ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายค่ะ ***ติดตามนักเขียนได้ทาง **เพจ : วิธารา Doublevee

ชื่อตอน : 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 05:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1
แบบอักษร

ความปวดร้าวบริเวณศีรษะและดวงตาทั้งสองข้างคือสิ่งแรกที่ ภูวิศ สุริยกิจ รู้สึกในตอนนี้ ดวงตาทั้งสองถูกปิดไว้ด้วยผ้าพันแผลสีขาว ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยรอยถลอกซึ่งเป็นผลมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในค่ำคืนที่ผ่านมา ร่างแกร่งขยับตัวจะลุกขึ้นจากเตียง เขาพยายามใช้สายตาเพ่งมองไปรอบๆทิศแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความมืดมนไร้ซึ่งแสงใดๆผ่านเข้ามา

“ตาผม”เขานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด มือหนายกขึ้นจับดวงตาผ่านผ้าพันแผล

“คุณภู คุณฟื้นแล้ว!”นิรชาวางผลไม้ที่กำลังปลอกลงและรีบเดินเข้าไปที่เตียงคนป่วยด้วยความดีใจ

“เจ็บตรงไหนไหม?”มือนุ่มจับแขนแกร่งของสามีไว้แน่น แววตาของเธอที่มองเขาเต็มไปด้วยห่วงใย

ภูวิศหันไปตามทิศทางเสียงก่อนจะข่มอารมณ์ผิดหวังเอาไว้และฝืนยิ้มออกมาสุดกำลัง

“เจ็บสิ เจ็บมากด้วย”เขาข่มความรู้สึกเอาไว้ในน้ำเสียงก่อนจะดึงมือของภรรยาสาวออกห่างตัว

ความเจ็บปวดทางกายที่ประสบไม่เจ็บปวดเท่าสิ่งที่เขาได้รับรู้มา ภาพเหตุการณ์ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุยังคงติดตรึงสู่กลางใจหัวใจแกร่งเจ็บแปลบเจียนตายทุกครั้งที่นึกถึง

“เดี๋ยวนิ้งจะไปตามหมอให้”

“ไม่ต้อง”เขาขึ้นเสียงด้วยความเกรี้ยวกราดจนหญิงสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ

“เอ่อ...ผมหมายถึงผมไม่เป็นไรมากหรอก ขอน้ำให้ผมดื่มซักแก้วได้ไหม?”ภูวิศรีบปฏิเสธเมื่อรู้ว่าเผลอใช้อารมณ์มากเกินไปจึงพยายามปรับเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติ

นิรชาแอบลอบมองเสี้ยวหน้าของคนป่วยเล็กน้อยและแอบแปลกใจกับบุคลิกท่าทางที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ลุงหมอคงจะมาตรวจแล้ว”ประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของนายแพทย์วศินเดินเข้ามาตรวจเยี่ยมอาการคนไข้

“ลุงหมอสวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับลุงหมอ”แม้จะมองไม่เห็นแต่ชายหนุ่มก็ยังรักษาไว้ซึ่งมารยาทที่เคยมีต่อหน้าญาติผู้ใหญ่

“เป็นไงบ้างภูเจ็บตรงไหนไหม?”

“ปวดหัวนิดหน่อยครับ แล้วก็ปวดตาสองข้างด้วย”เขาบอกอาการโดยไม่ปกปิด

“อาการผมเป็นยังไงบ้างครับ?”

“ตอนนี้ยังบอกอะไรแน่ชัดไม่ได้ อุบัติเหตุที่ผ่านมามันทำให้จอประสาทตาของภูฉีกขาด เบื้องต้นลุงรักษาด้วยการผ่าตัดให้แต่ก็ต้องมาดูว่าหลังจากนี้แนวโน้มการรักษาจะดีขึ้นหรือแย่ลงยังไงบ้าง”

“หมายความว่าไงเหรอครับ ผมจะตาบอดรึเปล่า?”

“ลุงยังบอกไม่ได้ตอนนี้ แต่ลุงอยากให้ภูเผื่อใจไว้บ้าง “

ภูวิศนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ

“ทานข้าวทานยาซะ ลุงรู้ว่าภูอาจจะหงุดหงิดและเครียดแต่อย่าพาลไปลงกับคนที่ตัวเองรักเขาจะเสียใจเอา”วศินเบนสายตาไปมองใบหน้าซีดเซียวของหลานสะใภ้ ก่อนจะแตะไหล่และให้กำลังใจ

 “ขอบคุณลุงหมอมากนะคะ”นิรชาเดินไปส่งนายแพทย์วศินที่หน้าห้องและกลับมาเตรียมอาหารใส่จานให้ภูวิศ

 “ถ้าผมตาบอดขึ้นมาจริงๆคุณจะทำยังไง?”คนป่วยเอ่ยถามเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องปิดลง

“คุณอย่าเพิ่งคิดไปก่อนสิคะ มันอาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ เดี๋ยวนี้คุณหมอเก่งจะตายคุณต้องหาย”เธอยิ้มและพูดให้กำลังใจเขา

“แล้วถ้าไม่หายละ คุณจะทิ้งผมไหม?”เขาถามในสิ่งที่ตัวเองก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่าอนาคตข้างหน้ายังไงผู้หญิงคนนี้ก็ต้องไปจากเขาอยู่ดีขึ้นอยู่กับว่าจะเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง

เป็นนิรชาที่นิ่งไปชั่วขณะแวบหนึ่งเธอก็นึกสงสารเขาจับใจสำหรับเธอภูวิศเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เธอจำต้องหลอกแต่งงานเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง

ภูวิศและนิรชาเริ่มคบหาเป็นแฟนกันเป็นเวลาหนึ่งปีและแต่งงานกันเข้าเดือนที่สามก่อนที่ชายหนุ่มจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ 

“ผมขออยู่คนเดียวซักพัก”เมื่อเธอไม่ตอบเขาจึงเลือกที่จะตัดบทไม่ถามต่อ

“ไม่ได้ค่ะตาคุณยังปิดแบบนี้อยู่คนเดียวจะเป็นอันตราย ถ้าคุณตกเตียง หรืออยากไปเข้าห้องน้ำจะทำยังไง? ฉันรู้ว่าคุณอาจจะเครียดเรื่องอาการป่วย แต่ฉันอยากให้คุณรู้ไว้ว่าฉันจะอยู่ข้างคุณเสมอ”

ชายหนุ่มนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเล่นตามเกมของภรรยาสาวในเมื่อเธอกล้าเล่นละครหลอกเขา กล้าเอาความรู้สึกของคนคนหนึ่งมาย่ำยี เขาก็จะทำให้เธอรับรู้ว่าคนอย่างภูวิศ ไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ครอบครัวและชู้รักของเธอมาหลอกใช้กันได้ง่ายๆ

 

 

 

********************

ฝากติดตามด้วยนะคะ

ความคิดเห็น