facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 17 ถ้ายังหยอดอีก ฉันจะไม่ทนแล้วนะ / บทที่ 18 ใครก็อย่าคิดมาขวางการตั้งใจเรียนของฉัน

ชื่อตอน : บทที่ 17 ถ้ายังหยอดอีก ฉันจะไม่ทนแล้วนะ / บทที่ 18 ใครก็อย่าคิดมาขวางการตั้งใจเรียนของฉัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 ถ้ายังหยอดอีก ฉันจะไม่ทนแล้วนะ / บทที่ 18 ใครก็อย่าคิดมาขวางการตั้งใจเรียนของฉัน
แบบอักษร

บทที่ 17 ถ้ายังหยอดอีก ฉันจะไม่ทนแล้วนะ 

ไม่นาน คนรับใช้ยกอาหารเช้าขึ้นมา ทั้งสี่คนนั่งลงเริ่มรับประทานอาหาร 

เยี่ยหวันหวั่นมองซือเยี่ยหานที่อยู่ข้างกาย แล้วมองหลินเชวีย เซี่ยเจ๋อจือ 

ได้นั่งทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันกับคนใหญ่คนโตที่เจิดจ้าทั้งสาม ทำให้เธอรู้สึกเหนือจินตนาการมาก 

เพราะในอนาคต ทั้งสามคนนี้เป็นถึงผู้ทรงอำนาจในแต่ละวงการ 

แต่ว่าตระกูลเยี่ยทำธุรกิจบันเทิง ทำให้คนที่เยี่ยหวันหวั่นสนใจที่สุดจึงยังเป็นราชาภาพยนต์เซี่ยเจ๋อจือ 

คงเป็นเพราะรู้สึกถึงสายตาที่ลอบมองไปบ่อยๆ ของเยี่ยหวันหวั่น เซี่ยเจ๋อจือเอียงศีรษะ กะพริบดวงตาดอกท้อดูดวิญญาณมาทางเธอ “เสี่ยวเยี่ยจื่อ อยากได้ลายเซ็นเหรอ?” 

บ้าเอ๊ย! สายตานั้นเฉียบสุดๆ! 

หมอนี่เป็นจิ้งจอกหนุ่มจริงๆ มิน่าล่ะถึงได้ขโมยหัวใจของสาวน้อยทั้งประเทศ Z ไปได้ 

ลายเซ็น! เธอต้องอยากได้อยู่แล้ว!  

เซี่ยเจ๋อจือเป็นถึงนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมที่จะเข้าชิงออสการ์ในอนาคต! เป็นดาราชายคนแรกของประเทศ Z ที่จะได้รางวัลออสการ์! ถ้าต่อไปเธอเอาลายเซ็นนี้ไปขายก็เป็นเงินจำนวนมากทีเดียว! 

แม้กระทั่งตอนนี้ เซี่ยเจ๋อจือก็ได้รางวัลมากมาย เป็นบุคคลที่ฮอตที่สุดในวงการบันเทิงตอนนี้ และเป็นดาราชายที่สาวๆ ทั้งประเทศ Z คลั่งไคล้ที่สุด 

ไม่ต้องพูดถึงลายเซ็นที่เขาเซ็นกับมือ ต่อให้เป็นตู้โทรศัพท์ที่มีรูปประชาสัมพันธ์ของเขา ก็กลายเป็นสถานที่ฮอตฮิตให้การเที่ยวชมได้ มีแฟนคลับสาวจำนวนนับไม่ถ้วนต่อแถวเพื่อถ่ายรูปคู่กับตู้โทรศัพท์ทุกวัน 

แต่ว่า เมื่อนึกถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของของโรคจิตบางคน เยี่ยหวันหวั่นตัดใจส่ายศีรษะ 

ใครจะกล้ารับลายเซ็นของชายอื่น? นอกเสียจากว่าเธอไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว! 

เห็นเยี่ยหวันหวั่นท่าทางอยากได้มากๆ แต่พอเหลือบมองซือเยี่ยหานแล้วก็กลั้นใจส่ายศีรษะทันที เซี่ยเจ๋อจือจึงหัวเราะเบาๆ ออกมา “เสี่ยวเยี่ยจื่อน่ารักจริงๆ” 

เยี่ยหวันหวั่นอึ้งไป 

ราชาภาพยนตร์นายพอได้แล้ว! ถ้าหยอดอีก ฉันจะไม่ทนแล้วนะ! นายไม่เห็นเหรอว่าเพื่อนของนายคนนั้นมีเมฆดำลอยอยู่บนหัวแล้ว?  

หลินเชวียที่อยู่ด้านข้างปรายตามองเซี่ยเจ๋อจือ เบะปากรังเกียจ “เซี่ยซาน (คุณชายเซี่ยสาม) ศีลธรรมของนายล่ะ? คิดไม่ถึงว่าแม้แต่เยี่ยหวันหวั่นก็อ่อยลง...” 

