ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : [THIS LOVE] 26

คำค้น : มาเฟีย ซีอาร์ จากัวร์ นิยายวาย yaoi thislove มึงเป็นใคร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2564 00:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[THIS LOVE] 26
แบบอักษร

[ซีอาร์] 

 

“พี่หมายความว่าไง...”ผมชะงักกับคำพูดคนตรงหน้าทันที คุณแม่เนี่ยนะจะมาถึงที่นี่? ห้องนี้เนี่ยนะ? คุณแม่น่ะเหรอจะมากุมมือผมน่ะ? ไม่สิ...อาจจะเป็นผมเองก็ได้ที่เป็นคนกุมมือคุณแม่ไว้ท่านเลยตกใจแล้วปัดมือผมออก ในฝันคุณแม่ถึงโผล่เพียงแวบเดียวเท่านั้น…“อ่ะ...” 

 

 

“...?” 

 

 

ผมรีบตั้งสติตัวเองให้กลับมาอีกครั้งก่อนจะสลัดความคิดในหัวผมออกไป ไม่ว่าผมจะคิดยังไงมันก็มีแต่เสียกับเสีย ผมไม่อยากเอาความคิดด้านลบของผมมาทำร้ายตัวเองแล้วล่ะ ไม่ว่าคุณแม่จะมีเหตุผลอะไรผมก็จะยอมรับและผ่านมันไปให้ได้ ตอนนี้ผมไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนี่หน่า... 

 

 

“...พี่ครับ ซีเบื่อเตียงแล้วอะ เราไปนั่งโซฟากันดีกว่า”ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง พี่เสือที่เห็นงั้นก็ทำท่าแปลกใจออกมา 

 

“ทำไม”ผมยิ้มตอบก่อนจะกระโดดลงจากเตียงพร้อมกับดึงมืออีกฝ่ายให้มานั่งบนโซฟาด้วยกัน เมื่อพวกเรานั่งผมก็คว้ามือหนามากุมไว้ทันที 

 

“ก็บนเตียงมันทำแบบนี้ไม่ได้นี่...”ผมมองมือของพวกเราก่อนจะเอนหัวพิงกับไหล่กว้าง“ถึงแม้ว่าการพบเจอของพวกเราจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก อ่า ตอนแรก...ผมก็แอบคิดนะว่าการได้พบพี่มันเป็นเรื่องเลวร้ายอีกเรื่องเลยก็ว่าได้ แต่พอพวกเราผ่านมันมาถึงตรงนี้มันก็ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด” 

 

“...” 

 

“ผมอยากจะขอบคุณ...ที่รับความผิดปกติของผมได้ ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่าคุณแม่รู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอรู้ตัวอีกทีผมก็ถูกคุณแม่รังเกลียดไปแล้ว ถึงเมื่อก่อนผมจะไม่เข้าใจว่าทำไมแต่พอคุณอาพูดถึงความผิดปกติให้ผมฟังผมถึงได้เข้าใจ มันเลยทำให้ผมคิดว่า ขนาดพ่อแม่ยังรังเกลียด แล้วคนอื่นจะรับได้ด้วยเหรอ...ตอนนั้นผมคิดเลยนะว่าผมคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสพี่แบบนี้แล้วแน่ๆ”ผมใช้นิ้วโป้งลูบมือหนาเบาๆ“แล้วก็...อยากจะขอบคุณที่พี่จำผมวันนั้นได้ด้วย ถ้าวันนั้นพี่จำผมไม่ได้พวกเราก็คงไม่มีวันนี้” 

 

“พูดเป็นอยู่คำเดียวรึไง” 

 

“ฮะๆ อาจจะใช่ครับ”ผมทิ้งน้ำหนักตัวพิงไหล่กว้างโดยรู้ตัว พอรู้สึกสบายใจมันก็ง่วงนอนขึ้นมาดื้อๆเลยแหะ...“ผมนึกคำอื่นไม่ออกแล้วล่ะ” 

 

 

เฮ้อ...ผมไม่อยากผละออกเลย พอคิดว่าจะต้องเจอกับคุณแม่อีกมันก็ยิ่งอยากจะให้เวลาหยุดแค่ตรงนี้ 

 

 

“พี่ครับ...พี่อยากมีลูกรึเปล่า” 

 

 

กึก... 

 

 

“คือว่านะ ซีแอบคิดมาสักพักแล้วล่ะ...อ๊ะ!” 

 

 

ฟุบ! 

 

 

ผมยังพูดไม่ทันจบประโยค ผมก็ถูกผลักจนหงายลงบนโซฟา โดยมีร่างสูงขึ้นคร่อมอยู่ด้านบน...จะว่าไปให้พูดก็พูดเถอะ ผมเพิ่งจะเคยเห็นโซฟาตัวใหญ่ขนาดนี้ครั้งแรกนี้แหละ มันใหญ่ชนิดที่ว่าคนสองคนนอนได้สบายๆเลยล่ะ ห้องVIP มันดีแบบนี้นี่เองสิหน่า... 

