email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 107

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2564 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10
แบบอักษร

ตอนที่ 10

“ ไปนอนซะ พรุ่งนี้จะพาไปเอาเสื้อผ้า” ยังไม่ทันที่หัวแหวนจะได้พูดอะไร เลิฟก็ชิงพูดก่อนแล้วเดินเข้าห้องตนไป โดยที่หัวแหวนยังยืนงงอยู่เลย ไหนจะเรื่องเมื่อตอนอยู่บนรถนั้นอีกอะ ถึงจะไม่ใช่จูบแรกแต่มันก็เขินมั้ยอะ หัวแหวนได้แต่คิดแล้วก็สงสัยยย แต่ทำไงได้

“ เข้าไปอาบน้ำนอนดีกว่า” หัวแหวนบอกกับตัวเองเบาๆแล้วเดินกลับไปที่ห้อง แต่ไม่ทันจะได้อาบน้ำเลย ก็ต้องเดินออกจากห้องของตนไปยังห้องของเลิฟที่อยู่ตรงข้าม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“...” เลิฟเปิดประตูออกมาทันทีหลังจากหัวแหวนเคาะแต่เลือกที่จะทำหน้าเชิงถามว่ามาเคาะทำไม

“ คือ เสื้อหนูหมดแล้วอะ ชุดนอนหนูเอามาแค่2ชุดเอง” หัวแหวนพูดไปมื้อก็จับกันอย่างไม่รู้ตัว นิ้วชี้เรียวยาววนรอบนิ้วชี้อีกข้างอย่าลืมตัวเมื่อต้องการคำตอบ หัวแหวนมันจะเป็นแบบนี้อยู่ประจำถ้าลุ้นมากๆหรือเครียดมากๆ ความเร็วของการหมุนวนนิ้วอยู่ที่ความเครียด ณ ตอนนั้น

“ ใส่ซ้ำไม่ได้หรือไง”

“ ก็หนูใส่ไปแล้ว ไม่อยากใส่ซ้ำ”

“ เรื่องเยอะ” เลิฟพูดเหมือนรำคาญนิดๆแต่ก็ยอมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อยืดสีดำให้

“ กางเกงฉันเธอคงใส่ไม่ได้” เลิฟว่าจบหัวแหวนก็รับเสื้อมาแล้วยกมือไหว้ขอบคุณเลิฟพร้อมกันหันหลังเดินกลับห้องไป เลิฟที่มองดูหัวแหวนตอนที่กำลังเดินไปที่ห้อง สายตาเจ้ากรรมก็ดันไปมองสะโพกของไอ้เด็กแสบนั้นได้ ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนรถย้อนเข้ามให้หัวเป็นฉากๆ และทำให้อะไรต่อมิอะไรใต้กางเกงมันดุนดันขึ้นมาอย่างทันที

“ Shit!!” คำสบทคำโตออกมาจากปากเลิฟ เลิฟปิดประตูเสียงดังแล้วตรงไปทางห้องน้ำทันที

เมื่อเลิฟทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากห้องน้ำ แต่ก็ต้องตกใจเข้าไปใหญ่เพราะเห็นไอ้เด็กที่เขาไล่ให้ไปอาบน้ำนอนมันกลับมานั่งอยู่ที่เตียงเขา แล้วดูชุดที่มันใส่สิ เสื้อยืดสีดำที่ถ้าเป็นเลิฟใส่มันก็พอดีตัว แต่พอมันไปอยู่บนตัวเล็กๆนั้นมันเลยยาวมาถึงเกือบหัวเข่า แล้วผมที่เปียกนั้นอีก เลิฟอยากจะบ้า

“ เข้ามาทำไม ทำไมไม่ไปนอน” เลิฟถามออกไป ตัวเองก็เดินไปหยิบที่เป่าผมมาให้ไอ้คนที่นั่งหัวเปียกอยู่เนี้ย แต่โชคดีที่วันนี้เลิฟเอาเสื้อไปใส่ในห้องน้ำ ไม่งั้นทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว

“ หนูขอนอนด้วย” เสียงเล็กพูดขึ้นอย่างขออนุญาต แต่ตัวนั้นกลับนอนลงไปบนที่นอนแล้ว

“ ลุกมาเป่าผม” เสียงที่ดุเหมือนอย่างเคยเอ่ยขึ้นเรียกคนบนที่นอนให้ไปเป่าผมละก่อนที่จะไม่สบายเอา

“ เป่าให้หนูหน่อย” หัวแหวนเมื่อไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งหน้ากระจกแล้วก็เงยมองเลิฟที่กำลังเสียบที่เป่าผมอยู่ ท่าทางอ้อนๆนั้นมันทำให้เลิฟไปไม่เป็น จึงได้แต่พยักหน้ารับไป แล้วทำการเปิดสวิตเป่าผม เป่ามันลงไปบนหัวทุยๆที่มีผมแค่ครึ่งต้นคอ หัวแหวนที่กำลังเคลิ้มกับการมีคนเป่าผมให้ก็นั่งเอนหลังพิงตัวของเลิฟที่ยืนซ้อนหลังไว้ เลิฟเมื่อเห็นแบบนั้นก็ผลักหัวทุยนั้นไปทีนึง

“ พี่เลิฟอะ!!”

