ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 ติดกับ 80%

ชื่อตอน : บทที่ 3 ติดกับ 80%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 938

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2564 00:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ติดกับ 80%
แบบอักษร

บทที่ 3 ติดกับ 80%  

 

 

*** อัป 60%**** 

บทที่ 3 ติดกับ 

“ไป...กลับไปทำหน้าที่ของเธอซะ! ฉันยังไม่อยากติดคุกเพราะฆ่าคน!” 

ปานวาดมิได้กลัวเขา แต่จำต้องล่าถอยกลับห้องเซฟโซนอันเป็นสถานที่ที่เธอต้องทำงาน มีอีกหลายซีนที่ต้องถ่ายทำให้วันนี้ ไม่รู้ว่าเด็กๆ เตรียมเสื้อผ้าเครื่องประดับไปถึงไหน ละครย้อนยุคนี่ไม่ได้ง่าย ยิ่งถ้าถ่ายต่อจากเมื่อวาน เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะ จะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้อย่างเด็กขาด และหน้าที่ของเธอก็คือคอยควบคุมให้ทุกอย่างถูกต้องตามที่หัวหน้าและผู้กำกับต้องการ เหนื่อยนะ แต่มันได้เงิน และเป็นงานที่เธอรักนี่นา จะอย่างไรก็คงต้องทำต่อไป เพราะถ้าไม่มีอะไรให้ทำ เธอคงคิดฟุ้งซ่านอยากกระโดดน้ำตายวันละหลายรอบแน่ๆ 

ครืดๆ ครืดๆ  

โทรศัพท์ดังขึ้นในตอนที่ปานวาดเดินมาถึงห้องที่มีเสื้อผ้ามากมายแขวนไว้บนราว เธอเลือกเสื้อผ้าของนางเอกละครออกมาไว้ต่างหาก รอให้เจ้าหล่อนที่กำลังแต่งหน้าอยู่ มาสวมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ก่อนจะรีบกดรับสายเมื่อรู้ว่าณัฐนรีโทรมา 

“ว่าไงโรส ออกจากโรงพยาบาลหรือยัง” ถามอีกฝ่ายด้วยว่าเมื่อวานนี้ ณัฐนรีโทรมาบอกว่าแม่หนูตัวน้อย ลูกสาวที่น่ารักของเธอต้องแอดมิดเพราะท้องเสีย 

‘ค่ะพี่ ออกแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันย้ายที่อยู่ชั่วคราวนะ” 

“อ้าว? ทำไมล่ะ” 

‘ก็...เรื่องคุณทนายนั่นแหละ’ 

ปานวาดลอบถอนหายใจ ณัฐนรีจะหนีไปตลอดไม่ได้หรอกนะ ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสิ 

“โรส พี่ว่าเราเคลียร์กับทางโน้นเถอะนะ” 

‘พี่คะ พี่คิดว่าคนอย่างฉันจะได้รับความยุติธรรมเหรอ พวกคนรวยเขาจะทำยังไงกับฉันพี่ก็รู้’ 

“อย่าเพิ่งคิดไปเองสิโรส ถ้าเขาจะมาร้าย เขาจะส่งทนายมาก่อนทำไม”  

คนเป็นพี่สาวพยายามโน้มน้าว อย่างไรเสีย การเจรจาด้วยเหตุและผลย่อมดีที่สุด บางทีถ้าเจรจากันได้ ผลประโยชน์อาจตกอยู่กับคนที่ควรได้รับมันมากที่สุดก็เป็นได้ 

‘พี่อ่า...ไม่เอาละ ไม่คุยกับพี่ ฉันส่งที่อยู่ในแชตไลน์ให้พี่แล้วนะ ว่างๆ แวะมาหาเรนนี่บ้างแล้วกัน’ 

“อือ...แล้วนี่ไปอยู่ที่ไหน หอพักของตุลย์เหรอ” 

‘ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสิ แต่ไม่ใช่หรอก ฉันอยู่ที่คอนโดฯ ของเขาน่ะ’ 

“เขา? ใครกัน?” พอปลายสายเงียบไป ปานวาดก็ยิ่งใคร่รู้ 

“ปริม! ยัยปริมอยู่ไหนยะ!?” 