 

 

...เดี๋ยวนะ? ผมลืมอะไรไป 

 

 

“พ...พี่เสือ! ทำอะไรเนี่ย!!!”ความง่วงเมื่อครู่หายไปทันทีเมื่อได้สติกลับมาผมก็พยายามดิ้นออกจากใต้ร่างคนด้านบนทันที แต่เพียงแค่มือหนาใช้มือมากันไว้มันก็เหมือนกรงเหล็กดีๆนี่เองต่อให้ผลักหรือพยายามดันออกแค่ไหนมันก็ไม่ขยับสักนิด...โอ้ย! นี่มันโรงพยาบาลนะครับ!!! 

 

“มึงเริ่มก่อนเองนะ...” 

 

“อ...อะไร? ผมทำอะไร...” 

 

 

ก๊อกๆ... 

 

 

เฮือก! 

 

 

สัญชาตญาณความคิดผิดชอบชั่วดีของผมเหมือนระเบิดออกมา ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายดันที่เสือให้ลุกขึ้นนั่งเวลาเดียวกับประตูที่เริ่มเปิดออกแต่ด้วยข้อผิดพลาดอะไรก็ไม่รู้แทนที่พวกเราจะลุกขึ้นนั่งกันกลับเป็นพี่เสือที่หงายลงกับโซฟา ส่วนผมที่ยังทรงตัวไม่ค่อยดีนักก็หน้าทิ่มใส่พี่เสือทันที 

 

 

“โอ้ย...”จมูกผมชนกับอกพี่เสือเต็มๆ นี่มันหน้าอกคนหรือกำแพงเหล็กเนี่ย เจ็บอะ! 

 

“อะแฮ่ม...”เสียงคุณอาทำผมเลิกสนใจจมูกของตัวเองทันที ผมรีบเด้งตัวขึ้นนั่งเมื่อมองดีๆก็ไม่ได้มีแค่คุณอาคนเดียวที่เข้ามา ทางด้านหลังชายวัยกลางคนยังมีพยาบาลอยู่อีกสองสามคนแล้วดูจากสีหน้าก็ดูเหมือนจะเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้กันทุนคนเลย ทำเอาผมอายจนรู้สึกได้เลยว่าหน้าผมตอนนี้คงเป็นมะเขือเทศดีๆนี่เองแถมคำทักทายของคุณอาก็ทำเอาผมอยากจะระเบิดตัวเองให้หายๆไปตรงนั้นซะ“หนูซี...ดูท่าจะแข็งแรงดีแล้วสินะ 

 

 

“ม...ไม่ใช่นะครับคุณอา เมื่อกี้มัน...”

 

 

“หึ”เสียงหัวเราะของคนด้านหลังทำให้ผมต้องรีบหันไปหาเจ้าของเสียงที่ตอนนี้คลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ มองเผินๆมันก็เหมือนแค่ขำปฏิกิริยาของผมเท่านั้นแต่พอมองดีๆนัยตาสีฟ้ากลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้ผมรู้ได้ในทันทีว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มันไม่ใช่เรื่องผิดพลาดใดๆทั้งสิ้น

 

 

ฮื้ม...พี่เสือ ฝากไว้ก่อนเถอะ!

 

 

หลังจากนั้นคุณอาก็ได้ตรวจร่างกายผมอีกรอบ ผลก็ออกมาปกติดีคุณอาจึงอนุญาติให้ผมกลับบ้านได้ก่อนกลับคุณอาก็ได้จัดยาบำรุงให้ผมนิดหน่อยด้วย

 

 

“กลับบ้านดีๆล่ะ ว่างๆอาจะไปเยี่ยมนะ”

 

“ขอบคุณนะครับคุณอา”

 

“จะพูดกับอาแค่คำนี้รึไง หืม?”

 

“ขอโทษครับ”ผมยิ้มแห้ง รู้สึกว่าโดนคำนี้บ่อยจังแหะ“แต่ผม...ไม่รู้ว่าจะพูดคำไหนแล้วจริงๆ คุณอาช่วยผมตั้งหลายครั้งโดยไม่รังเกลียดผมอีก...”

 

“เด็กโง่ อาเป็นหมอนะ คนไข้เคสหนักกว่าเราอาก็เจอมาตั้งเยอะแล้ว ถ้าแค่นี้อายังรับเราไม่ได้อาจะเป็นหมอมาได้ยังไงตั้ง 20 ปี”คุณอาหัวเราะเบาๆก่อนจะเอื้อมมือมาโยกหัวผม“เราเองก็อย่ามองโลกในแง่ร้ายนัก ทุกอย่างมีดีมีร้ายเสมอ ถึงจะมีคนที่เกลียดเรายังไงก็ต้องมีคนที่รักเรา อะไรที่มันทำให้เราไม่สบายใจก็ตัดมันออกไปบ้าง มองแต่สิ่งดีๆ รักคนที่รักเราก็พอ”

 

“ครับ ผมจะจำไว้”

 

“ดีมาก กลับบ้านปลอดภัยนะทั้งคู่ อาต้องไปดูคนไข้คนอื่นต่อแล้วล่ะ”

 

สนทนาของพวกเราก็ได้จบลง คุณอาขอตัวออกไปทันที ส่วนผมและพี่เสือก็เดินไปที่หน้าโรงพยาบาลก็เจอแฟรงค์ขับรถมารับพวกเราพอดี เมื่อพวกเราขึ้นรถกันแล้วผมก็เปิดเรื่องสนทนาทันที

 

 

“พี่เสือวันนี้ซีมีเรียนบ่าย...”

 

“ไม่ได้”

 

“งั้นพรุ่งนี้ขาดตัวนะครับ ซีไม่อยากขาดเรียนแล้ว”ผมรีบตัดบทโดยการทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างทันที แต่ไม่นานผมก็ต้องสะกิดคนข้างๆเมื่อเจอใครบางคนที่กำลังเดินสวนรถของเรา

 

 

ไม่ผิดแน่ ตาสีแบบนั้น...

 

 

“พี่เสือ คุณแม่...คนเมื่อกี้เหมือนคุณแม่เลย”

 

“จอดรถ”

 

“ครับ”

 

 

ทันที่ที่รถจอดผมก็รีบลงจากรถลงวิ่งไปหาคุณแม่ทันที

 

 

“คุณแม่!”

 

“...!!!”

 

 

เมื่อคุณแม่ได้ยินเสียงที่คุ้นหูท่านก็รีบหันมาตามเสียงทันทีแต่เมื่อรู้ว่าเป็นผมท่านก็รีบวิ่งหนีผมไปทางอื่นทันทีมันทำให้ผมชะลอฝีเท้าที่กำลังวิ่งอยู่จนหยุดวิ่งในที่สุด แต่สายตาผมยังคงมองไปยังทางที่คุณแม่เพิ่งวิ่งหายไปเมื่อครู่อย่างเหม่อลอย

 

 

...สุดท้ายคุณแม่ก็วิ่งหนีผมอีกแล้ว

 

ผมมันโง่เองที่หวังอะไรลมๆแล้งๆ

 

 

“ซี”เสียงทางด้านหลังที่ไม่ดังมากนักเรียกสติผมกลับมา ผมหันกลับไปมองพี่เสือที่ตอนนี้ออกมายืนรอผมข้างประตูรถแล้ว

 

 

“เราเองก็อย่ามองโลกในแง่ร้ายนัก ทุกอย่างมีดีมีร้ายเสมอ ถึงจะมีคนที่เกลียดเรายังไงก็ต้องมีคนที่รักเรา อะไรที่มันทำให้เราไม่สบายใจก็ตัดมันออกไปบ้าง มองแต่สิ่งดีๆ รักคนที่รักเราก็พอ” 

 

 

นั่นสินะ คุณอาพูดถูก...ถึงยังไงตอนนี้ก็ยังมีคนที่รักผมอยู่ 

 

 

ผมวิ่งกลับไปหาพี่เสือทันที ถึงแม้ว่าพี่เสือจะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแต่ผมก็พอจะดูออกว่าพี่เขาคงจะกลัวผมเครียดเรื่องคุณแม่เมื่อครู่ ผมจึงยิ้มตอบก่อนจะคว้ามือพี่เสือมากำแน่น 

 

 

“กลับบ้านกันเถอะครับ” 

 

[ซีอาร์(จบ)] 

 

 

 

“เสือ หนูซีกลับมาสักทีนะจ๊ะ แม่กะว่าถ้าอีกชั่วโมงเรายังไม่มาแม่กะจะไปหาเราที่โรงพยาบาลแล้วนะเนี่ย!”ทันทีที่จากัวร์และซีอาร์ลงมาจากรถไอรีนก็รีบเดินมาต้อนรับพวกเขาทันที 

 

“ข...ขอโทษนะครับ”ซีอาร์ไม่รู้จะตอบอะไรจึงได้แต่ขอโทษพร้อมกับยิ้มแห้งกลับไป 

 

“มาเร็ว แม่เตรียมอาหารให้พวกเราไว้แล้ว ยังไม่ได้กินอะไรกันมาใช่ไหมจ๊ะ”ไอรีนเดินนำทั้งสองคนเข้าไปข้างในทันที เมื่อมาถึงโต๊ะอาหารก็ต้องพบกับอาหารมากมายวางเรียงกันจนเต็มโต๊ะ ดูก็รู้ทันทีว่าไอรีนต้องรีบตื่นมาทำของพวกนี้ตั้งแต่เช้าแน่ๆ ทำให้ซีอาร์ยิ่งรู้สึกเกรงใจเข้าไปใหญ่ 

 

“คุณแม่ไม่ต้องทำเยอะขนาดนี้ก็ได้นะครับ...” 

