facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 47 ไม่เคยเห็นเขายิ้มมาก่อน / บทที่ 48 คุณชายเก้ามีความรักแล้วเหรอ?

ชื่อตอน : บทที่ 47 ไม่เคยเห็นเขายิ้มมาก่อน / บทที่ 48 คุณชายเก้ามีความรักแล้วเหรอ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 47 ไม่เคยเห็นเขายิ้มมาก่อน / บทที่ 48 คุณชายเก้ามีความรักแล้วเหรอ?
แบบอักษร

บทที่ 47 ไม่เคยเห็นเขายิ้มมาก่อน 

ได้เห็นข้อความของเยี่ยหวันหวั่น มีเลือดดันขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เกือบหายใจไม่ออกตายไปแล้ว 

ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็มีแต่ผู้คนรายล้อมเหมือนดวงดาวห้อมล้อมพระจันทร์ ไม่เคยถูกพูดให้ร้ายได้ถึงเพียงนี้ 

หากว่ายัยตัวประหลาดคิดจะดึงความสนใจจากเขาจริง เช่นนั้นเธอทำสำเร็จแล้ว 

“เหอะ...ขี้เหร่?” 

ได้ยินเสียงจากด้านข้าง เยี่ยหวันหวั่นก็พบว่ามีคนเห็นเนื้อหาในข้อความของตนแล้ว เพียงแต่เธอไม่ได้รู้สึกหวั่นใจเลยแม้แต่น้อย มือยกโทรศัพท์ขึ้นมา ยิ้มตาหยีแลัวหันหน้าไปพูดกับเดือนโรงเรียนที่โกรธจนหน้าดำคล้ำ “ไม่ต้องรู้สึกต่ำต้อยนะ ความจริงนายก็หน้าตาพอใช้ได้อยู่ เพียงแต่เมื่อเทียบกับแฟนของฉันแล้ว ยังห่างไกลกันมาก!” 

ซือเซี่ยย่อมไม่มีทางท้าทายด้วยประโยคโง่เขลา ให้เธอเอาแฟนมาเทียบกันเลยว่าใครหล่อกว่าใครกันแน่ เขาสูดหายใจลึกจากนั้นก็หลับตาแล้วนอนหลับต่อ หากยังสนทนากับยัยปัญญาอ่อนนี่ต่อไป คาดว่าเขาต้องอกแตกตายแน่ 

เยี่ยหวันหวั่นเบ้ปาก ชิ ที่แท้ก็ไม่กล้า~ 

เวลานี้เอง คฤหาสน์ตระกูลซือ 

ซือเยี่ยหานเพิ่งจะตรวจร่างกายประจำวันเสร็จไปรอบแรก ตอนนี้ยังมีคุณหมอสูงวัยรออีกท่านหนึ่ง ตรงข้ามซือเยี่ยหานมีคุณหญิงย่าวัยเจ็ดสิบแปดสิบนั่งอยู่ 

คุณหญิงย่ามีผมสีเงินทั้งศีรษะ ในมือถือสร้อยลูกประคำอยู่เส้นหนึ่ง เวลานี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าใจจ้องมองที่หลานชาย 

คุณหมอสูงวัยท่านนั้นกำลังจับชีพจรให้กับซือเยี่ยหาน สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ คุณหญิงย่าเห็นคุณหมอมีสีหน้าไม่ค่อยดี ใบหน้าของเธอยิ่งหมองหม่นตามไปด้วย 

แต่ตัวซือเยี่ยหานเอง หลังจากจับชีพจรแล้วก็นั่งจิบชาด้วยสีหน้าราบเรียบ ราวกับไม่ได้เป็นกังวลกับร่างกายของตัวเองเลย 

คุณหญิงย่าสีหน้าร้อนใจเอ่ยถาม “หมอโม่ หมอซุน พวกคุณสองคนบอกความจริงกับฉันมา ไม่อนุญาตให้โกหกแม้แต่คำเดียว ร่างกายของเสี่ยวจิ่วสรุปแล้วอาการขั้นไหนกันแน่?” 

โม่เสวียนเหลือบมองซือเยี่ยหาน กระแอมสองสามที ไม่กล้าพูดอะไร 

คุณหญิงย่าเห็นท่าทางเช่นนั้นแล้วก็ถลึงตาใส่เขา “คุณมองเขาทำไม! ฉันเป็นคนถามต่างหาก” 

โม่เสวียนกลั่นกรองเรียบเรียงถ้อยคำ จากนั้นจึงเอ่ยตอบ “เรียนคุณหญิงย่า ยังคงเป็นเหมือนเดิมครับ” 

คุณหญิงย่าแค่นเสียงเย็นชา “คุณเลิกหลอกฉันได้แล้ว! คุณบอกฉันมาว่าเมื่อคืนเขานอนกี่ชั่วโมง สองคืนก่อนเขานอนไปกี่ชั่วโมง สามคืนก่อนเขานอนไปกี่ชั่วโมง!” 

โม่เสวียนอับจนหนทาง ทำได้เพียงตอบไปตรงๆ “สามคืนก่อนการสะกดจิตล้มเหลว สองคืนก่อน...ก็ล้มเหลว...ส่วนเมื่อคืน คุณชายซือกลับมาที่สวนจิ่นหยวนตอนประมาณตีสามครับ และก็ไม่ได้ให้ผมไปบำบัดให้...” 

คุณหญิงย่าทำหน้าตกใจอย่างมาก “สามวัน! ทำไมไม่นอนมาสามวันอีกแล้ว!” 

โม่เสวียนไม่กล้าพูดอะไร หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ที่การนอนหลับของซือเยี่ยหานค่อนข้างแย่มาก 

เขาคาดการณ์ว่าเมื่อคืนน่าจะเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่เขาจะรับได้แล้ว เป็นกังวลมาโดยตลอดว่าร่างกายของเขาจะมีปัญหาใหญ่ ดังนั้นวันนี้จึงตรวจสภาพร่างกายของซือเยี่ยหาน แต่ก็พบว่าไม่ได้แย่เท่าที่เขาจินตนาการไว้ จึงเกิดความรู้สึกประหลาดใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

คุณหมอสูงวัยที่ยืนอยู่ด้านข้างถอนหายใจยาว “คุณหญิงย่า ผมไม่ขอปิดบังท่าน สถานการณ์ของคุณชายเก้าในช่วงสองปีนี้หนักขึ้นทุกวัน การนอนไม่หลับส่งผลกระทบทางด้านอารมณ์ของเขามากขึ้นเรื่อยๆ หากยังหาวิธีที่ได้ผลไม่ได้ เกรงว่า...” 

คุณหญิงย่าถูกกระตุ้นด้วยคำว่า ‘เกรงว่า’ สองคำท้ายสุดที่ยังพูดไม่จบ “ฉันรู้แล้ว แต่ฉันรู้แล้วมีประโยชน์อะไร! พวกคุณก็คิดหาวิธีที่ดีๆ มาสิ! พวกคุณเก่งมากไม่ใช่เหรอ? ก็แค่โรคเล็กน้อยอย่างการนอนไม่หลับก็รักษากันไม่ได้แล้วเหรอ?” 

โม่เสวียนทำหน้าอับจนหนทาง “คุณหญิงย่าครับ คุณชายเก้าป่วยทางใจ เวลาที่เขาอารมณ์ดีก็จะนอนหลับได้มากขึ้น แต่เมื่อไรที่อารมณ์หม่นหมอง อาจเป็นไปได้ว่าไม่อาจหลับได้แม้เพียงหนึ่งนาที” 

คุณหญิงย่าตะคอกอย่างโมโห “งั้นก็คิดหาวิธีให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาสิ!” 

โม่เสวียนได้ยินแล้วก็ยิ้มฝืด ในใจคิดว่าไม่ใช่คุณจะไม่รู้ว่านิสัยของหลานชายตัวเองแย่ขนาดไหน คิดอยากจะให้เขาอารมร์ดี? พูดง่ายไปหน่อยแล้ว! 

