ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เต๋อเฟย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2564 00:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เต๋อเฟย
แบบอักษร

 

หลังจากกลับมาจากการคำนับฮองเฮาแล้ว เต๋อเฟยก็มานั่งขบคิดเรื่องราวที่ได้พูดคุยกับฮองเฮาไป พลางคิดว่า ตนนั้นกำลังจะพรอดรักกับชายอื่นที่ไม่ใช่ฮ่องเต้ก็พลัยหย้าแดงขึ้นมา คิดไปคิดมาจนพลบค่ำ ก็มีเสียงเคาะที่หน้าต่างของห้องนอน นางจึงเดินไปเปิดดูพบกับชายหนุ่มร่างกายกำยำยืนอยู่ที่หน้าต่าง

“ คารวะเต๋อเฟย ชินอ๋องบัญชาให้กระหม่อมมาพบเต๋อเฟยพะย่ะค่ะ ” องครักษ์หนุ่มกล่าวพร้อมสำรวจหญิงสาวตรงหน้า แม้อีกฝ่ายจักเป็นนางของฝ่าบาท แต่เขาได้หาสนใจไ่ม ในเมื่อนายเหนือหัวของเขาคือชินอ๋อง

“ อะ อืม เข้ามาก่อนเถิด หากใครมาพบจักไม่เป็นการดี ” ลู่เสียนหนิง หรือเต่อเฟยในตอนนี้ ประหม่าเป็นอย่างมาก นางแต่งเข้ามาเพราะหลงรักฝ่าบาท หากแต่อีกฝ่ายกลับมิได้คิดเหมือนตน แล้วตอนนี้นางยังเป็นฝ่ายสวมหมวกเขียวให้ฝ่าบาทอีก

“ ฮองเฮาทรงฝากจดหมายมาให้พระองค์ด้วยพะย่ะค่ะ ” องครักษ์ยื่นกระดาษม้วนเล็กให้แก่เต๋อเฟย นางจึงรีบแกะขึ้นมาอ่าน

 

‘ จงอย่าหวั่นเกรงสิ่งใด มีความสุขเสียบ้างจักเป็นไรเล่า หาใช่ต้องเสียใจภายหลังไม่ ’

 

เนื้อควมคงจักหมายให้นางอย่าคิดถึงฝ่าบาทกระมัง เมื่อตัดสินใจจะริลองแล้ว นางคงไม่เปลี่ยนใจเป็นแน่ นางเองก็อยากรู้ว่ารสสวาทขงชายอื่นที่มิใช่ฮ่องเต้นั้นจะเป็นเยี่ยงไร

“ เจ้านามว่าอะไร ”

“ จางฮ่าว พะย่ะค่ะ ”

“ อืม ถอดหน้ากากนั่นออกได้หรือไม่ ” เพราะองครักา์ของชินอ๋องทุกคนต้องสสวมหน้ากากเพื่อพรางตัวอู่เสมอ ทำให้ตั้งแต่มา นางไม่ได้เห็นใบหน้าของชยตรงหน้าเลย

เมื่อจางฮ่าวได้ฟัง ก็จึงปลดหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลา หล่อเหลา แม้ไม่อาจเทียบได้กับฝ่าบาทหรือชินอ๋อง แต่ก็หล่อเหลาสมกับเป็นชาย เรียกได้ว่า ชินอ๋องช่างมีตาในการคัดสรรองครักษ์ยิ่ง

“ ชินฮ่องได้บอกเจ้าหรือไม่ว่าให้มาพบข้าด้วยหตุใด ” ลู่เสียนหนิงถามพลางเดินไปนั่งบนตั่ง

“ ให้มาปรนนิบัติเต๋อเฟพะย่ะค่ะ ” จางฮ่าวพูดทั้งๆที่หน้าไม่เปลี่ยนสี ผิดกับหญิงสาวที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย

“ แล้วเจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรเล่า เต็มใจหรือไม่ ” ลู่เสียนหนิงยังคงถามต่อ อีกฝ่ายก็มองนางกับอย่างไม่ละสายตา

“ ฝ่าบาทมิอาจให้ความสุขแก่วังหลังไปพร้อมกันได้ หากพระสนมจะมีนายบำเรอบ้างก็มิผิดอันใดพะย่ะค่ะ ” จางฮ่าวเว้นประโยคไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อว่า “ เต๋อเฟยงดงามปานนี้กระหม่อมย่อมเต็มใจยิ่งนัก ” ไม่พูดเปล่าจางฮ่าวส่งสายตาระยิบระยับพร้อมสำรวจร่างบางตรงหน้าไปพลาง

“. เอ่อ อืม งั้นข้าขอไปชำระล้างร่างกายก่อนสักครู่ เจ้าก็จัดการตนเองให้เรียบร้อยเสีย ” ลุ่เสียนหนิบอกก่อนจะลุกเดินออกไป โดยที่จางฮ่าวเองก็มองตามอย่างไม่ละสายตา

 

ลู่เสียนหนิงชำระร่างกายด้วยน้ำปรุงที่ร่ำเรียนมาจากฮองเฮาชนกายหอม ก็ลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำร้อมสวมผ้าคลุมผืนบางเผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวน น่าหลงใหลยิ่งแก่สายตาขงจางฮ่าว หากเมื่อครู่เต๋อเฟยตรงหน้าว่างามแล้ว ตอนนี้งามยิ่งกว่า

“ มองข้าเช่นนี้ ข้าก็เขินอายเป็นเช่นกันนะ ” คนงามเอ่ยขึ้นเมื่อมีสายตานอกจากฝ่าบาทจ้องมองราวกับจะกลืนกินนางไปทั้งตัว

“ ขออภัยพะย่ะค่ะ พระองค์งดงามจนกระหม่อมมิอาจะสายตาได้พะย่ะค่ะ ” จางฮ่าว ไ่มเพียงพูดเปล่า พร้อมเดินไปอู่เบื้องหน้าร่างบาง ก่อนจะใช้มือลูบไล้เรือนร่างตรงหน้าแม้มีผ้าคลุมอยู่

“ อะ อืมมม สัมผสข้าตามแต่ที่ใจเจ้าอยกเถิด ” เพียงแค่โดนชายตรหน้าสัมผัสเสียนหนิงเองก็มความต้องกายเช่นกัน

“ กลิ่นกายพระองค์ช่างหอมยิ่งนัก ” จางฮ่าวกล่าวพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอขาว

“ อืมม ไปที่เตียงเถิด ” เสียนหนิงบอกอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีอารมณ์กำหนัดขึ้นแล้ว

สองร่างซุกไว้กันอย่างเพลิดเพลินจนไปถึงเตียงนอนของเจ้าของตำหนัก ก่อนที่จางฮ่าวจะปลดเสื้อคลุมออกพร้อมโยนมันออกไปเหมือนเป็นสิ่งที่เกะกะขวางตา เมื่อไร้เสื้อคลุมก็เผยให้เห็นเรือนร่างและอกอวบอิ่มแลนุ่มนิ่มตรงหน้า จางฮ่าวไม่รอช้า ก้มลงไปดูดดุนที่ยอดปทุมถันทันที

 

 

 

 

 

“ อ่ะ อ๊าาา อย่าดุดแรงเช่นนั้น อื้ออ “

 

 

.

ความคิดเห็น