“ หึ เอ้า เสร็จแล้ว กลับไปได้ละ” เลิฟปิดสวิตเครื่องเป่าผมจัดการถอดปลั๊กออกแล้วม้วนเก็บเข้าที่โดยไม่สนใจคนตัวเล็กที่ยืนหน้างออยู่เลย

“ หนูบอกแล้วไงว่าขอนอนด้วย” หัวแหวนไม่ยอมที่จะกลับไปนอนหัวตัวเอง ทำให้เลิฟเริ่มทำสีหน้าไม่พอใจเพราะจะให้ หัวแหวนมานอนห้องเขาบ่อยๆมันจะไม่ดีเอา ไม่ใช่ไม่ดีอะไรหรอก มันจะทำให้เขาอาจจะทำอะไรโดยไม่คิดหนะสิ แล้วไหนจะเรื่องชายหญิงนอนเตียงเดียวกันอีก ถ้าแม่รู้ แม่เอาเขาตายแน่ๆ

“ ไม่!! เธอควรออกไปได้ละ มันดึกแล้วนะ รีบเข้านอนซะ”

“ ไม่เอา หนูจะนอน ที่นี้” หัวแหวนพูดไปตัวก็กระโดดลงเตียงพร้อมกับห่มผ้าอย่างรวดเร็ว

“ ไม่ได้ หัวแหวนลุก เธอจะมานอนกับฉันได้ยังไง”

“ ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ละคะ”

“ เธอเป็นผู้หญิง แล้วฉันเป็นผู้ชาย มันไม่สมควร ลุกออก ไปนอนห้องตัวเองซะ” เลิฟร่ายยาวออกมา ทำให้หัวแหวนที่ได้ยินหน้างอทันที

“ ไม่เอาอะ หนูยังนอนกับพี่หัวแก้วได้เลย ทำไมหนูจะนอนกับพี่เลิฟไม่ได้ หนูไม่ลุก แล้วหนูก็ง่วงแล้วด้วย หนูจะนอนนี้ ฝันดีนะคะ” แล้วนั้นแหละ หัวแหวนก็คือหัวแหวน ดื้อยังไงก็ดื้ออย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยน

“ เห้อ จะนอนก็นอนไป”

“ เย้!!” หัวแหวนร้องออกมาอย่างดีใจ แต่ก็ดีใจได้ไม่นานก็ต้องหน้างออีกเพราะเลิฟไม่ได้ตรงมานอนที่เตียงแต่กลับเตรียมจะเดินออกจากห้องไป

“ พี่เลิฟจะไปไหน”

“ จะไปนอน”

“ ทำไมไม่นอนที่นี้ นี้ห้องพี่เลิฟไง”

“ ก็เธอนอนอยู่” เลิฟตอบสั้นๆ ทำท่าจะเดินออกจากห้องแต่ก็โดนหัวแหวนคว้าแขนเอาไว้

“ ไม่เอา พี่เลิฟก็นอนกับหนูก็ได้นิ หนูนอนไม่ดิ้นหรอก นอนกับหนูนะ” หัวแหวนยื้อสุดชีวิตเพื่อที่จะได้นอนกับเลิฟ

“ ไม่ได้หัวแหวน มันไม่เหมาะ ทำไมเธอไม่เข้าใจ” เลิฟเริ่มจะหมดความอดทนแล้วเพราะหัวแหวนนั้นดื้อเกินไป

“ ...” หัวแหวนไม่ตอบ แต่หน้าตาที่แสดงออกมานั้นมันทำให้เลิฟเหนื่อยใจกับท่าทางเอาแต่ใจนั้น

“ เออๆ ไปนอนดิ ฉันง่วงจะตายอยู่ละ” สุดท้ายเลิฟก็ต้องยอมหัวแหวนเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มร่า แล้วดึงมือเลิฟให้ไปนอนด้วยกัน พอทั้งสองนั้นล้มตัวลงนอนก็เป็นหัวแหวนที่ขยับเข้าไปซบที่อกของเลิฟทันที เลิฟที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยต้องจำใจนอนแบบนั้นไป และไม่นานหัวแหวนก็เข้าสู้นินทรา แต่กลับเป็นเลิฟเสียเองที่นอนไม่หลับ

“ ถ้าฉันทำอะไรเธอไป แม่ได้ฆ่าฉันแน่”

“...”

“ แต่ถ้าเธอยั่วฉันอย่างนี้”

 

 

“ ฉันคงจะทนไม่ไหว ฟอด” เลิฟพูดจบก็ก้นลงไปหอมหัวทุยๆที่ซบอยู่ที่อกของตนแล้วก็หลับตามไป

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

เป็นเลิฟที่ตื่นขึ้นมาก่อนและลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะได้พาไอ้เด็กแสบกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า ไม่นานเลิฟก็ทำธุระเสร็จเตรียมที่จะปลุกคนบนที่นอนที่นอนขดอย่างกับหอย ไม่รู้ว่ามันหนาวหรืออะไรกันแน่

“ ตื่นได้ละ” เลิฟเข้าไปเขย่าตัวหัวแหวนเบาๆ แต่คาดว่าน่าจะไม่มีท่าตื่นเลิฟเลยต้องเขย่าแรงขึ้นกว่าเดิม หรือจะเรียกว่าแรกมากเลยดีกว่า จนคนที่นอนหลับอย่างสบายโดนปลุกกระทันหันทำให้หน้ายู่ลงทันที

“ ไม่ต้องมาทำหน้าอย่างนั้น ไปอาบน้ำ ฉันจะพากลับไปเก็บเสื้อผ้า” หัวแหวนทำท่าจะหลับต่อไม่สนใจคนที่เลิฟบอก

“ หัวแหวน! ลุก ไปอาบน้ำ” หัวแหวนก็ยังตีมึนนอนหลับตาอยู่อย่างนั้น

“ ได้ จะเอาแบบนี้ใช่มั้ย” เลิฟที่ความอดทนต่ำอยู่แล้วละมาเจอหัวแหวนเป็นแบบนี้อีกมันยิ่งทำให้เลิฟหงุดหงิด

