณชาย"แม้น้ำเสียงจะสั่นเครือเพียงใดแต่หยดน้ำตากลับไม่ไหลออกมาให้เห็นเลยสักนิด 

"ทำไมต้องเอากลับไปล่ะ ทิ้งมันไว้ให้พี่ไม่ได้เหรอ พี่ยังไม่เคยทวงหัวใจพี่คืนจากเธอเลยนะ" 

แม้ประโยคจะเอ่ยตอบปรียาวดีแต่ในความเป็นจริงเขากำลังตอบใครอีกคน 

"ใช่ คุณชายไม่เคยทวงหัวใจคืนจากฉัน เพราะหัวใจคุณชายมันไม่เคยอยู่ที่ฉัน"จากที่ตอนแรกจะทำเป็นเข้มแข็งและไม่รู้สึกอะไรแต่สุดท้ายเธอก็ทำไม่ได้  

อยากจะด่ากับความโง่เง่าของอนุทัตที่ยังคงพร่ำพรรณนาหาใครบางคน คนที่เขารักจนมองไม่เห็นข้อบกพร่องของเธอ 

อนุทัตมอบหัวใจและความรักให้นลิน แล้วนลินล่ะมอบอะไรให้กับเขานอกจากคำว่าเจ็บปวด แต่เพราะความรักที่บังตาเขาจึงยอมปิดกั้นจนไม่รับรู้อะไรเลย แล้วสุดท้ายก็ต้องกลายเป็นคนที่โง่ จะด่าว่าควาย ควายมันก็ยังฉลาดกว่า 

ไม่รู้เรียนจบหมอมาได้ยังไง คงจะเก่งแค่เรื่องวิชาการแต่เรื่องหัวใจคงต้องเรียนซ้ำชั้นอีกหลายปี 

"พูดอะไรอ่ะ น้อยใจพี่เหรอ?"อยากตอบว่าน้อยใจ แต่ก็รู้ว่าเขาไม่ได้ถามเธอ 

จุดที่เธอยืนอยู่มันไม่มีสิทธิ์รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ 

"ไม่...อื้อ"ประโยคที่จะเอ่ยถูกกลืนกลับไปในทันที 

ริมฝีปากหนาของคนไร้สติตรงดิ่งเข้ามาครอบครองเนื้อนุ่มของปรียาวดีด้วยความรวดเร็ว 

ดวงตากลมเบิกกว้าง ตะลึงงันอยู่เกือบนาทีก่อนจะรู้สึกตัวว่ากำลังถูกอนุทัตลุกล้ำเขตแดนของตัวเอง มือเล็กพยายามผลักอกแกร่งให้ออกห่างทว่าก็ถูกแรงบุรุษชายกดให้นอนราบลงบนพื้นพร้อมบดขยี้ริมฝีปากกระจับรับรูปอย่างถนอม กลิ่นเหล้าอ่อนๆลอยคลุ้งแตะจมูก รสชาติขมหน่อยๆบ่งบอกว่าชายตรงหน้าพึ่งจะดื่มแอลกอฮอล์มาหมาดๆ 

ความหอมหวานนั้นชวนให้ปรียาวดีเคลิบเคลิ้มจนเผลอปล่อยตัวไปกับมัน หล่อนยอมทิ้งความเจ็บปวดเพื่อกอบโกยความสุขตรงหน้าอย่างคนโลภ 

เธอคงเป็นคนโลภมากใช่ไหมที่ทำแบบนี้ เจ็บขนาดนี้ยังไม่เข็ดอีกหรือไง พอได้แล้ว ปรียาวดี! 

นี่มันไม่ใช่แกเลยนะ แกไม่ใช่คนที่ชอบทำร้ายตัวเองนี่ ออกมาจากตรงนั้น มันไม่ใช่ที่ของแก 

ความคิดที่กำลังตีกันอลวนในหัวราวกับพายุขนาดมหึมาคล้ายจะไม่สงบลงง่ายๆ จนมีบางอย่างฉุดรั้งให้ปรียาวดีดึงตัวเองออกมาจากความหอมหวานที่อาบยาพิษนั้นอย่างทุลักทุเล 

พี่รักลินนะ คำคำนั้นดังก้องขึ้นมาในหัวอีกครั้งมันตอกย้ำให้ปรียาวดีรู้ตัวว่าตอนนี้เธอกำลังกลายเป็นใครอีกคนในสายตาของอนุทัต 

ก็แค่...เงา 

มันดังสะท้อนไปทั่วหัวใจ 

สิ้นความคิดนั้นหัวเข่าเล็กก็ยกขึ้นแตะเข้ากลางผ่าหมากอนุทัตเต็มๆจนร่างหนาทรุดกองลงบนพื้น  

ปรียาวดีประคองตัวเองลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปยังบ้านใหญ่ เคาะประตูบานหนึ่งอยู่นานสองนาน 

"ป้านุ่ม ผักกาด ขอโทษที่ปลุกกลางดึกนะคะ"ผักกาดนึกตกใจกับสีหน้าของปรียาวดี มันดูไม่ค่อยจะดีนักแต่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยถาม 

แถมปากที่บวมเจ่อนั้น เด็กสาวอ่อนประสบการณ์ก็ดูสงสัยไม่น้อย ปรียาวดีจึงเลือกจะก้มหน้าลงหน่อยๆเพื่อหลบสายตาของผักกาดซึ่งมองมาด้วยคำถามมากมาย 

คำถามที่เธอไม่อยากตอบ... 

"มีอะไรหรือคะคุณปรี?"หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามอย่างสงสัยกับท่าทางแปลกๆของนายหญิง 

"คุณชายเมาแล้วเผลอเดินไปที่บ้านเล็ก ปรีแบกกลับไม่ไหวก็เลยจะขอแรงป้านุ่มกับผักกาดหน่อยน่ะค่ะ"จบประโยคนั้นป้านุ่มก็ไปเคาะเรียกคนขับรถชายให้ไปหามเจ้านายกลับบ้านใหญ่ เพราะแค่แรงหญิงสองคนคงไม่ไหวแน่ๆ 

"ปล่อย ฉันจะอยู่กับเมียฉัน~"เสียงเข้มเอ่ยประท้วงก่อนจะขัดขืนสมหมายจนหลุดพ้นจากพันธนาการ พอเป็นอิสระเท้าแกร่งก็รีบก้าวฉับๆตรงดิ่งกลับไปหาปรียาวดีในทันที พุ่งตัวสวมกอดหล่อนไว้แน่นไม่ปล่อยท่าเดียว 

เมียเหรอ เหอะ!คงไม่ใช่เธออีกตามเคย 

"คุณชายปล่อยค่ะ ลุงหมายช่วยดึงหน่อยค่ะ"คนหนึ่งก็พยายามผลักออกทว่าอีกคนกลับยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม สุดท้ายเพราะความดื้อรั้นของคนเมาที่มีมากจนเกินจะต้านทานไหว เขาไม่ยอมปล่อยท่าเดียว เป็นปรียาวดีที่ต้องยอมเดินไปส่งเขาจนถึงห้อง 

แต่ก็ใช่ว่าจะได้ออกมาง่ายๆ นานนับชั่วโมงที่เธอต้องนั่งเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับอนุทัต จนคนเมาดูสงบลงหล่อนถึงได้เดินออกมา 

เดินออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ทวีคูณกว่าเดิม 

เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะรูปภาพที่วางอยู่ในห้องของอนุทัตราวๆห้าหกรูป รูปของเขาและนลิน มันกำลังตอกย้ำปรียาวดีอีกครั้งว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ของเธอ 

ไม่จำเป็นต้องขยันย้ำเตือนขนาดนั้นหรอก เธอรับรู้มันดี และตอนนี้เท้าที่หมายจะก้าวไปข้างหน้าก็รีบชักกลับแล้วค่อยๆถอยหลังเสมือนคราแรกที่ตั้งใจไว้ สักวันเธอต้องหลุดพ้นจากบ่วงหัวใจสีเทานี้ให้ได้ สักวัน...ใช่ มันต้องมีสักวัน 

วันที่เธอจะเลิกรักเขาจนหมดหัวใจ ตอนนี้คล้ายจะหายไปเกือบสิบเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะ 

หลังจากส่งอนุทัตกลับห้องเรียบร้อย ปรียาวดีก็เข้ามานั่งทบทวนความรู้สึกตัวเองเงียบๆอยู่บนเตียง 

นิ้วเรียวไล่สัมผัสริมฝีปากตัวเอง แววตาทอชัดถึงความสับสนก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นเจ็บปวด 

ร่างบางลุกขึ้นเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ บีบยาสีฟันใส่แปรงก่อนจะบรรจงขัดมันไปมาภายในปากราวๆสองสามครั้ง จนริมฝีปากเริ่มแสบร้อนหล่อนจึงยอมหยุด 

"ลืม! หยุด! พอ! สามคำนี้ที่แกควรจะจำใส่หัวใจเอาไว้ยัยปรี"บอกตัวเองผ่านกระจก 

"แกปล่อยตัวเองให้เดินถอยหลังกลับไปได้ยังไง จำไว้นะปรี ในสายตาเขาแกก็เป็นได้แค่เงานั่นแหละ" 

กำปั้นเล็กทุบลงที่อกข้างซ้ายของตัวเองเกือบจะสิบครั้ง บทลงโทษที่มันกล้าเต้นระรัวในเมื่อครู่ ภาพของหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มสะท้อนอยู่ในกระจกมันทำให้เธอดูน่าสงสารและน่าเวทนา 

ปรียาวดีไม่ชอบถูกมองด้วยสายตาสงสารจากใครแม้กระทั่งตัวเธอเองก็ตาม 

สายน้ำถูกตวัดใส่หน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อกลบเกลื่อนหยดน้ำตาที่ไหลออกมาเมื่อครู่ พร้อมๆกับขัดๆถูๆริมฝีปากหวังจะให้ความรู้สึกในตอนนั้นมันเจือจางลงไปสักที 

แม้มันจะมีความสุขแต่มันก็แค่ความสุขของเงา  

เงาที่เป็นได้แค่ของเลียนแบบ... 

ความคิดเห็น