เซี่ยเจ๋อจือแตะนิ้วลงเบาๆ ที่น้ำค้างบนกลีบกุหลาบในแจกัน เอ่ยเนิบๆ ว่า “ผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนเป็นดอกไม้ ควรจะถูกรักและทะนุถนอม” 

คำพูดนี้พูดได้ตรงใจของเยี่ยหวันหวั่น เธอรีบค้อนใส่หลินเชวีย “ได้ยินหรือยัง? เรียนรู้ไว้ซะบ้างนะพ่อหนุ่มโสด!” 

หลินเชวียพลันฉุนเฉียว “เฮ้ย! พูดว่าใครโสดน่ะหา! เธอน่ะสิโสด!” 

เยี่ยหวันหวั่นหันมองไปทางซือเยี่ยหานข้างๆ “ที่รัก หลินเอ้อร์ว่าฉันโสด! คุณว่าเขาหมายความว่ายังไง นี่มันแช่งให้เราเลิกกันชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?” 

ซือเยี่ยหานได้ยินคำเรียก ‘ที่รัก’ ของเยี่ยหวันหวั่น สายตาพลันชะงัก เมื่อได้ฟังจนจบ สายตาเย็นชาก็ยิงไปทางหลินเชวีย 

หลินเชวียตกใจจนขดตัวกลมทันใด “พี่เก้า ฉันผิดไปแล้ว ฮือๆๆ...” 

เยี่ยหวันหวั่นยัยตัวดี! 

เซี่ยเจ๋อจือหันไปทางซือเยี่ยหาน เอียงศีรษะเล็กน้อย สายตาลุ่มลึกมองผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดผมเขียว “ฮึๆ น้องเก้า ไม่เจอกันไม่กี่วัน เด็กในบ้านนายเปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคนเชียว?” 

ซือเยี่ยหานเหลือบมองสาวน้อยที่ว่า 

เปลี่ยนเป็นคนละคน? 

การเปลี่ยนแปลงเดียวของเธอ ก็เพียงแค่ฉลาดขึ้นมาหน่อย เปลี่ยนวิธีหนีไปจากเขาก็เท่านั้น 

เห็นสายตาของซือเยี่ยหานหม่นลง เซี่ยเจ๋อจือเลิกคิ้ว ทำท่าทางเหมือนกลัวโลกจะไม่วุ่นวาย “เฮ้อ ในเมื่อรู้เป้าหมายของเธออยู่แล้ว ทำไมยังยอมตามใจเธออีก? นี่ไม่เหมือนนายเลยนะ” 

“กินอิ่มแล้ว ฉันไปเรียนแล้วนะ!” 

เวลานี้เอง เยี่ยหวันหวั่นทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เธอหยิบกระเป๋าหนังสือและสัมภาระด้านข้าง แล้วบอกลาซือเยี่ยหาน 

ขณะกำลังออกไป เมื่อเดินไปถึงครึ่งทางก็หันกลับมา วิ่งตึกตักๆ มาข้างหน้าซือเยี่ยหาน หลังสะพายกระเป๋าหนังสือ แขนนุ่มนิ่มทั้งสองข้างกอดคอเขาไว้ ก่อนจูบที่มุมปากหนึ่งที “อย่าลืมคิดถึงฉันล่ะ!” 

พูดจบก็กระโดดโลดเต้นจากไป เหลือคนสามคนกับอาการตาโตอ้าปากค้างทิ้งไว้ 

ครู่หนึ่ง ซือเยี่ยหานพิงพนักเก้าอี้ สายตาไม่แยแสปรายไปทางเพื่อนสนิท “ตอนนี้รู้หรือยัง?” 

นี่ก็คือเหตุผล 

เหตุผลที่เขาไม่อาจต่อต้านได้ 

 

 

บทที่ 18 ใครก็อย่าคิดมาขวางการตั้งใจเรียนของฉัน 

โรงเรียนมัธยมปลายชิงเหอ 

โรงเรียนเอกชนที่มีคุณภาพการศึกษาสูงที่สุด และมีอัตราการเข้าศึกษาต่อสูงที่สุดในเมืองหลวง 

นักเรียนที่สามารถเข้าเรียนที่แห่งนี้ได้ ถ้าไม่ใช่คนที่ครอบครัวมีฐานะมีภูมิหลังดี ก็เป็นนักเรียนที่มีคะแนนโดดเด่นซึ่งเข้าศึกษาด้วยทุนการศึกษาเต็มจำนวน 

เยี่ยหวันหวั่นเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ได้เพราะเวลานั้นพ่อของเธอยังเป็นประธานของเยี่ยกรุ๊ป 

คะแนนต่ำเรี่ยดินของเยี่ยหวันหวั่นเป็นเพราะเธอมีความรักในวัยเรียน หัวใจสาวน้อยทั้งดวงอยู่ที่กู้เยว่เจ๋อคู่หมั้นที่สูงสง่าหล่อเหลา ทั้งวันเอาแต่เปลี่ยนลูกไม้ไปเรื่อยเพื่อเอาใจเขา แค่จดหมายรักเธอก็เขียนไปหลายร้อยฉบับ พับนกกระเรียนกระดาษไปหลายพันตัว 

