email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 79

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2564 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

ตอนที่ 9

เมื่อถึงเวลาเลิกงานทั้งเลิฟและหัวแหวนก็พากันกลับมายังห้องของเลิฟ ทำให้หัวแหวนสงสัยเพราะว่าที่จริงวันนี้เขาควรที่จะได้กลับไปอยู่บ้านของเลิฟแต่ทำไมถึงยังกลับมาที่คอนโดเลิฟอยู่หัวแหวนจึงเดินไปหาเลิฟที่ตอนนี้เข้าห้องของตัวเองไปแล้ว

 ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ พี่เลิฟ พี่เลิฟ!!”

“...”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ พี่เลิฟ!!!!! ไอ้พี่เลิฟโว้ยยย” หัวแหวนที่เคาะประตูอยู่พักนึงแล้วก็ไม่เห็นว่าเลิฟจะเปิดประตูออกมาเลยเคาะอีกครั้งแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง

“ เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” เลิฟที่อยู่ดีๆก็เปิดประตูออกมาทำให้หัวแหวนตกใจ แล้วยิ่งตกใจขึ้นไปใหญ่เมื่อเลิฟในสภาพนีมันช่างชวนให้ขนลุกซะจริงๆ

“ เอ่อ คือ เปล่าค่ะ” หัวแหวนอ้ำอึ้งตอบกลับไปแต่สติสตางค์ไม่ได้อยู่ที่หน้าของเลิฟเลย

“ เธอพูดกับฉันก็ควรที่จะมองหน้าฉันนะหัวแหวน” เลิฟพูดขึ้นเสียงเรียบแต่ในใจนึกขำเด็กตรงหน้า ดูก็รู้ว่าจ้องซิกแพ็คเขา แต่ทำเป็นมองไปทางอื่น โถ่เด็กน้อย

“ คือ หนูจะมาถามว่าทำไมไม่ไปส่งหนูที่บ้าน วันนี้พ่อกับแม่พี่กลับมาแล้วไม่ใช่หรอ”

“ ใช่กลับมาแล้ว”

“ ละ แล้วทำไมพี่ไม่ไปส่งหนูที่บ้านหละ” หัวแหวนถามเสียงสั่นๆ ไม่รู้เพราะอะไรแต่ให้เดาคงเพราะคนตรงหน้ายืนทอดเสื้ออยู่ละมั้ง

“ แม่ฉันให้เธอมาอยู่นี้”

“ ทำไม ทำไมน้านุชให้หนูมาอยู่นี้” หัวแหวนก็ยังถามไม่หยุด

“ ถามเยอะวะ” เลิฟเลือกที่จะไม่ตอบแต่เดินเข้าไปใกล้หัวแหวนมากขึ้น จนหัวแหวนต้องเดินถอยหลังจนตัวออกมานอกห้อง

“ เอ่อ พี่ควรจะไปใส่เสื้อผ้านะ” หัวแหวนที่หลุดปากพูดออกมาอย่างลืมตัวเพราะร่างกายอันเปลือยเปล่าอยู่ใกล้หน้าเขามาก

“ หึ เธอก็ควรไปอาบน้ำได้แล้วนะ หัวแหวน” เลิฟก้มลงพูดอยู่ข้างหูทำให้หัวแหวนขนลุกไปทั้งตัว

ปัง

เลิฟเมื่อพูดจบก็ปิดประตูใส่หน้าหัวแหวนทันที ทำให้คนที่ยืนเหม่ออยู่ถึงกับสดุ้งกันเลย

“ ไอ้พี่เลิฟบ้า งุ้ย” หัวแหวนที่รู้สึกเสียหน้าก็เดินฟึดฟัดกลับห้องพร้อมกับอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะเตรียมตัวไปเที่ยวคืนนี้

ทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปทำธุระของตนเอง แต่ก็เป็นเลิฟอีกที่เสร็จก่อนและออกมานั่งรอหัวแหวนอยู่นานสองนานก็เริ่มที่จะหงุดหงิดไม่ใช่หงุดหงิดที่นั่งรอแต่หงุดหงิดที่เห็นชุดหัวแหวนที่ใส่ออกมา

“ ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้!!” เลิฟพูดทันทีที่หัวแหวนเดินออกมาจากห้อง จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไงก็หัวแหวนแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้ขนาดนั้น เดรทรัดรูปสีดำที่ช่วงบนเป็นแค่สายเดี่ยวยาวมาถึงครึ่งขาเนื้อผ้าย้นเล็กน้อยตามแบบแต่มันยิ่งทำให้ร่างเล็กดูเซ็กซี่เข้าไปอีก

