email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep4 : เผลอ (1) โดย...กนกรส

ชื่อตอน : Ep4 : เผลอ (1) โดย...กนกรส

คำค้น : นวพิธ อิงอร น้องพรีม

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 141

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2564 11:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep4 : เผลอ (1) โดย...กนกรส
แบบอักษร

 

ไอศูนย์เดินมาถึงโต๊ะอาหารเป็นคนสุดท้ายของบ้านตระกูลออ หลังจากช่วงเช้าเขาต้องขับรถเข้าไร่สตอเบอร์รี่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดส่งออเดอร์รอบสุดท้ายให้กับลูกค้ารายล่าสุด ถึงแม้ว่าไร่ของเขาไม่จัดว่าเป็นไร่ขนาดใหญ่หรือมีชื่อเสียงอะไรมากมายนัก หากกระนั้นก็ยังถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติสำคัญแห่งหนึ่งในแทบภาคเหนือเลยก็ว่าได้...

โดยเช้านี้รอบโต๊ะอาหารถูกจับจองด้วยสมาชิกเกือบครบทุกคน ยกเว้นไว้มีเพียงเก้าอี้ทางฝั่งขวามือของมารดาเขาเท่านั้นที่ยังคงว่างเปล่าเฉกเช่นนี้มาหลายวัน... พี่ชายคนโตของบ้านปรายตามองเก้าอี้ว่างตัวนั้นแล้วขมวดคิ้วมุ่น ก่อนยื่นมือหยาบจากการทำงานกลางแจ้งมาตั้งแต่เริ่มโตเป็นหนุ่มน้อย ดึงเก้าอี้ตัวประจำของตัวเองออกมาทรุดนั่ง

“นี่หนูอรยังไม่กลับมาจากเที่ยวอีกหรือครับแม่...” 

ถึงปากจะเอ่ยถามหาน้องสาวคนสุดท้อง ทว่าสายตาคมกริบดั่งเช่นพญาเหยี่ยวยังมิวายเลื่อนผ่านมาถึงน้องชายคนกลางด้วยสายอำมหิต อชิระถึงกับสะดุ้งโหยงรีบหลบสายตาอันน่าสะพรึงกลัวนั่นแล้วแสร้งตีสีหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ใส่ ก้มใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเจ้าของสายตาคบกริบลงมองชามข้าวต้มกลิ่นยั่วน้ำลาย ก่อนชะงักกึกรีบกระพริบตาถี่ขับไล่ภาพบางสิ่งบางอย่างซึ่งบังเอิญผุดขึ้นมาในชาม...

แม่นี่!ยังมีหน้าจะตามมาหลอกหลอนเขาถึงบ้านอีกหรือไง...แบบนี้มันต้องจัดการสั่งสอนเสียให้เข็ด คนชักเริ่มเกิดอารมณ์กรุ่นโกรธเลื่อนชามข้าวน่าตาน่ารับประทานมาไว้ตรงหน้า คว้าช้อนสั่นมาถือไว้ในมือมั่น กัดกรามตัวเองดังกรอดแล้วจัดการคนเม็ดข้าวจนเละ ขับไล่ภาพสะเทือนใจด้วยอารมณ์สุดเซ็งพิลึก...

เรื่องนี้จะโทษใครได้อีกถ้าไม่เป็นเพราะตัวเขาเอง...เขาดันพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ดันหน้ามืดตามคำยั่วยุ ดื่มจนไร้สติแบบนั้น เขาน่าจะรู้นั่นคือกับดัก สุดท้ายเลยถูกผู้หญิงตัวเท่ามดจับลอกคราบเสียจนหมดตัว ก่อนแม่นั่นจะทิ้งเขาไว้ในโรงแรมข้างทางพร้อมเชิดเงินกับโทรศัพท์มือถือไปอย่างไร้ร่องลอย  คิดแล้วมันเสียเชิงชายชะมัด ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยสักนิด สุดท้ายแล้วเขาจะมาแพ้ทางผู้หญิงท่าทางซื่อบื้อได้ลงคอ ทั้งที่ผ่านมากิติศัพท์ความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ที่มันลึกอยู่ในกมลสันดานเขาก็เป็นหนึ่งในตองอูเช่นนั้น กลับต้องมาเสียท่าให้กับผู้หญิงเมื่อวานซืนแท้ๆ...    