 

“ก็แหม...พอไม่มีอะไรทำมันทำให้แม่อยากจะไปเยี่ยมเราทุกทีนี่หน่า เลยต้องทำตัวให้ยุ่งๆเข้าไว้น่ะ อ่ะ...มีของหวานอยู่ในครัวอีกนะจ๊ะ ทานเสร็จเดี๋ยวแม่จะเอาออกมาให้นะ มาๆๆ มานั่งกันเร็ว คงจะหิวกันแย่แล้ว” 

 

 

การตัดบทของไอรีนทำให้ซีอาร์ไม่กล้าเอ่ยอะไรต่อจึงได้แต่เดินไปนั่งตามคำสั่ง และไม่นานไลฟ์ก็เดินมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย ซีอาร์จึงกล่าวทักทายไปไลฟ์กก็เพียงแต่พยักน้ารับเท่านั้น 

 

 

และการทานก็อาหารก็ได้เริ่มขึ้นโดยมีไอรีนชวนคุยตลอดทำให้บนโต๊ะอาหารไม่มีความเงียบแต่อย่างใด แต่ไม่นานเธอก็ทำท่าเหมือนนึกบางอย่างได้เลยหันไปหาจากัวร์กับซีอาร์ด้วยสีหน้าที่จริงจังผิดปกติ 

 

 

“เสือ หนูซี เฮ้อ...ที่จริงแม่ก็ไม่อยากพูดหรอกนะ แต่เรื่องมันมาขนาดนี้แล้วน่ะแม่ว่าแม่ต้องพูดสักหน่อยแล้วล่ะ” 

 

“ครับ” 

 

“...” 

 

“แม่ก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวหรอกนะจ๊ะ แต่แม่ก็ไม่อยากให้เราพลาดจนมีน้องขึ้นมาอีก โดยเฉพาะเสือ...”ไอรีนถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะเธอพอรู้ว่าที่พลาดรอบนี้ไม่ได้เกิดจากการเต็มใจของซีอาร์แน่ๆ“แม่รู้ว่าเราอารมณ์ร้อน แต่ครั้งนี้แม่ขอนะ...เราคงไม่อยากพลาดอีกใช่ไหม? ถ้าพลาดครั้งต่อไปอีกเราจะแก้อะไรไม่ได้อีกแล้วนะ แถมตอนนี้เรายังเรียนไม่จบกันแม่ไม่อยากให้เกินเลยกันบ่อยนัก คิดถึงความรู้สึกน้องให้มากๆ เข้าใจไหม?” 

 

“...อืม” 

 

“หนูซี ที่แม่พูดแบบนี้ไม่ใช่เพราะแม่รังเกลียดเราหรืออะไรนะ แม่แค่รู้สึกว่าตอนนี้เราคงยังไม่พร้อมที่จะมีน้องตอนนี้กัน แม่ไม่อยากให้เราคิดว่ามีโอกาสที่จะเกิดน้อยแล้วจะทำอะไรโดยไม่ป้องกันอะไรเลยมันก็ไม่ได้” 

 

“ผ...ผมเข้าใจครับ” 

 

เมื่อได้คำตอบรับที่น่าพึงพอใจสีหน้าไอรีบจึงกลับมายิ้มแย้มเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น“งั้นมาทานอาหารกันต่อดีกว่านะจ๊ะ วันนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะพรุ่งนี้จะได้ไปเรียนกัน” 

 

“ครับ คุณแม่...” 

 

“แต่เสือวันนี้มีเรียนใช่ไหม? ห้ามโดดนะวันนี้” 

 

“...” 

 

เสือ 

 

“...รู้แล้ว”

 

 

นัยตาสีฟ้าเริ่มฉายแววขัดใจขึ้นมาทันที ทำให้ซีอาร์อดที่จะแอบขำออกมาไม่ได้

 

 

‘ถึงจะเป็นคนน่ากลัวยังไง สุดท้ายก็ขัดใจคุณแม่ไม่ได้สินะ...’ 

 

 

--- 60% --- 

 

 

หลังจากที่ทุกคนทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยต่างฝ่ายก็จากแยกย้ายกันไป ไลฟ์ต้องไปที่บริษัทเพราะมีประชุม ส่วนไอรีนก็อาสาดูแลซีอาร์แทน และจากัวร์เองอันที่จริงวันนี้เขามีเรียนทั้งวันแต่เห็นว่าเลยเวลาเรียนช่วงเช้าแล้วร่างสูงจึงคิดว่าไหนๆก็ไม่ได้เรียนช่วงเช้าแล้ว ช่างบ่ายก็ช่างมันปะไร แต่ในเมื่อไอรีนพูดดักเขาขนาดนี้จะยอมไปเรียนก็แล้วกันเพราะยังไงเรื่องซีอาร์ก็หายห่วงได้แล้ว

 

 

จากัวร์อยู่จนร่วมทานอาหารกลางวันกับซีอาร์และไอรีนก่อนจะขึ้นรถเพื่อไปมหาลัยโดยมีซีอาร์เดินส่งจากัวร์หน้าประตูรถพร้อมกับไอรีน ทั้งสามคนได้พูดบอกลากันนิดหน่อยก่อนที่จากัวร์จะขึ้นรถออกไป

 

 

 

[อีกด้านนึง] 

  

[เหมันต์] 

มหาลัย

“สวัสดีชาวโลกกก เจอหัวหน้าห้องสุดหล่อยังไม่คาราวะอีกเหรอว่ะห๊ะ”ไอ้บอลเปิดประตูห้องเรียนพร้อมกับประกาศความยิ่งใหญ่ของตัวเองเหมือนทุกที ซึ่งแน่นอนว่าอาจารย์ตอนนี้ยังไม่เข้าสอนเพราะบอลมาก่อนเวลาเรียน เฮ้อ...นี่มันเป็นหัวหน้าห้องได้ยังไงเนี่ย

 

“มึงมีอะไรให้หน้าเคารพว่ะไอ้บอล ตัวก็เตี้ยอย่างกับชิวาว่า”ผมตะโกนกลับ เล่นทำเอาเพื่อนในห้องหัวเราะกันออกมาจนคนโดนว่าถึงกลับฮึดฮัดใส่ ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อจริงจริ๊ง...

 

“ว่ากูเตี้ยน่ะไม่ว่า แต่ใครจะไปเตี้ยเท่าชิวาว่ากันว่ะ! กูสูง 165 เชียวนะโว้ย มันสูงได้แค่ตาตุ่มกุเท่านั้นแหละ!!!”

 

“มึงยังโง่เหมือนเดิมเลยนะไอ้สัด กูแค่เปรียบเทียบให้ฟัง!”ผมถึงกับกุมขมับ ไม่รู้จะเอาอะไรมาด่าเพื่อนคนนี้ดี โง่ในเรื่องที่ไม่ควรโง่ แต่กลับฉลาดสอบได้ที่ 1 ตลอด ไอคิวในหัวมันคงช่วยเรื่องแบบนี้ของมันไม่ได้สินะ...

 

“เออ...ว่าแต่ทำไมซีอาร์มาช้าจังว่ะ ทุกทีต้องมาก่อนกูแล้วดิ?”บอลเดินไปนั่งโต๊ะข้างๆที่ปกติมักจะเป็นที่ของซีอาร์ เอาเถอะ...ซียังไม่มาปล่อยให้มันนั่งไปละกัน

 

“อืม ก็จริงนะ เมื่อเช้าลองโทรไปก็ปิดเครื่องด้วย”พอนึกย้อนไปเมื่อเช้าก็แอบแปลกใจที่จู่ๆซีก็ปิดเครื่อง คราวก่อนที่ซีโดนลักพาตัวไปผมก็โทรไม่ติดแบบนี้ หวังว่าผมจะแค่คิดมากไปเองแล้วกันนะ

 

“เฮ้อ...น่าเบื่อจัง คงไม่มีใครเข้าใจความทุกข์ของคนเตี้ยอย่างกูได้เท่าซีหรอก กูไม่มีคนปลอบใจเลย ฮึก...”ไอ้บอลแกล้งสะอื้นออกมาเบาๆ ทำเอาผมถึงกับกรอกตาใส่

 

“อย่างน้อยซีก็สูงกว่ามึงละกันน่ะ”

 

“สูงกว่ากูแค่ 3 เซนเองนะ! พอ!!! ใครจะสูงเท่าเปรตแบบมึงอะ มึงมันไม่ใช่คน!!!”เอ้า ทีงี้ล่ะเปรียบเทียบผมซะเสียเลยนะ มันโง่หรือแกล้งโง่กันแน่ว่ะเนี่ย!?

 

“สัด กูเพื่อนมึงปะ!!!”

 

“...เฮ้ย มึงๆๆ”เสียงบุคคลที่สามดังขึ้นทำให้สงครามของพวกเราได้หยุดลงและหันไปสนใจไอ้ต้นแทน...เดี๋ยวนะ ไอ้ต้น? ตัวเสือกประจำห้องวิ่งมาหาขนาดนี้ต้องมีเรื่องอะไรอีกแน่ๆ

 

“อะไรของมึงวะ วิ่งหน้าตั้งมาเชียว ไปเสือกเรื่องไรมาได้อีกล่ะ”ไอ้บอลเปิดประเด็นทันที ผมเองก็รอฟังอย่างตั้งใจเหมือนกัน เอ่อ...ผมไม่ใช่คนขี้เสือกอะไรนะ แต่แค่กลัวเป็นเรื่องของซีเฉยๆ

 

“ก็เออดิ คนอื่นเขาพูดกันให้ว่อนแล้วเนี้ย ว่าไอ้ซีเมื่อวานหลังเลิกเรียนมันไปทะเลาะกับป้าที่ไหนไม่รู้จนตกบันไดอะ!”