ต่อมาซือเยี่ยหานมาชอบพอเข้า วันๆ ก็ทำตัวต่อต้านเขา ไหนเลยจะมีเวลาศึกษาเล่าเรียน 

แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องกระทบผมสีเขียวเด่นสะดุดตาของเธอ เยี่ยหวันหวั่นยืนอยู่หน้าประตูใหญ่โรงเรียนมัธยมปลายชิงเหอ มองดูคำว่า ‘โรงเรียนมัธยมปลายชิงเหอ’ ที่ส่องประกายอยู่เหนือศีรษะ ในใจลอบตัดสินใจว่า 

ช่างมัน ครั้งนี้ใครก็อย่าคิดขวางการตั้งใจเรียนของฉัน! 

เดินอยู่ในโรงเรียนที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคย ริมทางเดินสองฝั่งเรียงรายด้วยต้นไม้โบราณที่มีอายุมายืนยาว อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นสดชื่นของต้นไม้ใบหญ้า ตึกเรียนหลังคาสีแดงเก่าแก่ตั้งอยู่ไกลๆ เสียงประกาศกำลังเปิดเพลงทำนองเนิบช้า กลุ่มนักเรียนสะพายกระเป๋ารีบกรูไปที่ห้องเรียนกันอย่างจอแจ... 

ตั้งแต่เกิดใหม่หลายวันมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกว่าตัวเองได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งจริงๆ 

พอมองท้องฟ้าสีครามเหนือศีรษะ จู่ๆ ก็พลันรู้สึกอยากร้องไห้ 

เธอไม่สนใจสายตาประหลาดรอบกายและเสียงซุบซิบนินทาแม้แต่น้อย 

เทียบกับสิ่งที่เธอต้องประสบพบเจอในชาติก่อน สำหรับเธอแล้วคำซุบซิบนินทาในโรงเรียนเหล่านี้ไม่เจ็บไม่คันสักนิด 

“โอ้โห! นั่นใครน่ะ! ทำเอาฉันตกใจจนเกือบชนต้นไม้!” หนุ่มคนหนึ่งหลบต้นไม้ใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด ใบหน้าตกใจราวกับเห็นผี 

ผู้หญิงข้างกายเอ่ยเสียงแหลม “นายก็ไม่รู้จักแม้แต่เธอเหรอ? เยี่ยหวันหวั่นห้อง F ไง!” 

“เชี่ย! เธอก็คือเยี่ยหวันหวั่นเองเหรอ? สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ!” เขาถอนหายใจอย่างชื่นชม 

ผู้หญิงอีกคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้ารังเกียจ “วันๆ เอาแต่แต่งหน้าหนาเตอะ แต่งตัวประหลาดพิลึกก็ช่างเถอะ แต่คะแนนยังแย่มากอีก สี่ปีแล้วก็ยังเรียนไม่จบ ได้ยินว่าชีวิตส่วนตัวก็ไม่ได้ทำตัวดีนัก วันๆ เอาแต่โดดเรียน ก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรข้างนอก คนแบบนี้ทำไมถึงยังไม่โดนไล่ออกไปอีก? น่าขายหน้าพวกเราชาวชิงเหอจริงๆ” 

นักเรียนหนึ่งในนั้นแทรกขึ้นประโยคหนึ่งว่า “คิดว่าไล่ออกไม่ได้น่ะสิ! ว่ากันว่าบ้านเธอมีอำนาจมากเลยนะ?” 

ใบหน้าของหญิงสาวพลันเปลี่ยนเป็นเหยียดหยัน “น้อยๆ หน่อย! ได้ยินเฉินเมิ่งฉีบอกว่า พ่อของเยี่ยหวันหวั่นใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ถูกบริษัทไล่ออกไปตั้งนานแล้ว ยังติดหนี้พวกเงินกู้นอกระบบอีกเป็นหางว่าว ไม่รู้ว่ายังมีอะไรน่าภูมิใจอยู่อีก วันๆ ไม่สนใจกฎระเบียบโรงเรียน ไม่เห็นหัวคนอื่น! 

ทว่าคืนวันดีๆ ของเธอคงอยู่อีกไม่นานแล้ว ฉันได้ยินมาว่าโรงเรียนเตรียมไล่เธอออกแล้ว อีกสักพักพวกหัวหน้าข้างบนจะมาตรวจสอบ ถ้าหัวหน้ารู้เข้าว่าโรงเรียนของเรามีนักเรียนแบบนี้อยู่ ชื่อเสียงกว่าร้อยปีของชิงเหอจะพินาศเอา!” 

ทุกคนที่ล้อมดูอยู่ล้วนมีสีหน้ายินดี “ในที่สุดก็ไม่ต้องอยู่โรงเรียนเดียวกับคนประเภทนี้แล้ว!” 

ความคิดเห็น