 พี่ชายของบ้านถอนหายใจหนัก เห็นหน้ามันทีไรรู้สึกปวดขมับซะทุกที ตัวโตขนาดนี้ยังคอยสร้างแต่ปัญหาไม่หยุดหย่อน เอาเถอะ... เรื่องที่มันแอบไปก่อไว้เมื่อคืนก่อน เอาไว้ค่อยจัดการทีหลัง วันนี้ทั้งวันเขายังมีธุระเร่งด่วนต้องเร่งจัดการอีกมาก ยังต้องเก็บแรงไว้สู้รบตบมือ...

“นั่นสิครับแม่...ผมโทรหาน้องเมื่อเช้า น้องก็ไม่ยอมรับสายผมเลย...” อธิกะเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มน่าฟัง ใบหน้าขาวเนียนกระเดียดมาทางอิสระตรีก้มลงในองศาน่ามอง   

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหนูอรจะกลับบ้านวันไหน...นี่แม่ก็นึกเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน” พูดแล้วหัวอกคนเป็นแม่ยังรู้สึกโหวงเหวงไม่หาย ยิ่งพอนึกถึงฝันไม่ดีเกี่ยวกับลูกสาวคนเดียวเมื่อคืน ใจคอมันเลยชักเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาแปลกๆ

“น้องมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” ไอศูรย์หันมาถาม

“ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่เมื่อคืนแม่แกเขาแค่ฝันไม่ดีถึงน้องเราเท่านั้นเอง เอ้า...ถ้ามากันครบแล้วก็ลงมือทานกันได้เลย จะได้รีบออกไปทำงานทำการกันแต่เช้า...”

ประมุขใหญ่ของบ้านส่งเสียงบอกพร้อมด้วยการเอื้อมมือหนามากุมมือภรรยาไว้

“เดี๋ยวทานข้าวเช้าอิ่ม เราค่อยไปโทรหาลูกกัน...อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยคุณ”

“ค่ะ...” ผู้เป็นภรรยายิ้มเฝื่อน เลื่อนชามข้าวต้มของสามีมาเติมเครื่องปรุงตามเช่นเคยทำทุกเช้า เป็นภาพอบอุ่นที่ลูกชายและลูกสาวเห็นกันจนชินตา

“ออเดอร์ที่จะจัดส่งให้กับทางโรงแรมมีปัญหาอะไรไหมโต...”

คุณอนันต์ซึ่งวางมือกับทุกงานของครอบครัว หลังจากอายุชักเริ่มมากขึ้น เขาหมอบหมายทุกอย่างของครอบครัวให้กับลูกชายทั้งสามคนดูแล จริงๆก็พอรู้คำตอบอยู่หรอก มันจะมีปัญหาอะไรได้ถ้างานชิ้นนั้นตกถึงมือลูกชายคนโตของเขา ลูกชายคนโตคนนี้ช่างเก่งกาจและมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าเขาตอนสมัยหนุ่มๆ จะบอกว่าลูกไม้ผลนี้หล่นไม่ไกลต้นคงไม่ผิดนัก เพราะเมื่อสมัยตอนเขาเป็นหนุ่มฉกรรจ์ เขาก็เป็นเฉกเช่นลูกชายคนโต อนันต์ยิ้มภูมิใจตัวเอง

“เรียบร้อยดีครับ”

 

อิงอรนั่งยองลงกับพื้นแล้วโน้มร่างบางเข้าหาร่างหนา พร้อมไล่สายตาสำรวจใบหน้าแดงก่ำราวลูกตำลึงสุก กายหนานั้นยังมีอาการสั่นน้อยๆ และหญิงสาวรับรู้ถึงกะไอร้อนซึ่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนา พาทำเอาเจ้าของร่างเล็กหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม

“ไข้ขึ้นสูงเลยหรือคุณ...โอ๊ย! เขาจะช็อคตายเพราะความร้อนไหมเนี่ย”

 หญิงสาวหันรีหันขวางใจคอไม่สู้ดีนัก รีบกระโจนเข้าหากล่องสารพัดประโยชน์ พยายามค้นหายาในกล่องนั้นดูว่าพอจะมียาที่ใช้ทดแทนยาแก้ไขอยู่บ้างไหม...

“รอก่อนนะคุณ...” มือเร่งค้นหาส่วนปากก็พึมพำไม่หยุด ยังดีที่ในกล่องใบนั้นมีเสื้อหนาซุกไว้อยู่หนึ่งตัว อิงอรสลัดฝุ่นจนสะอาดแล้วเอามาห่มร่างซึ่งกำลังเอาแต่นอนตัวสั่นเทา ก่อนย้อนกลับมาค้นหายาช่วยลดไข้ใหม่

“ใช้ไม่ได้...ซองนี้ก็ใช้ไมได้...”