“ ทำไม หนูแต่งเสร็จนะ นี้ก็ใกล้เวลาแล้วด้วย พี่เลิฟรีบไปเร็ว” หัวแหวนที่ก้มดูตัวเอง มันก็ไม่ได้โป๊อะไร

“ ไปเปลี่ยนชุด ไม่งั้นไม่ต้องไป” เลิฟย้ำคำเดิม แต่คนที่โดนสั่งหน้างอแถมยังเดินไปหน้าประตูเตรียมที่จะออกจากห้องแต่ก็โดนเลิฟคว้าแขนเอาไว้ไม่ให้เอื้อมมือไปเปิดประตูได้

“ อะไรของพี่เลิฟเนี้ย” หัวแหวนเริ่มหงุดหงิดเพราะนี้มันก็ใกล้เวลาที่พวกบิ๊กนัดแล้วด้วย

“ ฉันบอกให้เธอไปเปลี่ยนชุด”

“ ทำไมต้องเปลี่ยนด้วย ชุดนี้ไม่ดีตรงไหน”

“ ทำไมต้องถามเยอะ! แค่ไปเปลี่ยนก็พอแล้วปะ”

“ ไม่!! เขาก็แต่งแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” หัวแหวนเถียง ไม่ยอมหรอกนะจะได้ไปตื้ดๆทั้งทีขอจัดเต็มหน่อยเถอะ

“ มันโป๊!!!” เลิฟตะโกนออกมาทำให้หัวแหวนตกใจแต่ก็ยังเถียงกลับไปไม่ยอม

“ ไม่โป๊!! แหละหนูจะแต่งแบบนี้ด้วย อย่ามาห้าม!”

“ ฉันจะฟ้องแม่เธอว่าเธอแต่งตัวแบบนี้” เลิฟว่าอย่างเอาเรื่อง ที่หัวแหวนไม่ยอมฟังเขาเเต่ผิดคาดเพราะเมื่อหัวเเหวนได้ยินเลิฟพูดก้เถียงกลับทันที

“ เอาสิฟ้องเลย หนูไม่กลัวหรอกนะเพราะเสื้อตัวนี้แม่เป็นคนเลือกให้หนูด้วย” หัวแหวนตอบกลับทำหน้าตากวนๆ ทำให้เลิฟที่ทำอะไรไม่ได้ต้องจำใจให้หัวแหวนใส่แบบนั้น

“ เธอนี้มัน จะใส่ก็ใส่ไป!!” หัวแหวนที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มสะใจที่เลิฟห้ามตนไม่ได้ และเดินออกจากห้องไปทันทีเพราะนี้ก็ใกล้เวลาแล้ว เลิฟที่เดินกลับเข้าไปในห้องอีกรอบเพื่อที่จะไปหยิบเสื้อคุมก็รีบเดินตามหัวแหวนไปที่รถ ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่นัดกันได้

 

ร้านนี้ตั้งอยู่ในกลางเมือง บรรยากาศเหมาะกับทุกเทศกาลสะดวกทุกอย่างทั้งติดรถไฟฟ้าสะดวกต่อผู้คนที่จะมาเที่ยงสังสรรค์ไหนจะที่จอดรถที่เยอะพอสำหรับลูกค้าที่มาและยังบริการที่พักชั่วคราวให้สำหรับใครที่เมากลับไม่ไหวหรือจะสำหรับหนุ่มสาวที่อยากจะสนุกกัน สถานบันเทิงแห่งนี้เปิดอย่างถูกกฏหมาย ไม่มีสารเสพติดทุกชนิด แถมยังมีระบบความปลอดภัยขั้นสูงอีก เรียกได้ว่าใครมาเที่ยวที่นี้ก็คือปลอดภัยแน่นอน และอีกอย่างเจ้าของสถานที่แห่งนี้ก็เป็นของเพื่อนของธีร์กับเลิฟนั้นเอง จึงทำให้ทั้งธีร์และเลิฟมาบ่อยเป็นพิเศษ

“ อ้าวไอ้เลิฟ มาช้านะมึง” ธีร์ที่เห็นเลิฟก่อนใครเพื่อนก็เอ่ยทักขึ้น ตอนนี้เลิฟเดินขึ้นมาที่ชั้น 2 ที่เป็นห้องแยก ไม่ได้เป็นโต๊ะตั้งรวมๆแบบชั้นแรก หรือจะเรียกว่าห้อง VIP ก็ว่าได้