 

“เฮ้ย! บันไดตรงไหน!?”บอลเริ่มตาตื่นทันที ผมเองก็ไม่ต่างกัน บ้าชิบ! ทำไมผมต้องมีเซ้นส์ดีอะไรตอนนี้ด้วยว่ะ!

 

“ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะบันไดก่อนถึงห้องพักจารย์มั้ง”

 

“ห๊ะ? ไอ้ซีมันจะขึ้นไปห้องพักจารย์ทำไม”

 

 

...หรือเพราะเรื่องที่บอลมันพูดกับซีเมื่อวานรึเปล่านะ?

 

  

“แม่มึงตาสีอะไร” 

 

 

“กูจะรู้ปะ กูได้ยินมาแบบนี้...ชั่งเหอะๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือคำพูดของป้านั่นต่างหาก”

 

“คำพูด? คำพูดอะไร”ผมถามต่ออย่างสนใจ

 

“เขาด่าให้ไอ้ซีไปบำเรอผู้ชายหรืออะไรนี้แหละแถมว่าไอ้ซีว่าเป็นเด็กผิดปกติด้วย คนทั้งมอลือกันแล้วเนี้ยว่าไอ้ซีเป็นผู้หญิงปลอมตัวมาบ้าง ว่าไอ้ซีเคยขายตัวบ้าง...มึงว่าไง ไอ้ซีเคยบอกอะไรมึงบ้างปะ?”

 

“ถามจริง เป็นมึง มึงจะเล่าให้เพื่อนฟังความผิดปกติของมึงรึไง ไอ้เชี่ย! มึงโง่หรือโง่!!?”

 

“...เออก็จริง งั้นกูไปเม้ากับกลุ่มอื่นก่อนนะ!”ว่าแล้วก็วิ่งออกไปทันที...ผมว่าไอ้สัดต้นมันยิ่งกว่าโง่อีก

 

 

...ผิดปกติงั้นเหรอ? ผมว่าคนเป็นแม่ควรว่าอะไรลูกแบบนี้ไหมล่ะนั่น? แล้วไอ้คำว่าให้ไปบำเรอผู้ชายอีก นี่มันยังไงกันแน่เนี่ย

 

 

“มึงคิดว่าไงว่ะไอ้บอล”ผมหันไปถามความคิดเห็นคนข้างๆแต่กลับเป็นว่าอีกฝ่ายกลับมีสีหน้าตึงเครียดเหมือนกำลังนึกคิดอะไรบางอย่างอยู่ เอ่อ...คือที่คุยกันเมื่อกี้คือไม่ได้ฟังเลยใช่ไหมเนี่ย?

 

“ห้องพักอาจารย์...”ไอ้บอลพึมพำพร้อมทำหน้าคิดหนัก ไม่นานไอ้บอลก็ตาตื่นขึ้นมา“เชี่ย...เชี่ยๆๆ!!!”

 

“อะไร...มึงเป็นอะไร”ผมเมื่อเห็นท่าทีตกอกตกใจของมันก็อดไม่ได้ทีจะถามออกไป

 

“เพราะเมื่อวานที่กูถามถึงป้านั่นกับซีใช่เปล่าว่ะ ไอ้ซีมันถึงขึ้นไปห้องพักจารย์อะ...แบบนี้คือกูผิดใช่ไหมมึง กูทำให้ไอ้ซีตกบันไดใช่ปะ กูไม่ควรไปถามมันแบบนั้นใช่ไหม ฮือออ”ไอ้บอลเริ่มสติหลุดมันลนลานซะจนน้ำหูน้ำตาไหลออกมาหมด

 

“เฮ้ยมึงใจเย็นๆ”ผมเขย่าไหล่มันแรงๆเพื่อเรียกสติ“พี่จากัวร์เขาไม่ปล่อยซีให้ตายหรอก ตอนเย็นค่อยไปเยี่ยมซีก็ได้ เดี๋ยวกูพาไป”

 

“ฮึก...อือT^T”

 

 

แต่ว่า...การที่ซียอมขึ้นไปหาป้าคนนั้น แสดงว่าเขาอาจจะเป็นแม่ของซีจริงๆสินะ แล้วต่อให้เป็นแม่ลูกกันจริงๆทำไมต้องทะเลาะกันด้วยล่ะ?

 

 

โอ้ย ปวดหัวโว้ย!!!

 

 

 

[อีกด้านนึง] 

  

[จากัวร์] 

 

สุดท้ายผมก็ต้องมาเรียนช่วงบ่ายตามคำสั่งของคุณแม่ ถึงผมไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ตลอดคาบเรียนผมได้แค่นั่งรอเวลาให้หมดคาบเท่านั้น มือก็แค่จนบทเรียนที่อาจารย์สอนตามความเคยชินแต่ผมกลับไม่ได้สนใจมันสักนิด

 

 

“งั้น...วันนี้พอแค่นี้นะคะ”

 

“ครับ/ค่ะอาจารย์”

 

 

...จบสักที

 

 

“วันนี้น้องคนนั้นไม่มาจริงๆด้วย”

 

“แต่วันนี้ปี 1 ก็มีเรียนบ่ายนะ”

 

“กูลองไปส่องห้องปี 1 แล้ว น้องคนนั้นไม่ได้มา”

 

“งั้นก็เรื่องจริงน่ะสิ...”

 

 

เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นทันทีที่อาจารย์ออกจากห้องไป...ผมพอรู้จากโคลด์มาบ้างว่าเรื่องที่ซีตกบันไดเมื่อวานแพร่ไปทั่วมหาลัยกันแล้ว แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะกล้าพูดตอนผมอยู่แบบนี้เพราะตอนเรื่องเติร์ดแทบจะไม่มีใครกล้ารวมหัวกันต่อหน้าผมแบบนี้ สงสัยความสอดรู้สอดเห็นของพวกเขาทำให้ลืมกันไปแล้วว่าผมประสาทสัมผัสของผมดีกว่าคนทั่วไป...

 

 

ตึง!!!

 

 

“กรี๊ด!!!/เฮ้ย!!!”

 

 

...เฮ้อ ผมลืมไปได้ยังไงว่าคนที่ประสาทสัมผัสดีไม่ได้มีผมแค่คนเดียว

 

“โคลด์ อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง”ผมเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะลุกขึ้นสะพายกระเป๋าขึ้นพาดบ่า แค่เสียงนกเสียงกาพวกนี้ก็น่ารำคาญอยู่แล้วยังจะทำให้มีเรื่องเพิ่มอีก

 

“ผมเปล่านะครับ แค่กระเป๋ามันหลุดมือน่ะ”โคลด์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าตัวเองที่จงใจโยนใส่กลางกลุ่มคนเมื่อครู่ขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยขอโทษอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน“คงไม่ได้ไปโดนใครเข้านะครับ ขอโทษจริงๆ”

 

“...”

 

 

ผมแอบถอนหายใจเบาๆกับการกระทำของโคลด์ก่อนจะเดินออกจากห้องไป...ผมรู้ว่าการกระทำเมื่อครู่โคลด์หวังดี แต่ผมเองก็ไม่อยากให้โคลด์เป็นอีกคนที่โดนนินทราไปด้วยเพราะผมรู้ว่ามันน่ารำคาญขนาดไหน ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับอีกฝ่ายก็เถอะ

 

 

“ท่าทางแบบนี้...แสดงว่าข่าวลือต้องมีอะไรที่มากกว่านี้สินะครับ”โคลด์เดินมาข้างๆผมและพูดขึ้น

 

“...”

 

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่รังเกลียดน้องซีหรอกนะ^^”

 

“...”

 

“อ่ะ...นั่นเหมันต์เพื่อนน้องซีใช่ไหมครับ?”

 

“...?”

 

 

ตึกๆๆ

 

 

ไม่นานเสียงฝีเท้าก็เริ่มดังขึ้นทำให้ผมรู้ว่าโคลด์พูดความจริง ผมหันไปก็พบกับเหมันต์ที่วิ่งมาทางพวกเรากับใครอีกคนนึง

 

 

“แฮ่ก...ดีจังที่ยังทัน พี่จากัวร์ พี่โคลด์ สวัสดีครับ”ผมพยักหน้ารับ ส่วนโคลด์ก็ยิ้มรับเช่นกัน

 

“สวัสดีครับน้องเหมันต์ กับ...เอ ใช่น้องบอลรึเปล่าครับ^^”ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมโคลด์ถึงรู้จักคนที่ชื่อบอลได้ยังไง เพราะตอนรับน้องเด็กปี1 โคลด์ได้มีโอกาสไปเยี่ยมปี1บ้าง แต่ผมค่อนข้างยุ่งเรื่องกิจการของคุณพ่อเลยไม่รู้จักใครเลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องที่ให้ซีมาเป็นน้องรหัสของผม โคลด์ก็เป็นคนจัดการให้เช่นกัน

 

“ใช่พี่...”เจ้าตัวตอบก่อนจะหันมามองผม“โห พี่เหรอผัวไอ้ซีอะ ไม่น่าล่ะไอ้เหมันต์กลัวนักกลัวหนา...อื้อ!”บอลเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนจนทำให้เหมันต์ถึงกับหน้าถอดสีและรีบใช้มือปิดปากอีกฝ่ายไว้

 

“พ...พี่อย่าถือสามันเลยนะครับถึงมันเป็นคนพูดตรงไปหน่อยแต่มันเป็นคนดีนะ”

 

“ถ้ากูเป็นคนชั่วโลกนี้ก็ไม่มีใครดีแล้วโว้ย!! อื้อ!”

 

“หุบปากมึงสักพักได้ไหมว่ะ! แล้วจะได้คุยไหม ห๊ะ!?”

 

“อื้อๆๆ”

 

“...มีอะไร?”

 

“ที่จริง...พวกผมได้ยินเรื่องซีมา...ฮ...เฮ้ย!”เหมันตย์ยังพูดไม่ทันจบบอลก็ดึงมือเหมันต์ที่ปิดปากตัวเองออก

 

“พวกผมเป็นห่วงซีอะ ถ้าพี่เป็นคนที่ใจดีมีเมตตาสักครึ่งนึงของไอ้ซีบ้างก็ให้พวกผมไปเยี่ยมมันหน่อยนะ...อื้อ!!”

 

“พ...พี่! อย่าถือสามันเลยนะ มันก็อย่างนี้แหละ;;”

 

“...โอ้ย! ไอ้เชี่ย!! เอะอะก็ปิดปากกูอยู่ได้”

 

“ก็ดูมึงพูดดิว่ะ!!!”

 

“เขาเรียกแสดงคามจริงใจเว้ย!!!”

 

“ถ้ากูตบมึงให้สลบตรงนี้มึงไม่ต้องถามกูนะว่าทำไม!”

 

“ม...มึงเอาจริงเหรอ อ...ไอ้เชี่ย! ไอ้เลว! ไอ้หัวรุนแรง! ไอ้ฆารตากร! ไอ้...”

 

“โอ้ย! วันนี้จะคุยกันเสร็จไหมเนี่ย!?”

 

...ตามมา”ผมเอ่ยเสียงเรียบแต่มันก็มากพอที่จะทำให้ทั้งคู่ชะงักและเปลี่ยนมามองผมกันเป็นตาเดียว ผมเลือกที่จะเมินสายตามึนงงของพวกเขาก่อนจะเดินนำทั้งคู่ไป แต่เสียงสนทนาข้างหลังก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

“...คือ พี่เขาอนุญาตแล้วใช่ปะ?”<<< บอล

 

“ไม่รู้สิ...”<<< เหมันต์

 

“ตามไปเถอะครับ เดี๋ยวก็รู้เองนั้นแหละ^^”<<< โคลด์

 

 

...หวังว่าการตัดสินใจของผมครั้งนี้จะถูกละกันนะ

 

 

 

------------------------------------------------------------

วันนี้ไรท์มาสารภาพบาป 2 เรื่องค่ะ...

-           อย่างแรกเลยไรท์ขอโทษมากๆเลยค่ะที่มาเลทมากกกกกกกกก ไรท์มีสอบปลายภาคแล้วตอนแรกก็คิดว่าจะบริหารเวลาได้ แต่มันไม่รอดเลยค่ะ แล้วพอสอบเสร็จก็พักสมองมาอีกอาทิตย์ แต่ตอนนี้ไรท์ปิดเทอมแล้วค่ะทุกคนนนนน(กรี๊ด) คิดว่าคงมีเวลาแต่งน้องจบก่อนเปิดเทอมนะคะ จะพยายามค่ะ ขอยอมรับว่าส่วนตัวไรท์ก็ไม่ได้ขยันขนาดนั้น(กราบงามๆ) แต่อยากให้น้องจบมากๆค่ะ อยากให้เรื่องแฮปปี้แล้ว555

 

แต่ถ้าไรท์มีเลทจะแจ้งทางเพจนะคะ ไปส่องๆได้ถ้า 1 เดือนแล้วไรท์ไม่ลง5555

เพจ : ราชาลิงน้อย/mk

บอกไว้เผื่อลืมกันไปแล้วค่ะ...

 

 

-           เรื่องที่ 2 คือ ไรท์พิมพ์ชื่อตัวละครผิดค่ะทุกคน!!! ผิดมา 3 ตอนรวด! “น้องบอล” ของเราจริงๆชื่อ “บอย” นะคะ ไรท์ไปอ่านย้อนถึงรู้ว่าผิด ฮืออออ เสียใจมากๆค่ะจุดนี้ ไรท์พลาดมากจริงๆขอโทษ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ แต่ไหนๆก็ชื่อบอลมา 3 ตอนแล้ว ไรท์ก็ให้ชื่อนี้แล้วกันนะคะ เดี๋ยวไรท์จะไปแก้ย้อนเอา

 

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณที่อ่านกันจนจบนะคะ เจอกันไม่เกินอีก 1 เดือนข้างหน้าค่ะะะ

 

--------------------------------------------------- 

ไรท์ขออนุญาติมาแค่นี้ก่อนนะคะ ถ้ามาเต็มตอนนี้คงเกินเดือนแน่ๆ 

 

ตอนหน้าไรท์จะลงต่อในตอนนี้เลยนะคะ จะได้ยาวๆหน่อย ตอนนี้สั้นไปนิด5555 

**ในธัญวลัยมีแจ้งไหมคะถ้าลงตอนเดียวกัน 2 ครั้ง บอกได้นะคะ จะได้แยกตอนให้** 

 

 

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังนะคะ<3 

ความคิดเห็น