เสียงร้องของหัวหน้าจอมวีน ทำให้ปานวาดอดรู้ในสิ่งที่ณัฐนรีกำลังจะบอก เธอต้องรีบวางสาย เมื่อเห็นเจ๊จู กะเทยร่างหมีผู้เป็นหัวหน้าของเธอ ก้าวดุ่มๆ เข้ามาหาพร้อมกับผ้าสะใบสีงาช้างที่ปาข้ามหัวมา หล่นแหมะลงกับราวผ้าด้านหลังเธอ 

“หล่อนไม่ทำงานหรือยะ! ปล่อยให้เด็กๆ ใส่สะใบผิดสีให้นางเอกได้ยังไง!” เจ๊จูด่าไม่ไว้หน้าด้วยว่าถูกผู้กำกับด่ามาอีกที  

ปานวาดก้มหน้ารับความผิด แลหาไอแพดของเธอที่บันทึกรายละเอียดความต่อเนื่องของละครที่ถ่ายทำเอาไว้ เธอว่าเธอสั่งเด็กในทีมดิบดีแล้วนะว่าให้ใส่ชุดไหนก่อนชุดไหน สงสัยเด็กๆ จะทำพลาดกระมัง  

เจ๊จูยังบ่นอีกยืดยาว และแม้ว่านางเอกแสนสวยของกองละครจะกลับมาเปลี่ยนผ้าสะใบแล้วออกไปถ่ายต่อ เจ๊ก็ยังไม่หยุดบ่น เธอได้แต่ทำหูทวนลม คิดแต่ว่าอดทนและอดทน สักวันหนึ่งข้างหน้า หากเธอได้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งของเจ๊จู เธอสาบานว่าจะไม่วีนไม่เหวี่ยง จะคุยกับทีมงานของเธอด้วยเหตุและผล จะไม่ทำให้ใครต้องเจ็บปวดกับคำพูดและการกระทำของเธออย่างแน่นอน 

การถ่ายทำในวันนี้นั้นเข้าขั้นล่าช้า และบรรยากาศในกองค่อนข้างตึงเครียดทีเดียว ผู้กำกับเองก็อารมณ์เสียด้วยเรื่องส่วนตัว ส่วนนักแสดงก็เข้าไม่ถึงบทบาท แถมสะใบเจ้าปัญหาผืนนั้นก็ดันเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ จนได้รับความเสียหาย จะเปลี่ยนให้นางเอกใส่ผืนอื่นก็ไม่ได้เพราะซีนนี้ถ่ายต่อเนื่องมาจากเมื่อวาน แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้วก็ต้องเลิกกองกลางคัน และปานวาดจำต้องอยู่ที่นี่ต่อ เพื่อซ่อมสะใบผืนงามให้กับเจ๊จู ‘ของมันแพง เจ๊ไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำ’ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ทั้งหัวหน้าลูกน้องของเธอต่างพากันได้กลับบ้าน ขณะที่เธอยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเพื่อปักดิ้นทองที่หลุดรุ่ยจากชายสะใบให้เรียบร้อย ละครย้อนยุคก็อย่างนี้ ทุกอย่างต้องเนี้ยบต้องดี ไม่อย่างนั้นก็ไม่ถูกใจผู้กำกับอย่างไรเล่า 

ฉับ! 

เสียงกรรไกรตัดฉับลงดิ้นทองที่ชายสะใบ เธอพามันขึ้นพาดไม้แขวน ก่อนจะเก็บอุปกรณ์ตัดเย็บตรงหน้า มีทีมงานบางส่วนที่ยังเซ็ตฉากไว้ถ่ายต่อในวันพรุ่งนี้ แต่ช่างบางตาด้วยว่าเวลานี้ก็ค่ำมากแล้ว เธอรีบเก็บของแล้วสำรวจตรวจดูเสื้อผ้าทั้งหลายที่จัดคิวกำกับไว้ให้เด็กในทีม หวังว่าพรุ่งนี้จะไม่พลาดนะ ขอให้งานของเธอราบรื่นด้วยเถิด  

