Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.2 ตัวอันตราย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 07:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP.2 ตัวอันตราย
แบบอักษร

เสียงฝีเท้าวิ่งอย่างกระหืดกระหอบของหนุ่มร่างเล็กวิ่งออกมาจากบริษัทจนเหงื่อแตกพลั๊ก ความกลัวมันแล่นผ่านหัวใจในความรู้สึกจนลืมไปว่าตัวเอง เจ็บอยู่!!! 

"แฮ่ก แฮก แฮก แฮ่ก"เด็กหนุ่มหายใจหอบถี่หลังจากมาถึงป้ายรถประจำทางที่อยู่ไม่ไกลเยื้องจากบริษัท สายตาของไอ้คนขี้ขลาดมองไปที่ทางบริเวณหน้าบริษัท รู้ทั้งรู้ว่าเขาจำหน้าตัวเองไม่ได้ แต่จิตใต้สำนึกบอกให้ตัวเองวิ่งออกมาให้เร็วที่สุด อยู่ให้ไกลจากผู้ชายคนนั้น 

สัญญาณเตือนการเอาชีวิตรอดของสอง บอกตัวเองว่า ผู้ชายคนนั้นคือตัวอันตราย!!! 

สายตาของสองยังมองไปรอบๆตัวอย่างหวาดระแวงแม้กระทั้งขึ้นรถเมล์มาแล้ว เด็กหนุ่มดูจนแน่ใจว่าไม่มีใครตามมาก็ทิ้งตัวนั่งลงกับเบาะนั่งอย่างรวดเร็วด้วยความเหนื่อย  

"อึ"เสียงครางเล็กๆอย่างกลั้นไว้แทบน้ำตาเล็ดของเด็กหนุ่ม วินาทีที่ก้นนิ่มที่ยังระบมช่องทางด้านหลังนั่งลงถึงพื้นเบาะอย่างรวดเร็วจนต้องกำมือกับกางเกงที่หน้าขา  

อยากร้องออกไปดังๆว่า เจ็บตูดโว้ยยยย แต่ต้องทำตัวให้ปกติที่สุดเพราะคนอยู่เยอะ 

"วันนี้ลงไหนครับ"กระเป๋ารถเมล์ถามพร้อมกับขยับกระบอกกระบอกตั๋วไปด้วย 

"ที่เดิมครับ"สองบอกพร้อมยื่นเงินที่เตรียมไว้อย่างพอดีให้ เพราะขึ้นรถอยู่เป็นประจำจนคุ้นเคยกับกระเป๋ารถ 

ความกลุ้มใจเล่นงานเด็กหนุ่มไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี? แต่เมื่อสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกสติของตัวเองให้กลับคืนมา ลมเย็นธรรมชาติจากหน้าต่างรถหลายประตูบอกให้สองใจเย็น และเริ่มคิดประมวลผล  

เขาเมาหนักมากถึงขนาดเรียกชื่อคนอื่นไม่มีทางจำได้อยู่แล้วว่าใครเป็นใคร?คิดได้ดังนั้นก็ทำให้สองถอนหายใจแรงๆออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจ  

ไม่อยากจะลาออกจากงานด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เพราะมันเป็นงานที่รัก แถมได้เงินเดือนดี สวัสดิการดี มันเป็นงานที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน มันทำให้เด็กหนุ่มแน่ใจในตัวเองว่า มันคุ้มที่จะเสี่ยง! 

... 

... 

"พี่อรครับทำไมผมต้องเข้าไปเสนองานด้วยละ"สองเอ่ยถามหัวหน้าแผนกในขณะที่กำลังเดินตามอรไปติดๆ ทำให้หล่อนหันหน้ามามองเด็กหนุ่มที่ดูหน้าซีดเจื่อนจนน่าเป็นห่วง 

"สองแกตื่นเต้นจนหน้าซีดเลยเหรอ มือแกก็เย็น ซีดแบบนี้พี่กลัวแกจะเป็นลมเอานะกลับไปเถอะเดี๋ยวพี่เสนองานเอง"อรถามด้วยน้ำเสียงตกใจเมื่อเห็นหน้าหนุ่มน้อยซีดลง จนหล่อนต้องจับมือหนุ่มของเด็กหนุ่มซึ่งมันนุ่มกว่ามือหล่อนอีก 

"ขอบคุณครับพี่คราวหน้านะครับ"สองบอกหัวหน้าแผนกของตัวเองพร้อมยกมือไหว้ เด็กหนุ่มอยากจะบอกพี่อรเหลือเกินว่า กลัวตายมากกว่า แม้จะแน่ใจว่าเขาจำตัวเองไม่ได้แต่ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้า 

"ไปเคลียร์งานของแกซะ แล้วกลับไปพัก"อรบอกอย่างเห็นใจ ปกติสองไม่เคยป่วยแต่สองวันนี้ดูหน้าซีดๆจนน่าเป็นห่วง 

หญิงอายุวัยสามสิบปีเดินเข้ามาในห้องประชุมเพียงคนเดียวโดยไร้เงาของผู้ช่วยคนเก่งของหล่อน ในห้องมีประธานและลูกค้าหญิงสาวสวย รวมไปถึงเลขาคนสนิทอย่างโจ้ เขามีอาการผิดหวังเล็กน้อยที่อรเข้ามาคนเดียว 

"คุณจะเสนองานลูกค้าคนเดียวเหรอคุณอร"น้ำเสียงเรียบของโจ้เอ่ยถามจนผู้เป็นเจ้านายและลูกพี่อย่างอโณทัยต้องมองอย่างแปลกใจ รวมถึงอรด้วยเพราะปกติแค่คนเดียวก็เสนองานได้ แต่เมื่อวานหลังจากประชุมเสร็จโจ้บอกหล่อนว่าให้ผู้ช่วยคนเก่งที่อรภูมิใจมาเสนองานด้วย ทำให้หล่อนต้องให้สองมาด้วย 

"เอ่อน้องหน้าซีดค่ะคุณโจ้"อรบอกโจ้แล้วยิ้มออกมาให้เลขาหนุ่มและยิ้มให้กับบอสที่นั่งคุยกับลูกค้าอยู่ 

"ได้ไง ไปตามมา นี่เป็นลูกค้าสำคัญนะถ้างานผิดพลาดจะทำไง ทำไมลูกน้องคุณทำงานไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย อย่าคิดว่าเป็นนักศึกษาจบใหม่ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยชื่อดังทำงานเก่งจนได้เป็นพนักงานของบริษัทแล้วจะทำอะไรก็ได้ ไปตามมา"โจ้บอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเข้มเฉียบขาดอย่างหัวเสียมันหงุดหงิดเมื่อไม่ได้อย่างใจ 

เขารู้สึกว่าจะอะไรกันนักกันหนา รู้สึกหงุดหงิดกลัวบทรักอันร้อนแรงจะทำให้เด็กคนนั้นเป็นอะไรขึ้น​มา? เขารู้ตัวเองดีว่าดุแค่ไหนเวลาอยู่บนเตียง 

อรถึงกับอึ้งเพราะขนาดหล่อนยังไม่รู้ข้อมูล​ของลูกน้องตัวเองลึกขนาดนี้เลย แต่ทำไมคุณเลขาถึงได้รู้ลึกราวกับค้นประวัติ 

"ยังคุณ​อรยังมองอยู่อีกไปตามมา"เลขาประธาน​บอกย้ำจนอรสะดุ้ง​ตกใจ 

"ไปตามแล้วค่ะ" หล่อนรีบบอกแล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็ว 

ไม่นานนักหล่อนก็วิ่งกลับมา​พร้อมกับหนุ่ม​น้อยหน้ามนที่กระหืดกระหอบ​เข้ามา​ รอยยิ้ม​ของเลขาหนุ่มแอบยิ้มอย่างพึงพอใจ เด็กคนนั้นดูแข็งแรงและปกติดี 

"เสนองานได้แล้ว​บอสกับลูกค้ารอนานแล้ว"โจ้ขึ้นเสียงดุบอกคนทั้งสองที่เพิ่งมาถึง 

เด็กหนุ่มมองหน้าของอโณทัยและลูกค้าสำคัญ โดยไม่ได้มองหน้าของโจ้ เพราะอยากทำตัวให้มันปกติ ทีแรกรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับคุณเลขา หาทางออกให้ตัวเองแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาอีกจนได้ โดยหารู้ไม่ว่ามันยิ่งทำให้โจ้หงุดหงิดกับการกระทำของสองที่ไม่ใส่ใจเขา  

การเสนองานต่อลูกค้าดำเนินไปเรื่อยๆ โดยที่อรเป็นคนเสนอแผนงานและสองเป็นคนเปิดโปรแกรมนำเสนอ และอธิบายเพิ่มเติม โดยที่อโณทัยตั้งใจฟัง โจ้เองก็ตั้งใจตั้งใจมองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังสนใจแต่งาน ส่วนลูกค้าสาวสวยสนใจแต่ ประธานบริษัท 

นายอโณทัยเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี หล่อเหลา ร่ำรวย เป็นนักธุรกิจที่มีอนาคตไกลเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทำให้อยากมีหญิงสาวมากมายอยากสานความสัมพันธ์โดยเอาเรื่องของธุรกิจมาบังหน้าใช้เป็นสะพาน 

"คุณเหมยลี่พอใจหรือเปล่าครับกับโครงการของทางเราที่เพิ่งได้เสนอไป"อโณทัยถามหญิงสาวที่เป็นลูกค้าใหม่ที่ได้รับการแนะนำมาอีกทีจึงต้องลงมาคุยด้วยตัวเองทั้งๆที่ไม่อยาก เพราะทางฝั่งลูกค้าเจาะจงอยากคุยงานกับประธานไม่ใช่เลขา 

"เหมยพอใจคะ แต่จะพอใจยิ่งกว่าถ้าเราเป็นหุ้นส่วนกันไม่ใช่แค่ผู้ร่วมงานกันเหมือนทั่วๆไป"หล่อนบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนพร้อมกับลูบไล้มือของอโณทัยที่วางอยู่บนโต๊ะเบียดเต้าภูเขาไฟเข้าไปใกล้อย่างเสนอตัว 

"คุณเห็นรูปเมียผมติดที่ฝนังหรือยังครับ"ประธานหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเริ่มไม่พอใจการกระทำของอีกฝ่าย สองและอรมองดูเหตุการณ์เงียบๆ คำถามของชายหนุ่มทำให้หล่อนหัวเราะออกมา 

"เห็นแล้วคะ เด็กผู้ชายจะดีเหมือนคนที่มีพร้อมอย่างเหมยลี่ได้ยังไงคะ ได้ข่าวว่าติดรูปไว้ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทยังไม่เห็นเคยมาสักครั้งนี่คะ"หล่อนบอกพร้อมส่งสายตาทอดสะพานโดยไม่สนใจ เพราะหล่อนพึงใจประธานคนนี้ รอยยิ้มร้ายถูกยกขึ้นโดยคนที่หล่อนกำลังมอง 

"หึ"เสียงหัวเราะในลำคอพร้อมมือหนาที่แบออกให้กับเลขาอย่างรู้กัน ปืนพกขนาด 9 มม ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อของเลขาหนุ่มวางบนมือเจ้านาย สองตาโตเมื่อเห็นว่าเลขาพกปืนมองเหตุการณ์อย่างตัวแข็งทื่อ ปลายกระบอกปืนถูกหันมาที่หญิงสาวทันที 

ปัง!!! กระสุนถูกยิงออกจากปลายกระบอกปืนโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตกใจที่ถูกปืนจ่อ เขายิงมันทันทีเพียงแค่เฉียดหัวเจ้าหล่อนไปนิดเดียวไปฝังอยู่ที่ผนังห้องทางด้านหลัง 

เหมยลี่หน้าซีดเผือดด้วยความกลัวอย่างสุดขีด หล่อนกรี๊ดลั่นอย่างคนเสียสติที่ถูกทำเช่นนี้ มันน่ากลัวเหลือเกิน เช่นเดียวกับสองและอรที่รู้สึกกลัวจนนั่งตัวสั่นกันอยู่ใต้โต๊ะในห้องนั้น 

"เลิกแหกปากซักทีหนวกหู ถ้าไม่หยุดนัดต่อไปเจาะกะโหลกแน่"คนยิงปืนพูดออกมาน้ำเสียงเหี้ยมทำให้คนแหกปากปิดปากของตัวเองด้วยอาการตัวสั่น หล่อนมองชายตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นระริกเขาส่งปืนให้เลขาส่วนตัว 

"ขอโทษครับผมมีเมียแล้วชื่อวาริ รักเมียมาก"อโณทัยบอกเสียงเรียบดุแล้วลุกเดินออกไปอย่างไม่สนใจใยดี โจ้ยกยิ้มให้กับหญิงสาวคนนั้นก่อนจะเดินไปหาใครบางคนที่หลบอยู่ใต้โต๊ะกับคุณอรหัวหน้าแผนก 

"พะ..พี่อรเขาจะยิงเรามั้ย"สองถามหัวหน้าแผนกด้วยอาการตัวสั่นหน้าซีด 

"พะ..พี่ก็ไม่รู้"อรบอกลูกน้องเสียงสั่นกับเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เคยเจอเป็นครั้งแรก 

เสียงฝีเท้าจากรองเท้าราคาแพงเดินเข้ามาหยุดที่หน้าโต๊ะที่ทั้งสองหลบอยู่ยิ่งทำให้คนทั้งสองสะดุ้งด้วยความตกใจ 

"บอสแค่ยิงขู่ จะอยู่ในนั้นกันอีกนานมั้ย"เลขาหนุ่มพูดขึ้นมาพร้อมกับชะโงกหน้าไปมองคนทั้งสองที่กำลังสั่น 

"ออกไปแล้วค่ะคุณโจ้ ไปเร็วสอง"อรขานรับ หล่อนควบคุมสติได้รวดเร็วกว่าลูกน้องของตัวเองที่ยังสั่นอยู่จนน่าสงสาร มือหล่อนเอื้อมไปหาแขนของร่างเล็กทว่าแขนของเลขากลับยื่นเข้าไปหาคนตัวสั่นอย่างรวดเร็ว 

แรงของคนตัวโตกว่าที่แข็งแรงมากกว่าหนุ่มน้อยหน้ามนดึงรั้งให้ร่างเล็กออกมาจากใต้โต๊ะตัดหน้าของหัวหน้าแผนกอย่างรวดเร็ว อรจึงคลานออกมาคนเดียว ส่วนสองมีโจ้เป็นคนดึงออกมา 

"เป็นผู้ชายซะเปล่าทำใจเสาะเป็นผู้หญิงไปได้ คุณอรรบกวนส่งคุณเหมยลี่ด้วยครับ เดี๋ยวลูกน้องคุณผมดูให้"โจ้บอกอรที่ยืนอยู่ไม่ไกล 

สายตาหล่อนเป็นห่วงสองจนโจ้ดูออกแค่ไม่รู้ว่าห่วงแบบไหน เขาสั่งหล่อนเมื่อเห็นว่ายังมีใครนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ที่เก้าอี้ไม่ไกล 

"ค่ะ ฝากน้องด้วยนะคะ เสร็จแล้วตามพี่ไปนะ"อรขานรับคุณเลขา มือเรียวของหล่อนกำลังจะแตะบ่าของคนตัวสั่นเพื่อให้กำลังใจ 

ทว่ามือหนาของคุณเลขาก็เอื้อมมาโอบไหล่ของลูกน้องคนเก่งของหล่อนแทนและดึงให้ห่างมือของหัวหน้างานที่ยื่นมา สายตาดุทำให้อรรีบถอยห่างและเดินพาเหมยลี่ไป 

"ไหวมั้ย?"น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถาม สายตาคมมองคนที่ตัวเองโอบเขาเลื่อนมายืนอยู่เบื้องหน้าหลังจากที่อรออกไปแล้ว  

ใบหน้าหล่อของเลขาหนุ่มยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของหนุ่มน้อย ด้วยความใกล้ชิดทำให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ออกมาจากปลายจมูกของคมมันทำให้สองได้สติ 

"ผะ..ผมไม่เป็นไรครับ"สองรีบบอกอีกฝ่ายสองเท้าก้าวถอยหลัง ใบหน้าหนุ่มน้อยเห่อร้อนเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเลขาหนุ่มย้ำเตือนเรื่องที่เคยเกิดขึ้น 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก หัวใจของเด็กหนุ่มกำลังดังในจังหวะใหม่ จังหวะที่สองไม่เคยเป็นมาก่อน  

หัวใจมันเต้นอย่างหน้ากลัวสายตาของคนตรงหน้ามันทำให้สองหัวใจไม่เป็นสุข แววตานั้นช่างเป็นประกายเหมือนเสือร้ายกระหายเหยื่อ 

"ถ้าดีขึ้นแล้วก็เปิดงานเมื่อกี้หน่อย ฉันว่านายมีส่วนที่ต้องแก้ไขหน่อยนะ"โจ้บอกเสียงเข้ม เขายกยิ้มที่มุมปากกับท่าทางของเด็กคนนี้มันช่างหลากหลาย ตอนที่เด็กคนนี้เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางประหม่า ซื่อตรง ดูน่าแกล้ง 

"ครับ"สองขานรับแล้วเดินไปที่ Notebook ที่วางอยู่ ในใจแอบบ่น กล้าดียังไงมาว่างานอันแสนสมบูรณ์แบบของผม  

เด็กหนุ่มนั่งที่เก้าอี้เปิดงานออกมาเตรียมพร้อม สายตามุ่งมั่นที่ไม่เหลือเค้าของความกลัวและความประหม่า เรื่องอื่นสองอาจจะกลัว แต่เรื่องงานที่สุดแสนภูมิใจมันทำให้สองเป็นคนละคน 

แววตาเด็กหนุ่มมองอีกฝ่ายด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง มันดูซับซ้อนจนโจ้รู้สึกว่า เด็กคนนี้น่าสนใจ เป็นความซับซ้อนที่มีเสน่ห์ 

"ตรงไหนครับ คุณเลขา"สองเอ่ยถามมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง โจ้เดินเข้ามาใกล้หนุ่มน้อย ชายหนุ่มคล่อมหลังจับเมาส์ในมือที่สองจับอยู่จนหนุ่มน้อยเงยหน้ามอง 

"จะมองทำไมมองงานไปซิ"น้ำเสียงดุของเลขาสั่งทำให้สองหันไปสนใจงานแทน 

"แก้ตรงนี้หน่อยนะ ผมอยากให้มันดูรื่นไหลกว่านี้"ชายหนุ่มบอกพร้อมกับหายใจรดต้นคอ ทำเอาร่างเล็กต้องสูดหายใจลึกๆควบคุมสติของตัวเองไว้ในใจมันเต้นระส่ำไปหมด 

สายตาคมมองร่องรอยที่ลำคอของสองมันกลับไม่มีจนน่าแปลกใจ? แต่ไม่นานนักรอยยิ้มของเขาก็ยกขึ้น เพราะสายตาคมกริบสังเกตุเห็นรอยสีครีมที่รอบๆปกเสื้อจึงรู้ได้ในทันทีว่ามันคือ รองพื้น 

"ฉันอยากให้นายแก้ไขตรงนี้"โจ้บอกพร้อมๆกับมือข้างหนึ่งที่ลูบหัวไหล่ของร่างเล็ก สองถึงกับมองมือของโจ้ที่มันลูบร่างกายเขาอย่างเอาแต่ใจอีกข้างจับมือนุ่มของอีกฝ่ายไว้ 

การกระทำของโจ้เหมือนเป็นพวกหัวงู ลีลาดุดันเผ็ดร้อนบอกได้ว่าเซ็กส์จัดแค่ไหนมันยิ่งทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกกลัวโจ้ขึ้นมา  

"เอ่อ ผมรู้แล้วครับ ผมขอตัวก่อนได้มั้ยผมมีงานที่ต้องทำต่อ"สองบอกอีกฝ่ายพร้อมหลับตาปี๋เพราะจมูกคมของอีกฝ่ายมันซุกเข้ามาที่ซอกคอของเขา 

"คอนายนี่หอมดีนะ เหมือนเคยได้กลิ่นที่ไหน"เขาถามเสียงเรียบทว่ากลับมีรอยยิ้ม ไม่ได้อนุญาตอีกฝ่ายตามคำขอ 

"อะ..อาจจะกลิ่นน้ำหอมที่นะ..ไหนก็ได้ครับ ผมขอตัวจริงๆ"สองบอกเสียงสั่นๆ เพราะรู้สึกไม่ไว้ใจกับท่าทางของโจ้ มือน้อยกำแน่นที่ขากางเกงด้วยอาการเกร็ง 

"ฟอดดดด เหมือนเคยได้กลิ่นจริงๆนะ"เขาบอกยืนยัน จมูกคมของเลขาหนุ่มหอมที่แก้มนิ่มของสองอย่างเอาแต่ใจ ทำให้สองสะดุ้งตัว เหมือนอีกฝ่ายทำสติของสองเตลิดอีกรอบ เด็กหนุ่มไม่สนใจอะไรแล้วรีบพับหน้าเครื่องโน๊ตบุคทันที 

"เดี๋ยวผมส่งงานเข้าอีเมลล์ให้ครับอย่าเข้ามาใกล้ผมอีก"สองร้องบอกทันควัน เด็กหนุ่มรีบคว้าโน๊ตบุคของตัวเองแล้วลุกพรวดออกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ในใจก่นด่าเลขาหนุ่มว่าเป็นพวกชีกอ 

ไม่อยากอยู่นาน ไม่อยากเสียตัวให้กับผู้ชายคนนี้อีก มันสังหรณ์ใจแปลกๆ ไม่อยากเป็นตัวแทนของใคร  

โจ้หัวเราะออกมามองตามด้านหลังของเด็กหนุ่มที่วิ่งออกไป เขาช่างไม่เหมือนใครเสียจริง 

***************** 

โถ่น้อน 

ความคิดเห็น