“ อ้าวหัวแหวน มาๆ มานั่งนี้มา” ธีร์ที่พึ่งเห็นหัวแหวนก็เอ่ยทักขึ้น เพราะตอนแรกเห็นแค่เพื่อนตนนั้นเดินเข้ามาแค่คนเดียว

“ พี่ธีร์สวัสดีค่ะ พี่บิ๊กสวัสดีค่ะ พี่นันพี่นนสวัสดีค่ะ พี่มด เอ่อ สวัสดีค่ะ” หัวแหวนเมื่อเห็นธีร์ก็ยกมือไหว้ ไล่ไปจนถึงมด ที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามอง พอเรียกก็นานกว่าจะเงยขึ้นมามองแต่หัวแหวนก็ยกมือไหว้มดแค่พยักหน้ารับเหมือนทุกที หัวแหวนไม่เคยพูดคุยกับมดเลย มดดูเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ก็ไม่ได้ไม่สนโลกขนาดนั้น ก็ยังสามารถไปเที่ยวไหนมาไหนกับกลุ่มเพื่อนได้โดยเฉพาะกลุ่มของธีร์กับเลิฟ

“ ครับๆ มานั่งข้างพี่มา” ธีร์ที่ขยับให้หัวแหวนนั่งข้างตนแต่ไม่ทันที่หัวแหวนจะได้นั่งก็เป็นเลิฟที่ไปนั่งก่อน แล้วเว้นที่ติดขอบโซฟาให้หัวแหวนนั่ง ทำให้หัวแหวนหน้าง้อ ไหนจะเรื่องให้เขาใส่เสื้อคุมที่ตนนั้นถือมาอีก จะดื้อไม่ใส่ก็โดนเลิฟมองแรงจนหัวแหวนต้องจำใจใส่เสื้อคุมมา

“ หึ มึงนี้นะ หัวแหวนเราจะเอาแบบไหนละ ผสมโซดาหรือผสมโค้ก” ธีร์ขำเพื่อนตนที่ไม่ยอมให้หัวแหวนนั่งข้าง ทำไมจะดูไม่ออกว่าเพราะอะไร เขาเลยเลือกที่จะไม่อะไรมาก แล้วเอ่ยถามว่าคนตัวเองจะดื้มแบบไหน

“ เอาคอลเทลให้มันก็พอ” แต่เป็นเลิฟที่ตอบแทน ทำให้หัวแหวนที่กำลังจะอ้าปากบอกว่าเอาโซดา รีบหุบปากแทบไม่ทัน

 

 พาท หัวแหวน

หงุดหงิด!! หัวแหวนหงุดหงิด ไม่ได้ดั่งใจซักอย่าง ตั้งแต่เรื่องชุดแล้วนะ ไอ้พี่เลิฟก็อะไรไม่รู้ มันก็ปกติอะ คนอื่นเขาก็แต่งแบบนี้ ให้ใส่มาแล้วแท้ๆ แต่ยังบังคับให้ใส่เสื้อคุมอีก งี้จะใส่เดรทสายเดี่ยวมาทำไมละ แล้วยังจะเรื่องว่าจะดื้มอะไรอีก ใจจริงอะอยากเพียวด้วยซ้ำ ไม่ได้กินมาตั้งนาน แต่นี้สั่งไรมาให้ คอลเทล!! จะบ้าตาย ชาติไหนจะเมาอะถามหน่อยย

“ พี่ธีร์ พี่ธีร์!!” หัวแหวนที่เห็นว่าเลิฟลุกออกไปจากโต๊ะเพราะไปเข้าห้องน้ำก็เลยขยับเข้าไปหาธีร์

“ ว่าไงเรา อยากกินอะไรอีกมั้ย” ธีร์ถามเพราะคนตัวเล็กแทบจะไม่ได้แตะอาหารตรงหน้าเลย

“ หนูขอไรอย่างดี”

“ อือ ว่ามา”

“ คือ พี่ธีร์เติมเหล้าใส่ในแก้วให้หนูเพิ่มหน่อยดิ มันอ่อนไปอะ” หน้าตาที่ถูกส่งไปอย่างอ้อนวอนทำให้ธีร์ขำกับท่าทางของหัวแหวน

“ 555 พี่ก็นึกว่าไร ไอ้เลิฟมันจะว่าเอานะ”

“ ชั่งพี่เลิฟดิ นะนะ หนูอยากเมา ของแรงๆเลยพี่ธีร์ เร็ว ก่อนที่พี่เลิฟจะกลับมา” หน้าตาหัวแหวนตอนนี้คือขอร้องสุดๆ