ปานวาดมิได้กลับบ้านมือเปล่า ยังมีชุดสวยของห้องเสื้อชื่อดังที่เจ๊จูไหว้วานให้เธอส่งคืน งานของเธอไม่เคยเสร็จตรงเวลา ตราบใดที่มีหัวหน้าชื่อเจ๊จู 

“แท็กซี่หายไปไหนหมดนะ เดี๋ยวร้านปิดก่อนพอดี” บ่นพลางมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ ใกล้จะสองทุ่มแล้ว แต่เธอยังไปไม่ถึงห้องเสื้อที่ว่าเลย 

จังหวะเดียวกันนั้น รถยนต์คันใหญ่ก็แล่นออกมาจากลานจอดรถของสตูดิโอ เธอจำรถเขาได้ และต้องทำใจกล้า โบกมือหย็อยๆ จนเจ้าของรถยอมชะลอจอด 

“ทำไม มีอะไร” ธาวินถามอย่างงงๆ หล่อนเป็นใครกันถึงกล้ามาโบกรถเขา แล้วทำไม...เขาต้องจอดรถคุยกับหล่อนด้วย 

“ขอโทษนะคะผู้กำกับ ช่วยปริมสักครั้งได้ไหมคะ” เธอร้องขอพลางยกถุงเสื้อให้ดู ถุงเสื้อราคาแพงที่ตีตราห้องเสื้อชื่อดังที่สนับสนุนละครของเขานั่นแหละ 

“เธอควรรับผิดชอบงานของตัวเอง” 

“แต่ว่า ถ้าส่งคืนไม่ทันวันนี้ ห้องเสื้ออาจไม่ส่งชุดมาอีกนะคะ” 

“เธอขู่ฉันเหรอ” 

“เปล่าคะ! เปล่า! แต่ถ้าให้รอแท็กซี่คงไปส่งเสื้อไม่ทันแน่ๆ นี่มันสุดซอยนะคะ ขนาดโทรเรียกแท้ๆ แท็กซี่ยังไม่อยากเข้ามาเลยค่า” ปานวาดโอดครวญ นี่ละครที่เขากำกับนะ และไหนๆ เขาก็มีรถ เป็นทางผ่านด้วย ไปส่งเธอหน่อยไม่ได้หรือไง 

“ฉันมีธุระ เธอไปเองแล้วกัน” 

หวืด! 

เสียงลมจากภายนอกพัดแทรกเข้ามาเมื่อประตูรถถูกเปิด ธาวินเป็นงงเมื่อจู่ๆ ปานวาดก็เปิดประตูขึ้นรถมา 

“ปริม!? นี่เธอ! ฉันยังไม่ได้ตกลง” 

“ไปค่ะ ไปส่งทีนะคะ เร็วๆ เลย” ปานวาดตีมึน ไม่รู้แหละ เธอกับเขาก็ใช่คนแปลกหน้านี่นา รู้จักกันมาก็หลายปีแล้ว แม้ว่าไม่ถึงขั้นสนิทสนม แต่ก็เจอกันบ่อยยิ่งกว่าสามีที่บ้านเสียอีก 

 

ธาวินเม้มปากแน่น อยากขุ่นเขือนให้เต็มหัวใจ แต่พอเห็นถุงเสื้อผ้าที่กองอยู่บนตักสาวเจ้าแล้วโกรธไม่ลง อย่างไรเสียเสื้อผ้าพวกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของละคร อย่างน้อยๆ มันก็เป็นความรับผิดชอบของเขาที่ต้องส่งเสื้อผ้าคืนสปอนเซอร์ตามกำหนด ครั้งนี้เขาจะหยวนๆ ให้ปานวาดก็แล้วกัน 

 

 

 

 ******* ^^ เอาละค่ะ ทีมคนบาปเตรียมตัวนะคะ 

 สามีของปริมจะเป็นยังไงนะ และคุณผู้กำกับปริมจะสปาร์คกันตอนไหน ติดตามนะคะ  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว