ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#2 ไม่มีใครเชื่อผมจริงอ่ะ

ชื่อตอน : #2 ไม่มีใครเชื่อผมจริงอ่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2564 14:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#2 ไม่มีใครเชื่อผมจริงอ่ะ
แบบอักษร

ฮิตเลอร์มองหน้าลูกชายทั้งสี่คนกราดเป็นกระสุนปืนเอ็มสิบหกแล้วอยู่ ๆ ก็มีความคิดบางอย่างแล่นวาบขึ้นมาจากไขสันหลังสั่งการไปยังสมองเหมือนไฟฟ้าช็อต

 

"มะรืนนี้ฉันจะต้องบินไปดูงานที่ฝรั่งเศษดังนั้น ... ฉันขอสั่งให้พวกแก! "

 

" o_o " เด็กเปรตทั้งสี่

 

"หาแฟนให้ได้ก่อนที่ฉันจะกลับ.. ถ้าฉันกลับมาแล้วเห็นว่าใครยังโสดอยู่ล่ะก็คนคนนั้นจะไม่มีสิทธิ์ในกองมรดกของฉันด้วยประการทั้งปวง"

 

ผมชื่อซีบรีซ (ลูกชายคนเล็กของคฤหาสน์โคโจ)

 

"บ้าเอ๊ย!"

 

 ปัง!

 

ผมสบถออกมาพร้อมกับเตะปังเข้าที่ประตูของโรงรถอย่างแรงจากนั้นก็เดินฟึดฟัดเข้าไปในบ้านหลังที่สองไม่สิต้องสามต่างหากผมเดินเข้าไปในโรงรถซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สามของตัวเองอย่างอารมณ์เสีย

 

นี่ถ้าผมเป็นก็อตซิลล่าตอนนี้ต้องพ่นไฟจนไหม้บ้านหมดแล้วแน่ ๆ ไม่มีใครเชื่อเลยว่าผมมีแฟนแล้ว! ไอ้น็อคมืดเอ๊ย!

 

เศร้ง! โครม! คราม!

 

ผมเตะทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้าด้วยความโมโห (ยกเว้นรถห้าคันห้าสีที่ผมรักปานกล่องดวงใจถึงกับเคยประกาศว่าใครแตะแล้วเป็นรอยนิ้วมือผมจะตัดนิ้วมันผู้นั้นทิ้งซะ)

 

กลับเข้าเรื่องต่อ ...

 

พวกพี่ๆบ้านั่นมันแกล้งผมชัด ๆ  ยิ่งคิดยิ่งโมโหนะเนี่ยพวกมันต่างหากที่ยังหาแฟนไม่ได้แล้วก็มาเหมารวมว่าผมเป็นพวกไม่มีใครเอาไปด้วยเห็นก็เห็นอยู่ว่าผมน่ะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแถมยังมีก่อนใครในบรรดาพี่น้องทั้งสี่คนซะด้วยแล้วแบบนี้จะไม่ให้โมให้ได้ไง

 

พูดก็พูดเถอะถ้านับจากพี่สตาลินพี่คนที่สามผมเกิดหลังมันแค่ไม่กี่ปีนั้นแหละ แล้วพวกนั้นทำอย่างกับว่าผมเป็นเด็กประถมทำอะไรก็ล้อไปหมด ไอ้...-_-"

 

แต่จะว่าไป.. ผมก็ดันพลาดเองแหละมีบางอย่างที่ทำให้ผมดูเป็นเด็กจนพวกมันล้อได้ เอ้า! ยอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยผมเป็นคนเดียวที่เรียนซ้ำชั้นตอนนี้ผมอายุสิบแปดปีแล้วคนอื่น ๆ เรียนมหาวิทยาลัยใส่ชุดนักศึกษากันหมดแล้วมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ยังเรียนอยู่เกรดสิบสอง (ม. 6) แล้วคิดดูเวลานั่งร่วมโต๊ะอาหารกันตอนเช้ามีผมคนเดียวที่ใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนมัธยมปลายผมละเกลียดเวลาอาหารเช้าจริงๆเลย

 

เท่านั้นยังไม่พอ เฮ้อ! ลำบากใจที่จะเล่า แต่ผมแมนพอว่ะบอกตามตรงนี่เป็นโรงเรียนสุดท้ายในจังหวัดแล้วที่จะรับผมเข้าเรียน ก็ไปเรียนที่ไหนก็ถูกไล่ออกมาอย่างกับหมูกับหมาบ้าหรือเปล่าวะพ่อผมเป็นมาเฟียนะเฟ้ยพวก ผอ. โง่เง่าพวกนั้นไม่รู้หรือไงกับอีแค่มีเรื่องชกต่อย อ่อยสาว กินเหล้า สูบบุหรี่ หนีโรงเรียน เวียนข้อสอบ ชอบเล่นไพ่ ฝักใฝ่หนังสือโป๊ โม้ได้ทั้งวัน ขยันเล่นเกม แฮก! -o-

 

มันก็เรื่องแสนธรรมดาของลูกผู้ชายหรือใครกล้าเถียงนี่มันเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความเป็นชายที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษเชียวนะ! (18+ หรือ 18- ก็ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะครับ!)

 

สุดท้ายผมก็เลยกลายเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้เรียนมหาลัยแถมโรงเรียนที่เรียนอยู่ปัจจุบันยังได้ฉายาว่าเป็นโรงเรียนนักเลง” ซึ่งรวบรวมเหล่าเด็กเกเรที่โรงเรียนอื่น ๆ ไม่รับเอาไว้ดังนั้นเวลาที่พวกผมกับเพื่อนเดินไปที่ไหนโดยที่ยังใส่ชุดยูนิฟอร์มของที่นี่อยู่คนที่มองมาเห็นก็จะทำหน้าหวาดกลัวและเดินหนีไปผมล่ะเกลียดสายตาพวกนั้นจริงๆจะให้ทำไงวะโรงเรียนอื่นมันไล่ฉันออกมานี่หว่า! คิดแล้วปวดกบาลวะ

 

-_-เปลี่ยนเรื่องเหอะกลับมาที่เรื่องพ่อดีกว่า

 

พ่อนะพ่อ! คิดบ้องตื่นอะไรขึ้นมาถึงได้เกิดความคิดบ้าๆแบบนั้นเฮ้อ! 

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันมีดีกว่าทุกคนในพี่น้องตระกูลโคโจ555 แถมชื่อก็ดี แต่ดีกว่าต้นฉบับเว้ย ผมเก่งกว่าฉบับ รวยกว่าต้นฉบบ หล่อกว่าต้นฉบับ หล่อกว่าทุกคนในตระกูลเพราะผมอายุน้อยที่สุด(มันเกี่ยวหรอวะ) (เกี่ยวดิ ฉันเด็กสุดหน้าอ่อนสุดเลยหล่อสุด) (มันกล้าเถียงคนในวงเล็บได้ยังไง ฮึ เดี๋ยวปั๊ด..!) (อยากโดนตัดนิ้วหรือไง) (T_Tกลัวแล้วค้าบบบ) (โห่! คิดว่าจะแน่)

 

ต่อ.. ถึงไหนแล้ววะเนี่ย มัวแต่ทะเลาะกับไอ้คนในวงเล็บจนลืมทุกสิ่งอย่าง (•-•)ตอนต้นผมบอกไปแล้วว่าโรงรถเป็นบ้านหลังที่สามหลายคนก็เลยสงสัยว่าบ้านหลังที่สองคือที่ไหนจะว่าไปมันก็อยู่ภายในอาณาบริเวณรั้วคฤหาสน์ของพ่อผมนี่แหละมันคือห้องสตูดิโอที่พ่อสร้างไว้ให้ผมเพื่อเล่นดนตรีกับเพื่อน ๆ โดยเฉพาะ เพื่อนที่ว่านั้นมีเพียงสองคนเท่านั้น แต่...อย่าพูดถึงเลยมันก็แค่อดีตเท่านั้นแหละเอาเป็นว่าตอนนี้ผมกำลังสนุกกับการซิ่งรถ พ่อก็เลยสร้างโรงรถขึ้นมาเป็นหลังที่สองเพื่อเป็นที่เก็บรถทั้งห้าคันห้าสีของผมแต่เพียงผู้เดียว พอคิดดูดีๆ ผมเป็นลูกที่พ่อตามใจมากที่สุดเลยนะเนี่ย อยากได้อะไรก็ได้ทุกอย่างไม่เคยถูกเคี่ยวเข็ญอะไรทั้งนั้น หรือนั่นจะเป็นเหตุที่ทำให้ผมมีชีวิตที่เหลวเป๋วกว่าคนอื่นกันนะต่างจากไอ้พี่เลนิน์พี่คนโต รายนั้นเป็นคนที่เก่งสุด ๆ เพราะโดนพ่อเคี่ยวเข็ญมากกว่าใคร

 

ทำไมผมพาทุกคนออกทะเลมาไกลขนาดนี้กลับเข้าฝั่งกันดีกว่าไม่มีใครเชื่อว่าผมมีแฟนแล้วเพราะงั้นไปลากเจ้าตัวเขามาแสดงตัวกับพ่อดีกว่าบ้านเจ้าตัวนั่นอยู่ห่างจากบ้านผมแค่รั้วกั้นเอาไว้ปีนข้ามไปก็ถึงเห็นหน้ากันก็แทบจะทุกวันไอ้พวกพี่บ้านั้นมันตาบอดหรือไงฟะผมก็ไปรับไปส่งเด็กนั้นอยู่บ่อยๆ  กล้วพ่อจะยกมรดกให้ผมคนเดียวหรือไง!

 

ว่าแล้วผมก็เดินไปหยิบบันไดมาพาดกับกำแพงรั้วบ้านจากนั้นก็ปืนข้ามไปกระโดดลงอีกฝั่งด้วยความเคยชินผมมาโผล่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านของยัยนั่น

 

"อ้าว ซีบรีซ"

 

เสียงทักทายดังมาจากข้างบ้านผมเลยหันไปมองและพบว่าเป็นว่าที่แม่ยายขอบผมนี่เอง

 

"อ๊ะ! แล้วไอหมู..."

 

"ยูตะเพิ่งวิ่งแจ้นออกจากประตูบ้านไปเมื่อกี้นี้เอง"

 

"อ้าว-o- ไปไหนฮะ"

 

"จะไปไหนล่ะ ก็ไปหาซีบรีซน่ะสิ"

 

"O_O"

 

"สวนกันแล้วสิเนี่ย!"

 

"คงจะอย่างนั้นล่ะมั้งครับ"

 

"งั้นรีบปีนกลับไปเร็วเข้า"

 

"ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วยล่ะครับ"

 

"อ้าว! เธอไม่รู้เหรอว่าอิจิจะกลับมาวันนี้"

 

"อิจิ!"

 

ผมเกือบจะลืมชื่อนี้ไปแล้วนะเนี่ยให้ตายสิ อิจิ! ไอ้อิจิ!

 

"อย่าบอกนะว่าลืมไปแล้วซีบรีซบ้านโน้นไงเล่าลูกท่านทูตน่ะ!"

 

ว่าที่แม่ยายผมชี้ไปที่บ้านข้างๆที่ไม่ใช่บ้านผมนะ แต่เป็นอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นบ้านของตระกูลทูตที่มีเชื้อสายเจ้านายมันร้างมาสามปีแล้วนะบ้านหลังนั้นพูดง่ายๆคือบ้านของผมยูตะและอิจิเป็นบ้านสามหลังที่ตั้งติดกันตระกูลมาเฟีย ตระกูลนักธุรกิจ และตระกูลทูต

 

"จำได้สิครับ ผมจำได้!"

 

"งั้นก็รีบไปได้แล้วเดียวไม่ทันเวลา!"

 

ว่าที่แม่ยายรีบดันตัวผมไปที่กำแพงเพื่อให้ปีนกลับบ้านตัวเอง 

 

"เอ่อออ..."

 

"เร็วเข้าป่านนี้ยูตะไปถึงโรงรถแล้ว"

 

"อ่า ... ครับ ๆ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"

 

ว่าแล้วผมก็ป็นก้อนหินก้อนโตที่ยึดติดอยู่บนกำแพงไต่ขึ้นไปเพื่อกลับบ้าน อะไรก็ไม่รู้ทำให้มือของผมสั่นไปหมด แขนก็สั่น เท่านั้นไม่พอมันสั่นไปถึงใจจะว่าตื่นเต้นก็ไม่ใช่ขนาดตอนแข่งรถผมยังไม่เคยเป็นแบบนี้เลยบ้าชิบ! ผมเป็นอะไรเนี่ย อิจิ... แกกลับมาทำไมวะฉิบหาย! ไอ้***เอ๊ย!

ความคิดเห็น