ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 19

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2564 16:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 19 

 

 

 

 

 

 

เรื่องการจับกิ่วกับม้งที่บุกรุกเข้ามาในไร่เพื่อวางเพลิงทำให้สิงหาเพิ่มเวรยามในตอนกลางคืนมากขึ้นเพราะไม่รู้ว่าภูผาจะส่งใครมาทำอะไรอีก ไม่ใช่แค่งานในไร่ที่สิงหาต้องดูแลแต่เขากับติณณภพยังขึ้นเขาไปคุยกับพวกกะเหรี่ยงในหมู่บ้านที่ทั้งสองรู้จักเพื่อให้เป็นหูเป็นตาสอดส่องพวกซาปาอีกแรง 

" เป็นยังไงบ้าง คุณสิงห์ " ใบข้าวเอ่ยถามสิงหาทันทีที่เขากลับมาถึงไร่ เธอเดินตามเขาเข้ามาในออฟฟิศ " คนที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงยอมช่วยเรามั้ย " 

สิงหามองใบหน้าของคนตื่นเต้นเห็นก็รู้ว่าใบข้าวร้อนใจยิ่งกว่าเขาซะอีก เขาพยักหน้า  " พวกเขาจะช่วยจับตาดูพวกซาปา และถ้ามีข่าวอะไรเกี่ยวกับพวกนั้น สงกับคนในหมู่บ้านกะเหรี่ยงจะส่งข่าวมาบอกทันที " สิงหาว่าสีหน้าเคร่งขรึม " ถ้าจะเล่นงานไอ้ภูผาคงต้องเริ่มที่ซาปานี่ก่อน " 

ใบข้าวพยักหน้ารับ ถึงจะสิงหาจะบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องของเขากับไร่แต่เธอก็ยังกังวลกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไม่ได้ 

" คิดอะไรอยู่ ใบข้าว " 

" ฉันคิดว่าภูผาคนนั้นจะไม่มีวันยอมรามือไปจากไร่เรืองกิจเกษมแน่ ถ้าเขายังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ "  

" ดูเธอจะเข้าอกเข้าใจไอ้หมอนี่มันดีนะ ใบข้าว -- รู้จักมันด้วยเหรอ " ประโยคของสิงหาที่พูดออกมาทำเอาใบข้าวอึกอัก 

" ฉันก็แค่ฟังมาจากลุงเหมยเล่านั่นแหละ อีกอย่างคนพวกนั้นก็มาหาคุณถึงที่นี่ แสดงว่าภูผาอะไรนั่นคงอยากได้ที่ดินตรงนั้นของคุณมาก ถ้าเป็นแบบนี้พวกเขาก็คงไม่ยอมให้คุณแข็งข้อกับเขาเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ "   

สิงหายิ้มฮึกับเหตุผลของใบข้าว เขาเอื้อมไปหยิกแก้มของใบข้าวด้วยควาหมั่นเขี้ยว  

" โอ๊ย! คุณสิงห์ ฉันเจ็บนะ " ใบข้าวร้องหน้านิ่วเธอยกมือตีไปที่มือของสิงหา 

" เธอนี่ช่างพูดเหมือนกับที่ -- " สิงหาหยุดพูดแค่นั้น เขายอมปล่อยมือออกจากแก้มนุ่มนิ่มของเธอ คนโดนหยิกยกมือลูบแก้มตัวเองส่งตาเขียวให้ 

" ช่างพูดเหมือนกับที่อะไรล่ะคุณ ทำไมไม่พูดต่อให้จบ " ใบข้าวถามลูบแก้มตัวเองไปมา 

" ฉันจำไม่ได้ล่ะ -- ไหน ดูสิ ว่าแก้มแดงหรือเปล่า " สิงหาบอกปัดๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง เขาจับมือของเธอที่ลูบแก้มตัวเองอยู่ออกแล้วดึงเธอเข้ามาใกล้ตัว สิงหายืนพิงไปกับขอบโต๊ะทำงานแล้วโอบเอวเธอไว้มองดูแก้มแดงระเรื่อที่ไม่ได้มาจาการที่เขาหยิกเธอหรอก แต่มันเป็นอาการเขินอายของใบข้าวที่อยู่ใกล้เขาในระยะประชิด " โห แดงเลยนะเนี่ย" สิงหาแกล้งร้องออกมาพลางใช้นิ้วโป้งลูบวนแก้มนวลเนียนอย่างเบามือใบข้าวมองค้อนใส่เพราะรู้ว่าสิงหาแกล้งเธออีกแล้ว 

" ไม่ต้องแล้ว ฉันจะกลับไปทำงาน " ใบข้าวว่าจับมือของสิงหาออกจากแก้มเธอแต่สิงหากลับจับมือนั้นไว้ มือข้างซ้ายที่ยังมีแหวนแต่งงานอยู่บนนิ้วนางของเธอ สิงหายิ้มกว้าง " ยิ้มอะไรของคุณ คุณสิงห์ " ใบข้าวถาม เธอเองก็เก้อเขินเหมือนกันที่ยังใส่แหวนแต่งงานติดนิ้วอยู่ตลอดเวลา 

" ก็ยิ้มดีใจที่เธอยังสวมมันอยู่น่ะสิ "  

" ต้องสวมซิ ของสำคัญของคุณแม่คุณนิ " ใบข้าวตอบเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตาสิงหาเป็นโอกาสให้เขาได้ขโมยหอมแก้มเธอเต็มๆ  

" คุณสิงห์! "  

" พี่สิงห์สิ "  

 ใบข้าวเม้มปากแน่นมองสายตากรุ้มกริ่มของสิงหาแล้วอยากจะกรี๊ดดังๆ ตั้งแต่คืนนั้นสิงหาก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หัวใจของเธอได้พักบ้าง เขาคอยหาเรื่องแกล้งเธอแบบนี้อยู่เรื่อย 

" ไม่เรียก! "  

" ถ้าไม่เรียกก็จะหอมแก้ม " สิงหายิ้มเจ้าเล่ห์พลางยื่นหน้าเขาไปใกล้ใบข้าว เธอหลุดร้องห้ามออกมา 

" อย่านะ! "  

" นายสิงห์คะ " ประตูออฟฟิศเปิดออกมะลิยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าของเธอรู้สึกผิดที่เข้ามาขัดจังหวะของสิงหากับใบข้าว แต่ใบข้าวพอรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของมะลิแล้วเธอก็รู้ว่านั่นเป็นแค่หน้ากากที่ฉาบเอาไว้บนหน้าจริงของอีกฝ่าย 

" มีอะไรเหรอ มะลิ ทำไมจะเข้ามาไม่เคาะประตูก่อน " สิงหาถาม  

" มะลิขอโทษค่ะ นายสิงห์ " มะลิเม้มปากเบาๆ เธอมองสิงหาทีใบข้าวที ใบข้าวเห็นแบบนั้นเลยพูดขึ้น 

" ท่าทางคงอยากคุยกับพี่สิงห์แค่สองคน " ใบข้าวผุดยิ้มพรายออกมา เธอหันไปส่งตาหวานใส่สิงหาต่อหน้ามะลิ " งั้นใบข้าวไม่กวนพี่สิงห์แล้วดีกว่าค่ะ ต้องกลับไปช่วยคุณน้าทำอาหารมื้อเย็นด้วย " ไม่ใช่แค่ส่งตาหวานให้แต่ยังยิ้มหวานให้เขาด้วย สิงหาอมยิ้มรู้ดีว่าใบข้าวแกล้งทำต่อหน้ามะลิ " คุยเสร็จแล้วรีบกลับไปที่บ้านนะคะ วันนี้มีของโปรดของพี่สิงห์ด้วย น้ำพริกหนุ่ม ปลาสลิดทอด แกงจืดลูกรอกค่ะ "  

สิงหาพยักหน้ารับยิ้มๆ " ได้สิ เดี๋ยวพี่รีบกลับนะครับ " คนเจ้าเล่ห์ฉวยโอกาสนี้กดจมูกหอมลงไปบนแก้มของใบข้าวสูดความหอมเข้าเต็มปอดต่อหน้ามะลิ ใบข้าวหันมาถลึงตาใส่ สิงหาแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วปล่อยให้ใบข้าวเดินออกจากออฟฟิศไป ส่วนตัวเขาเองก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้หยิบแฟ้มเอกสารออกมาตรวจ 

" ว่ามาสิ มีอะไร "  

" ทำไมนายสิงห์ถึงแต่งงานกับใบข้าวทั้งๆที่นายสิงห์ไม่ได้รักใบข้าวคะ " มะลิถาม 

สิงหาเงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มเอกสารมามองมะลิที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ เขาถอนหายใจ " เรื่องของฉันๆจะแต่งงานกับใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอ " สิงหาไม่สนใจน้ำตาของมะลิอีกฝ่ายกัดปากแน่นกับท่าทีเย็นชาของนายสิงห์ 

" มะลิรู้นะคะว่าที่นายสิงห์แต่งงานกับใบข้าวเพราะแค่อยากให้มะลิตัดใจจากนายสิงห์ " มะลิพูด สิงหาถอนหายใจออกมา เขาตัดสินใจลุกออกจากเก้าอี้ทั้งๆที่พึ่งนั่งไปได้ไม่ถึงห้านาทีพลางรวบแฟ้มเอกสารหอบขึ้นมาเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ แต่กลับถูกมะลิรั้งแขนไว้  

" มะลิรักนายสิงห์นะคะ มะลิจะไม่ตัดใจจากนายสิงห์ ถึงนายสิงห์จะแต่งงานแล้วก็ไม่เป็นไร มะลิยอมเป็นเมียน้อยหรือจะให้มะลิเป็นเมียเก็บของนายสิงห์ก็ได้! มะลิจะไม่ไปวุ่นวายกับใบข้าวเลยค่ะ! "  

" พูดบ้าอะไรของเธอ มะลิ! " สิงหาสะบัดแขนของมะลิออก เขาถอยห่างจากมะลิออกมามองดูเธอราวกับเธอเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ 

" มะลิยอมทุกอย่างเลยนะคะ นายสิงห์ ไม่ต้องเปิดเผยก็ได้ ขอให้มะลิได้อยู่กับนายสิงห์นะคะ " มะลิเข้ามากอดแขนของสิงหาไว้ ร้องห่มร้องไห้ " มะลิรักนายสิงห์นะคะ "  

" พอได้แล้ว มะลิ! " สิงหาดึงมะลิออก " ฉันบอกแล้วไงว่าเรื่องของฉันกับเธอจบกันแค่คืนนั้นเราไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีก "  

" ทำไมทีกับนังใบข้าว นายสิงห์ถึงยอมแต่งงานกับมัน "  

" อย่าเรียกจิกใบข้าวแบบนั้นและห้ามเรียกว่ามัน " สิงหาคำรามใส่ ส่งสายตาดุดัน " ที่ฉันแต่งงานกับใบข้าวเพราะฉันอยากแต่งงานกับเค้า และใบข้าวจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรักไม่ใช่ผู้หญิงคนอื่น! " สิงหาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น จากนั้นเขาก็เดินออกจากออฟฟิศไปทิ้งให้มะลิร้องไห้อยู่ตามลำพัง 

" พรุ่งนี้พ่อกับน้าเราจะลงกรุงเทพไปเยี่ยมป้ายุนะ " ตุลาบอกกับลูกชายหลังจบอาหารมื้อเย็น สองพ่อลูกออกมานั่งคุยกันที่ม้านั่งนอกชานบ้าน 

" ย่ายุเป็นอะไรเหรอครับ พ่อ " สิงหาถามยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม ย่ายุเป็นพี่สาวของปู่ของเขาแต่เพราะย่ายุย้ายไปแต่งงานที่ต่างประเทศได้สามีเป็นคนต่างชาติอยู่หลายปีทางฝั่งสิงหาที่มีศักดิ์เป็นหลานเลยไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก 

" ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ก็แค่จะบอกข่าวเรื่องงานแต่งของหลานชายแกนั่นแหละ "  

" อ่อครับ แล้วพ่อกับคุณน้าจะไปอยู่กี่วันครับ "  

" คงสักสี่ห้าวันนั่นแหละ จะถือโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนเก่าที่กรุงเทพด้วยซะเลย " ตุลาตอบ สิงหาพยักหน้ารับ " แล้วเราเป็นไงบ้างล่ะ " ตุลาถาม สิงหาที่ยกขวดเบียร์ขึ้นดื่มได้แค่อึกเดียวก็ถามกลับ 

" อะไรเหรอครับ พ่อ "  

" ก็หนูใบข้าวน่ะสิ ถึงตอนนี้แล้วคิดยังไง " สีหน้าเคร่งขรึมของคนเป็นพ่อเอ่ยถาม แววตาสุขุมมองลึกลงไปดวงตาของลูกชายคนโต  

" เป็นอย่างที่ได้ฟังมาครับ " สิงหาตอบยิ้มๆ แต่คำตอบของเขากลับทำให้คนเป็นพ่อทำหน้าสงสัย  

" ไม่รู้ได้ฟังอะไรมา แต่เห็นจากสีหน้าแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีสินะ " ตุลาว่า 

" ครับพ่อ ถ้าทุกอย่างลงตัวผมจะเล่าให้ฟังเองนะครับ "  

ตุลาพยักหน้ารับพอดีกับที่บุหลันกับใบข้าวเดินถือถาดใส่ถ้วยบัวลอยมะพร้าวอ่อนออกมาด้วย 

" ทำเองเหรอ หนูใบข้าว " ตุลารับถ้วยมาจากบุหลัน ใบข้าวส่ายหัว 

" เปล่าค่ะ คุณพ่อ ข้าวแค่ช่วยคุณน้าคนกะทิเท่านั้นเองค่ะ "  

" ทำเองหมดเลยค่ะ คุณตุลย์ คุณสิงห์ -- สอนแค่แป๊บเดียวก็ทำได้แล้ว " บุหลันว่าหันไปยิ้มเอ็นดูให้ใบข้าว เธอยิ้มแก้มแดง 

" ผมก็สงสัยอยู่ว่าทำไมวันนี้แป้งบัวลอยถึงได้ดูเล็กบ้างใหญ่บ้าง ที่แท้ก็เธอเป็นคนปั้นนี่เอง " สิงหาว่าเสียงเยาะแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ตักบัวลอยที่ใบข้าวทำเข้าปาก คนทำบัวลอยนั่งทำหน้าลุ้นว่าคนกินจะพูดว่าอะไร " ก็อร่อยดี " สิงหาว่า 

" จริงเหรอ คุณสิงห์ " ใบข้าวร้องถามอย่างดีใจพอเห็นเขาพยักหน้ารับอีกครั้งเธอก็ยิ่งดีใจกว่าเดิม " เย้ๆ ดีใจจังเลยค่ะ คุณพ่อ คุณน้านี่น่ะเป็นเมนูแรกในชีวิตข้าวเลยนะคะที่ทำได้แล้วมีคนชมว่าอร่อยน่ะ " เธอหันไปพูดกับตุลาและบุหลันด้วยสีหน้าตื่นเต้น ก่อนจะหันกลับมาที่สิงหา " คุณห้ามหลอกฉันนะ คุณสิงห์ "  

" ฉันจะหลอกเธอไปทำไม ให้คุณพ่อคุณน้าตัดสินก็ได้ " สิงหามองไปทางตุลากับบุหลันที่เริ่มตักบัวลอยเข้าปากแล้วเหมือนกัน ทั้งสองต่างยกนิ้วให้ " เป็นไง สามผ่าน แบบนี้เปิดร้านบัวลอยขายได้เลยนะ " สิงหาเอ่ยปากแซวใบข้าวที่ยังตื่นเต้นดีใจไม่หยุดกับการทำบัวลอยครั้งแรกในชีวิต 

" อย่ามาแซวนะ คุณสิงห์ ถ้าฉันเปิดร้านจริงล่ะก็ต้องโด่งดังเป็นพลุแตกแน่ ถึงเวลานั้นอย่ามาขอกินฟรีก็แล้วกัน " เธอย่นจมูกใส่เขา สิงหากระตุกยิ้มแล้วดึงแขนใบข้าวเบาๆให้คนที่ยืนอยู่มานั่งที่ตักของเขา  

" นี่! จะทำอะไรน่ะ คุณสิงห์ " ใบข้าวพยายามจะลุกขึ้นแต่ถูกสิงหากอดเอวไว้แน่น เธอหันไปมองตุลากับบุหลันที่ยิ้มให้เธอกับสิงหา " คุณพ่อ คุณน้าอยู่ตรงนี้ด้วยนะ ไม่อายหรือไง " ใบข้าวหันกลับไปถลึงตาใส่พลางตีไปที่หน้าอกของสิงหา " คุณสิงห์! "  

" ทำไมยังเรียกว่าคุณสิงห์อยู่อีกล่ะ หนูใบข้าว -- เรียกพี่สิงห์ซิ " บุหลันเอ่ยปาก ใบข้าวอึกอักตอบไม่ถูกเธอหันไปมองสิงหาที่ยิ้มเย้ยกลับมาเหมือนกับจะบอกเธอว่าทำตามที่คุณน้าพูดซิ ใบข้าวเม้มปากแน่น 

" เรียกพี่สิงห์ซิครับ ใบข้าว " สิงหาทำเสียงล้อเลียนใส่ ใบข้าวหันไปเหยียดยิ้มให้มือวางบนอกของสิงหา 

" ได้ซิคะ พี่สิงห์ " ใบข้าวหยิกที่หน้าอกของเขาอย่างแรงจนสิงหาร้องโอ๊ยลั่น ใบข้าวรีบลุกหนีทันที " ข้าวขึ้นข้างบนก่อนนะคะ คุณพ่อ คุณน้า " พูดเสร็จเธอก็รีบวิ่งหนีขึ้นชั้นสองไปทันที 

" คุณสิงห์แกล้งน้องอีกแล้วนะคะ " บุหลันทำเสียงดุใส่ สิงหาหัวเราะเบาๆก่อนจะขอตัวเดินตามใบข้าวขึ้นไป 

" ใบข้าว " สิงหาเคาะประตูเรียกอยู่ที่หน้าห้องนอนตัวเอง " ใบข้าว เปิดประตูหน่อย "  

ใบข้าวยืนอยู่หลังประตูอีกฝั่ง " คืนนี้คุณไปนอนห้องน้องชายคุณแล้วกัน ฉันจะนอนที่นี่คนเดียว " ใบข้าวว่า  

" พูดอะไรน่ะ ใบข้าว ขืนทำแบบนั้นคุณพ่อคุณน้ามาเห็นก็ได้เป็นเรื่องหรอก " สิงหาพูด " เปิดประตูที ใบข้าว " 

" คุณก็บอกคุณพ่อกับคุณน้าคุณไปซิ ว่าคุณไม่สบายหรืออะไรก็ได้ แค่นี้คุณพ่อกับคุณน้าก็ไม่ถามแล้ว " ใบข้าวว่าเสียงกระเง้ากระงอด หลายคืนที่ผ่านมาเธอสามารถเอาตัวรอดจากสิงหามาได้ก็จริงแต่เธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองจะต้านทานความรู้สึกตัวเองที่มีต่อสิงหาไปได้อีกนานแค่ไหน 

" โกหกไม่ดีนะ ใบข้าว " สิงหายืนรอที่หน้าประตูอย่างใจเย็น " อีกอย่างฉันให้สัญญาแล้วนิว่าจะไม่ทำจนกว่าเธอจะยอมน่ะ "  

ประตูเปิดออกทันทีใบข้าวยืนหน้างอใส่เขาอยู่ สิงหาเดินเข้ามาในห้อง " ไม่ใช่กับแค่เรื่องนี้ คุณต้องสัญญาด้วยว่าจะไม่ทำแบบที่ผ่านมาด้วยถ้าฉันไม่อนุญาตก็ห้ามทำ "  

สิงหายกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่งมอง " ทำแบบนี้ทำยังไง หืม " เขาสืบเท้าเดินเข้าไปใกล้ใบข้าว 

" ก็ทำรุ่มร่ามใส่ฉันน่ะสิ " ใบข้าวแหวกลับพลางถอยหลังออก 

" รุ่มร่ามแบบไหนกันนะ " สิงหาทำเฉไฉแกล้งเดินเข้าไปใกล้ใบข้าว ยิ่งเขาเดินเข้าไปหาเธอใบข้าวก็เดินถอยหลังหนีเขาเหมือนกัน 

" ก็รุ่มร่ามแบบนี้ไง! " ใบข้าวว่าเสียงสั่นหวั่นใจกับท่าทีของสิงหา เธอถอยหลังจนหลังชนเข้ากับโต๊ะ " ถอยออกไปนะ คุณสิงห์ " เธอใช้สองมือยันไหล่ของเขาไว้ตอนที่เขายกตัวเธอขึ้นวางบนโต๊ะ ใบข้าวมองตาขุ่นใส่ 

" โกรธเหรอ " สิงหาทอดสายตาถาม เขาเอาหน้าผากแตะกับของเธอ ระยะที่ห่างกันเพียงแค่นี้ทำให้ทั้งสองสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ใบข้าวส่ายหน้า " งั้นงอนพี่เหรอครับ " น้ำเสียงถามอย่างออดอ้อน  

ใบข้าวส่ายหน้า " ไม่โกรธไม่งอน พี่ก็ทำแบบนี้ได้ใช่มั้ย " สิงหาไม่รอคำตอบกดจูบที่แก้มของใบข้าวเจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้สิงหากดจูบย้ำๆที่แก้มสัมผัสกลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวกายที่เหมือนกับเด็กแรกเกิด ริมฝีปากค่อยๆเคลื่อนจากแก้มไปอย่างช้าๆก่อนมันจะแตะลิ้มชิมริมฝีปากที่น่าทะนุถนอมเหมือนกลีบกุหลาบ 

" พอแล้ว " ใบข้าวยกมือแตะห้ามที่ริมฝีปากของสิงหา นัยน์ตาหวานเยิ้มเพราะเคลิ้มในรสจูบ สิงหายิ้มกับท่าทีของใบข้าวเขาดึงมือเธอมาจูบเบาๆ 

" พรุ่งนี้วันหยุด คุณพ่อคุณน้าไม่อยู่ เราเข้าเมืองกันมั้ย "  

" เข้าๆ " ใบข้าวยิ้มหวานตอบรับ 

ใบข้าวออกอาการลิงโลดที่ได้เข้าเมืองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตัดสินใจก้าวเท้าเข้ามาในไร่เรืองกิจเกษมเพื่อตามหากอหญ้าพี่สาวนี่ก็สามเดือนกว่าแล้ว คนเคยใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ทั้งที่กรุงเทพและที่ลอนดอนมาก่อนพอต้องเปลี่ยนไปใช้ชีวิตในไร่ห่างไกลเมืองแรกๆก็รู้สึกเบื่อที่ชีวิตไม่มีสีสันแต่พออยู่ในไร่จนเริ่มชินกับวิถีชีวิตแบบเชื่องช้าไม่เร่งรีบใบข้าวก็หลงรักชีวิตแบบนี้เข้าให้ เพราะอย่างนั้นพอถึงเวลาที่ได้กลับเข้าเมืองมาจริงๆทุกสิ่งรอบตัวเธอก็ดูน่าเบื่อสำหรับเธอ 

" ตอนจะออกจากไร่ยังทำหน้าดีใจอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงทำหน้าเหมือนอยากกลับบ้านอย่างนั้นล่ะ " สิงหาถามระหว่างที่พวกเขานั่งทานข้าวกันอยู่ในร้านอาหาร 

" ไม่รู้เหมือนกันตอนแรกก็ดีใจจริงๆนั่นแหละ แต่ว่าพอมาเดินได้สักพักก็เริ่มเบื่อแล้วอ่ะ อยากกลับไปเดินดูต้นส้มต้นเมล่อน ต้นสตรอว์เบอร์รี และก็ทุกอย่างในไร่มากกว่า " ใบข้าวว่า " แบบนั้นสนุกกว่าตั้งเยอะ เดินเพลินจนลืมเวลาไปเลยล่ะ "  

สิงหายิ้มฮึออกมา " ขนาดนั้นเลย "  

" ใช่! ขนาดนั้นเลย "  

" ถ้างั้นกินข้าวเสร็จก็กลับเลยมั้ย ได้มือถือใหม่แล้วนิ " สิงหาแกล้งถาม ใบข้าวส่ายหน้าเร็ว 

" อย่าพึ่งได้มั้ย คุณ -- เออ " ใบข้าวออกอาการเก้อเขิน " พี่สิงห์ " เธอเรียกอ้อมแอ้มรู้สึกขัดเขินพาลนึกอยากตัดลิ้นตัวเองที่รับปากกับบุหลันไปแล้วว่าเธอจะเรียกสิงหาว่าพี่สิงห์  

