ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

ชื่อตอน : บทที่ 9 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย นางเอกฉลาด เกลียด

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2564 14:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
แบบอักษร

หลังจากที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านใหญ่ ปรียาวดีก็เริ่มรู้สึกถึงแรงพิโรธจากใครคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่อนุทัต ทว่ากลับเป็นเด็กชายตัวน้อยที่กำลังนั่งอยู่บนตักกว้างของบิดา 

ภูรินทร์บุตรชายเพียงคนเดียวของอนุทัตและนลิน ปรียาวดีไม่แปลกใจเลยที่ถูกมองด้วยสายตาอาฆาตเช่นนั้น คงไม่วายคิดว่าหล่อนเป็นต้นเหตุที่ทำให้มารดาของตนแยกทางกับพ่อกระมัง 

เริ่มเห็นหนทางข้างหน้าแล้วสิว่าต่อจากนี้ศัตรูของเธอจะไม่ได้มีแค่คนเดียว 

"ผักกาดพาคุณภูไปเข้านอนไป"เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างกายหล่อนเมื่อครู่รีบไปอุ้มร่างน้อยออกจากตักอนุทัตในทันที สายตาแค้นเคืองทอดมองปรียาวดีขณะที่ผักกาดอุ้มผ่านไป 

สมแล้วที่เป็นพ่อลูกกัน... 

"คุณชายเรียกฉันมามีอะไรเหรอคะ?" 

"ผมชื่อภานุนะครับ เป็นเพื่อนกับชายทัต หรือจะเรียกสั้นๆว่าพี่นุก็ได้นะครับ" 

"ส่วนผมชื่อชนาครับ เรียกสั้นๆว่าพี่นาก็ได้" 

ชายหนุ่มทั้งสองฉีกยิ้มกว้างทักทายปรียาวดีอย่างเป็นมิตร หญิงสาวจึงยิ้มตอบทว่าก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ 

อนุทัตตวัดสายตามองเพื่อนอย่างไม่พอใจนักกับอาการระริกระรี้เกินหน้าเกินตา แถมแม่คุณอีกคนก็ยิ้มตอบ คิดจะหว่านเสน่ห์เพื่อนเขาล่ะสิ อย่าได้หวัง 

ท่าทีไม่สบอารมณ์และเสียงกระแอมในลำคอบ่งบอกชัดว่าอนุทัตกำลังหงุดหงิด 

ปรียาวดีรู้ว่าเขาหงุดหงิดเพราะอะไร คงไม่วายคิดว่าหล่อนจะไปโปรยเสน่ห์ใส่เพื่อนตัวเองกระมัง 

“คุณชายมีอะไรจะใช้ฉันเหรอคะ?”น้ำเสียงและใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้นึกหวั่นกับสายตาวาวโรจน์ที่มองมาอย่างขุ่นเคือง 

“ไปทำอาหารมาให้พวกฉันสักสี่ห้าอย่าง” 

“ทำทำไมวะ ของกินก็ซื้อมาเยอะแยะ”ชนาเอ่ยค้าน 

“แกอ่ะเงียบไปไอ้นา ของที่ซื้อมามีแต่ขนมขบเคี้ยว ฉันหิวข้าวฉันจะกินข้าวด้วย” 

“ทีเมื่อกี้ป้านุ่มถามทำไมแกตอบว่าไม่หิววะ แล้วตอนนี้มาบอกว่าหิว”จากประโยคของชนาทำให้ปรียาวดีเข้าใจสาเหตุที่อนุทัตเรียกเธอมาในทันที 

อาหารสี่ห้าอย่างต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อย เขาหาทางจะแกล้งหล่อนไม่ให้พักผ่อนสินะ ทั้งๆที่อยู่โรงพยาบาลเขาก็เรียกใช้งานเธอชนิดที่ก้นแตะเก้าอี้แทบจะนับครั้งได้ 

หากจะเล่นเช่นนี้จริงๆก็คงต้องจัดเต็มเสียหน่อย 

หิวมากก็จะทำให้สุดฝีมือ จะทำให้อร่อยเหาะเลยล่ะ อร่อยจนไม่กล้าเรียกใช้อีกเลย จะได้รู้ว่าเชฟกระทะทองแดงเป็นเช่นไร 

แต่ในทางกลับกันอนุทัตอยากจะพิสูจน์คำพูดของนลินเสียมากกว่า คำที่ว่าปรียาวดีทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง เก่งแต่การเรียนทว่างานบ้านงานเรือนกลับไม่ได้เรื่อง ด้วยว่าถูกผู้เป็นย่าเลี้ยงมาแบบตามอกตามใจจนเคยตัว มีคนรับใช้คอยบริการตลอดเวลา ที่มาเรียนหมอได้ก็เพราะกลัวว่าภัควิมลจะไม่ยกมรดกให้ หากไม่ทำตามใจท่าน 

นั่นคือคำพูดของนลินที่เคยพูดถึงผู้เป็นน้องสาวต่างสายเลือดให้เขาฟัง ทว่าวันแรกที่หล่อนเข้ามา ตอนที่ทำความสะอาดบ้าน ท่าทางของเธอก็ไม่ได้ดูเงอะๆงะๆอย่างที่คิดไว้ ปรียาวดีหยิบจับไม้กวาดดูคล่องแคล่วราวกับว่ามันคืองานประจำของหล่อนเสียด้วยซ้ำ 

แล้วเขาจะเชื่อในสิ่งที่คนรักเคยบอกหรือสิ่งที่ตาตัวเองเห็น เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน จึงต้องลองพิสูจน์เสียหน่อย 

อนุทัตไม่รู้หรอกว่ามันจริงแท้แค่ไหน ทว่าในวันนั้นที่เธอก้าวเข้ามาเสนอตัวแต่งงานกับเขา มันก็เหมือนจะตอกย้ำคำพูดของอดีตภรรยาว่าปรียาวดีนั้นไม่ได้ใส่ซื่อและเป็นคนดีอย่างที่ใครๆเห็น เธอพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเงิน ดูจากค่าสินสอดที่หม่อมย่าจัดหามาในวันนั้น ท่านให้มากกว่าที่เขาเคยให้นลินเสียอีก 

ไม่รู้ว่าไปหลอกอีท่าไหน ท่านถึงรักถึงหลงออกปานนั้น 

"ไม่ไปสักทีล่ะ ยืนทำอะไร" 

“งั้นรอสักครู่นะคะคุณชาย”เธอฉีกยิ้มท้ายประโยคก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว 

อนุทัตรู้สึกชาวาบทั่วแผ่นหลังแปลกๆเมื่อเห็นรอยยิ้มของปรียาวดี มันดูมีเลศนัยชอบกล แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร หันกลับมาพูดคุยกับเพื่อนตามเดิม 

“ไอ้คุณชาย ฉันขออะไรอย่างสิ” 

“อะไร”ตอบกลับภานุเสียงแข็ง 

“ฉันขอจีบคนใช้แกได้เปล่าวะ?”แม้น้ำเสียงจะทีเล่นทีจริงทว่าแววตาของภานุกลับสวนทาง ดูหมายจะทำเช่นนั้นจริงๆเสียด้วย 

“ไอ้นุ! อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้ ฉันเตือนแกไว้เลย”ท่าทีขึงขัง ทำให้เพื่อนเข้าใจผิดว่าอนุทัตนั้นหวงปรียาวดี 

“ทำไม แกหวงเหรอวะ จะทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดหรือไง?” 

“เหลวไหล ฉันก็แค่ไม่อยากให้แกหลงผิดเท่านั้นแหละ คนเราอย่าดูแค่ภายนอกและหน้าตา ฉันบอกแกไว้ก่อน” 

“ก็นี่ไง ฉันก็เลยจะจีบ จะได้เรียนรู้นิสัยเพิ่มขึ้น”ยังคงดื้อรั้นจะเอาให้ได้ 

ในใจลึกๆของภานุมันถูกชะตาปรียาวดีเพียงแค่ชั่วแรกเห็น แม้ว่าจะยังไม่รู้ชื่อหล่อนก็ตามที เขาอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้ ต่อให้เธอจะเป็นเพียงคนใช้ของเพื่อนก็ตาม แต่สำหรับเขาการคบหาใครสักคนเขาไม่ได้วัดที่อาชีพหรือฐานะ เขาเลือกวัดมันที่หัวใจเสียมากกว่า 

ในเมื่อตอนนี้หัวใจมันต้องการก็คงต้องทำตามหัวใจให้ถึงที่สุดทว่าเจ้าคุณชายตัวดีกลับปฏิเสธเสียงขุ่นไม่ยอมท่าเดียว 

ไม่รู้ว่าหวงหรืออะไร...ก็แค่คนรับใช้คนหนึ่ง ไม่ใช่เมียเสียหน่อย 

“แต่เอาจริง ฉันไม่ต้องขอแกก็ได้นะ เพราะแกก็แค่เจ้านายของน้องเขา ไม่ใช่เจ้าชีวิต ลูกน้องจะคบหากับใครก็ไม่ได้มีสิทธิ์ห้ามหรือกีดกันอยู่แล้ว จริงไหมวะ?” 

“ไอ้นุ!” 

“พอๆ หยุดเลยๆ”เป็นชนาที่เอ่ยห้ามสงคราม ดูจากท่าทางของอนุทัตแล้วคล้ายจะไม่อยากให้ภานุสนิทสนมกับคนใช้ตัวเองสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้เพื่อนหลงผิด 

ทั้งสองไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหลงผิดอะไร...หรือเพียงเพราะหล่อนเป็นคนใช้ 

แต่ก็คงไม่ใช่ เพราะอนุทัตไม่เคยวัดค่าของคนที่ชนชั้นวรรณะ 

ท่าทางแปลกๆของเจ้าของบ้านในยามที่พวกเขาเอ่ยถึงสาวรับใช้คนสวยมันทำให้เพื่อนสองคนที่คบหากันมาหลายปีเริ่มสงสัย บางทีคนที่อนุทัตบอกว่าเป็นแค่คนรับใช้อาจจะไม่ใช่ก็ได้ 

จากการคาดคะเนทางสายตา...เรื่องนี้ไม่ปกติ 

 

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแม่ครัวจำเป็นก็เดินกลับมาพร้อมถาดอาหารในมือ บรรดานักดื่มทั้งสามต่างหันไปมองที่ปรียาวดี ทว่าอารมณ์นั้นช่างต่างกันคนละขั้ว  

สองคนผู้เป็นแขกยิ้มแย้มดูเป็นมิตร ทว่าเจ้าของบ้านกลับนั่งหน้าตึงเสมือนโกรธหล่อนมาตั้งแต่ชาติปางก่อน 

ควันหลงจากบทสนทนาเมื่อครู่ที่เพื่อนขอจีบคนใช้กำมะลอ โดยที่ปรียาวดีเองก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำให้อารมณ์ของคนบางคนขุ่นมัว 

เขาไม่ได้หวงหล่อนเพียงแค่ไม่อยากให้เพื่อนหลงผิด...ผู้หญิงคนนี้ร้ายลึก เพื่อนของเขามันซื่อเกินไป 

คิดว่าหน้าตาดีต้องนิสัยดีด้วย...ทว่าว่าประโยคนั้นมันใช่กับปรียาวดีไม่ได้หรอก 

“เอาอะไรอีกไหมคะคุณชาย?”แม้ใบหน้าจะยิ้มแย้มทว่าน้ำเสียงกลับดูยียวนชอบกล คล้ายจะประกาศศึกกลายๆ 

ในเมื่อเขาไม่มีความปรานีกับหล่อนแล้วเหตุใดหล่อนต้องปรานีต่อเขา แม้จะยังรักแต่ก็ใช่ว่าจะต้องยอมให้ตัวเองเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียว โดยไม่ตอบโต้อะไรเลย เธอไม่ใช่นางเอกละครหลังข่าวเสียหน่อย 

นับจากนี้...ตาต่อตา ฟันต่อฟัน 

“ไม่ จะไปไหนก็ไป”เอ่ยเสียงเรียบทว่าใบหน้ากลับแสดงชัดว่าไม่พอใจ 

“ค่ะ”แปลกใจหน่อยๆที่อนุทัตไม่ได้ใช้อะไรเธอเพิ่ม แต่ดูจะหงุดหงิดกว่าคราแรกเสียด้วยซ้ำ และสาเหตุน่าจะมาจากเธอเหมือนเดิม 

หล่อนทำอะไรผิดอีกแล้วงั้นหรือ...สุดท้ายก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่ไม่ได้ก่ออีกตามเคยสินะ 

“ไอ้คุณชาย แกพูดดีๆกับน้องไม่ได้เหรอวะ?”ภานุเอ่ยเสียงดุหลังจากที่ปรียาวดีเดินออกไปแล้ว"ถึงเขาจะเป็นแค่ลูกน้อง แกก็ไม่ควรไปใส่อารมณ์กับเขาแบบนั้น" 

“เขาเป็นญาติแกเหรอถึงไปเรียกเขาว่าน้อง” 

“งั้นแกก็บอกชื่อน้องมา ฉันจะได้เลิกเรียกเขาว่าน้อง” 

“ไม่บอก! แล้วถ้าแกยังไม่หยุดพูดถึงผู้หญิงคนนั้นนะ ก็เชิญออกจากบ้านฉันไปเลย ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วข้าวกับเหล้าเนี่ย”ว่าจบก็หมายจะยกจานอาหารไปเททิ้ง 

“เฮ้ยๆได้ไงวะ น้องอุตส่าห์ทำตั้งนาน”ชนารีบกระทุ้งศอกใส่ภานุในทันทีด้วยว่าประโยคเมื่อครู่อาจจะทำให้อนุทัตเทอาหารทิ้งเร็วกว่าเดิม“เอ่อ...ฉันหิวนะเว้ย กับเพื่อนกับฝูงแกจะใจจืดใจดำไม่ให้เพื่อนกินข้าวเลยหรือไง?” 

“ก่อนหน้านี้ยังค้านเสียงแข็งว่าทำทำไม” 

“ฉันไม่ได้พูดสักหน่อย ไอ้นาต่างหาก วางลงเพื่อน ใจเย็นๆ”พยายามกล่อมให้เพื่อนใจเย็นๆก่อนที่อาหารในมือของเขาอาจจะถูกเทลงถังขยะอย่างไม่ไยดี 

อนุทัตยอมวางจานลงบนโต๊ะดังเดิมด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวไม่หาย 

ผู้หญิงคนนั้นทำเสน่ห์เล่ห์กลอะไรกัน เหตุใดจึงได้มีคนหลงติดกับดักหล่อนมากมายนัก อนุทัตเริ่มคิดไม่ตก พร้อมกับคำนวณในหัวเพื่อหาวิธีเขี่ยเพื่อนให้ออกห่างปรียาวดี  

เห็นแก่ความเป็นเพื่อนจึงไม่อยากให้ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินและทรัพย์สมบัติเช่นนั้นมาหลอกลวงเอา 

“อือหือ~”อนุทัตที่กำลังเหม่อลอยเพราะกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัวรีบหันขวับกลับมามองเพื่อนทั้งสองก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยด้วยว่าท่าทางของภานุและชนาคล้ายจะเป็นอาการของคนที่อยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างไรอย่างนั้น 

“เป็นอะไร?” 

“ปะ...เปล่า ว่าแต่น้องเป็นคนรับใช้จริงๆใช่ไหมวะ?” 

“ทำไม?”ถามกลับทันควัน กลัวว่าเพื่อนจะจับได้เรื่องที่ปรียาวดีไม่ใช่คนรับใช้อย่างที่บอกไป 

“ก็...ก็ฉันนึกว่าเป็นเซฟน่ะสิ ทำอาหารอร่อยขนาดนี้”น้ำเสียงดูฝืนๆทว่าอนุทัตก็ไม่ทันได้สังเกต“แกลองชิมดูสิไอ้คุณชาย” 

ถ้าเป็นอย่างที่ภานุเอ่ยชมก็แสดงว่าปรียาวดีไม่ได้เป็นอย่างที่นลินบอก แล้วทำไมนลินต้องโกหกเขาล่ะ 

“ลองชิมดู”ชนายังคงเอ่ยคะยั้นคะยอไม่เลิก"เร็วๆดิวะเดี๋ยวหายร้อนจะไม่อร่อย" 

“เออ”ว่าจบก็ตักอาหารเข้าปากเสียคำใหญ่เพราะคนที่ตักให้คือภานุ 

เพียงรสชาติอาหารแตะสัมผัสลิ้น ดวงตาคมก็เบิกกว้างพร้อมตวัดสายตามองเพื่อนทั้งสองที่ระเบิดหัวเราะสะใจใหญ่ 

ยัยตัวแสบ!!! 

เขาอุทานในใจอย่างขุ่นเคืองก่อนจะคายอาหารใส่ถังขยะ 

รสชาติชนิดที่สุนัขยังไม่รับประทาน... 

สิ่งที่นลินพูดคงเป็นความจริงสินะ ปรียาวดีทำอะไรไม่เป็นสักอย่างนอกจากการเป็นหมอ 

เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆดังขึ้นพอจะให้อนุทัตได้ยินเพียงคนเดียว ดวงตาสีนิลตวัดมองร่างบางที่ยืนซ่อนตัวอยู่หลังประตูห้องครัวอย่างโกรธเคือง พลอยให้ปรียาวดีสะดุ้งตกใจก่อนจะรีบวิ่งกลับบ้านตัวเองแล้วลงกลอนประตูจนแน่นหนา เสมือนการสร้างกำแพงป้องกันข้าศึกที่กำลังจะมาถึง 

ดูจากสายตาเมื่อครู่ ถ้าภานุและชนากลับไปคงไม่วายได้ตั้งรับสงครามครั้งใหญ่แน่ๆ 

แต่หล่อนไม่ได้กลัวเสียหน่อย อยากจะมาก็มา จะได้รู้จักนักมวยเก่าว่าหมัดหนักแค่ไหน 

 

ปังๆๆๆๆ!!!! 

เสียงทุบประตูรัวๆดังขึ้นหลังจากเวลาเลยผ่านไปหลายชั่วโมง เข็มนาฬิกาเกือบจะแตะเที่ยงคืนอยู่รอมร่อ คนที่หลับใหลพลันสะดุ้งตื่นก่อนจะลืมตัวเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทางงัวเงีย 

"ยัยตัวแสบ!" 

สุ้มเสียงเข้มตะโกนลั่นพร้อมกลิ่นเหล้าที่ลอยคลุ้งมาตามสายลม ทำเอาอาการง่วงนอนของปรียาวดีสลายหายไปราวอากาศ พร้อมดวงตาที่เบิกกว้างหลังจากรู้สึกตัวว่าตนนั้นเผลอทำอะไรลงไป 

ซวยแล้วไงไอ้ปรี ดันเปิดประตูให้ข้าศึกซะงั้น!!! 

ความคิดเห็น