เลิฟทำการช้อนหัวแหวนขึ้นมาแล้วตรงไปยังห้องน้ำทันที น้ำในอาบที่ตอนแรกเลิฟเปิดทิ้งไว้กะว่าจะแช่แต่ก็ไม่ได้แช่ตอนนี้มันถูกแทนที่ด้วยร่างเล็กๆเป็นที่เรียบร้อย เสียงโหวกเหวกโวยวายดังลั่นไปหมด หัวแหวนที่โดนทุ่มลงน้ำอย่างไม่ทันตั้งตัวก็เงยหน้ามองเลิฟที่ก็มองตนอยู่เช่นกัน

“ หึ ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาอยากจะฆ่าฉันหรอกนะ ฉันบอกเธอแล้วแต่เธอไม่ฟังเอง” เลิฟว่าจบก็เดินออกจากห้องไปทันที ไม่รอให้หัวแหวนตะโกนแหกปากตามมา

“ ไอ้พี่เลิฟบ้า คอยดู จะเอาคือให้สาสมเลย โยนลงมาได้ ดีไม่คอหักตาย” หัวแหวนบ่นอยู่นานแต่ก็ต้องจำใจที่จะอาบน้ำ ทำการถอดเสื้อผ้าที่มันเปียกน้ำไว้ข้างๆอ่างที่ตนนั้นแช่อยู่ แต่จะว่าได้ได้แช่อ่างก็ดีนะ สบายดี หัวแหวนนึกได้ดังนั้นเลยดนึกขอบคุณที่เลิฟอุ้มตนมาไว้ในห้องน้ำของเจ้าตัวเพราะห้องน้ำที่เธอใช้นั้นมันไม่มีอ่างมีเป็นแค่ฝักบัวเท่านั้น และน้ำจากฝักบัวก็แรงเกิน แสบผิวไปหมด ได้แช่น้ำแบบนี้ก็ค่อยสบายผิวขึ้นหน่อย

 หัวแหวนแช่อยู่นานก็ต้องจำใจลุกขึ้นเพราะท้องเจ้ากรรมดันร้องออกมาซะงั้น หัวแหวนหยิบผ้าขนหนูที่พาดไว้ที่ราวมาพันตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป แต่ก็นึกบางอย่างออกว่าตอนนั้นไม่ได้มีเสื้อผ้ามาไว้ แล้วจะให้เดินกลับไปห้องสภาพนี้ก็ยังไงอยู่จะใส่ชุดเดิมมันก็เปียกไปหมดแล้ว แต่ไม่ทันที่หัวแหวนจะนึกไปไกล สายตาก็เหลือบไปเห็นชุดที่วางอยู่บนที่นอนและคาดว่ามันคือชุดของตนแน่ และไม่ต้องเดาให้ยากว่าใครเอามาถ้าไม่ใช่เค้าแล้ว คงจะเป็นไอ้พี่หน้านิ่งเป็นคนเอามาวางไว้ให้แน่นอน หัวแหวนไม่รอช้ารีบแต่งตัวแล้วเดินออกไปที่ห้องครัวทันที

“ นึกว่าจนน้ำตายไปละ” คำแรกที่เลิฟทักขึ้นทำเอาหัวแหวนไปไม่เป็น จะให้ไปเป็นได้ยังไง ทักมางี้ใครจะไปต่อถูกละ ถามหน่อยเถอะ

“ พี่เลิฟเตรียมเสื้อให้หนูหรอคะ” หัวแหวนเลือกที่จะเมินคำที่เลิฟพูดตอนแรก แต่กลับถามถึงเรื่องเสื้อผ้าของตนแทน

“ ฉันขี้เกียจฟังเธอแหกปากตะโกนลั่นอีก รำคาญ” เลิฟพูดแค่นั้น ทำเอาหัวแหวนถึงกับหน้างอ เขาไม่ได้น่ารำคาญซะหน่อย

“...” แต่ไม่ทันที่หัวแหวนจะได้หน้างอนาน ชามข้าวต้มก็ถูกเลื่อนมาตรงหน้าของหัวแหวนทันทีโดยฝีมือคนที่นั่งตรงข้าม

“ รีบกิน ฉันมีธุระต้องไปทำ” เลิฟพูดจบก็ยกกาแฟขึ้นมาดื้มจนหมด แล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป หัวแหวนที่หิวจนห้ามไม่ไหว ถึงแม้จะยังมีโกธรๆเลิฟแต่ปากท้องต้องมาก่อน หัวแหวนเลือกที่จะนั่งกินข้าวต้มอย่างรวดเร็วเพราะตนกะว่าถ้าไปเอาของที่บ้านเสร็จกะว่าจะนัดไอ้เพื่อนตัวดีไปเดินเล่นซะหน่อย

 

“ สวัสดีค่ะน้านุช น้าอัม สวัสดีค่ะพี่ริน” เมื่อทั้งสองถึงบ้านพงศ์เจริญทรัพย์เป็นที่เรีบนร้อย คนเด็กกว่าก็รีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อที่จะไปหาน้าของตนทันทีโดยไม่รอคนที่มาด้วย และก็เป็นไปตามคาดเมื่อเลิฟเดินเข้าบ้านมาก็มองหัวแหวนอย่างคาดโทษทันที

“ เป็นไงเรา ไปอยู่คอนโดพี่เขามาสบายดีมั้ยลูก” นุชถามหลายสาวตัวเองเพราะหลังจากไม่ได้เจอกันไม่กี่วันแต่หัวแหวนกลับดูมีน้ำมีนวลขึ้นเยอะ

“ ก็สบายดีค่ะ ไม่ต้องตื่นเช้าเท่าไหร่” หัวแหวนตอนไปยิ้มไป เรียกความเอ็นดูจากคนเป็นน้าได้อย่างดี

“ หึ แน่สิ ฉันต้องปลุกทุกวัน” เลิฟที่ฟังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็พูดขึ้นมาลอยๆแต่ก็ทำให้หัวแหวนถึงกับหันมองหน้าทันที

“ เลิฟ!! อย่าว่าน้อง น้องวัยกำลังโตก็ต้องพักผ่อนเยอะเป็นเรื่องธรรมดา” คนเป็นแม่หันไปดุลูกตัวเองที่พูดอะไรออกมาไม่คิด

“ แม่อะ เออๆ หนูขึ้นห้องละ” เลิฟที่กำลังจะเถียงขึ้นมาแต่เมื่อเจอสายตาของนุชที่ไม่ต้องพูดออกมาก็รู้ว่ามันคืออะไร เลิฟถึงไม่ค่อยสบอารมณ์ซะเท่าไหร่เลยขอตัวขึ้นห้องแทน

“ อย่าไปถือซาพี่เขาเลยนะหัวแหวน ไอ้เลิฟมันก็เป็นแบบนี้แหละ” อัมที่นั่งดูที่วีอยู่พูดขึ้นหัวแหวนแค่ยิ้มตอบกลับไปอย่างที่เคยทำ เขาชินแล้วแหละ ชอบจิกกัดตลอดเวลาอยู่ละ

“ ไปเรา ไปนั่งกินขนมกับพี่รินดีกว่า เดี๋ยวเที่ยงแล้วน้าเรียกไปกินข้าว”

“ มาๆ อะนี้ เค้กช็อกโกแลต อร่อยนะ เราลองชินดู” รินเรียกหัวแหวนเข้าไปนั่งด้วยที่โซฟาอีกฝั่งตรงข้ามกับอัม หัวแหวนที่ตอนเเรกเกรงใจแต่เมื่อเห็นขนมก็ตาโตยอมไปนั่งซะงั้น

สองสาวคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนนุชเดินมาตามให้ไปทานข้างกลางวัน ทั้งสองคนพร้อมกับอัมก็เดินตามไปที่โต๊ะอาหาร แต่ไม่ยักจะมีอีกคนที่หายขึ้นห้องตั้งแต่มาถึงแล้ว

“ หัวแหวน น้าวานเราขึ้นไปตามเจ้าเลิฟมันให้ทีได้มั้ยจ๊ะ บอกมันว่าให้ลงมากินข้าวได้แล้ว น้าฝากหน่อยนะ รินมาช่วยแม่ยกกับข้าวไปวางที่โต๊ะเร็ว” นุชเดินมาบอกหัวแหวนพร้อมกับเรียกให้รินไปช่วยยกกับข้าว แต่หัวแหวนอาสาจะช่วยยกกับข้าวเองเพราะตนนั้นไม่อยากขึ้นไปตามเลิฟ แต่รินบอกว่ามันหนัก แล้วหลายอย่าง ให้หัวแหวนขึ้นไปตามมเลิฟนั้นแหละดีแล้ว

“ ก็ได้ค่ะ” หัวแหวนก็ได้แต่รับคำอย่างจำยอม และเดินขึ้นชั้น 2 ไป

และเมื่อหัวแหวนเดินมาถึงห้องของเลิฟก็เคาะห้องเรียกและตะโกนเข้าไปบอกว่าน้านุชให้มาตามลงไปกินข้าว แต่เลิฟก็เงียบ หัวแหวนจึงเคาะใหม่อีกรอบ แต่คราวนี้มีเสียงตะโกนออกมา

“ เข้ามา” เมื่อหัวแหวนได้ยินแบบนั้นก็เปิดประตูเข้าไป เห็นเลิฟนั่งอยู่ที่เตียงหลังพิงหัวเตียงไว้ มีผ้าห่ม ห่มอยู่ที่ช่วงล่าง แต่ที่ตกใจไปกว่านั้นคือเสียงที่ดังมาจากทีวีตรงข้ามเตียง

“ อือออ อ้า คิมูจิ อื้อออ ซี๊สส ปัก ปัก ปัก อ้า~~~” เมื่อหัวแหวนได้ยินจึงหันไปดูปรากฎว่าภาพบนที่วีนั้นกำลังฉากคลิปอย่างว่าอยู่แล้วดูท่าน่าจะกำลังได้ที่เลยด้วย หัวแหวนที่ตกใจจึงรีบหันกลับไปมองเลิฟทันทีและก็ยิ่งตกใจขึ้นไปใหญ่มือใต้ผ้าห่มนั้นมันขยับขึ้นลงไปมา เดาได้ไม่ยากว่าคนบนเตียงกำลังทำอะไร

“ พี่เลิฟ!!! ทำอะไรเนี้ยยย” หัวแหวนที่ไม่รู้จะหันไปทางไหนจึงเลือกที่จะหลับตาแทน แม้จะอยากวิ่งออกจากห้องมากเท่าไหร่แต่ขามันกลับยืนอยู่อย่างนั้นไม่ขยับไปไหน

“ เดินมานี้” เลิฟเรียกหัวแหวนเสียงกระเซ้า แต่หัวแหวนก็ยังยืนหลับตาอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินเข้าไปหาเลิฟตามที่เลิฟบอกและเสียงในทีวีก็ยังดังชัดขึ้นชัดขึ้น หัวแหวนที่ได้ยินก็หน้าแดง

“เดินมาหาฉัน เดี๋ยวนี้!!” เลิฟบอกอีกทีแต่น้ำเสียงครั้งนี้มันเหมือนกับบังคับกลายๆ จนคนที่ยืนหลับตาอยู่จำใจต้องเดินเข้าไปหา แต่ยังไม่ถึงดีหัวแหวนก็โดนดึงแขนเข้าไปหาคนบนเตียงทันที ริมฝีปากของเลิฟประกบลงปากเล็กอย่างแรง ออกแรงดูดปากเล็กนั้นไปมาทั้งปากล่างปากบน หัวแหวนที่ตั้งตัวไม่ทันได้แต่กัดฟันแน่นแล้วดิ้นไปมาแต่ก็สู้แรงเลิฟไม่ได้

“ อือออ” หัวแหวนร้องออกมาพยายามดันตัวเองออกแต่เลิฟกลับรัดหัวแหวนแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ อ้าปาก” เลิฟผละปากออกมาเล็กน้อยแล้วสั่งให้คนตัวเล็กด้านบนเปิดปากให้เขาได้เข้าไปสำรวจแต่คนตัวเล็กกลับยิ่งกัดปากแน่นขึ้น เลิฟเห็นดังนั้นจึงเอื่อมมือไปบีบก้นหัวแหวนอย่างแรงหนึ่งที ทำให้หัวแหวนเผลอร้องออกมา

“ อะ อื้อออ อ่อยย จ๊วบๆ จุ๊บ แฮก อือออ จ๊วบ จุ๊บ จ๊วบ ” เมื่อหัวแหวนร้องเลิฟก็ก้มลงประกบปากทันทีส่งลิ้นตนเข้าไปในโพงปากเล็กนั้น กวาดต้อนรินเล็กไปมาทั้งดูดทั้งดึงจนคนด้านบนสะท้าน ถึงจะผละออกมาแต่เลิฟก็ก้มลงไปจูบใหม่ ทำอยู่อย่างนี้จนหัวแหวนเคลิ้มตามและไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนนั้นอยู่ในท่าไหน

“ หึ เคลิ้มขนาดนั้นเลย” เลิฟผละปากขึ้นมองหน้าหัวแหวน ที่ยังไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวได้นอนลงบนที่นอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ แฮกๆ พะ พี่ ล เลิฟ” เสียงที่ตะกุกตะกัก นั้นเอ่ยเรียกชื่อเลิฟออกมา เลิฟที่มองหน้าหัวแหวนอยู่ก็มีความคิดนึงแวบเข้ามา

“ อยากวะ” เลิฟพูดออกมาเบาๆ แต่หัวแหวนที่อยู่ห่างแค่ไม่กี่เซนมีหรือจะไม่ได้ยิน

“ ห้ะ พี่เลิฟ วะ ว่าไงนะ” หัวแหวนถามออกไปเสียงที่ติดขัดอยู่แล้วมันยิ่งเป็นมากกว่าเดิม และเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนนั้นอยู่ท่าไหนก็จะผลักเลิฟออก แต่ไม่ทัน เลิฟนั้นลุกออกไปก่อน เดินไปปิดทีวี แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเลย

“ ลงไปก่อน บอกแม่ว่าฉันไม่หิว” เสียเลิฟตะโกนออกมาจากห้องน้ำหัวแหวนที่พึ่งสังเกตุว่าเลิฟนั้นยังใส่กางเกงอยู่ ก็นึกแปลกใจตอนแรกที่เห็นว่าเลิฟกำลัง เอ่ออ อย่างนั้นของผู้ชายทั้งๆที่กางเกงยังอยู่บนตัวเนี้ยนะ เป็นไปได้หรอ แต่ก็ไม่เสียเวลาคิดนานเพราะรีบออกจากห้องทันทีเมื่อหันไปมองจอทีวีภาพที่เคยปรากฎอยู่บนจอมันก็แล่นเข้ามาในหัวอย่างเร็ว ทำให้หัวแหวนนึกถึงจูบของเลิฟเมื่อกี้ มันยิ่งทำให้สยิวเข้าไปใหญ่

“ อ้าวหัวแหวนลูก แล้วเจ้าเลิฟละ” นุชถามหัวแหวนขึ้นเมื่อไม่เห็นลูกชายตัวดีเดินลงมาด้วย

“ เอ่อ พี่เลิฟบอกว่าไม่หิวค่ะ” หัวแหวนตอบไปแต่ในหัวก็นึกถึงเรื่องบนห้องที่เมื่อนึกเท่าไหร่ก็หน้าร้อนๆขึ้นมาทันที

“ อ้าวหรอ ชั่งมันๆ มาๆมากินข้าวดีกว่ามา วันนี้น้าอัมเขาทำต้มยำกุ้งด้วยนะ” นุชเรียกหัวแหวนให้มานั่งกินข้าว พอดีกับที่อัมเดินยกชามต้มยำกุ้งมาพอดี

“ ของโปรดใครนะ” อัมถามออกมาอย่างอารมณ์ดีเพราะเขาจำได้ว่าพี่สาวเขาบอกว่าของโปรดหัวแหวนคือต้มยำกุ้งวันนี้เราเลยเลือกที่จะทำต้มยำกุ้งก็เพราะว่าหัวแหวนจะต้องไปอยู่กับเลิฟแล้วและคงอีกนานกว่าจะได้กินกับข้าวฝีมือเขาอีก

“ ของโปรดหนูค่ะ ว้าวว น่ากินจังเลย” หัวแหวนร้องออกมาอย่างชอบใจเพราะเขาชอบกินต้มยำกุ้งมาก แล้วยิ่งน้าชายสุดเพอร์เฟคที่ไม่ว่าจะทำอาหารชนิดไหนก็ทำอร่อยมาทำให้กินแบบนี้แล้ว เขายิ่งอยากจะลองชิมเร็วๆแล้ว

“ กินสิลูก” นุชที่เห็นหลายสาวยิ้มหน้าบานก็อดเอ็นดูไม่ได้ แต่ยังไม่ทันที่หัวแหวนจะได้ชิมรสต้มยำก็ต้องหยุดชะงักเพราะคนที่ตอนแรกบอกไม่หิวบันนี้กลับเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหารเรียบร้อย

“ ไม่รอกันเลยนะครับ” เลิฟเอ่ยขึ้นอย่างทีเล่นทีจริงแต่ไอ้คนตรงข้ามเนี้ยไม่รู้จำทำหน้าตายังไงดี พอเห็นหน้าเลิฟแล้วทำไมเรื่องราวเมื่อกี้มันถึงไหลเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ

“ ไหนน้องบอกว่าเราไม่หิวไงลูก” นุชถามอย่างสงสัยเพราะตอนแรกหัวแหวนบอกเลิฟไม่หิวเลยไม่ลงมากิน

“ อ่ออ พอดีว่าอยู่ดีๆมันก็รู้สึกหิวขึ้นมานะแม่ อย่าถามมากเลย หนูหิวจะตายอยู่ละเนี้ย ไหน มีอะไรกินบ้างเนี้ย” นุชที่ฟังลูกชายพูดตอบก็ยัง งงไม่หายแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรหันไปบอกหลานสาวว่าให้ทานต่อเถอะ หัวแหวนที่ตักน้ำต้มยำขึ้นมาชิมก็ต้องร้องออกมาทันที

“ อะ ซี๊สส” เสียงร้องของหัวแหวนทำให้ทุกคนบนโต๊ะต่างหันไปมองเจ้าของเสียงว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดีๆก็ร้องออกมา

“ เป็นอะไรเรา ร้องซะดังเลย เจ็บอะไรตรงไหนหรือป่าว” อัมที่อยู่หัวโต๊ะถามขึ้นเพราะหน้าหัวแหวนไม่ค่อยดีนัก

“ แสบปากค่ะน้าอัม ไม่รู้ทำไมถึงแสบ” หัวแหวนบอกอัมไป พยายามดึงปากล่างออกมาดูแต่ก็มองไม่เห็นนุชที่นั่งอยู่ข้างๆกันเลยขอดูให้ และก็เป็นไปถามคาดเพราะปากล่างด้านในมันเป็นแผล และดูท่าแผลยังสดๆเลย เหมือนรอยกัด

“ หนูเผลอกัดปากตัวเองหรือป่าวลูก มันเป็นแผลคล้ายๆรอยฟันเลยนะ” นุชบอกหัวแหวนที่ตอนนี้ทำหน้างงเข้าไปใหญ่ว่าตนนั้นเผลอกันปากตอนไหน แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

“ หึ อดกินต้มยำกุ้งแล้วมั้ง” เลิฟที่นั่งเงียบอยู่นานก็พูดขึ้นมาลอยๆ ทำให้หัวแหวนต้องมองหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

“ น้าว่าเรากินต้มจืดดีกว่านะ รอให้แผลหายก่อนค่อยกินเนาะ ไม่งั้นเดี๋ยวยิ่งจะแสบเข้าไปใหญ่” นุชบอกหัวแหวนที่ตอนนี้ทำหน้าตาเศร้าลงเพราะอดกินของโปรด แต่ก็ไม่อยากงอแงให้ใครเห็น

“ ค่ะ” หัวแหวนฝืนยิ้มให้ทุกคนไปแล้วตักต้มจืดมากิน ถึงมันจะอร่อยเหมือนกันแต่ก็เทียบกับต้มยำกุ้งรถชาติเผ็ดเปรี้ยวที่หัวแหวนชอบไม่ได้ รอก่อนเถอะ ถ้าหายแล้วจะกินให้หนำใจเลย

 ทุกคนต่างทานอาหารกลางวันอย่างอร่อยและเมื่อทานเสร็จหัวแหวนก็อาสาล้างจานเองถึงจะโดนนุชห้ามไว้แค่ไหนก็ตามแต่ด้วยความดื้อของหัวแหวน คนเป็นน้าเลยต้องยอมพร้อมบอกว่าถ้ารอบหน้า เขาจะล้างเอง เมื่อหัวแหวนล้างเสร็จรินก็เรียกให้ไปนั่งข้างๆ พร้อมกับบอกว่าจะทำแผลที่ปากให้

“ แสบนิดนึงนะหัวแหวน” รินพูดบอกให้หัวแหวนเตรียมตัว แต่เมื่อโดนใส่ยาเข้าไปจริงๆหัวแหวนก็แสบจนมันทนไม่ไหว น้ำตาเจ้ากรรมมันไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“ ทนหน่อยนะ อีกทีนึงๆ” รินพูดปลอบหัวแหวนเพราะรู้ว่ามันแสบขนาดไหน ถ้าเป็นเขาโดนก็คงร้องแหกปากลั่นบ้านไปละ แต่นี้น้องทนมันไม่ร้องซักนิดเลย

“ เปี้ยง หาย” เมื่อินใส่ยารอบที่สองเสร็จก็ไม่วายจะเป่าแผลที่ปากให้หัวแหวนเพื่อปลอบใจ หัวแหวนลืมตาขึ้นมาทั้งน้ำตาที่ยังคลออยู่ ก็ยิ้มให้กับรินและยกมือไหว้ขอบคุณ

“ น้าว่าเราขึ้นไปเก็บของดีกว่าไป เห็นตอนแรกเราบอกว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ใช่หรอ ไปๆเก็บเสร็จแล้วจะได้มีเวลาเที่ยวนานๆหน่อย” หัวแหวนพยักหน้าแล้วเดินขึ้นห้องไป พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเลิฟ นั่งอยู่บนเตียงเหมือนกำลังวาดอะไรอยู่ในไอแพด

“ ...” หัวแหวนเลือกที่จะเงียบแล้วเก็บของต่อไป

“...” เลิฟก็เหมือนกัน ไม่ได้ถามไม่ได้พูดอะไรกับหัวแหวนอีก จนหัวแหวนเก็บของเกือบจะเสร็จแล้ว และไม่รู้ด้วยว่าเลิฟนั้นเดินเข้ามาหาตน

“ อะ พะ พี่เลิฟ” หัวแหวนตกใจเพราะกำลังพับเสื้อใส่กระเป๋าอยู่แล้วเลิฟก็เดินเข้ามาซ้อนข้างหลังไว้

“ ...” เลิฟไม่ได้พูดอะไร มือเอื่อมมือไปลูบที่ปากของหัวแหวน หัวแหวนที่ตกใจผละออกแต่ก็โดนเลิฟดึงเข้ามาหา เลิฟที่ลูบปากหัวแหวนไปมาอยู่อย่างนั้นจบหัวแหวนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง

“ เอ่อ พี่เลิฟคะ อือออ” หัวแหวนกำลังจะพูดถามเลิฟว่ามาลูบปากตนทำไมแต่ก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเพราะเลิฟก้มลงมาจูบตน แต่ไม่ใช่จูบแบบร้อนแรงเหมือนครั้งแรก แต่กลับเป็นจูบที่นุ่มนวลเหมือนพยายามสื่อว่ากำลังปลอบใจอยู่ หัวแหวนที่อึ้งและทำตัวไม่ถูกก็ได้แต่กำเสื้อของเลิฟแน่น

“ อะ” หัวแหวนร้องออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บที่แผล

“ ขอโทษ” เลิฟผละหน้าออกมาแล้วเอ่ยขอโทษหัวแหวนทันที หัวแหวนที่ยัง งง ว่าเลิฟขอโทษทำไม หรือจะที่ทำให้เจ็บเมื่อกี้

“ มะ ไม่เป็นไรหนูไม่เจ็บมากแล้ว” หัวแหวนไม่ชินเลยกับเลิฟตอนนี้เพราะด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนเลิฟนั้นกำลังรู้สึกผิดอยู่ จะรู้สึกผิดทำไม หรือรู้สึกผิดที่จูบตนเมื่อกี้

“ ฉันหมายถึง” เลิฟพูดยังไม่ทันจบมือก็เอื่อมไม่จับปากเล็กนั้นเบาๆ

“...”

“ ที่ทำให้ปากเธอเป็นแผล ฉันขอโทษ”

“ เอ่ออ” หัวแหวนที่ยังไม่เข้าใจ ก็ทำหน้างงว่าเลิฟนั้นหมายถึงอะไร ก็เขากัดปากเองไม่ใช่หรออย่างที่น้านุชบอกไงถึงจะจำไม่ได้ก็เถอะ

“ งงอะไร”

“ ก็ พี่เลิฟทำปากหนู ปะ เป็นแผล พี่ทำอะไร น้านุชบอกว่าหนูน่าจะกัดปากเอง” หัวแหวนเถียง

“ เธอนี้มัน เห้ออ เธอมันเด็กสองขวบหรือยังไงกันนะ ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด” เลิถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ

“ เอ้า ก็น้านุชบอกมันเป็นรอยฟันกัดอะ”

“ แล้วเมื่อเช้ามันมีมั้ยละ” เลิฟแย่งหัวแหวนเมื่อหัวแหวนยังไม่เข้าใจ

“ ก็ ไม่รู้สิคะ หนูไม่ได้ดูอะ” หัวแหวนเกาหัวอย่าง งงๆ เพราะตอนเช้าตนก็ไม่ได้ดึงปากออกมาดู แต่ตอนกินข้าวมันก็ไม่ได้เจ็บอะไรนะ

“ โอ้ยย พอ! ไปเก็บของของเธอต่อไป” เลิฟที่ขี้เกียจจะอธิบายจึงตัดบทให้หัวแหวนไปเก็บเสื้อผ้าต่อ แล้วตนนั้นก็เดินไปนั่งที่เตียงเหมือนเดิม  

  หัวแหวนใช้เวลาอีกไม่นานก็เสร็จ แล้วก็กำลังจะเอากระเป๋าลงไปข้างล่างแต่เลิฟก็มาแย่งไปซะก่อน หัวแหวนที่ทำอะไรไม่ได้แต่ในใจก็แอบคิดว่าดีละที่ตนนั้นไม่ต้องแบกกระเป๋าหนักๆลงมา พอทั้งคู่เดินลงมาถึงเลิฟก็เอากระเป๋าไปไว้ในรถ หัวแหวนก็แยกไปหวัดดีลานุชและอัม

“ อ้าว พี่รินละคะ ไปไหน” หัวแหวนถามหาพี่สาวอีกคนที่ไม่เห็นว่าอยู่ข้างล่าง

“ อ่อ ที่ทำงานเรียกด่วนจ๊ะ” นุชตอบหัวแหวนไปเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาแต่หัวแหวนนี้สิ ทำหน้าตาสงสัยมาก

“ ทั้งๆที่วันหยุดหรอคะ”

“ ใช่จ๊ะ ก็พยาบาลอะเนาะ หรือจะบอกว่าผู้ช่วยหมอก็ว่าได้เพราะแทบจะทำแทนหมอทุกอย่างแล้ว” นุชนึกถึงลูกสาวก็นึกสงสารในใจเพราะแทบจะไม่ได้มีเวลาพักเลย แต่เจ้าตัวก็บอกชอบเขาเลยไม่ขัดอะไร

“ แล้ว พี่รินเขาไม่เหนื่อยหรอคะ วันหยุดทั้งทีได้หยุดแค่ครึ่งวันเอง” หัวแหวนก็ยังถามต่อ จนเลิฟที่ยืนฟังอยู่ทนไม่ไหวในความสงสัยของหัวแหวน

“ ถามอะไรนักหนา ละนี้จะไปได้ยัง”

“ งุ้ย ก็ได้ หนูไปนะคะน้านุช” หัวแหวนกล่าวลานุชแล้วเดินตามเลิฟไปที่รถ และพอทั้งสองมาอยู่ในรถแล้วหัวแหวนก็เอาแต่กดโทรศัพท์อย่างเดียวทำให้เลิฟรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม

เอี้ยด!!

“ โอ้ยย พี่เลิฟ จะแบรกทำไมไม่บอก รถชนกันหรือยังไง” หัวแหวนหันไปมองเลิฟอย่างหาเรื่องเพราะตอนที่เลิฟแบรกหัวแหวนมองหน้ารถแล้วมันก้ไม่มีอะไร จะเรียกว่าถนนโล่งก็ว่าได้

“ ...” เลิฟเลือกที่จะไม่ตอบแล้วขับรถต่อไป หัวแหวนที่เห็นแบบนั้นก็หงุดหงิด แต่ก็กดมือถือต่อไปสักพักแล้วหันไปบอกให้เลิฟจอดรถข้างหน้า

“ พี่เลิฟ จอดส่งหนูข้างหน้าหน่อย” เลิฟที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเพราะมันยังไม่ถึงคอนโดเขาเลย

“ พี่เลิฟ!! จอดด หนูจะลงง ไปป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็ได้” หัวแหวนเห็นว่าเลิฟเลยป้ายรถเมล์แรกที่เขาหมายจะลงมาแล้วก็เลยบอกเลิฟอีกครั้ง

“ จะลงทำไม นั่งรถกลับคอนโดเอง?” เลิฟถามหัวแหวนแต่ก็ยังไม่ได้จอดรถ

“ เปล่า หนูจะไปหาเพื่อน” หัวแหวนตอบพลางหันซ้ายหันขวามองทาง

“ เพื่อนคนไหน ทำไมเธอถึงพึ่งบอกฉัน” เลิฟเริ่มจะหงุดหงิดเพราะว่าเขาไม่รู้เลยว่าหัวแหวนจะไปหาเพื่อน อยู่ด้วยกันทั้งวันทำไมไม่บอก

“ ก็บอกอยู่นี้ไง หนูนัดเพื่อนไว้ มันบอกว่าให้นั่งรถสาย 165 ไป ลงป้าย ไหนวะ อ่อๆ มันบอกให้ลงป้ายที่รถไฟฟ้ามันผ่านอะ ลงป้ายนั้น” หัวแหวนบอกเลิฟ แต่ตนก็ยังหันมองข้างหลังไปเลิก

“ แล้วนี้เธอจะหันมองอะไรนักหนา นั่งให้มันเฉยๆดิ” เลิฟดุหัวแหวนไปเพราะหัวแหวนนั่งไปสุขเลย เขากลัวว่าถ้าเขาเบรกหัวแหวนอาจเสียหลักได้ อาจจะทำให้อันตราย

“ ก็หนูดูรถเมล์ไง เดะมันมาแล้วเลย พี่เลิฟก็จอดให้หนูลงซะทีสิ”

“ นั่งไป เดะไปส่ง” เลิฟตอบพลางตีรถเข้าขวาเพื่อที่จะขึ้นทางด่วนไป น่าจะเร็วกว่า

“ ส่งไหน ป้ายรถเมล์ตรงรถไฟฟ้าอะหรอ” หัวแหวนถาม

“ เธอจะไปกับเพื่อนเธอที่ไหนละ”

“ ห้าง QR อะ หนูเคยไปอยู่ไม่กี้ครั้งเอง” หัวแหวนบอกไปมือก็พิมพ์บอกเพื่อนไปว่าเดี๋ยวพี่ชายไปส่งป้ายรถเมล์ แต่ก็ต้องพิมพ์กลับไปใหม่เมื่อเลิฟบอกว่าจะไปส่งที่ห้างเลย

“ ไปส่งหนูจริงๆหรอคะะ มันไกลเลยนะ” น้ำเสียงติดจะเกรงใจของหัวแหวนทำเอาเลิฟไปไม่เป็นเพราะมันดูเหมือนจะอ้อนๆยังไงไม่รู้ในความคิดขอเลิฟ

“ บอกเพื่อนเธอซะว่าไม่ต้องมารับ แล้วก็นั่งเงียบๆไป ฉันต้องใช้สมาธิขับรถ”

“ ละ...”

“ แล้วก็ไม่ต้องถามแล้ว รำคาญ” เลิฟพูดตัดบทเมื่อหัวแหวนกำลังจะอ้าปากถาม

-------------------- 

มาต่อให้อีกตอนเเล้วนะคะ 

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ 

1 คอมเมนต์ = 1 เเรงผลักดัน 

ความคิดเห็น