“ อะๆ ไม่ต้องทำหน้าอยากจะร้องไห้ขนาดนั้น เอาแก้วมา” และหัวแหวนก็รีบยื่นแก้วส่งให้ธีร์ทันที ธีร์ก็ทำการเทเหล้าใส่ในแก้วพอประมาณไม่เยอะเกินไปแต่ก็ไม่น้อยเกินไป

“อึ้ยย แบบนี้แหละ สุดยอดดด” หัวแหวนที่รับแก้วมาจากธีร์ก็ยกซดไปอึกใหญ่ ทำให้รับรู้ถึงรสชาติความขมที่มากขึ้นและความร้อนที่ผ่านลำคอไปนั้นมันทำให้เลือดในร่างกายซูบฉีด เป็นจังหวะเดียวกับพี่เลิฟเปิดประตูเข้ามาทำให้หัวแหวนสะดุ้งแต่ก็พยายามเก็บอาการ

เลิฟที่ไม่ได้สังเกตหัวแหวนมากนักก็เดินนำอีกคนเข้ามาในห้อง ผู้ที่มาใหม่ที่หัวแหวนไม่รู้จัก ก็ทำหน้างงพร้อมกับจะหันไปถามธีร์แต่เลิฟก็เดินมานั่งซะก่อนแต่ไม่ได้นั่งข้างธีร์แต่อย่างใด กลับไปนั่งอีกโซฟานึงที่อยู่ข้างๆกัน

“ นี้ใครละเลิฟ” คนมาใหม่เอ่ยถามเพื่อนตนอย่างทันทีที่นั่งบนโซฟา

“ น้องกู” เลิฟตอบเสียงเรียบพร้อมกับยกแก้วขึ้นดื้มอึกใหญ่

“ หรอวะ แต่น้องสาวมึงไม่ใช่คนนี้ไม่ใช่หรอวะ” คนมาใหม่ก็ยังสงสัยไม่เลิก

“ ลูกป้ากู มันฝึกงานอยู่ที่ทำงานไอ้ธีร์”

“ อ่ออ สวัสดีครับ พี่ชื่อกิตนะครับ เราละชื่ออะไรละ”กิตชะโงกหน้ามาถามเพราะเลิฟนั่งบังเอาไว้

“ หนูชื่อหัวแหวนค่ะ” หัวแหวนบอกชื่อตัวเองให้กิตรู้พร้อมกับยิ้มให้

“ หัวแหวนหรอ ชื่อน่ารักจังเรา”

“เอ่อ ค่ะ”

“ แล้วเรามีแฟนยังละ” กิตที่ดูจะรุกหนักจนหัวแหวนถึงกับอึ้งแต่ก็กำลังจะตอบกลับไป

“ ยังมะ...”

“ รีบแดกดิ ละลายหมดละ” หัวแหวนยังไม่ทันจะได้ตอบกิตกลับไป เลิฟที่นั่งเงียบอยู่นานก็ขัดขึ้นเสียงดัง

“ หึ กูว่ามีคนหึงวะมึง” ธีร์ที่ฟังทั้งสามคนพูดไปมาก็เอ่ยขึ้นมา ทำให้เลิฟที่นั่งอยู่ได้ยินถึงกับมองอย่างหาเรื่อง

“ ผมก็ว่างั้นนะเฮียธีร์” บิ๊กที่นั่งฟังอยู่นานเหมือนกันก็ตอบธีร์กลับไป

“ หึ หวงหรอวะมึง” กิตที่พอจะเดาอะไรออก ก็ถามเลิฟขึ้นมา

“ พูดเหี้ยไรกัน รีบๆแดกเข้าเถอะ กูจะได้รีบกลับ” เลิฟที่ไม่รู้จะตอบว่าอะไรเลยเปลี่ยนเรื่องไปเลย

หัวแหวนยัง งงกับคำพูดพวกพี่ๆอยู่และไม่คิดที่จะถามด้วยเลยยกแก้วขึ้นมาดื้มไปหลายอึก ทำให้ร่างกายที่มันเริ่มที่จะร้อนในตอนแรก ตอนนี้มันกลับร้อนจนเหงื่อซึมตามกรอบหน้า จนหัวแหวนต้องถอดเสื้อคุมออกถึงแอร์จะเย็น แต่เสื้อคุมที่เลิฟให้ใส่มันก็หนามากอยู่

“ โห่หนู แซ่บอะ ทำไมไม่ถอดตั้งแต่แรกเนี้ย ใส่มาทำไมเสื้อคุม” บิ๊กที่หันมาเห็นว่าหัวแหวนถอดเสื้อคุมออกก็แซวเล่น

“ ก็ไม่ได้อยากใส่หรอกพี่บิ๊ก อึดอัดจะตาย” หัวแหวนตอบกลับ พร้อมเอื่อมมือไปหยิบแก้วของตนเพื่อที่จะดื้มอีก แต่ก็โดนคว้ามือเอาไว้

“ อะไรของพี่เลิฟเนี้ย เอามาหนูจะกิน” หัวแหวนถามเลิฟเสียงดังเพราะขัดจังหวะการกินของตน

“ ทำไมมันแรงว่าตอนที่สั่งมาตอนแรก” เลิฟผละปากออกจากแก้วคอลเทลทั้งที่ยังไม่ทันได้ลองชิมเลยแต่กลิ่นของแอลกอฮอร์ที่แรงกว่าตอนแรกก็ทำให้รู้ได้เลยว่าไอ้เด็กแซบนั้นแอบเติมเหล้าลงไป

“ มึงก็จะอะไรนักหนา แค่นี้ไม่เมาหรอก” ธีร์ที่เห็นว่าหัวแหวนเริ่มทำหน้าตาขอความช่วยเหลือจึงเอ่ยปากบอกเพื่อนไปว่าแค่นี้ไม่สามารถทำอะไรน้องมันได้ ไอ้เด็กที่นั่งข้างเขาพยักหน้ารัวๆ

“ แต่มันระ....”

“ หัวแหวน หนูไปเต้นกับพี่มั้ย เพลงกำลังสนุกเลย” เลิฟที่ไม่ทันจะพูดจบ บิ๊กที่นั่งฟังอยู่นานก็เอ่ยขัดขึ้นเพราะไม่อยากเห็นเลิฟมานั่งดุหัวแหวนเพราะอาจจะทำให้บรรยากาศเสียได้ เลยชวนหัวแหวนลงไปข้างล่าง

หัวแหวนที่กำลังจะลุกขึ้นก็โดนเลิฟคว้าข้อมือไว้ไม่ให้เดินออกไป

“ ปล่อยมือหนู หนูจะไปกับพี่บิ๊ก” น้ำเสียงกล้าๆกลัวๆเอ่ยออกไปเพราะหัวแหวนคิดว่าต้องไม่ได้ไปแน่ๆ เพราะดูจากท่าทางและหน้าตาเลิฟตอนนี้แล้ว เขาน่าจะได้กลับห้องเร็วๆนี้แน่ แต่ผิดคาด

“ ไอ้เลิฟ มึงก็ปล่อยๆน้องไปบ้าง นี้ก็ที่ของไอ้กิตมัน มึงจะกลัวอะไรวะ” เลิฟเมื่อได้ยินเพื่อนบอกแบบนั้นจึงปล่อยมือที่คว้าแขนของไอ้เด็กแสบไว้แล้วไปคว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกแทน หัวแหวนที่เห็นอย่างนั้นจึงเดินออกมาหาบิ๊กที่รออยู่หน้าประตูที่มีนันกับนนยืนรออยู่ด้วย

เมื่อทั้งสามลงมายังชั้นล่างเสียงเพลงที่ดังกว่าชั้น 2 นั้นทำให้ร่างกายอยากจะออกลีลาการเต้นทันที เป็นบิ๊กที่เริ่มโยกไปมาเบาๆก่อนแล้วตามด้วยนันส่วนนนนั้นแค่ยืนถึงแก้วเหล้าดูที่ไม่รู้ว่าถือมาด้วยตอนไหนหรือไปหยิบของใครแถวนี้มาก็ไม่รู้ หัวแหวนที่เริ่มคุนชินกับเสียงเพลงและด้วยแอลกอฮอที่เข้าไปในร่างกายก็เริ่มจะขยับโยกไปมาตามเสียงเพลง

 ทั้งสามคนเต้นไปเรื่อยๆจนมาถึงเพลงที่กำลังฮิตอยู่ในช่วงนี้ และเมื่อนักร้องร้องท่อนฮุคขึ้นมาทำให้หัวแหวนไม่อาจที่จะเต้นโยกเบาๆได้

“เดิน และเดิน และเดิน เดิน เดิน เดิน 

ย่ำซ้ายขวาอ่ะ twerk twerk twerk 

แล้วบั้ง อะฮะ 

ขึ้นบั้ง อะฮะ 

เชิด เชิด เชิด เชิด 

หยุด pose สวยไม่ไหวแล้ว 

ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง” 

