Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.3 ต้องการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 08:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP.3 ต้องการ
แบบอักษร

สองทุ่มเป็นเวลาที่ใครหลายคนกลับบ้านกันแล้ว แต่ยังเหลือสองที่ยังทำงานอยู่ มันคืองานที่คุณเลขาผู้น่ากลัวคนนั้นให้สองแก้ไข หนุ่มน้อยไม่อยากเอางานกลับไปทำที่บ้านอยากทำมันให้เสร็จไม่อยากให้ค้างคา เพราะพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดแล้ว 

"เสร็จสักที"เสียงตะโกนลั่นด้วยความดีใจที่ทำงานสุดท้ายของสัปดาห์ให้มันลุล่วงไปได้ด้วยดี สองไม่เคยกลับบ้านช้าขนาดนี้ แต่เพราะงานที่ถูกสั่งเพิ่มทำให้ต้องอยู่ทำต่อ ตอนนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มืดไปหมด 

ทุกคนในแผนกกลับบ้านหมดแล้วแม้แต่พี่อร หล่อนบอกว่าต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ผัวกิน พรุ่งนี้จะพาลูกชายและลูกสาว น้องอิน น้องไอไปเที่ยวสวนสนุก 

"สวนสนุกเหรอ หึ ไม่ได้ไปนานแล้วนะ"สองพูดกับตัวเองด้วยรอยยิ้มบางๆ 

บ่อยครั้งที่เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองอยู่บ่อยๆ เพราะใช้ชีวิตคนเดียวอยู่ตัวคนเดียว รอยยิ้มบางๆที่มุมปากเขาเองก็อยากใช้เวลากับคนพิเศษบ้างเหมือนกัน แต่ก็คงไม่มีวันนั้น สองไม่ใช่คนเก่งกับการเข้าสังคมหรือทำความรู้จักกับใคร เป็นคนเพื่อนน้อยซึ่งเพื่อนก็ทำงานอยู่เมืองนอก 

"พรุ่งนี้ไปดูหนังดีกว่า เรื่องใหม่เข้าฉายพอดี"สองยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงโปรแกรมที่ตัวเองจะทำในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ 

เสียงลิฟต์บอกเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้โดยสารด้านในรู้ว่าถึงชั้นที่ต้องการแล้ว ทำให้ร่างเล็กเดินออกจากลิฟต์ในหัวของหนุ่มน้อยกำลังคิดว่าเย็นนี้จะทานอะไรดี  

เสียงเพลงฮัมจากลำคออย่างอารมณ์ดี เพลงโปรดที่สองชอบ ร่างเล็กเดินออกจากลิฟต์ ทว่าใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงบริเวณหน้าประตูทางออกทำให้สองชะงักเท้า ดวงตาสวยเบิกกว้างแทบหยุดหายใจ 

"ทำไงดี ตาย ตาย กูตายแน่ ทำไมไม่รู้จักกลับบ้านไปหาลูกหาเมีย แล้วมายืนทำไรตรงนั้นว่ะไม่มีที่ยืนแล้วเหรอ"เด็กหนุ่มสบถออกมาด้วยความหวาดระแวง พยายามคิดหาทางรอดให้กับตัวเอง 

ทางหนีไฟก็ให้ใช้ยามจำเป็น หากไปเปิดโดยพละการมีหวังเสียงหวอดังทั้งตึก รถดับเพลิงมาใน 10 นาที และคราวนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่  

ส่วนประตูหลังมันปิดไปตั้งแต่ตอน 6 โมงเย็นแล้ว เหลือแต่ประตูหน้าที่สามารถเดินเข้าออกไป มันเป็นทางออกทางเลือกสุดท้าย 

เด็กหนุ่มไม่อยากจะต้องเจอ จะต้องพูดคุยกับคุณเลขาหัวงูคนนั้น แม้แต่คำทักทายหรือรอยยิ้มก็ไม่อยากให้ ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่แถวทางออกเหมือนพวกนักเลงคุมบ่อนที่กำลังหงุดหงิด ไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่ท่าทางแบบนั้น มันน่ากลัว 

บางอย่างทำให้สองอมยิ้ม มันเป็นวิธีที่สองเคยใช้เสมอในยามต้องการเดินเลี่ยงคนที่ไม่ต้องการเผชิญหน้า และมันก็ได้ผลเสมอมา 

"เอาวะ ขอให้ได้ผล"หนุ่มน้อยหยิบมือถือเครื่องประจำตัวขึ้นมาแนบหูแสร้งคุยกับคนในสาย หวังพึ่งบารมีของเจ้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องนี้พาตัวเองเลี่ยงออกไป 

"ผมกำลังรีบกลับอย่างอนซิครับ รีบสุดชีวิตแล้วครับที่รัก"สองพูดกับมือถือที่ไร้ปลายสายเป็นเรื่องเป็นราวด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน สองเท้าก้าวฉับๆเพื่อให้ผ่านร่างสูงใหญ่ของคุณเลขาผู้ไม่น่าไว้ใจ 

โจ้มองตามเด็กหนุ่มที่กำลังเดินผ่านตัวเองไปอย่างไม่สนใจจะทักทาย สนใจแต่คนในสายมันทำให้โจ้รู้สึกหงุดหงิด เพราะเขามายืนรอสองตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วรู้ว่าเด็กคนนี้ยังไม่กลับบ้าน และพอเจอหน้าเด็กคนนี้กลับเมินใส่แล้วยังพูดเสียงอ่อนเสียงหวานใส่คนในมือถืออีก  

อย่าให้รู้นะว่าคนในสายเป็นใครกูจะฆ่าทิ้ง ชายหนุ่มคิดด้วยความโกรธไม่พอใจ มองหลังของเด็กหนุ่มนิ่งๆ ด้วยความหงุดหงิดอย่างไม่วางตา 

ไม่นานนักรอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าเพราะ... 

เสียงมือถือที่ดังสนั่นขึ้นมาจากมือถือเครื่องน้อยของสองที่คุยเป็นเรื่องเป็นราวอย่างออกอรรถรสและกำลังจะเดินไปที่ป้ายรถเมล์ เสียงนั้นทำให้คนโกหกสะดุ้งตัวผวาแทบเครื่องหลุดมือ 

"ชิบหายละ ร้อยวันพันปีไม่มีใครโทรมาแต่วันนี้เสือกมีคนโทรมา ใครว่ะ"สองสบถขึ้นมาหันไปมองโจ้ที่ยกยิ้มร้ายขึ้นมาให้ตัวเอง มันเป็นรอยยิ้มที่แทบพรากวิญญาณของสองให้ออกจากร่าง 

สองเท้าของคุณเลขาเดินเข้ามาใกล้หนุ่มบอบบางอย่างรวดเร็ว เขาไม่ปล่อยโอกาสให้เด็กน้อยได้เดินหนีเขาไป มือหนารีบจับแขนเสื้อของสองที่เตรียมจะวิ่งหนีไว้แน่น กายแกร่งเดินมาใกล้ชิดร่างเล็กพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

"รับซิ เขาอุส่าห์โทรมา เปิดลำโพงด้วย"โจ้บอกด้วยน้ำเสียงเยาะอีกฝ่าย แทบกลั้นขำไม่ไหวหน้าของหนุ่มน้อยหน้ามนมันถอดสีจนน่าขัน 

"ฮัลโหลครับพี่อร"สองขานรับปลายสายอ่อยๆ ยอมเปิดลำโพงตามที่เขาสั่ง เพราะสองโดนสายตาดุของคนตรงหน้ากดดัน 

"อ้าวสองเหรอ โทษทีพี่นึกว่าสามีพี่ คุณเอกเขาบอกว่าจะกลับแล้วพี่จะฝากซื้อซีอิ้วหน่อย ฮ่าฮ่า"อรบอกแล้วหัวเราะออกมา 

"ครับๆ ทานให้อร่อยนะครับ"สองบอกปลายสาย นึกในใจทำบุญเผื่อผมด้วยผมคงโดนเค้าฆ่าตายวันนี้นี่แหละ 

"ได้ซิสอง แล้วก็ออกจากบ้านบ้างนะวันหยุดอย่าหมกตัวอยู่ในบ้าน ไปหาแฟนอย่าเป็นโสดเหงาๆอยู่ห้องคนเดียว พี่เป็นห่วงแกยิ่งตัวคนเดียวอยู่"อรบอกด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงรู้ว่าสองอยู่คนเดียว ไม่มีแฟนและชอบหมกตัวอยู่ห้องช่วงวันหยุด โจ้ได้แต่อมยิ้มเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย 

การกระทำของสองทำให้โจ้รู้ว่าสองไม่ได้คุยกับใคร และทำเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขา ต้องการหนีเขา สายตานั้นมองสองอย่างไม่วางตา ใบหน้าหนุ่มน้อยเหงื่อแตกพลั๊กในสิ่งที่อรพูด ภาวนาในใจอย่าให้อรพูดอะไรไปมากกว่านี้ 

"แล้วก็เย็นนี้อย่าลืมกินข้าวละ ชอบลืมบ่อยๆจนจะเป็นโรคกะเพาะอยู่แล้วนะ อย่าทำให้พี่เป็นห่วงซิ พี่ห่วงแกเหมือนน้องพี่นะ คนดีคนเก่งยิ่งหายากๆอยู่หัดดูแลตัวเองบ้าง รีบๆกลับละเดี๋ยวรถหมดต้องเดินกลับ แท็กซี่ก็อันตรายนะแค่นี้ละ"อรบอกพนักงานที่หล่อนแสนเอ็นดูด้วยน้ำเสียงของคนหวังดี แต่หารู้ไม่ว่าอรกำลังทำให้ทางรอดของสองเหลือศูนย์ หมดข้ออ้างที่จะพูด 

"ครับพี่อร แค่นี้นะผมกลับก่อนเดี๋ยวตกรถ"สองเอ่ยขึ้นเสียงอ่อย ไม่รู้ว่าตัวเองจะเจออะไรบ้าง 

"จ้า แค่นี้นะเดินทางปลอดภัย"อรบอกสอง เด็กหนุ่มอยากจะให้หัวหน้าอวยพรเพิ่มเติมว่า ขอให้พระคุ้มครอง 

"แฮร่ ผมกลับก่อนนะครับคุณเลขา ปล่อยผมครับปล่อย"สองหัวเราะแห้งๆดึงแขนเสื้อของตัวเองให้ออกจากอีกฝ่าย พยายามดึงเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหลุดจากการจับของมือแข็งแรงของอีกฝ่ายได้ 

"ทำไมนายไม่อยากเจอฉันเหรอ มีอะไรหรือเปล่า"โจ้เอ่ยถามยื่นหน้าไปใกล้ๆร่างเล็กที่ดูกลัวเขา 

"ผมส่งงานให้คุณทางเมลล์แล้ว ปล่อยผมผมจะกลับ"สองร้องบอกพยายามขัดขืนอีกฝ่าย ยิ่งอีกฝ่ายพยายามยามหนียิ่งทำให้โจ้ยิ่งชอบรู้สึกสนุกกับการที่ได้แกล้งเด็กน้อย  

หนุ่มน้อยหน้ามนดูหน้าแดงขึ้นสีเวลาเขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวหรือเปล่า 

"กลับไปหาใครไม่ทราบ ห้องนายมันว่างเปล่าไม่ใช่เหรอ ไปกับฉันดีกว่านายจะได้ไม่ต้องไปกินข้าวคนเดียวไง"โจ้บอกดึงเด็กน้อยไปด้วย 

สองรู้สึกว่าคำพูดเขาพูดเหมือนสองไร้ที่ไปยามเลิกงาน ถึงแม้จะไม่มีใครแต่สองยังมีเพื่อนซี้ที่รอสองกลับบ้านทุกวัน ไม่ได้ว่างเปล่าสักหน่อย 

"ผมไม่ไปครับ เราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ผมจะกลับ ผมไม่อยากไปกินกับคุณ ปล่อยผม"สองลืมตัวขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้  

ไม่อยากถูกมองว่าเป็นของเล่นหรือเป็นตัวแทนของใคร เวลาเหงาเขาก็มา ไม่รู้ทำไมเหมือนกันตัวเองจึงคิดแบบนั้นกับเลขาหนุ่ม  

ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจะต้องเข้ามาหาตัวเองด้วยก็ไม่รู้ ทั้งๆที่เจอหน้ากันแบบมีสติครบถ้วนแค่ครั้งเดียว ถึงจะเคยนอนกับเขาแต่มันก็แค่ครั้งเดียวตอนนั้นเข้าก็เมาไม่น่าจะจำอะไรได้ด้วยซ้ำ 

"ไม่รู้จักกันแต่นายเคยนอนกับฉันแล้ว ทำไมฉันจะกินข้าวกับเมียตัวเองไม่ได้"โจ้บอกร่างเล็กพร้อมดึงมือของอีกฝ่ายขึ้นมา 

"คุณเลขาอย่ามามั่ว นอนเนินอะไรผมไม่รู้ทั้งนั้น คุณคงจำคนผิดแล้ว หรือต่อให้ผมเคยนอนกับคุณจริง แค่ครั้งเดียวคงไม่ต้องเป็นเมียคุณหรอก ไม่งั้นใครที่นอนกับคุณก็เป็นเมียคุณหมดแล้วซิ"สองรีบแก้ตัวเพื่อเอาตัวรอด 

"เหรอ งั้นเราไปรื้อฟื้นกันหน่อยมั้ย เผื่อนายจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง"โจ้บอกอย่างเอาแต่ใจด้วยน้ำเสียงสนุก พยายามใช้กำลังกับเด็กร่างเล็กที่แสนดื้อเกิดมาไม่เคยเจอใครที่มันดื้อดึงขนาดนี้เลย ถ้าไม่นับตะวันแล้วก็คุณวาริ เพราะสองคนนี้เป็นข้อยกเว้น 

"เออผมยอมรับก็ได้ว่าผมเคยนอนกับคุณ แต่ผมจะไม่ไปกับคุณ คุณต้องการอะไรจากผม ผมไม่ใช่ตะวันของคุณ อย่ามายุ่งกับผม"สองโพล่งขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเขาจะใช้กำลังดึงดันบังคับตัวเองขึ้นมา ความกลัวมันทำให้ผู้ร้ายปากแข็งสารภาพออกมา 

คำว่า "ตะวัน" ทำให้โจ้เลิกคิ้วมองอีกฝ่าย เหมือนเป็นคำที่จี้ใจดำของเขา 

"ฉันต้องการจะนอนกับนายอีก"คำพูดตรงไปตรงมาของโจ้ทำให้สองอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมา 

"คุณจะนอนให้ได้ใช่มั้ย"สองถามอีกฝ่ายที่ยังไม่ยอมปล่อยแขนของตัวเอง 

"ใช่ ฉันต้องการจะนอนกับนายอีก"เขาบอกด้วยน้ำเสียงเข้มดุดัน 

สายตาคู่นั้นมองคนตรงหน้าไม่คิดว่าแค่จะชวนมากินข้าวกลับกลายเป็น ชวนขึ้นเตียงแทน ซะงั้น แต่มันคือเป้าหมายของเขาตั้งแต่แรก อยากจะนอนกับเด็กคนนี้อีกสักครั้ง แค่อีกครั้งเดียวคงจะเลิกติดใจเด็กคนนี้ได้ ทั้งๆที่ปกติเขาไม่เคยนอนกับใครซ้ำ 

"ได้ ครั้งเดียว ผมจะนอนกับคุณแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วช่วยเลิกยุ่งกับผมด้วย"สองบอกอีกฝ่ายมองเขานิ่งๆ ในเมื่ออยากมากนักก็จะสนองให้มันจะได้จบๆกันไป 

"ไป"โจ้บอกอีกฝ่ายพร้อมกับจูงมือของสองไปด้วยกัน ทว่าสองเท้าของเด็กหนุ่มก็ยังแข็งทื่อไม่ยอมตามเขามาจนโจ้ต้องหันมามองหน้าของหนุ่มน้อยหน้ามนที่ยืนอยู่ 

"มีอะไร หรือเปลี่ยนใจแล้ว"น้ำเสียงเรียบเอ่ยถามเด็กหนุ่ม มองหน้าของคนตัวเล็กที่ดูใบหน้าของอีกฝ่ายเหมือนมีอะไรจะพูดสักอย่าง 

"คือ ขอแวะห้องก่อนแป๊บนึงได้มั้ย"สองเอ่ยเสียงอ่อยก้มหน้าหลบตา เป็นน้ำเสียงที่โจ้ฟังแล้วรู้สึกว่ากำลังโดนอีกฝ่ายอ้อนตัวเองอยู่ 

"ทำไมจะลูกเล่นอะไร"โจ้ถามมองหน้าอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายเอาแน่เอานอนไม่ได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 

"คือผมขอให้อาหารแมวหน่อย ได้มั้ยครับ"สองเอ่ยกับอีกฝ่ายไม่เต็มเสียง ไม่สบสายตาของเขา  

สองใช้ชีวิตอยู่กับแมวหนึ่งตัวที่แก่มากแล้ว เด็กหนุ่มไม่ชอบออกไปไหนเพราะเป็นห่วงมัน เจ้าแมวตัวนี้คือโลกทั้งใบของสองเลยก็ว่าได้ 

"แล้วคราวที่แล้วทำไงที่นายไปกินเลี้ยงที่โรงแรม"โจ้เอ่ยถามเสียงเรียบมองหน้าอีกคนจูงพาร่างเล็กเดินไปที่รถของตัวเอง 

"ผมก็แวะไปให้อาหารมันก่อนที่จะไปงานเลี้ยง"สองบอกอีกฝ่าย สองขาเดินตามคนตัวโตอย่างว่าง่าย 

"อืม งั้นก็บอกทาง"โจ้บอกเด็กหนุ่มแล้วไปนั่งในรถในตำแหน่งคนขับ โดยมีสองนั่งเบาะข้างๆ 

... 

... 

อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งที่สองพักอยู่ ชายตัวโตเดินตามหนุ่มน้อยร่างเล็กมาติดๆจนมาถึงหน้าห้องของสอง เด็กน้อยเปิดประตูห้องของตัวเอง ไฟถูกเปิดขึ้นทันทีเมื่อเจ้าของเข้าไปถึง 

"เข้ามาซิครับ ถ้าไม่รังเกียจว่าห้องมันเล็ก เชิญครับคุณเลขา"สองบอกอย่างอ่อนน้อมกับอีกฝ่าย ยังไงเขาก็เป็นคนมีตำแหน่งงานที่ใหญ่กว่าตัวเองอยู่ดี 

"ถังแป้งกลับมาแล้วคร๊าบอยู่ไหนลูก มานี่เร็ว"เด็กหนุ่มเรียกชื่อของแมวตัวโปรดของตัวเอง ทว่าห้องกลับเงียบ  

"แน่ใจนะว่านายมีแมว แล้วนั่นชื่อแมวเหรอ"โจ้เอ่ยถามแล้วไปนั่งอยู่บนเตียงนุ่มของสอง ทั้งห้องเหมือนกับห้องเก่าของโจ้ตอนยังไม่ได้ทำงานเป็นเลขาของอโณทัย เหมือนห้องเก่าตอนทำงานเป็นสมุนมือขวาทำให้ชายหนุ่มนึกถึงสมัยก่อน ทว่าห้องนี้ก็ดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่ามาก 

"ถังแป้งอยู่ไหน มานี่เร็วเหมียว เหมียว"น้ำเสียงเครือของสองร้องเรียกหามัน ใจเริ่มเสีย 

เด็กหนุ่มใจไม่ดีรู้สึกสังหรณ์แปลกๆ ปกติมันจะวิ่งมาหาเมื่อสองเปิดประตูเข้ามาแท้ๆ เด็กหนุ่มเดินไปห้องน้ำก็เจอแต่กะบะทรายของมัน สองเดินหามันไปทั่วห้องจนโจ้รู้สึกปวดหัว 

"มันมีจริงๆ หรือนายแกล้งโกหกฉัน"น้ำเสียงดุเอ่ยถาม คิดว่าโดนเด็กเล่นเข้าให้แล้ว เหมือนตอนที่แกล้งโทรศัพท์หลอกๆเพื่อหนีตัวเอง อาจจะเล่นลูกไม้อยู่ก็ได้ 

"หรือมันออกไปทางระเบียง"สองไม่ได้สนใจสิ่งที่โจ้พูดเลย เด็กหนุ่มเดินไปดูที่ระเบียงมันปิดไม่สนิทและถูกแง้มไว้ ท่าทางของสองทำให้โจ้หงุดหงิดคิดว่าอีกฝ่ายโกหก 

"ฉันว่าเรามานอนกันเถอะ ขี้เกียจรอแล้ว"ชายหนุ่มพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าไม่เห็นมีแมวอย่างที่สองว่า โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าของแมวใจไม่ดีเพราะเพื่อนรักตัวสำคัญมันหายไป 

หมับ!!! มือหนาคว้ามือไอ้ตัวแสบกระชากเข้ามาหาตัวเขา 

"คุณจะทำอะไร หาแมวผมก่อนมันหายไปไหนไม่รู้"สองบอกอีกฝ่ายด้วยขอบตาที่ร้อนผ่าว 

"เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว แล้วทำในสิ่งที่นายตกลงกับฉันได้แล้ว"เขาบอกอีกฝ่ายเริ่มหงุดหงิดและหัวเสีย 

ทำไมต้องสนหรือแคร์แค่จะนอนกับคนแค่คนเดียว เขากระชากร่างเล็กลงเตียง ร่างแกร่งคร่อมทับเรือนกายของคนใต้ร่างดวงตาของเด็กน้อยสั่นระริกเหมือนคนจะร้องไห้ 

"ไม่ !!! ผมจะหาแมวผมให้เจอคุณเลขานะผมขอร้องผมจะไม่ว่าคุณสักคำเลยถ้าคุณจะเอาผมยันเช้านะ"สองบอกอีกฝ่ายเสียงเครือพยายามต่อรองอีกฝ่าย 

"โถ่โว้ย เออ"โจ้สบถออกมาแล้วลุกออกมานั่งข้างๆร่างเล็กที่นอนอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองต้องยอมทำตามคำขอของอีกฝ่ายทั้งๆที่คนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ 

"ขอบคุณครับ"สองพูดออกมาด้วยความรู้สึกขอบคุณอีกฝ่าย แต่ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่าคือหาถังแป้งให้เจอ 

****************** 

ความคิดเห็น