ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 ติดกับ 100%

ชื่อตอน : บทที่ 3 ติดกับ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 995

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2564 05:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ติดกับ 100%
แบบอักษร

บทที่ 3 ติดกับ 100%  

 

 

พี่แทนใกล้จะ 1000 โหลดแล้วจ้า ^/\^ 

 

 

*** อัป 60%**** 

บทที่ 3 ติดกับ 

ใกล้สามทุ่มแล้ว แต่ธาวินยังกลับไม่ถึงบ้านเลย เขาคงใจดีกับปานวาดมากไปหน่อย หล่อนเลยกล้าเอ่ยติดรถเขาไปลงบ้าน มันทางเดียวกันเขาเลยเออออ และใช่ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขาเลยประชดด้วยการขับรถเข้ามาในซอย เพื่อส่งหล่อนถึงหน้าบ้านเสียเลย 

“อันที่จริงปริมเดินเข้ามาเองได้นะคะ” 

“เหรอ...เธอน่าจะบอกเร็วกว่านี้ ไม่ใช่ว่าจวนจะสุดซอยแล้วค่อยบอก” เขาประชดคืน  

ปานวาดนั่งหน้ามุ่ย เหลือบมองผู้กำกับจอมเจ้าอารมณ์ก็ได้แต่ทอดถอนใจ เขาดูเป็นคนดีนะ ดีเฉพาะตอนที่เขาไม่อารมณ์เสียไง ผู้ชายนี่เรียกวัยทองได้ไหม เธอคิดว่าธาวินคงเข้าวัยทองมาหลายปี ยิ่งพักนี้เขามักหัวเสียด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทีมงานไม่ว่าใครก็เข้าหน้าไม่ติด แต่ว่า เรื่องของธาวินเอาไว้ก่อนเถอะ เรื่องของเธอนี่สิสำคัญกว่านั้นมากนัก 

“หลังนั้นใช่ไหม” 

“ค่ะ” ตอบเขาแล้วเริ่มกริ่งเกรง ไฟในบ้านเปิดอยู่ เมื่อเช้าตอนเธออกจากบ้านมา สามีเธอออกมาพร้อมกันนี่นา เขาบอกว่ามีนัดกับเพื่อน เธอไม่คิดว่าเขาจะกลับเร็ว ปกติถ้าได้ออกจากบ้านละก็ เป็นอาทิตย์เชียวนะกว่าเขาจะกลับเข้ามา “จอดตรงนี้ได้ค่ะ เดี๋ยวปริมเดินไป” เธอย้ำอีก 

“อีกไม่กี่ก้าวแล้ว จะเดินทำไม” เขาไม่ยอมทำตามคำร้องขอ เหลือบมองคนข้างๆ ก็เห็นกำมือแน่นอยู่บนตัก มือเล็กๆ นั่นกำลังสั่นชอบกล 

“คุณวินคะ ช่วยจอดตรงนี้เถอะ ได้โปรด...”  

เมื่อเสียงร้องขอเว้าวอนเกินปกติ ธาวินก็ได้จอดรถเลียบข้างทาง ปานวาดรีบขอบคุณกันยกใหญ่ ก่อนจะเผ่นลงจากรถไปในเวลาที่ผู้ชายคนหนึ่งเดินโซเซออกมาที่หน้าบ้าน หล่อนเดินไปหาชายคนนั้น คุยกันไม่กี่คำสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผมบนของศีรษะของปานวาดถูกกระชากแรง เหมือนว่าพวกเขาจะทะเลาะกัน เขาดูอยู่ห่างๆ ก็เรื่องผัวเมียนี่นา แต่ว่า...พอนั่งดูได้สักอึดใจ ร่างบอบบางของปานวาดก็ถูกตบตีจนล้มลง เขาทนไม่ไหว ต้องก้าวลงจากรถด้วยความเคืองใจยิ่ง เขาไม่ใช่คนดีหรอกนะ ออกจะเสเพลตามประสาชายโสด แต่การทำร้ายผู้หญิงนี่ไม่ใช่ทางของเขาจริงๆ 

“นี่คุณ! ค่อยๆ พูดกันได้ไหม เธอเจ็บนะ” เขาเอ่ยกับคนที่คงเป็นสามีของปานวาด จะพยุงหล่อนลุกยืน แต่เจ้าตัวโบกมือห้ามพัลวัน 

“อะไร! ไอ้เหี้ยนี่เป็นใคร รู้จักกันเหรอ หรือว่า...ที่กลับค่ำมืดนี่ไปกับมันมาฮะ!” ชายร่างผอมสูงปรี่เข้าหาปานวาดด้วยท่าทีดุกร้าว สองมือเขาดึงคอเสื้อปานวาดขึ้นมาถามไถ่  

“เจ้านาย เขาเป็นเจ้านายค่ะพี่” 

“เจ้านายงั้นเหรอ มึงไปเอากับมันมาใช่ไหม!” 

“พี่กฤติ!” ปานวาดร้องระงม มองหน้าธาวินแล้วอับอายยิ่งนัก  

“พูดอย่างนี้อยากมีเรื่องหรือคุณ เธอเป็นลูกน้อง ผมแค่มีน้ำใจมาส่ง จะอะไรนักหนา” ธาวินแก้ต่าง 

“ไม่ต้องมาแก้ตัว คงจะแวะโรงแรมกันมาแล้วใช่ไหม!” 

พลัวะ! 

“อ๊าก! มึง! มึงกล้าชกกูเหรอ!” กฤติร้องถาม ร่างเซไปพิงประตูรั้ว ด้วยแอลกอฮอล์ที่อยู่ในร่างทำให้พละกำลังของเขาไม่เต็มร้อยนัก  

“เออ! เมาเหมือนหมาแล้วยังตบตีเมีย ไม่น่าเรียกผัว น่าจะเรียกเหี้ย!” 

“ไอ้เวร!” กฤติก่นด่าคนที่บังอาจมาชกกัน จะถลาไปหาเจ้านายของปานวาดแต่กลับถูกเจ้าหล่อนยืนขวางไว้ 

“พี่กฤติ พอเถอะ! ฉันขอร้อง!” 

“หลีก! อีเวรนี่! มึงให้ชู้มาเล่นกูใช่ไหม!? มึงโดน วันนี้มึงเจ็บตัวแน่!” 

เผียะ! เผียะ! 

เสียงฝ่ามือใหญ่ของชายชาญ ฟาดลงที่แก้มบางของอิสตรี ปานวาดล้มเซเพราะแรงตบซ้ำๆ หูอื้อตาลายเพราะการกระทำของสามี 

ธาวินไม่พูดพร่ำทำเพลง ใช้มือใหญ่กระชากคนตรงหน้ามารับหมัดของเขาแต่โดยดี 

พลัวะ! พลัวะ! 

สองหมัดติดต่อกันทำเอาคนเมาพูดไม่ออก เลือดกบปาก ตาลอยเพราะเจ็บเกินบรรยาย เขาเงื้อแขนเตรียมจะซัดไอ้คนสารเลวอีกสักหมัด แต่อ้อมแขนเล็กๆ ที่กอดรัดเอวเขา รั้งเขามิให้เข้าใกล้สามีของหล่อนก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนใจ 

ปานวาดไม่รู้จะทำอย่างไรในนาทีนั้น เธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มิได้มีกำลังเรี่ยวแรงมากมาย แต่นาทีนี้ จำต้องโผเข้าหาธาวิน รั้งเขาไว้ด้วยสองแขนเล็กๆ คู่นี้ ก่อนที่เขาจะประเคนหมัดใส่สามีของเธอ 

“พอ! ได้โปรด เขาเจ็บนะคุณวิน เขาเจ็บ!” 

การปกป้องผู้ชายที่ทำร้ายตัวเอง ช่างน่าขันนักในสายตาของธาวิน แต่กระนั้นเขาก็ยอมทำตามสิ่งที่หล่อนร้องขอ ลดแขนที่เงื้อค้าง ลดหมัดที่กำลังจะเสยใต้คางของคนเมาลง 

“ปล่อยฉัน!” เขาบอกคนที่ยังไม่ยอมปล่อยแขนออก แขนเล็กๆ ที่กำลังปกป้องสามีนี่น่ารำคาญจริงๆ 

“ขอโทษค่ะ ก็คุณ...” 

“ไม่ต้องพูดแล้ว โง่หรือเปล่า ผัวตบตีขนาดนี้ยังปกป้องอยู่ได้” 

ปานวาดก้มหน้ายอมรับ ธาวินไม่อาจเข้าใจ คนที่อยู่รอบตัวเขาไม่เคยเป็นอย่างหล่อนสักคน ผัวเมียที่รักกันเขาทำกันอย่างนี้หรือ ตบตีกันง่ายๆ เนี่ยนะ 

“เขาแค่เมา” อ้อมแอ้มตอบคุณผู้กำกับ เขาดึงปลายคางเธอขึ้นจนใบหน้าแหงนเงย และพอได้สบสานสายตา เธอก็ได้รู้ว่าดวงตาเขามีความมุ่งมั่นปานใด แม้ปากก่นด่าว่าโง่งม แต่กลับยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ตกลงเขาจะดีหรือร้ายกันแน่นะ 

“เฮ้อ...โง่จนน่ารำคาญ” เขาส่ายหัวให้คำแก้ต่างของปานวาด ก่อนจะชี้ลงยังร่างคนเมาที่ตอนนี้สลบเหมือดด้วยหมัดของเขาและเหล้าที่ดื่มเข้าไป 

“ช่วย...พาเข้าไปข้างในได้ไหมคะ ขอร้อง...” 

ธาวินไม่ได้อยากใจดี แต่หากปล่อยไว้ข้างนอก ก็ไม่รู้ว่าปานวาดจะลากสามีหล่อนเข้าบ้านได้อย่างไร เขาต้องจำใจช่วย และได้รับเพียงน้ำเปล่าเย็นๆ เป็นสิ่งตอบแทน 

“ขอโทษนะคะ ที่บ้านไม่มีน้ำอัดลมเลย” เอ่ยขออภัยคนที่นั่งอยู่บนโซฟากลางเก่ากลางใหม่ของเธอ หน้าตาเขาไม่ได้ยินดีนัก แต่ก็ดื่มน้ำในแก้วดังอึกๆ ทีเดียว 

“กลิ่นอะไรในน้ำ” 

“ดอกมะลิค่ะ น้ำแช่ดอกมะลิที่ข้างบ้านนี่เอง” ตอบเขาแล้วบิดผ้าขึ้นจากน้ำแล้วเอาไปเช็ดมุมปากให้คนเมา แอบเคืองธาวินที่ทำเกินไป จนสามีเธอเจ็บตัวอย่างนี้ 

“ถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง คงเป็นเธอที่เป็นฝ่ายสลบเหมือด และฉันเดาได้เลยว่าสามีที่แสนดีของเธอคงไม่มานั่งปรนนิบัติเธออย่างนี้แน่” ประชดหล่อนแล้วกวาดตาสำรวจบ้านหลังน้อยเสียรอบหนึ่ง 

ดวงตาคู่สวยค้อนผู้กำกับหนุ่มไปทีหนึ่ง น่ารำคาญนะที่เขาดันเดาถูก เธอทิ้งผ้าชื้นๆ ลงในกะละมังใบน้อยเมื่อใบหน้าของสามีเกลี้ยงเกลาไร้รอยเลือด ส่วนแผลที่มุมปากของเขา ทิ้งไว้ให้หายเองคงได้กระมัง ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เธอจะเจอกับอะไรบ้าง ขออย่าให้มันรุนแรงจนเธอรับไม่ไหวก็แล้วกัน 

“ไม่เห็นมีเลย”  

จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมา ปานวาดเป็นงง 

“อะไรคะ” 

“รูปแต่งงาน หรือแค่...รูปคู่สักใบ” 

ปานวาดเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย “ไม่ได้แต่งหรอกค่ะ เราแค่รักกัน” 

“เธอสิที่รักเขาฝ่ายเดียว” 

“เมื่อก่อนเขาไม่เป็นอย่างนี้ค่ะ เขาแสนดี และน่ารักมาก” 

ธาวินมองคนหลับที่ปานวาดบอกว่าน่ารัก ให้ตายเถอะ ไอ้เบื๊อกนี่มันน่ารักตรงไหน! 

