email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 137

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

ตอนที่ 11

 หลังจากที่เลิฟบอกว่ารำคาญ หัวแหวนก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรเลิฟออกไปอีก ได้แต่นั่งมองทางไปมา สภาพการจราจรวันนี้ไม่ค่อยติดเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเพราะวิ่งบนทางด่วนหรือว่าเป็นวันหยุดกันแน่ วันนี้หัวแหวนจะไปหาไรกินกับเพื่อนตน เพราะว่าไม่ได้เจอมาตั้งสองอาทิตย์แล้ว ไหนจะยุ่งเรื่องที่ฝึกงานอีก หัวแหวนเนี้ยติดเพื่อนคนนี้มากก เรียกว่าไปไหนไปกันเลย ถ้าอยู่ในมหาลัยถ้าเจอหัวแหวนก็ต้องเจอเพื่อนเขา ถ้าเจอเพื่อนเขาก็ต้องเจอหัวแหวนแน่

  วันนี้เขาแต่งตัวเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา กะว่าจะไปหาซื้อเสื้อใหม่ซะหน่อย ไหนๆก็ไม่ได้ซื้อมานานละ แล้วก็ว่าจะไปเสริมสวยด้วย รู้สึกอยากทำเล็บขึ้นมายังไงไม่รู้ ถ้าได้เจอเพื่อนคงจะมีกิจกรรมให้ทำเยอะแน่วันนี้ แต่ก็ไม่ทันได้คิดอะไรไปไกลเพราะเสียจากคนข้างๆก็ดังขึ้น

“ เพื่อนเธออยู่ตรงไหน” เลิฟถามเมื่อเลี้ยวรถเข้ามาทางที่จอดรถ

“ หนูยังไม่ได้ถามเลย” หัวแหวนที่คิดว่าเลิฟจะส่งตนข้างหน้า เลยกะว่าจะให้ลงรถก่อนแล้วค่อยถาม

“ ...”

“ เดี๋ยวหนูโทรถามเพื่อนเลยก็ได้ พี่เลิฟอย่าทำหน้าดุขนาดนั้นดิ” หัวแหวนรีบพูดออกไปเพราะเลิฟทำหน้าตาเหมือนจะกินหัวเขาอย่างนั้นแหละ

 

“ โหล มึง” หัวแหวนเอ่ยทักคนปลายสายก่อนเมื่ออีกคนรับโทรศัพท์

“...” เลิฟเลือกที่จะเงียบและฟัง แต่ตนก็ขับรถขึ้นไปยังที่จอดชั้นเกือบบนสุดแล้ว

“ ให้กูไปรอที่ไหนเนี้ย เออกูถึงละ โห่ช้าวะ เออก็ใครจะไปรู้ว่าจะมีคนมาส่งอะ พี่ชายเถอะ!! เออ!! รีบๆมาเถอะมึง เดะกูเดินซื้อของรอ ” เลิฟที่พึ่งได้ยินหัวแหวนพูดมึงกูก็รู้สึกแปลกไปนิด แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้ามาพูดมึงกูกับเขาคงมีดุกลับแน่ๆ

“ สรุป” เลิฟถามเพราะตอนนี้ก็จอดรถเรียบร้อยแล้วด้วย

“ มันยังไม่ถึงอะ หนูกะว่าจะเดินรอมันไปก่อน พี่เลิฟกลับเลยก็ได้นะคะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” หัวแหวนที่กำลังจะเปิดประตูก็โดนเลิฟจับแขนไว้ ทำให้หัวแหวนหันมามองประมาณว่ามีอะไร

“ คิดว่าฉันมาส่งเธอแล้วก็กลับหรอ ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ”

“ อ้าว แล้วพี่เลิฟจะเดินห้างด้วยกันมั้ยละคะ” หัวแหวนเอ่ยชวนเพราะก็เกรงใจที่เลิฟอุส่าขับรถมาส่ง

“ อืม” เลิฟตอบกลับแค่นั้น แล้วก็ปล่อยแขนหัวแหวนละออกจากรถไปทันที ทำให้หัวแหวนที่ยังงงๆอยู่ว่า เอะ เขาตั้งใจมาส่งหรือเขาจะมาอยู่แล้วกันแน่ แต่ก็รีบตามเลิฟลงไป

 ทั้งสองเดินดูของไปได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์ของหัวแหวนก็ดังขึ้นและเดาได้เลยว่าคงจะเป็นของเพื่อนที่นัดไว้แน่

“ ว่าไง เค มึงเดินมาหาละกัน อยู่...” หัวแหวนหันไปมองรอบๆว่าตนนั้นอยู่ไหน แต่ก็หาจุดสังเกตุไม่ได้เลย

“ ร้าน CAPU ชั้น5” เป็นเลิฟที่เอ่ยบอกให้หัวแหวนบอกคนในสาย

“ ร้าน CAPU ชั้น5 อะมึง ก็พี่ชายไงที่บอกอะ เออๆ มึงรีบๆมาเถอะ” สายตัดไปแล้วหัวแหวนที่กำลังจะหันกลับไปหาเลิฟ ก็ต้องชนเข้ากับอะไรบางอย่าง

“ โอ้ย ขอโทษค่ะ พ..พี่เอก” หัวแหวนที่กำลังจะหันกลับมาก็บังเอิญชนเข้ากับใครบางคน แต่เมื่อหัวแหวนเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เจอเข้ากับคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดเลย

“ หนู!! ทำไมหนูไม่รับสายพี่เลยคะ พี่โทรหาหนูตั้งหลายสาย ทั้งข้อความไป ทั้งไปหาหนูที่บ้าน แม่หนูก็บอกว่าหนูไปฝึกงาน ถามว่าไปที่ไหนแม่ของหนูก็ไม่บอก พี่คิดถึงหนูมากเลยนะ ทำไมหนูขาดการติดต่อแบบนี้ละ พี่เป็นห่วง” คนชื่อเอกร่ายยาวมากจนหัวแหวนรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเพราะเอกก็ไม่ได้ผิดอะไร ดีไปเสียทุกอย่างด้วยซ้ำ แต่เป็นเขาเองที่รู้สึกกลัว เพราะคำที่เลิฟได้บอกไว้ ว่าเอกนั้นหวังที่จะได้ตัวเขามากกว่า และก็คบกันไม่เท่าไหร่เอกก็เริ่มที่จะจับไม้จับมือเขาแล้ว ถึงมันจะเป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกัน แต่เขาว่าเขายังไม่อยากให้เอกทำกับเขาแบบนั้น เพราะเขายังไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะตอนแรกเป็นเขาเสียเองที่แอบปรื้มๆเอกเพราะเอกเรียนคณะเดียวกันกับเขาแต่ตอนนั้นเขาพึ่งขึ้นปีหนึ่ง และเอกก็กำลังจะจบปีสี่แล้ว เราเจอกันตอนรับปริญญาพอดี ตอนที่รุ่นน้องปีหนึ่งต้องไปบูมให้พี่บัณฑิต และเขาก็ได้เจอกับเอก แต่ตอนนั้นหัวแหวนยังไม่ได้สวยเท่านี้ ยังอ้วนๆอยู่เลย และก็ไม่ได้เจอเอกอีกจนกระทั้งมาถึงปีสี่ที่เชิญรุ่นพี่จากคณะมาบรรยายแนะแนวในการเลือกที่ฝึกงาน เอกก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ถูกเชิญมา และเมื่อเอกเห็นหัวแหวน ก็รู้สึกหลงรักและอยากได้ และรุกจีบหัวแหวนตั้งแต่ตอนนั้นโดยไม่รู้เลยว่าตนนั้นเลยเจอหัวแหวนมาก่อนแล้วแต่ไม่เคยสนใจเลยเพราะอ้วนไม่ใช่สเป็กเขา และเมื่อหัวแหวนโดนเอกรุกหนัก หัวแหวนก็เริ่มใจอ่อนเพราะด้วยที่เคยปลื่มเอกอยู่แล้ว จึงตกลงเป็นแฟนกัน และหลังจากนั้น 2เดือน หัวแหวนก็เริ่มยุ่งเกี่ยวกับเรื่องฝึกงาน เลยไม่เคยได้ไปเจอเอกซะเท่าไหร่ แต่ทุกครั้งที่ไปเจอ เอกก็จะหาโอกาสให้ได้อยู่กับหัวแหวนสองต่อสองเสมอ เป็นหัวแหวนเองที่หลีกเลี่ยงการไปเจอเอกสองคนมักจะพาเพื่อนสนิทไปด้วย และพอได้มาทำงานกับเลิฟ ก็ขาดการติดต่อจากเอกไปเลยและเขาหาจังหวะที่จะบอกเลิกอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้จังหวะซะที จนวันนี้ได้เจอ หัวแหวนจึงตั้งใจที่จะจบความสัมพันธ์นี้  

“ คือว่า หนู...” หัวแหวนที่ยังไม่ทันจะพูดจบเลยเอกที่พึ่งเห็นว่าหัวแหวนไม่ได้ยืนอยู่คนเดียวหรือกับเพื่อนสนิทอย่างที่เคยเป็นแต่กลับเป็นชายหนุ่มร่างสูงคนที่เอกไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

“ ไอ้นี้ใครหนู!! มันเป็นใคร นอกใจพี่หรอห้ะ!! แล้วไปหามันหรอ ได้กันกี่ครั้งแล้วละถึงพามาเดินห้างขนาดนี้ เพี้ยะ!!” เอกที่โมโหจัดเลยพูดกับหัวแหวนอย่างไม่ได้คิดดีๆก่อน จนหัวแหวนทนไม่ไหวเลยทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำด้วย

“ มึง!! มึงตบกูหรอห้ะ!!” คำพูดหยาบคายออกมาจากปากเอก ความอดทนที่ทนมานานได้ขาดลง เพราะปกติเอกเป็นคนไม่เคยพูดเพราะกับใครอยู่แล้ว ที่พูดกับหัวแหวนแบบนั้นก็เพราะหวังในตัวของหัวแหวนเท่านั้น และเมื่อมาโดนหัวแหวนตบอีกมันเลยทำให้เอาใช้คำพูดที่ปกติเขาใช้มาพูดกับคนตรงหน้า ไม่เคยมีใครกล้าตบเขา

“ อย่ามาแตะ”

“...”

"..."

“ คนของฉัน ถอยไป!!” เลิฟที่มองเหตุการณ์อยู่ข้างหลังก็ก้าวมาขว้าแขนของผู้ชายตรงหน้าไว้ เมื่อเห็นว่ากำลังจะตวัดมือลงบนหน้าของไอ้เด็กดื้อของเขา

“ ปล่อยนะเว้ย!! อย่ามาแส่ เป็นแค่ชู้อะ ไม่ต้องยุ่ง” เอกสะบัดแขนออกแต่เลิฟก็ไม่ยอมปล่อย แถมยังบีบแรงขึ้นกว่าเดิมอีก

 ตอนนี้สถานการณ์คือทุกคนต่างจับจ้องมาที่ทั้งสามคนอย่างสนใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น เลิฟที่เห็นว่าผู้คนเริ่มสนใจจึงปล่อนแขนเอกแล้วดึงหัวแหวนเข้าหาตนทันที

“ บอกเลิกมันซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว”

“ พะ พี่เอก เลิกกันเถอะ”

“ ไม่ต้องบอกกูก็จะอยู่แล้ว กูไม่กินของเหลือหรอก คงกลวงไปหมดแล้วละสิ ไม่น่าเสียเวลาเลยกู น่าจะดูออกแต่แรกแล้วว่าหน้าตาแบบมึงเนี้ย คงร่านไปทะ พลั๊ว!!” เอกล้มไปกองที่พื้นด้วยมือของเลิฟเอง หัวแหวนมีท่าทางตกใจมากเพราะไม่เคยเห็นเลิฟโหมดนี้ แต่เจ้าของหมัดนักๆนั้นกลับยืนเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รปพ.ที่อยู่ใกล้ๆเดินเข้ามาดูแต่เลิฟก็ตอบปัดไปว่าไม่มีอะไรขอตัวก่อน จากนั้นก็คว้าแขนหัวแหวนให้เดินออกจากตรงนั้นทันที หัวแหวนที่ยังค้างกับสถานการณ์เมื่อกี้อยู่เลยได้แต่เดินตาม

“ เอ่อ พะ พี่ ล..เลิฟค่ะ” เสียงเล่นที่เปล่งออกไปนั้นมันชั่งดูสั่นซะเหลือเกิน

“ ...” เลิฟหันมามองหัวแหวนนิ่งๆ แต่มือที่ยังจับแขนคนตัวเล็กอยู่ก็ยังไม่ได้ปล่อย

“ คือ... หนู...” หัวแหวนที่ก็ไม่รู้จะพูดหรือจะถามอะไรเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆหัวแหวนรู้สึกกลัวเลิฟที่อารมณ์แบบนี้มาก ไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดอะไร ไม่รู้ว่าจะยังไง

“ กลัวฉันหรือไง” จนคนอายุเยอะกว่าต้องออกปากถามเพราะดูท่าทางหัวแหวนแล้วน่าจะไม่ยอมพูดกับเขาเป็นแน่

“อือ” เสียงที่เบาจนคนพูดไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตนนั้นพูดออกไปหรือแค่พรึมพำ 

“ หึ”

“...”

“ จ๊อยเชียว”

“...”

“ กลัวฉันทำไม”

“ ก็ พี่เลิฟต่อยคน” เสียงที่ยังเบาอยู่นั้น เปล่งออกมา คนตรงหน้าจึงยกมือขึ้นไปวางแหมะบนหัวของร่างเล็ก

“ มันจะตบเธอนะหัวแหวน แล้วมันก็ว่าเธอด้วย เธอจะให้ฉันยืนมองเฉยๆงี้” เลิฟพูดไปมือก็โยกหัวของหัวแหวนไปมา

“ ก็ ไม่รู้~~”

“ เห้อ เอาเป็นว่าฉันก็เป็นฉันปกติ ทีงี้ละมากลัว ตอนฉันดุทำไมเธอไม่กลัวฉันบ้าง หื้ม” น้ำเสียงที่อ่อนลงทำให้หัวแหวนยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลิฟ และก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนนั้น

“ หึ ไปหาเพื่อนเธอได้ละ” เลิฟผละออกมาพร้อมกับชี้ไปข้างหลังหัวแหวน

“ พี่เลิฟ รู้ได้ไงว่านั้นเพื่อนหนู” หัวแหวนถามอย่างสงสัยเพราะเลิฟน่าจะไม่เคยเจอเพื่อนตนแน่ๆ

“ จ้องขนาดนั้น แถมยังเห็นว่าเดินตามมาตั้งแต่ตอนที่เดินออกมาจากไอ้นั้นละ ไป ไปหาเพื่อนได้ละ”

“ ค่ะ แล้วพี่เลิฟ จะกลับตอนไหนคะ”

“ เดะฉันรอแถวๆเนี้ยแหละ เสร็จแล้วก็โทรบอก” เลิฟบอกพร้อมกับดันให้หัวแหวนเดินไปหาเพื่อนได้แล้วถามเยอะจริงๆ

“ พี่เลิฟกลับไปก่อนก็ดะ...”

“ เสร็จแล้วโทรมา อย่าให้ต้องพูดซ้ำ ไปได้แล้ว” น้ำเสียงที่ใช้นั้นดุขึ้นเมื่อคนตรงหน้ายังไม่เข้าใจ

“ ค่ะ” หัวแหวนก็ได้แต่ตอบรับ

 

 พอหัวแหวนเดินไปหาเพื่อนสาวที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ ยังไม่ทันทีหัวแหวนจะได้เอ่ยทักอะไร เพื่อนตัวดีก็รั่วมาเป็นชุดเลย

“ มึ๊งงงงง! อิพี่เอกมันทำอะไรมึงมั้ย กูเห็นมันโวยวายๆ กูจะเข้าไปแล้วแต่กูกลัว เลยไปเรียกที่รปพ.มาช่วย มันจะตบมึงด้วยนิ ปกติมันเป็นคนสุภาพไม่ใช่หรอวะ ทำไมมันทำแบบนี้ แต่ตอนที่มันจะตบมึงเนี้ยกูใจหายแวบเลยนะเว้ยยแต่ยังดีพี่คนนั้นอะ เขาเข้ามาคว้าไว้ก่อน ว่าแต่~~~เขาคนนั้นอะคือใครร พี่มึงหรอ แต่พี่ชายมึงไม่ใช่คนนี้นิ พี่ที่คณะก็ไม่ใช่ ใครรร บอกกูมานะ ผัวใหม่มึงหรือไงห้ะ! ตอบกู แต่จะว่าไป พี่เขาก็ดูเท่ห์ดีนะ กูชอบ!!” ดาวเหนือพูดขึ้นอย่างไม่มีช่องไฟให้หัวแหวนได้ตอบเลย หัวแหวนที่เห็นว่าเพื่อนตนนั้นฉุดไม่อยู่แล้วจึงเงียบให้เพื่อนพูดจบก่อนดีกว่า

“ ...”

“ เอ้า!! ตอบสิอิห่า เงียบทำไมเล่า” ดาวเหนือถามต่อเพราะเพื่อนตัวเล็กตรงหน้านิ่งไม่ยอมพูดจาอะไร

“ จะให้กูตอบอันไหนก่อนละ ถามซะเยอะเลย” หัวแหวนแซวเพื่อนออกไปแต่เอาจริงๆก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันนั้นแหละ

“ งั้นเอาเรื่องพี่สุดหล่อคนนั้นก่อน เขาเป็นใคร ทำไมถึงมากับมึงได้ แล้วเขามีแฟนยัง”

“ แหม เป็นห่วงกูมากเพื่อน” หัวแหวนแซวเพื่อนข้างกายเพราะแทนที่จะถามเรื่องสุขภาพที่เขาเกือบโดนเอกทำร้ายแต่กลับถามถึงเลิฟที่มาด้วยกัน

“ เถอะหน่า ตอบมาได้ละอย่าลีลา” ดาวเหนือเร่งตอบจากหัวแหวนเมื่อหัวแหวนยังไม่ยอมพูดออกมาสักที

“ ก็พี่... ลูกพี่ลูกน้อง... ลูกน้าอะ! มึงเขาใจมั้ยเนี้ย” หัวแหวนบอกความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเลิฟให้เพื่อนฟังแต่เจ้าเพื่อนตัวดีก็ยังทำหน้างงสงสัยไม่หายหัวแหวนเลยอธิบายแต่ก็ดูท่าแล้วน่าจะไม่เข้าใจ จนหัวแหวนต้องบอกว่าเลิฟคือลูกของน้าชายตนเอง

“ อ่ออ ลูกน้า”

“ อือ”

“ แล้วทำไมลูกน้าต้องมาส่งมึงด้วย แถม... เข้ายังดูเป็นห่วงมึงมากกกกกกกก” ดาวเหนือก็ยังไม่เลิกที่จะสงสัยในความสัมพันธ์นี้

“ ก็ปกติป่าววะ พี่น้องกัน มึงเนี้ยสงสัยทำไมเยอะแยะวะ” หัวแหวนที่ทนไม่ไหวในความสงสัยของเพื่อนเลยเขงหัวไปทีนึง

“ โอ้ยย เจ็บนะเว้ย” ดาวเหนือลูบหัวตัวเองปอยๆ

“ หึ” เสียงขำเล็กๆจากหัวแหวนเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนสนิทที่โอดครวญเกินเหตุ

“ แล้วเรื่องอิพี่เอกละมึง ยังไง” ดาวเหนือกลับมาสนใจเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แทน เพราะตนก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเอกต้องจะทำร้ายหัวแหวนด้วย เพราะตลอดเวลาที่หัวแหวนคบกับเอกนั้นเขาก็เห็นว่าเอกดูแลหัวแหวนดีมาก

“ เรื่องมันยาวอะมึง เอาเป็นว่าที่เขาทำให้กูอะ เขาตอแหล” หัวแหวนพูดอย่างเหลืออด เพราะเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมานั้นถึงมันจะดีแต่วันนี้มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการกระทำทั้งหมดที่เอกทำนั้นเพื่อนต้องการตัวเขาเท่านั้น ไม่ได้มีความจริงใจอยู่เลย

“ โอเคมึง โอเค ดีแล้วที่มึงออกมาว่าแต่...เขาได้มึงยัง เพี๊ยะ!! โอ๊ยย” ดาวเหนือเข้าไปกระซิบข้างๆหัวแหวนถามสิ่งที่อยากรู้แต่ก็โดนหัวแหวนตีแขนกลับมาอย่างรวดเร็ว

“ ถามเชี้ยไรมึงเนี้ย มันใช่เรื่องที่ควรถามมั้ยห้ะ”

“ เอ้า ก็อยากรู้ ว่าแต่...ยังไงอะ”ดาวเหนือก็ยังไม่เลิกที่จะเซ้าซี้หัวแหวน

“ ยังโว้ยยย กูไม่ได้ง่ายขนาดนั้น” หัวแหวนตอบทันที ดาวเหนือยที่ได้ยินก็ทำหน้าเหมือนโล่งใจแต่ก็กลับมายิ้มแป้นเหมือนเดิม

“ ดีเลย เก็บไว้เป็นเพื่อนกู ไว้เจอคนที่กูว่าหล่อสุดยอดแล้วค่อยให้ ดีปะ” ดาวเหนือยคว้าคอหัวแหวนมาคล้องไว้ด้วยแขนข้างขวา ทำให้หัวแหวนเซไปทางดาวเหนือเล็กน้อย ด้วยขนาดความสูงที่ใกล้กันของทั้งสองคนนั้นทำให้ไม่มีใครรู้สึกเกร็งเมื่ออีกฝ่ายคล้องคอเดิน

“ หรา”

“ อย่างเช่นลูกน้าชายมึงเป็นตนน นู้นไง ขนาดกินกาแฟยังหล่อเลยอะ” ดาวเหนือชี้ไปทางร้านกาแฟที่หัวแหวนพึ่งเดินมา ก็เห็นว่าเลิฟนั้นนั่งดื่มกาแฟอยู่

“ ว่าแต่ เขาจะรอรับมึงกลับด้วยหรือว่ามึงกลับกะกู” ดาวเหนือถามเพราะตนนั้นไม่แน่ใจว่าที่ลูกน้าชายของเพื่อนนั้นนั่งกินกาแฟรอหรือว่าอยากนั่งชิวกันแน่

“ รอ”

“ งั้นดีเลย มึงก็ไปชวนเขาไปเดินด้วยกันสิ กว่าเราจะเดินเสร็จ นานน พาพี่เขาไปเดินด้วยย กูอยากรู้จัก” ดาวเหนือรบเร้าหัวแหวน แต่หัวแหวนปฏิเสธท่าเดียวแล้วอ้างว่าเลิฟนั้นไม่ไปหรอก

“ โถ่ มึงไม่ไปลองถามเขาก่อนเล่า เขาอาจจะอยากเดินดูของก็ได้นะ”

“ มึงก็ไปถามพี่มันเองละกัน เดะกูยืนอยู่นี้แหละ” หัวแหวนยื่นคำขาดและคิดว่าเพื่อนตนนั้นไม่กล้าที่จะเดินไปหาเลิฟหรอก แต่ผิดคาดเพราะเมื่อสิ้นสุดคำที่หัวแหวนบอก ดาวเหนือรียวิ่งตรงไปหาเลิฟทันที ทำให้หัวแหวนอ้าปากค้างเลย

หัวแหวนที่มองเหตุการณ์อยู่เห็นเพื่อนตนนั้นวิ่งไปหาเลิฟ เลิฟที่กำลังก้มเล่นโทรศัพท์อยู่นั้นเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจ้าเพื่อนตัวแสบก็พูดอะไรไม่รู้แล้วชี้มาทางเขา แล้วก็พูดต่อ มันพูดยาวมากไม่รอให้เลิฟได้โต้กลับเลย จนสุดท้ายเลิฟแค่พยักหน้าแล้วดาวเหนือก้เดินกลับมาหาเขา พร้อมกับที่เลิฟเดินออกมาด้วย

“ พะ พี่เลิฟ” หัวแหวนเอ่ยเรียกชื่อเลิฟเบาๆเพราะไม่คิดว่าเลิฟจะไปเดินเล่นด้วย หรือว่าเลิฟจะชอบดาวเหนือกันแน่นะ

 

ทางฝั่งเลิฟ

เลิฟนั้นนั่งกินกาแฟอยู่ที่ร้านแต่สายตาก็จ้องมองไปที่คนร่างเล็กทั้งสองคนที่กำลังยืนคุยกันอย่างออกรสชาติ แถมมีชี้มาทางเขาอีก แต่ก็ไม่ได้อะไรหรอก จนมีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เข้ามาปรากฏว่าเป็นเพื่อนตัวดีของตนนั้นเอง

T_RA : อยู่ไหน

Ratipong_LL : QR

T_RA : ไปทำเหี้ยไร ไกลขนาดนั้น

Ratipong_LL : เรื่องกู

T_RA : เออ!! สัส รอแปบ แม่งไปซะไกลเลย ห้างแถวบ้านก็มีไม่นัด

เลิฟแค่อ่านข้อความที่เพื่อนส่งมาแต่ก็ไม่ได้ตอบไป ก็ขี้เกียจพิมพ์อะ ละมันก็ไม่โทรมากลัวเปลือกตังหรือยังไงกัน ผมที่กำลังจะยกกาแฟขึ้นมาจิบแต่ก็ต้องวางลงเพราะคนที่คิดว่ายืนคุยกันอยู่ตรงที่เดิมกลับเดินมาตรงหน้าเขาแล้วยิ้มแฉ่งให้เขาทั้งๆที่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผมมองเขาเชิงถามประมาณว่ามีอะไร

“ สวัสดีค่ะ หนูชื่อดาวเหนือนะคะ เป็นเพื่อนกับหัวแหวน หนูเห็นว่าพี่มากับหัวแหวนแล้วต้องรอไอ้แหวนมันกับด้วย หนูเลยจะมาชวนพี่ไปเดินดูของด้วยกัน เผื่อพี่อยากอะไรก็ซื้อได้เลย นั่งรอคนเดียวมันเหงานะคะแล้วอีกอย่าง พี่หล่อด้วยหนูอยากให้ไปเดินด้วยกัน ไปกับพวกหนูนะคะ แล้วก็อีกอย่างนะ... หัวแหวนมันบอกว่าอยากให้พี่ไปเดินด้วย” คนตัวเล็กตรงหน้าร่ายยาว ผมก็ได้แต่ฟัง แต่ตอนสุดท้ายคนตรงหน้าทำทีหันไปมองไอ้เด็กที่ยืนหน้าบูดอยู่แล้วก็หันกลับมากระซิบผม ผมที่เมื่อได้ยินก็ยกยิ้มเล็กน้อย และยกกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแล้วเดินตามคนที่แนะนำตัวเองว่าชื่อดาวเหนือออกมา

 และเมื่อหัวแหวนเห็นว่าผมเดินตามเพื่อนตนออกมานั้นก็ทำหน้าตาเหมือนไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ผมก็ได้แต่มองนิ่งๆ ไม่ได้พูดอะไร

“ มึง จะไปซื้อไรก่อน” เพื่อนหัวแหวนหันไปถามคนตัวเล็กที่ยังมองหน้าเขาไม่ละสายตา เขาก็เลิกคิ้วเชิงถามว่ามีอะไร แต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้เอ่ยปากถามแต่หันไปปตอบเพื่อนตนแทน

“ กูอยากได้เสื้อผ้า” หัวแหวนพูด แต่ก็ไม่วายที่จะหันมามองหน้าผมนิดๆ เหมือนจะขออนุญาตกลายๆ ผมก็ไม่ได้พูดอะไร เดินตาทั้งสองคนไปยังร้านที่เจ้าตัวอยากไป

ทั้งสองคนเข้าออกร้านเป็นว่าเล่น ผมก็เดิมตามนั้นแหละครับ ไม่เห็นมันจะซื้อสักตัว ผมที่เริ่มจะหงุดหงิดเพราะมันเข้าออกมาหลายร้านละ แล้วก็เลือกๆดูหลายตัวแล้วด้วยแต่ไม่เห็นจะซื้อสักที

“ เธอจะเข้าออกอีกนานมั้ย ทำไมไม่ซื้อซะที” อดไม่ได้ที่จะถามเพราะผมก็ไม่เข้าใจมันว่า มันจะเดินเข้าร้านเสื้อผ้าทำไมเยอะแยะ ทั้งๆที่เหมือนจะมีเสื้อผ้าที่ถูกใจแล้วแต่กลับไม่ซื้อ

“ มันก็ต้องเปรียบเทียบราคาสิ ว่าร้านไหนมันแพงกว่ากัน เราจะได้ไม่เสียดายถ้าซื้อไปแล้วละอีกร้านมันเหมือนกันแต่ถูกกว่า” เห้ออ ที่แท้ก็กลัวแพงนี้เอง

“อะ” ผมล้วงกระเป๋าหยิบบัตรเครดิตสีดำออกมาส่งให้แต่คนตรงหน้ากลับทำหน้างง

“ เอาไป แล้วก็ไม่ต้องเดินออกร้านนั้นเข้าร้านนู้นละ ซื้อมันร้านนี้แหละ” ผมบอกไปแต่คนตรงหน้าก็ยังไม่ยอมรับบัตรที่ผมยื่นให้

“ เธอจะงงอีกนานมั้ย เอาไป แล้วให้เร็วด้วย”

“ ให้หนู? พี่จะจ่ายให้หนูหรอคะ” หัวแหวนมันถามอย่างไม่น่าเชื่อ ผมก็พยักหน้าไป มันก็ทำท่าจะพูดอะไร แต่เพื่อนมันเดินเข้ามาก่อน

“ มึงกูว่าชุดนี้เหมาะกับมึงนะ ราคาไม่แพงด้วย” ดาวเหนือเดินมาถือชุดให้หัวแหวนดู ผมที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเสื้อผ้าก็แยกไปนั่งรอ ให้ทั้งสองนั้นเลือกกันไป และไม่นานหัวแหวนก็เดินมาบอกว่าจะไปจ่ายตังแล้ว ผมก็เดินไปด้วยก็ผมต้องไปเซ็นต์ในบิลนิ

 พอเดินปถึงเคาว์เตอร์ก็เห็นว่าดาวเหนือกำลังจะหยิบตังออกมาผมเลยหันไปบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ คิดรวมกับหัวแหวนเลย เดี๋ยวพี่จ่ายให้”ผมพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“ เอ่อ ไม่ดีกว่าค่ะ หนูจ่ายของหนูเองดีกว่า” ดาวเหนือปฏิเสธด้วยจะเพราะอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมก็ยังยืนยันว่าจะจ่ายให้อยู่ดี จนคนตรงหน้าต้องยอม

 ผมรับใบเสร็จมาเซ็นต์แล้วส่งคืนพนักงาน แล้วคว้าเอาถุงเสื้อผ้าของทั้งสองคนมาถือไว้ แต่ดาวเหนือยืนยันว่าจะขอถือเอง ผมเลยให้ไป พอไอ้คนตัวเล็กเห็นว่าเพื่อนถือถุงเสื้อเองก็อยากจะถือเองบ้าง

“ พี่เลิฟเอามา หนูจะถือเอง”

“ เดินไปเฉยๆอะดีละ” ผมพูดไป มือก็ล้วงไปหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงเพราะเสียงโทรศัทพ์ดังขึ้นมา

“ รออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวมา” ผมหันไปบอกหัวแหวน แล้วเดินแยกออกมา เพื่อที่จะมาหาไอ้เพื่อนตัวดีที่โวยวายว่าเขาไม่ยอมตอบแชท

 

ทำไมมึงไม่ตอบแชทกูห้ะ!! กูพิมพ์หามึงตั้งนานละ จนกูต้องโทรหามึงเนี้ย แล้วนี้ถุงไร มึงมัวแต่เดินซื้อของอยู่ใช่มั้ย มึงแม่ง” ธีร์ร่ายยาวแต่ผมก็ได้แต่ฟังเฉยๆ

“ ว่าแต่ถุงนี้มันร้านเสื้อผ้าผู้หญิงนิหว่า อย่าบอกนะว่ามึงพาหญิงมาเที่ยวอะไอ้เลิฟ ไอ้ห่า มึงนี้นะ ทำไมไม่พามาวันอื่น มึงนัดกูไว้นะเว้ย”

“ พูดมาก” ผมพูดแค่นั้นแล้วก็เดินกลับไปทางที่หัวแหวนกับเพื่อนมันอยู่ แต่ปรากฏว่าไม่มีแล้วหันมองไปรอบๆก็ไม่เจอ ผมที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร ก็หันไปเห็นพอดี ผมเลยจะเดินเข้าไป แต่ด้วยหัวแหวนมันไม่ทันระวัง เลยหันไปชนกับป้ายตั้งหน้าร้านขนาดใหญ่

“ อะ” หัวแหวนที่กำลังจะหน้าทิ่มลงพื้น

“ ซุ้มซ้าม!! ฉันบอกไว้ว่ายังไงห้ะ!” ผมที่เดินไปถึงตัวหัวเหวนก่อนที่เจ้าตัวลงล้มลงไป

“ คือ หนูแค่มาเดินดูของร้านนี้เอง แต่ไม่คิดว่า...”

“ เธอมันไม่เคยคิดอะไรทั้งนั้นแหละ” ผมพูดด้วยน้ำเสียติดจะหงุดหงิด ถ้าผมไม่เดินไปถึงตัวของหัวแหวนก่อน มันก็คงล้มก้มกระแทกไปละ

“ ก็หนูไม่เห็นป้ายนิ ปกติมันไม่มี”

“หัวแหวน?” ธีร์ที่พึ่งเห็นหัวแหวนก็เอ่ยเรียกเพราะตอนเดินตามเพื่อนมานั้น เขายังมองไม่เห็นหัวแหวน ได้แต่รีบจ้ำเดินตามเลิฟที่ไม่รู้จะรีบไปไหน

“ อ้าวพี่ธีร์ มาได้ยังคะเนี้ย มาเที่ยวหรอคะ” หัวแหวนมันถามอธีร์อย่างอารมณ์ดีผิดจากเมื่อกี้ลิบลับ

“ ไอ้เลิฟมากับเราหรอกหรอ พี่ก็คิดว่ามันพาสาวๆของมันมาซะอีก แล้วเราละ ทำไมมาเดินห้างไกลขนาดนี้” ธีร์มันถามไอ้เด็กที่ยืนเถียงกับผมอยู่ ละดูหน้ามัน ตอนคุยกับผมนี้หน้าอย่างกับปลาบู่ พอไอ้ธีร์มันทักหน่อยเดียวยิ้มร่าเลย

“ หนูนัดเพื่อนมาค่ะ นี้เพื่อนหนูดาวเหนือ มึงนั้นพี่ธีร์ พี่ที่ทำงาน... ประธารบริษัทเลยนะมึง” หัวแหวนมันหันไปแนะนำเพื่อนมันให้ธีร์รู้จัก เพื่อนมันก็ยิ้มตามประสานั้นแหละ แต่พอประโยคต่อมาที่หัวแหวนหันไปกระซิบกับเพื่อนมัน แต่อย่าเรียกกระซิบเลย ผมยืนอยู่ห่า'จากมันยังได้ยิน

“ เอ่อ พี่ธีร์สวัสดีค่ะ” ดาวเหนือเมื่อได้ยินว่าไอ้ธีร์เป็นประธารบริษัทก็ตาโต เอ่ยทักทายเสียงตะกุกตะกัก ดูก็รู้ว่าเขินไอ้ธีร์

“ ครับ” ไอ้ธีร์มันตอบกลับไปแค่นั้นแล้วหันไปหาหัวแหวนต่อ

“ แล้วนี้เราจะไปไหนต่อละ หรือว่ามาเดินซื้อของเฉยๆ”

“ ว่าจะไปหาไรกินอะพี่ เริ่มหิวแล้วด้วย” หัวแหวนมันทำท่าทางลูบท้องตัวเองปอยๆ คิดว่าน่ารักมากมั้ยห้ะ ละดูสายตา อ้อนไอ้ธีร์อย่างกับอะไรดี ทีกับเขานี้หน้าเป็นตูด

“ ไอ้เลิฟ พาน้องเขาไปกินข้าวก่อนละกัน ธุระค่อยคุย” ธีร์เดินไปหาหัวแหวนแล้วเอ่ยถามถึงร้านที่อยากจะไป ทิ้งให้เลิฟที่กำลังจะบอกว่าให้น้องมันไปกินกับเพื่อนเถอะแต่ก็ไม่ทัน เดินนำริ่วไปนู้น

“ เอ่อ พี่เลิฟ... ไม่เดินตามไปหรอคะ” ผมคิดว่าดาวเหนือจะเดินตามสองคนนั้นไปแล้วซะอีก

“ ไปสิ” ผมพูดตอบแค่นั้นก่อนจะเดินนำเพื่อนของไอ้เด็กแสบนั้นมายังร้านที่ทั้งสองคนได้เข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว และมันยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดเพราะแทนที่มันจะนั่งฝั่งตรงข้ามหัวแหวนแต่มันกลันั่งข้างหัวแหวนซะงั้น

“ ไปนั่งนู้น” ผมเดินไปตรงข้างๆมันแล้วบอก แต่คนที่โดนสั่งก็ยังนั่งหน้านิ่งไม่สนใจคำพูดผม

“ ไอ้ธีร์!”

“ อะไรครับคุณเลิฟเพื่อนรัก!”

“ กูบอกให้มึงไปนั่งนู้น” ผมใช้น้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าเดิม แต่ไอ้เพื่อนชั่วก็ยังบลอยหน้าลอยตาไม่สนใจคำพูดผม

“ กูจะนั่งข้างน้องมึง จะทำไม” ผมรู้นะว่ามันเน้นคำว่าน้องผมอะ

“ ไป นั่ง นู้น” ผมพูดกับมันทีละคำ จนสุดท้ายมันก็ลุกออกแล้วย้ายไปนั่งอีกฝั่งที่มีดาวเหนือนั่งอยู่ ละดูมันนั่ง เว้นไว้ซะ เหมือนรังเกียจน้องมันอะ

“ เอ่อ พี่ธีร์ขยับมาอีกก็ได้นะคะ” ดาวเหนือเอ่ยปากบอกไอ้ธีร์ เพราะแม่งนั่งจะริมจนจะตกอยู่ละ

“ ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ค่อยชอบอยู่ใกล้...” ไอ้ธีร์มันพูดเสียงเรียบ

“ เอ่อ” ดาวเหนือหน้าเสียทันทีที่ธีร์บอกไม่ชอบอยู่ใกล้

 

 

“ อยู่ใกล้หม้อนะครับ”

“ อ่อ ค่ะ”

-------------------- 

มาต่ออีกตอนเเล้วนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ 

ไรท์จะพยายามมาอัพบ่อยๆเท่าที่ทำได้น้าา 

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ 

1 คอมเมนต์ = 1 เเรงผลักดัน 

 

 

ความคิดเห็น