" เมื่อกี้จะว่าอะไรนะ " สิงหายิ้มกริ่ม ใบข้าวพ่นลมฮึยอมเห็นแก่คุณน้าก็ได้  

" อย่าพึ่งรีบกลับได้มั้ย พี่สิงห์ " เธอทำหน้าอ้อนวอน  

" ไหนว่าเบื่ออยากกลับไร่แล้วไง "  

" ก็ข้าวได้ยินมาว่ามีร้านไอศกรีมชื่อดังจากญี่ปุ่นมาเปิดร้านที่เมืองไทย และเห็นว่าที่เชียงใหม่นี่ก็เป็นสาขาแรกเลยด้วย เราไปชิมกันก่อนน้า พี่สิงห์ "  

สิงหามองคนช่างพูดที่ยิ้มอ้อนให้เขา บทจะทำตัวน่ารักขึ้นมาก็ทำเอาเขาอยากเก็บเธอขังไว้ที่ไร่ไม่อยากให้ใครเห็น ตอนนี้ไม่ว่าใบข้าวจะเดินไปทางไหนก็มีแต่หนุ่มๆเหลียวมองเขาหวงทุกอย่างที่เป็นของใบข้าวไม่อยากให้ใครมองเธอ  

" บ้าจริง ใบข้าว! กินอะไรเลอะเทอะขนาดนี้ " สิงหาหงุดหงิดใส่ใบข้าวหลังละสายตาแค่หันไปจ่ายเงินค่าไอศกรีมก็มีหนุ่มๆมาขายขนมจีบให้จนเขาต้องทำตาขวางใส่กลับไป เขาเช็ดคราบไอศกรีมที่เปื้อนอยู่มุมปากของใบข้าวออก 

" พี่สิงห์หงุดหงิดอะไรคะ ทำไมต้องทำหน้าดุด้วย " ใบข้าวถามยังไม่รู้ตัว  

" ยังจะมาถามอีก " สิงหาแหวใส่ " ใครให้ทำตาเล็กตาน้อยใส่คนอื่น เห็นแล้วมันหงุดหงิดเข้าใจมั้ย "  

" เฮอะว่าแต่คนอื่น ทีตัวเองยังยิ้มหวานใส่สาวๆเลยนิ " ใบข้าวแหวกลับไปบ้าง เธอเองก็ไม่ชอบใจเหมือนกันที่มีสาวๆมาทำชม้ายชายตาใส่สิงหาแล้วดูเจ้าตัวเองก็ไม่ระวังเรื่องนี้ยังยิ้มกลับไปให้อีก  

" คราวหน้าจะไม่พาออกมาอีกแล้ว จะขังไว้ในไร่เลย " สิงหาแยกเขี้ยวใส่ ใบข้าวแลบลิ้นใส่กลับ 

" ก็ลองดู! "  

" หน็อยแน่ะ กล้าแลบลิ้นใส่เหรอ " สิงหาหยิกแก้มทั้งสองข้างของใบข้าวจนเธอร้องกรี๊ดใส่ 

" พี่อิ๊ง! อ้าวเอ็บอ้ะ " 

สิงหาหัวเราะกับใบหน้าฉุนเฉียวของใบข้าวที่ถูกเขาหยิก  

" คุณสิงหาหรือเปล่าครับ! "  

สิงหาที่กำลังหยอกล้ออยู่กับใบข้าวเงยหน้าขึ้นมา รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของเขาค่อยๆเลือนหายไปคงไว้แต่สีหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาอ่อนโยนที่มองใบข้าวพลันเปลี่ยนเป็นดุดันเมื่อเจอกับคนตรงหน้า 

" ภูผา! " 

 

 

******** 

เอาแล้วๆ ทำไงดีล่ะ ออกมาจากไร่ก็ได้เรื่องเลยนะ ใบข้าว ~ การเผชิญหน้ากันแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัวครั้งนี้จะเป็นยังไงต่อไปน้า 

เรื่องของกอหญ้ายังเป็นปริศนาในเงามืดต่อไป มะลิที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิงหา เธอจะทำอะไรต่อจากนี้ เรื่องราวของซ่อนลิขิตรักยังดำเนินต่อไป มาเอาใจช่วยทั้งคู่กันด้วยนะคะ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกข้อความและทุกการคอยของทุกคนมากๆนะคะ 

ขอให้มีความสุขและสนุกกับการอ่านค่ะ    

ความคิดเห็น