การเต้นของหัวแหวนนั้นเรียกเสียงฮือฮาได้เต็มที่เพราะด้วยการที่ชอบเต้นอยู่แล้วแหละเพลงจังหวะแบบนี้ทำให้หัวแหวนปล่อยตัวตนออกมาสุดเหมือนทุกๆทีที่ไปกับเพื่อน จนตอนนี้ผู้คนต่างล้อมรอบหัวแหวนเอาไว้ เหลือพื้นที่ตรงกลางให้หัวแหวนออกสเต็ปได้อย่างเต็มที่ แล้วมีหรือว่าคนที่ชอบเต้นอย่างหัวแหวนจะเดินหนี

“วู้วๆๆ เอาอีกๆ ขอแรงกว่านี้” นักร้องเมื่อเห็นว่ามีคนเต้นอย่างสนุกอยู่และน่าจะเป็นคนเดียวด้วยที่เต้นอยู่ตอนนี้ เพราะทุกคนต่างยืนดูและส่งเสียงแซวไม่หยุด ดีเจที่เห็นอย่างนั้นก็เร่งบีชดนตรีให้มันเร็วขึ้นกว่าเดิม หัวแหวนที่ตอนแรกยังไม่ค่อยกล้าออกสเต็ปมากแต่พอได้ยินเสียงโห่ร้องแซวขึ้นก็ได้ใจ ยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีกจนลืมไปเลยว่าชุดที่ตัวเองใส่มานั้นไม่ได้เป็นกางเกงยีนส์แบบทุกที

ท่าที่เรียกเสียงฮือฮาไปเยอะสุดก็น่าจะ twerk ด้วยความที่เคยอ้วนมากก่อนและสะโพกที่ค่อนข้างจะใหญ่ พอลดน้ำหนักมาได้ทุกส่วนลดหมดยกเว้นสะโพก และพอเต้นท่านี้มันยิ่งทำให้เซ็กซี่ขึ้นไปอีก หนุ่มๆต่างให้ความสนใจหัวแหวนเป็นอย่างมาก บวกกับชุดของเจ้าตัวที่มันรัดรูปทำให้เห็นสัดส่วนได้ชัดเจน หน้าตาที่ออกจะน่ารักผมสั้นที่สะบัดไปมายิ่งเพิ่มความเซ็กซี่เข้าไปอีก หัวแหวนที่ไม่รู้เลยว่าตนนั้นตกเป็นเป้าสายตาของคนในร้านนี้ และก็ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีความซวยมาเยือน

 

เลิฟที่นั่งมองหัวแหวนมาจากชั้นบนตั้งแต่แรกก็เริ่มอยู่ไปสุขตั้งแต่ที่หัวแหวนเต้นตามเพลง แล้วจะให้เขาอยู่สุขได้ยังไงก็ไอ้พวกที่มันขยับเข้ามาเต้นเสียดสีกับไอ้เด็กแสบนั้นละ ดีนะมีบิ๊กกับนนและนัทคอยกัดไว้ให้อยู่ แต่ใครจะไปคิดว่าไอ้เด็กแสบของเขามันจะเต้นยั่วขนาดนั้น และดีเจอีก ไหนจะนักร้องอีก พูดออกไมค์ซะขนาดนั้น มันยิ่งทำให้ไอ้เด็กแสบได้ใจ ใส่แรงไม่ยั้ง ทั้งเอวทั้งสะโพกที่โยกย้ายไปมานั้นน่าจับมาตีซะให้เข็ด เลิฟที่นั่งมองอยู่นานจนเพื่อนทักขึ้น

“ หวงหรือไงวะ” ธีร์ถามขึ้น

“ เออ เห็นมองตาไม่กระพริบเลย” กิตที่ก็มองเลิฟอยู่เหมือนกันพูดเสริม

“ เปล่า” แก้วเหล้าตรงหน้าถูกคว้าไปดื่มหมดแก้วด้วยน่าทางไม่สบอารมณ์ของเลิฟ

“ หึ แสดงว่าจะไม่ลงไป”

“ ลง!!” เลิฟตอบทันทีและลุกขึ้นเดินออกจากห้องอย่างเร็ว เรียกเสียงหัวเราะของทั้งสองคนได้

“ ยังไงวะมึง กูอยากรู้” กิตเริ่มถามธีร์ทันทีหลังจากที่เลิฟเดินออกจากห้องไป

“ ก็อย่างที่มึงเข้าใจนั้นแหละ”

“ แล้วไหนมันบอกว่าน้อง ลูกป้าอะไรของมันนั้นหนะ” น้ำเสียงสงสัยของกิตทำให้ธีร์นึกขำ

“ ก็ลูกป้าด้วยตามที่มันบอก” แต่ธีร์ก็ตอบกลับอย่างชิวๆไม่ได้ตื่นตกใจตามกิต

“ เอ้า! ญาติกันเอากันได้ด้วยหรอวะ”

“ กูก็ไม่รู้มัน แต่ดูทรงละน่าจะยังไม่ได้เอาวะ” ธีร์ตอบกลับไปแต่สายตานั้นมองลงไปยังชั้นล่างเห็นหัวแหวนกำลังเต้นอย่างเมามันส์โดยมีเพื่อนของเขาเดินแหวกเข้าไปกลางวงทันที

 

ตัดภาพมาทางฝั่งหัวแหวน ที่ตอนนี้งงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะตอนแรกเต้นอยู่ดีๆ ไหงโดนอุ้มมาที่รถได้

“ พี่เลิฟ!! อุ้มหนูมาที่รถทำไมเนี้ย กำลังสนุก” หัวแหวนหันไปถามเลิฟเสียงดังเพราะตอนนั้นกำลังสนุกอยู่เลย กว่าจะได้สนุกแบบนี้ คิดแล้วเศร้า

“ สนุกมากมั้ยห้ะ!!! ตอบ!! ไปเต้นยั่วคนอื่นอะสนุกมากนักหรอห้ะ!!!” เลิฟที่ไม่รู้ว่าหงุดหงิดอะไรก็ใส่ไม่ยั้งจนคนข้างๆตกใจเพราะเลิฟไม่เคยตะคอกใส่ตนขนาดนี้อย่างดีก็แค่ดุ

“ พี่เลิฟตะคอกหนูทำไมอะ!!! หนูทำอะไรผิด! มาตะคอกหนูทำไม!!” หัวแหวนที่ไม่เคยโดนตะคอกเลยก็เลยขึ้นเสียงกลับไป แต่นั้นมันยิ่งทำให้เลิฟหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ หันมามองหัวแหวนด้วยสายตาที่หัวแหวนดูไม่ออกเลยว่าเลิฟคิดอะไรอยู่

“ ดูเธอแต่งตัวดิ!! แล้วไปเต้นยั่วไอ้พวกนั้นอีกอะ! ใครๆเขาก็จะหาว่าเธอง่ายเธออ่อย!!!” เลิฟที่พูดออกไปไม่คิดเพราะอารมณ์ที่กำลังโมโหอยู่และคิดว่าหัวแหวนคงไม่คิดอะไรแต่หัวแหวนไม่ได้คิดแบบนั้นเมื่อโดนเลิฟว่าว่าเขาง่ายเขาอ่อยมันยิ่งทำให้หัวแหวนอยากเอาชนะเลิฟจึงพลั้งปากโต้กลับไปอย่างไม่ยอม

“ เออ!! หนูมันง่ายไง ทำไมอะ ก็ชีวิตหนูป่าววะ ใครจะทำไม!! จะไปให้ใครเอามันก็เรื่องของหนูปะ!! พี่เลิฟอย่ามายุ่ง! เป็นแค่พี่อะ ไม่ได้เป็นผัว!!” เลิฟที่ไม่คิดว่าหัวแหวนจะตอบกลับมาแบบนี้ยิ่งทำให้เลิฟอารมณ์เสียงหนักขึ้นไปดี ความอดทนที่ต่ำอยู่แล้วมาเจอหัวแหวนตะคอกใส่หน้ามันทำให้ความอดทนนั้นหายไปเลย

“ หึ ง่ายมากใช่มั้ยห้ะ!! ได้เดะฉันจัดให้” เลิฟว่าจบก็ย้ายตัวเองข้ามไปคร่อมไว้มือข้างซ้ายจับแขนทั้งสองข้างของหัวแหวนล็อกไปกับเบาะเหนือหัว มือข้างขวาเอื่อมไปกดที่ปรับเบาะให้มันนอนลง ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมา ไวจนหัวแหวนตั้งตัวไม่ทัน แต่ะพอรู้สึกตัวว่าตนนั้นโดนกระทำอย่างไงก็ดิ้นหนีเลิฟทันที