“อา...พอเถอะ ยิ่งเธอแก้ตัวแทนไอ้บ้านี่ฉันยิ่งรำคาญ อ้อ...ฉันไม่ขอโทษหรอกนะที่ชกมันจนเลือดกบปาก สาบานว่าถ้าเห็นมันทำเธออีก ฉันก็จะชกอีก ชกแรงกว่าเดิมด้วย” 

“คุณวิน...” 

“ไม่ต้องพูดละ ขอบใจแล้วกัน ต่อยหน้าไอ้บ้านี่ช่วยให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นเยอะ ถ้าอยากได้ค่ารักษาพยาบาลก็ไปหาหมอแล้วเอาใบเสร็จมาแล้วกัน ยื่นกับพี่เหน่งได้เลย” 

ปานวาดไม่โต้ตอบข้อเสนอแนะที่คล้ายประชดนั้น เธอเดินไปส่งเขาที่หน้าบ้าน ถึงอย่างไรก็คงต้องขอบคุณที่เขายื่นมือเข้ามาช่วยทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องทำ 

“ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณ ปริมคงเจ็บตัวมากกว่านี้” 

“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงต้องทนกับอะไรแบบนี้ด้วย” 

“ความหวังมั้งคะ หวังว่าวันหนึ่งคนที่แสนดีของเราจะกลับมา เราหมดหวังไม่ได้หรอกค่ะ” 

“เฮ้อ...ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของฉันนี่นา ฉันกลับดีกว่า” 

“ขอบคุณนะคะ” เธอยกมือไหว้เขา ส่วนเขาก็ตีหน้ายักษ์ส่งคืน 

“เธออายุน้อยกว่าฉันกี่ปีกัน ไม่ต้องไหว้จะได้ไหม บอกไม่เคยจำ” 

“ขอโทษค่า...” ปานวาดเอ่ยขออภัย เธอส่งเขาที่รั้วหน้าบ้าน ก่อนจากไป ผู้กำกับคนดียังได้หันกลับมา เพื่อบอกเธอว่าให้หาอะไรประคบแก้มตุ่ยๆ มิให้มันบวมมากกว่าที่เป็น ความห่วงใยของชายผู้แข็งกระด้าง มันเป็นเช่นนี้เองหรือ ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา เธอไม่เคยพบด้านนี้ของเขาเลย ด้านที่หัวใจดวงนั้นเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น ด้านที่ผู้ชายคนหนึ่งจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษอย่างชัดเจน เธอชื่นชมเขาได้ไหมนะ ไม่...ไม่ได้สิ เธอมีสามีแล้วนี่นา การชื่นชมผู้ชายที่มิใช่สามีมันไม่สมควรเลย  

จู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงประหลาด อะไรกันนะ เพียงแค่ผู้ชายอื่นที่มิใช่สามีมาทำดีด้วย ทำไมหัวใจเธอถึงเป็นเอามากขนาดนี้ เขาไม่ได้ตกหลุมรักเธอเสียหน่อย เขาก็แค่เวทนาคนที่ไร้ทางสู้เท่านั้นเอง 

“เฮ้อ...คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนะเรา ยังมีงานอีกหลายอย่างต้องทำก่อนนอนนี่นา เข้าบ้านได้แล้ว” บอกตัวเองแล้วหันหน้ากลับเข้าบ้าน งานนอกบ้านเสร็จสิ้นแต่งานในบ้านยังมี เสื้อผ้ายังไม่ได้ซัก บ้านยังไม่ได้ถู จานชามยังไม่ได้ล้าง กว่างานจะเสร็จคงปาเข้าไปใกล้เที่ยงคืนกระมัง 

 

บทที่ 4 

 

แผนการอันแยบยล 

 

 

 ******* ^^ เอาละค่ะ ทีมคนบาปเตรียมตัวนะคะ 

 สามีของปริมจะเป็นยังไงนะ และคุณผู้กำกับปริมจะสปาร์คกันตอนไหน ติดตามนะคะ  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว