facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 77 มาตรฐานการเลือกแฟน / บทที่ 78 ฉันดูเหมือนคนโสดหรือไง

ชื่อตอน : บทที่ 77 มาตรฐานการเลือกแฟน / บทที่ 78 ฉันดูเหมือนคนโสดหรือไง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 77 มาตรฐานการเลือกแฟน / บทที่ 78 ฉันดูเหมือนคนโสดหรือไง
แบบอักษร

บทที่ 77 มาตรฐานการเลือกแฟน 

เยี่ยหวันหวั่นที่ถูกสารภาพรักต่อหน้าสาธารณชนอย่างกะทันหันไม่ทันได้ตั้งตัว หัวใจตอนนี้คือพังทลายแล้ว 

ในสมองมีเพียงคำว่าหมดกัน หมดกัน... 

เธอเพิ่งจะเอาชีวิตรอดจากเคราะห์กรรมอันหนักหน่วงมาได้ ใครจะรู้ว่าจะมีเรื่องหลิงตงตามมาติดๆ 

ปัญหาอยู่ที่ตรงไหนกันแน่? 

หรือว่าเพื่อที่จะแก้แค้นเธอ หลิงตงเลยวางแผนจีบเธอให้ติดแล้วค่อยทิ้งอย่างนั้นเหรอ? 

เยี่ยหวันหวั่นตัดความเป็นไปได้นี้ออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะวิธีการนี้เป็นการทำร้ายตัวเองมากกว่าศัตรู หากสมองของหลิงตงไม่ได้มีปัญหา ไม่มีทางที่จะใช้วิธีนี้ทรมานตัวเองเพื่อแก้แค้นเธอ 

คงไม่ได้เป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนจริงๆ หรอกใช่ไหม? 

ถ้าหากไม่ใช่กลอุบาย เธอคิดไปคิดมาก็มีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้นแล้ว 

เพียงแค่เห็นเธอตอนไม่ได้แต่งหน้าเท่านั้น อีกทั้งยังแค่แวบเดียว เธอก็เลยไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย คิดกระทั่งว่าตอนนั้นหลิงตงกำลังเมา อาจยังไม่ทันเห็นเธอชัดๆ ใครจะรู้ว่าแค่แวบเดียวจะสร้างความเดือดร้อนใหญ่โตขนาดนี้ให้เธอ 

ไอ้โลกเฮงซวยที่มองแต่รูปร่างหน้าตาเอ๊ย! 

หลิงตงเป็นบุคคลทรงอิทธิพลในโรงเรียน บุคคลทรงอิทธิพลในโรงเรียนเช่นนี้สารภาพรักกับยัยตัวประหลาดแห่งชิงเหออย่างคาดไม่ถึง เรื่องที่มีอานุภาพระเบิดสูงแบบนี้ ไม่ถึงครึ่งวันก็สะพัดไปทั้งโรงเรียนอย่างแน่นอน ไม่ช้าไม่เร็วจะต้องถึงหูของซือเยี่ยหานอย่างแน่นอน 

ด้วยนิสัยของซือเยี่ยหาน แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้สิ่งที่เธอทำมาทั้งหมดในช่วงนี้ล้มเหลวไปอย่างสิ้นเชิง... 

เยี่ยหวันหวั่นที่เมื่อครู่ยังหลงคิดว่าจะสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขสักสองสามวันรู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากจะพูดอะไร 

"หลิงตง ฉันคิดว่านายต้องไปหาจักษุแพทย์สักหน่อยนะ...” เยี่ยหวันหวั่นยกมือขึ้นกุมหน้าผาก เอ่ยขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง 

คำพูดของเยี่ยหวันหวั่นพูดออกมาได้ตรงใจทุกคน จนพากันพยักหน้าเห็นด้วยอยู่เงียบๆ 

แก๊งเพื่อนซี้หลายคนของหลิงตงถึงขั้นที่แอบวิจารณ์อยู่ในใจ แค่ตรวจสายตาจะพอที่ไหน ที่ควรจะไปตรวจมากที่สุดคือสมองต่างหากล่ะ! 

หลิงตงย่นหัวคิ้วจ้องหญิงสาวตรงหน้า แล้วเอ่ยชัดๆ ทีละคำ “เยี่ยหวันหวั่น ฉันจริงจังนะ!” 

เยี่ยหวันหวั่นย่อมต้องปฏิเสธแน่อยู่แล้ว เธอไม่อาจมีชนักติดหลังใดได้ แต่เธอก็ไม่สามารถพูดออกไปต่อหน้าทุกคน ว่าตัวเองมีแฟนแล้ว การมีความรักในวัยเรียนเป็นการทำผิดกฎของโรงเรียน ถ้าถูกจับได้ก็จะถูกบันทึกเป็นความผิดอีกหนึ่งกระทง เธอไม่เหมือนหลิงตงหรอกนะ ที่มีพ่อเป็นผู้บริหารโรงเรียนก็เลยไม่ต้องเกรงกลัวอะไร 

เพราะฉะนั้น เยี่ยหวันหวั่นจึงทำได้แค่พูดว่า “ขอโทษที ไม่ว่านายกำลังล้อฉันเล่น หรือว่าจริงจัง ฉันก็ไม่สนใจนาย!” 

สีหน้าของหลิงตงพลันแข็งทื่อ “เพราะอะไร? ทำไมถึงไม่สนใจฉัน?” 

เยี่ยหวันหวั่นเห็นหลิงตงยืนรั้นอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางเคร่งเครียดจริงจังผิดไปจากปกติ ราวกับถ้าไม่ได้คำตอบจะไม่ยอมเลิกรา จึงทำได้เพียงพูดว่า “เพราะว่านายไม่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานในการเลือกแฟนของฉันน่ะสิ” 

“ถ้าอย่างนั้นมาตรฐานในการเลือกแฟนของเธอคืออะไร? ฉันมีตรงไหนที่ดีไม่พอ? เธอพูดมาสิ ฉันจะแก้ไข!” หลิงตงรีบเอ่ยขึ้นทันที 

“แม่เจ้า... พี่ตงถูกเล่นของใส่หรือเปล่าเนี่ย...” 

“นี่ต้องไม่ใช่พี่ตงของฉันแน่ๆ จะต้องถูกอะไรสักอย่างเข้าสิงแล้วแน่ๆ!” 

“แม่มันเถอะ ยัยตัวประหลาดนี่ทำอะไรกับพี่ตงของฉันกันแน่?” 

เดิมทีคิดว่าเมื่อหลิงตงได้ยินคำปฏิเสธของเยี่ยหวันหวั่นแล้วจะระเบิดความโกรธ ใครจะไปคิดว่ายังจะพูดจาเกรงอกเกรงใจอย่างนี้อยู่อีก ยังบอกอีกว่าจะเปลี่ยนแปลงเพื่อเธอ แก๊งเพื่อนซี้ทั้งหลายของหลิงตงสับสนไปหมดแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนักเรียนที่กำลังมุงดูอยู่ ทุกคนต่างรู้สึกว่าทัศนคติต่อโลกของตัวเองถูกระเบิดปรมาณูถล่มใส่ 

เยี่ยหวันหวั่นถอนหายใจ หลิงตงเอ๋ย อย่าโทษฉันเลย นี่เป็นสิ่งที่นายถามเองนะ 

ด้วยเหตุนี้ เยี่ยหวันหวั่นจึงเอ่ยขึ้นว่า “มาตรฐานข้องแรกของฉันคือ...อย่างน้อยต้องหล่อกว่าซือเซี่ยร้อยเท่า!” 

หลิงตงนิ่งอึ้งอยู่นานถึงจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง “เธอกำลังล้อเล่นอยู่เหรอ?” 

ซือเซี่ยที่อยู่ด้านข้างถูกพาดพิงอย่างกะทันหัน “...” 

เยี่ยหวันหวั่นทำหน้าเคร่งขรึม “ฉันจริงจัง!” 

 

 

บทที่ 78 ฉันดูเหมือนคนโสดหรือไง 

หลังเลิกเรียน ภายในเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งวัน ข่าวดังระเบิดนี้ก็เผยแพร่ไปทั่วชิงเหอแล้วยังไปถึงโรงเรียนม. ปลายรอบๆ หลายโรงเรียนด้วย 

ทุกคนต่างรู้เรื่องที่พี่ใหญ่หลิงตงจากชิงเหอสารภาพรักกับสาวอัปลักษณ์เบอร์หนึ่งของชิงเหอเยี่ยหวั่นหวันแล้วโดนปฏิเสธ แล้วยังรู้ด้วยว่าหญิงอัปลักษณ์ที่สมองพิการพูดอวดขั้นสุดว่ามาตรฐานในการเลือกแฟนตัวเองจะต้องหล่อกว่าซือเซี่ยอีก... 

ในหอประชุมเล็กของโรงเรียน 

หลิงตงนั่งอยู่ที่นั่งแถวสุดท้ายที่ไกลออกไป มองอย่างเลื่อมใสไปทางเยี่ยหวั่นหวันที่กำลังฝึกซ้อมการแสดงอยู่ 

โดนเยี่ยหวั่นหวันปฏิเสธต่อหน้าทุกคนอย่างขายหน้าแล้ว เขากลับยังไม่ตัดใจ 

ที่นั่งข้างเขาริมหน้าต่างมีซือเซี่ยนั่งอยู่ 

หลิงตงยื่นบุหรี่ให้ 

ซือเซี่ยเปิดดวงตาที่เป็นประกายขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน ไม่ได้รับบุหรี่ 

หลิงตงเห็นเขาไม่รับ ตัวเองเลยจุดบุหรี่ สูดเข้าไปลึก จากนั้นถามด้วยหน้าตาเคร่งเครียด “ซือเซี่ย เยี่ยหวั่นหวันคือผู้หญิงที่ฉันชอบ เป็นพี่น้องกันก็ระวังท่าทีหน่อย ฉากจูบนั่น นายต้องใช้มุมกล้องช่วย ห้ามจูบจริง! 

ทันใดนั้นใบหน้าซือเซี่ยดูเหมือนจะแตก “นายคิดมากไปแล้ว” 

หลิงตงก็น่าจะรู้สึกว่าตัวเองคิดมากไป ซือเซี่ยมีชื่อเรื่องดูคนที่หน้าตา กับเยี่ยหวั่นหวันที่หน้าตาแบบนั้นเขาไม่มีทางเข้าใกล้แน่นอน ยังไงหน้าตาของเยี่ยหวั่นหวันตอนนี้ถือว่าปลอดภัยมาก 

“พี่ตง!” 

ตอนนี้ เฉิงเสวี่ยโมโหเดินบึ่งมาตรงหน้าหลิงตง ใบหน้าเล็กสวยนั้นโมโหจนแทบจะบิดเบี้ยว “พี่ตง พี่ทำอะไรอยู่เนี่ย? อย่าบอกฉันนะ ว่าพี่ชอบยัยอัปลักษณ์เยี่ยหวั่นหวันนั่นจริง!” 

หลิงตงกรอกตามองเฉิงเสวี่ยที่กระทืบเท้าอย่างโมโหอยู่ “อืม ชอบจริงๆ” 

เฉิงเสวี่ยสำลักพูดไม่ออก “พี่บ้าไปแล้วหรือ? ชอบใครไม่ชอบ ไปชอบเยี่ยหวั่นหวัน พี่รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ทุกคนพูดถึงพี่ว่ายังไง! ทุกคนพูดกันว่าพี่บ๊องไปแล้ว!” 

“ก็คิดว่าฉันบ๊องไปก็แล้วกัน!” หลิงตงพ่นควันบุหรี่เป็นรูปวงกลม ทำสีหน้าเหมือนคนอื่นเมามาย ตัวเองเป็นผู้ตื่นรู้อยู่คนเดียว 

หลังซ้อมการแสดงเสร็จ 

หลิงตงรีบเข้าไปต้อนรับเยี่ยหวั่นหวัน “เธอไม่อยากกินข้าวกับฉันก็ได้ ฉัน... ฉันส่งเธอกลับหอพัก...” 

เยี่ยหวั่นหวันขมวดคิ้ว “หลิงตง ก่อนหน้านี้ฉันบอกไปแล้ว...” 

หลิงตงรีบขัดเธอ “ฉันรู้ฉันหน้าตาไม่ดีพอ แต่เธอดูแต่หน้าตาอย่างเดียวไม่ได้นะ!” 

ได้ฟังคำนี้ เยี่ยหวั่นหวันยิ้มมุมปากขึ้นมาทันที เขาต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องรูปร่างหน้าตาที่สุดไม่ใช่หรือ? 

“อยู่ๆ คุณก็ชอบฉัน เป็นเพราะเมื่อคืนคุณเห็นที่ฉันไม่ได้แต่งหน้า?” เยี่ยหวั่นหวันถามออกไปตรงๆ 

หลิงตงไม่ปฏิเสธ พยักหน้าตอบ “อืม” 

เยี่ยหวั่นหวันเลิกคิ้ว “ดังนั้นหมายความว่า คุณแค่ชอบหน้าตาของฉันเท่านั้น?” 

หลิงตงเม้มปาก “ฉันยอมรับว่าฉันชอบหน้าตาเธอ เธอ... เธอสวยจริงๆ ... แต่หญิงงามที่เพียบพร้อมนั้นเหมาะสมกับชายหนุ่มที่ดี ฉันไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดอะไรที่ชอบเพราะเธอสวย!” 

ความตรงไปตรงมาของหลิงตงนั้น ทำให้เยี่ยหวั่นหวันไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เลยได้แต่พูดว่า ที่จริง ฉันมีแฟนอยู่แล้ว” 

“เธอว่าไงนะ?” ได้ยินประโยคนี้ หลิงตงเปลี่ยนสีหน้าทันที หลังจากนั้นครู่ใหญ่ก็ดูเย็นชาขึ้นมา “เธอไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้มาปฏิเสธฉัน” 

เยี่ยหวั่นหวันทำหน้าช่วยไม่ได้ “ฉันดูเหมือนคนโสดมากหรือ?” 

หลิงตงขมวดคิ้ว “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เพียงแต่...” 

โทษเขาไม่ได้ที่ไม่เชื่อ เพราะที่ผ่านมาเยี่ยหวั่นหวันใช้ใบหน้าอัปลักษณ์แสดงให้คนเห็นมาตลอด จะมีแฟนได้ยังไง? 

“แฟนเธอตรงตามมาตรฐานที่เธอตั้งไว้?” หลิงตงเปลี่ยนมาถามกลับ 

เยี่ยหวั่นหวันพยักหน้าทันที “ตรง” 

พอเยี่ยหวั่นหวันพูดแบบนี้ หลิงตงหน้าบึ้งขึ้นมาทันที อีกทั้งยังมั่นใจว่าเธอกำลังหลอกตัวเองอยู่ “เยี่ยหวั่นหวัน เธอไม่ต้องหาข้ออ้างหลอกฉันแล้ว เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน ฉันก็มีสิทธิ์ตามจีบเธอเหมือนกัน ฉันจะไม่ยอมแพ้!” 

เยี่ยหวั่นหวันถอนหายใจ “แล้วทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าที่ฉันพูดเป็นเรื่องจริง?” 

ทำไมแต่ละคนได้ยินว่าเธอมีแฟนถึงไม่มีใครเชื่อเลยนะ? ดูคนที่หน้าตาเกินไปแล้วนะ! ไม่เชื่อว่าจะมีคนที่มีรสนิยมเป็นเอกลักษณ์มาชอบผู้หญิงแบบเธอหรือ? 

หลิงตงมองเยี่ยหวั่นหวัน ครุ่นคิดแล้วพูดขึ้นมา “นอกจากว่าฉันจะเห็นเขาด้วยตาตัวเอง” 

เห็นด้วยตา? 

พาซือเย่หายมาเจอคนที่ชอบเธอ คนที่กำลังจีบเธออยู่ เธอไม่อยากอายุยืน อยากจะตายหรือไง? 

เฮ้อ... ไม่ได้... 

พาแฟนไปเจอหลิงตง ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้... 

เยี่ยหวั่นหวันไตร่ตรองอยู่นานมาก ในที่สุดก็ลองหยั่งเชิงมองไปทางหลิงตงแล้วพูดขึ้นมา “คุณแน่ใจว่าเจอเขาแล้วคุณจะตัดใจ?” 

หลิงตงไม่ตกหลุมพรางเธอ พูดตอบอย่างระมัดระวัง “แน่นอน ถ้าเขาหล่ออย่างที่เธอว่าจริง หล่อกว่าซือเซี่ยเป็นร้อยเท่า” 

เอางั้นก็ได้ ดูสิว่าอยากจะไปลากใครมาออกหน้าก็ทำไม่ได้ เธอจะไปหาผู้ชายที่หล่อกว่าซือเซี่ยเป็นร้อยเท่ามาจากไหน... 

“ได้สิ คุณให้ฉันคิดก่อน คือว่า แฟนฉันเขายุ่งมาก ถ้าฉันนัดเวลาได้แล้วจะไปบอกคุณ” เยี่ยหวั่นหวันพูด 

หลิงตงยังคิดว่าเธอแกล้งอยู่ ไม่ได้สนใจเลย “ได้” 

ความคิดเห็น