คนกังวลใจเม้มริมฝีปากแน่น ใช้สมองคิดหาวิธีการช่วยเหลือคนป่วยเบื้องต้นก่อนสะดุดตากับกล่องไม้ซึ่งตนเป็นคนตักน้ำมาจนเกือบเต็ม ส่งสายตามองผ่านมายังคนนอนคดคู้ไม่ห่าง...

ไอ้ยีราฟหน้าขาวนายจะมานอนตายในถ้ำนี้ไม่ไม่นะ...

 หลังจากให้นวพิธกินปลาย่างจนหมดไม้ เขาก็ขอตัวนอนหลับพักผ่อน อิงอรเห็นเขานอนหายใจสม่ำเสมอแบบคนหลับสนิท เบาใจได้เล็กน้อยอาการเขาคงไม่น่าจะแย่ลงกว่าเดิมหรอกมั้ง พอดีกับตัวเองกินอิ่มหนำสำราญจนอึดอัดท้อง เลยลุกเดินออกมาย่อยเนื้อปลาสูดอากาศภายข้างนอกถ้ำเสียหน่อย โดยลืมนึกถึงคำเตือนของนวพิธเสียสนิท ให้ตนเองนั้นระวังพวกคนร้ายจะตามขึ้นมาถึงบนถ้ำแห่งนี้

 อิงอรคิดถึงแต่เพียงฝั่งของตัวเอง หากเคราะห์ดีหน่อยคงได้เจอคนของชายหนุ่มขึ้นมาตามหาเจ้านายในป่าบ้าง เธอจะได้กลับบ้าน และนวพิธจะได้เข้ารับการรักษาตัวได้ทันท่วงที ไม่อยากปล่อยให้เขานอนตากลมเย็นในถ้ำนี้ต่อเลย กลัวอาการเขาจะทรุดหนักลงกว่าเดิม เมื่อตอนก่อนเขาจะหลับ ใบหน้าเขาดูอ่อนเพลียและทรุดโทรมลงมาก

ดังนั้นตอนคิดจะเดินมุ่งหน้าออกมาด้านนอกถ้ำ หญิงสาวจึงไม่ลืมฉวยเอาภาชนะสำหรับใส่น้ำได้ติดมือออกมาด้วย ตอนขากลับจะได้ตักน้ำสะอาดเข้ามาให้ชายหนุ่มใช้ล้างหน้าล้างตา เขาคงเดินออกมาไม่ไหว จะได้สบายตัวมากขึ้นหน่อย...

“มีแต่ยาอะไรก็ไม่รู้ ขืนให้เขากินสุ่มสี่สุ่มหา มีหวังคงได้ชักตายก่อนพอดี”

เมื่อไม่มีสิ่งที่เจ้าตัวต้องการ อิงอรจึงเขยิบร่างมาใกล้คนไข้ขึ้นสูง หยิบเศษผ้าสะอาดดีที่ยังมีเก็บไว้ในกล่องจุ่มลงในภาชนะคล้ายกับเป็นกล่องไม้ที่เธอตักน้ำมาจนเกือบเต็ม ก่อนหันมาช้อนศีรษะคนป่วยขึ้นมานอนหนุนตักตนเอง เขาจะได้นอนสบายตัว ถึงแม้ดูเก้กังไปสักนิดก็ตาม

 ให้ตาย!ไม่คิดเลยจริงๆ ต้องมาทำอะไรแบบนี้ให้กับคนที่ตัวเองหมั่นไส้ขี้หน้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันที่ต้องมาเจอกัน...

“เห็นแก่ความมีมนุษยธรรมหรอกนะ...ไม่งั้นคงไม่ช่วยหรอก...จะปล่อยให้นอนหนาวตายในถ้ำนี้เลยคอยดู”

อิงอรสลัดความรู้สึกกระอักกระอ่วนทั้งหมดทิ้ง ค่อยๆบรรจงเช็ดใบหน้าขาวสลับแดงก่ำละเรื่อยลงมาจนถึงซอกคอ แขนและข้อพับ ทุกกิริยาเจ้าตัวตั้งอกตั้งใจทำอย่างเบามือที่สุดเท่าที่ตนเองจะเบาได้ ในใจเอาแต่เฝ้าคิด หวังว่าพอจะช่วยให้ไข้เขาลดความร้อนในตัวลงได้บ้าง ไม่มากก็น้อย...

      

ความคิดเห็น