พูดกันตามจริง เขาอยู่กับคุณชายเก้าผู้นี้มานานแล้ว จะเห็นเขายิ้มสักครั้งก็ไม่เคยมี? 

ในขณะที่บรรยากาศในห้องรับแขกกำลังตึงเครียด ซือเยี่ยหานที่นั่งอยู่บนโซฟา มีสีหน้าเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งกำลังดูโทรศัพท์ พลันหัวเราะเบาๆ ขึ้นมา “ฮ่ะๆ ...” 

 

 

บทที่ 48 คุณชายเก้ามีความรักแล้วเหรอ?  

โม่เสวียนที่กำลังคิดเช่นนี้ ได้เห็นคุณชายใหญ่ที่เหมือนกับไม่มีอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์แม้แต่น้อยผู้นี้ยิ้มเต็มๆ ตา 

ไม่ใช่รอยยิ้มทะมึนน่าหวาดกลัว ไม่ใช่ยิ้มเย็นที่โหดเหี้ยมทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่เป็นรอยยิ้มด้วยความสุขอย่างปกติอันไม่น่าเชื่อ ราวกับน้ำแข็งที่แช่แข็งภูเขาในบริเวณหมื่นลี้มลายหายไปภายในพริบตา... 

ถ้าหากพูดว่าซือเยี่ยหานที่ทำหน้าเย็นชานั้นหล่อเหลาที่สุดแล้ว ถ้าอย่างนั้นซือเยี่ยหานที่ยิ้มขึ้นมาก็สามารถล้มผู้ชายทุกคนได้เลย! 

นอกจากโม่เสวียนแล้ว คนที่ตกใจที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณหญิงย่า 

ร่างกายของคุณหญิงย่ากำลังสั่นระริก ขอบตาแดงก่ำอย่างฉับพลัน นานแค่ไหนแล้วนะ… นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้เห็นเสี่ยวจิ่วยิ้ม 

“เสี่ยวจิ่ว! กำลังดูอะไรอยู่เหรอ? มีความสุขขนาดนี้เชียว?” คุณหญิงย่าหน้าตาตื่นเต้น สอบถามอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด กลัวว่าสิ่งที่ตนเองเห็นเมื่อครู่นี้จะเป็นเพียงภาพลวงตา 

ใบหน้าของซือเยี่ยหานยังคงหลงเหลือร่องรอยความอ่อนละมุน แม้แต่น้ำเสียงก็ยังอ่อนโยนกว่าปกติ “ข้อความของแฟนครับ” 

เมื่อคุณหญิงย่าได้ฟัง แม้จะตกใจในทีแรก แต่ต่อมาใบหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจยินดี “แฟน! เสี่ยวจิ่ว หลานมีแฟนแล้วเหรอ? มิน่าล่ะ… มิน่าย่ามองว่าหลานมีอะไรแปลกไป ที่แท้ก็มีความรัก เธอเป็นเด็กกผู้หญิงแบบไหนกัน อายุเท่าไร ทำงานอะไร? ที่บ้านทำอาชีพอะไร? ชื่อว่าอะไรล่ะ?” 

โม่เสวียนที่อยู่ด้านข้างได้ยินคำพูดของซือเยี่ยหาน พลันนิ่งอึ้ง 

แฟนเหรอ? 

ที่เขาพูดคงไม่ได้หมายถึงเยี่ยหวันหวั่น ยัยผู้หญิงที่สมองไม่ค่อยดีคนนั้นใช่ไหม? 

นิ้วมือเรียวยาวของซือเยี่ยหานแตะเบาๆ ที่โทรศัพท์ “หวันหวั่น เยี่ยหวันหวั่นครับ” 

โม่เสวียนชะงักไป ใช่จริงๆ เสียด้วย! 

คุณหญิงย่าผงกหัวรับด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความจริงจัง “หวันหวั่น? หวัน ที่เขียนด้วยอักษรข้างประเภทเกี่ยวกับสิ่งทอใช่ไหม? ชื่อไพเราะมาก! เจ้าเด็กคนนี้ มีแฟนแล้วทำไมไม่บอกย่าสักคำ ย่าก็รอให้หลานรีบตัดสินใจเสียที จะได้มีผู้หญิงสักคนคอยดูแลอยู่ข้างกายหลาน รอบข้างหลานแต่ละคนมีแต่พวกหยาบกร้านทั้งนั้น จะดูแลใครเป็นได้อย่างไร รีบพาเด็กผู้หญิงคนนั้นกลับมาให้ย่าดูสักหน่อย!” 

อารมณ์ของซือเยี่ยหานคงจะดีไม่น้อยทีเดียว ได้ยินดังนั้นกลับไม่ปฏิเสธ “ผมจะถามเธอดูครับ” 

คุณหญิงย่ามีความสุขมาก “ดีเลย ดีๆ หลานพูดกับเธอดีๆ นะ อย่าทำให้เธอตกใจ ไม่ต้องกลัวไป ก็แค่การเจอกันธรรมดาๆ เท่านั้น” 

“ครับ” 

“เยี่ยหวันหวั่นชอบกินอะไร? มีอะไรที่กินไม่ได้ไหม? ย่าจะได้ให้ห้องครัวเตรียมไว้ก่อน” 

นัยน์ตาซือเยี่ยหานฉายแววอ่อนโยน “เธอไม่เลือกกิน อะไรก็ชอบกินไปหมดครับ” 

“ไม่เลือกกินอย่างนั้นเหรอ ดีเลย ดีๆ” 

ได้รู้ว่าหลานชายมีความรักแล้วอย่างไม่ทันคาดคิด คุณหญิงย่ารู้สึกมีแรงฮึกเหิมไปทั้งตัว และนั่งไม่ติดอีกต่อไปแล้ว ในเวลานั้นก็เริ่มจัดการให้คนรับใช้ทั้งหมดเตรียมการให้ดี และไปที่ห้องครัวกำชับให้คนรับใช้ไปซื้อวัตถุดิบอาหารมาแต่เนิ่นๆ 

รอจนทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอได้ให้คนไปเรียกสวี่อี้มาพบ 

“คุณหญิงใหญ่ ท่านเรียกผมเหรอครับ?” สวี่อี้จิตใจตุ้มๆ ต่อมๆ 

สีหน้าคุณหญิงย่าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “นายทำงานยังไงห๊ะ? อยู่ข้างกายเสี่ยวจิ่วทุกวัน แต่กลับแม้แต่เรื่องใหญ่อย่างเรื่องที่เขามีแฟนแล้วยังไม่รู้?” 

“หา? คุณชายเก้า...มีแฟนแล้วเหรอครับ?” สวี่อี้ทำหน้างงงวย 

เห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา คุณหญิงย่าจึงยิ่งโมโห “ก็เด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าเยี่ยหวันหวั่นคนนั้นยังไงล่ะ เมื่อกี้เสี่ยวจิ่วเป็นคนบอกฉันเองเลยนะ!” 

เยี่ยหวันหวั่น! 

สวี่อี้รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ 

เยี่ยหวันหวั่น เขาต้องรู้แน่นอนอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้อยู่ข้างกายคุณชายเก้ามาเกือบสองปีแล้ว แต่หากจะกำหนดชื่อเรียกความสัมพันธ์อย่างจริงจังละก็ ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นคุณชายเก้าบีบบังคับคนอื่นเขาอยู่ฝ่ายเดียวหรือเปล่า? สองคนนั้นจะพูดว่าเป็นเพื่อนร่วมเตียงไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะเรียกว่าแฟนได้เหรอ? 

อีกทั้งคุณชายเก้ายังห้ามพวกเขาพล่ามไร้สาระพูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูเยี่ยต่อหน้าคนอื่นอย่างเข้มงวดไม่ใช่เหรอ? 

ความคิดเห็น