“ พี่เลิฟ!! จะทำอะไรหนู ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ พี่เลิฟ!! ปล่อยแขนหนู ปะ อื้ออออออ อ่อยย อื้ออ” หัวแหวนดิ้นไปมาใต้ตัวเลิฟทั้งดิ้นทั้งแหกปากเสียงดังลั่น เลิฟที่ทนกับเสียงร้องไม่ไหวจึงก้มลงไปเอาปากตนปิดกับปากเล็กที่ร้องแหกปากอยู่ เลิฟที่ลืมนึกถึงความผิดชอบชั่วดีก็บดจูบอย่างบ้าคลั่ง เมื่อนึกถึงเมื่อเรื่องก่อนหน้านี้มันยิ่งทำให้เลิฟเพิ่มจูบที่หนักหน่วงขึ้นไปอีก หัวแหวนที่เคยผ่านการจูบมาแล้วบ้าง แต่ไม่เคยเจอจูบที่ดุเดือดขนาดนี้ทำให้หายใจไม่ทัน หัวแหวนก็ดิ้นไปมาอย่างแรงทำให้เลิฟต้องผละปากออกมาให้หัวแหวนได้หายใจ

“ แฮกๆ พะ อื้อออ อี้เอิบ อ่อยยย อื้ออ จุ๊บ จ๊วบ อ่า จุ๊บ จุ๊วบบ” หัวแหวนไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็โดนเลิฟประกบปากจูบลงมาอีก แต่รอบนี้ไม่ได้ดุเดือดแบบรอบแรกแต่มันก็ทำให้รู้สึกบางอย่างได้ ตอนนี้แขนทั้งสองข้างของหัวแหวนเป็นอิสระแล้วและมือของเลิฟก็เริ่มที่จะอยู่ไม่สุข

เลิฟลากมือลงมาตามสีข้างของหัวแหวนลากลงมายังสะโพกและเลยไปที่ต้นขาที่ไม่มีเนื้อผ้าปกปิดแล้วเพราะการดิ้นของหัวแหวนทำให้เนื้อผ้ามันล่นขึ้นไป เลิฟที่ลูบอยู่ที่ช่วงต้นขาก็ลากผ่านหมายจะให้มันโดนจุดสำคัญแต่หัวแหวนก็ดิ้นไปมาเลิฟที่เริ่มรู้สติก็ผละร่างออกแต่ไม่ได้ข้ามมานั่งฝั่งคนขับแต่อย่างใด

“ พะ พี่เลิฟ ปล่อยหนู! ” หัวแหวนเมื่อรู้ว่าตนเป็นอิสระก็เริ่มดิ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เลิฟไม่ได้หงุดหงิดแต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างแทรกเข้ามาแทนที และเลิฟก็รู้ดีว่าไอ้ความรู้สึกนั้นมันคืออะไร

“ อืมม อย่าดิ้น” เสียงที่แหบพราของเลิฟนั้นมันทำให้หัวแหวนกลัวและยิ่งดิ้นหนักขึ้น

“ หัวแหวน!! อยู่เฉยๆ”

“ พะ พี่เลิฟกะ ก็ ก็กลับไปนั่งที่ดิ” เสียงสั่นๆของหัวแหวนบอกเลิฟให้ลุกออกจากตนได้แล้ว แต่เลิฟเมื่อได้ยินก็อยากแกล้งขึ้นมา

“ แล้วถ้า...”

“ ?”

“ ฉันไม่กลับละ เธอจะทำไม” เลิฟก้มลงไปกระซิบข้างๆหู พร้อมกับมือที่ลูบวนไปมาอยู่ที่หน้าขาบางครั้งก็มีลากผ่านของสงวนด้วยทำให้หัวแหวนสะดุ้งขึ้นมาทันที

“ พะ พี่ เลิฟ” หัวแหวนที่ทำอะไรไม่ถูกได้แต่เรียกชื่อเลิฟอยู่อย่างนั้นจนเลิฟต้องเลิกแกล้ง แต่เอาจริงๆถ้าเขายังแกล้งต่อไปมีหวังเป็นเขานี้แหละที่ทนไม่ไหว

“ หึ ทีหลังก็อย่างแต่งตัวแบบนี้ ถ้าไม่อยากโดน...”

“ โดนอะไร พี่เลิฟ!! พูดออกมานะ” หัวแหวนกลับมาหงุดหงิดอีกครั้งเพราะเลิฟพูดสองแง่สองง้าม ทำให้ชวนคิดลึก

“ หึ”

“ อย่ามามองหนูนะ หันไปเลย” หัวแหวนรีบดึงชายชุดเดรทที่มันล่นมาเกือบถึงของสงวนลงเมื่อเห็นว่าเลิฟมองอย่างหื่นกาม

“ เอาไป” เลิฟโยนเสื้อโค้ชตัวเดิมให้หัวแหวน หัวแหวนรีบรับมาคลุมอย่างทันที

---------------------- 

มาต่ออีกตอนเเล้วนะคะ 

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านเลยนะคะ 

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ 

1 คอมเมนต์ = 1 เเรงผลักดัน 

ความคิดเห็น