Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 3 : เลขาคนใหม่

ชื่อตอน : EP 3 : เลขาคนใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 253

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2564 22:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 3 : เลขาคนใหม่
แบบอักษร

EP 3 : เลขาคนใหม่

 

กลับมาช่วงที่อินทนิลโดนย้ายมาประจำที่สาขาประเทศไทย 1 เดือนก่อนรริสราจะลาออก

 

“อินจ๋า” เสียงเลขาสาวรุ่นพี่เรียกขึ้นขณะที่อินกำลังงวนอยู่กับงานที่หน้าคอม

“ครับพี่ริ”

“เที่ยงนี้อินออกไปกับบอสนะคะหนู”

“เที่ยงนี้?” เมื่อได้ยินอีกคนบอกอินก็ทำหน้างงเที่ยงนี้เจ้านายต้องไปไหน

“อ๋อ นัดเที่ยงกับคุณสินที่อโศก ให้อินไปหรือครับ”

“ใช่จ๊ะ เพราะงานนี้น่าจะต้องยิงยาวพี่ไม่น่าจะได้อยู่ทำ เพราะงั้นให้อินรับผิดชอบดีกว่างานจะได้ต่อเนื่อง”

“ได้ครับพี่ริ แล้วเจ้านายจะออกกี่โมงครับ”

“กี่สิบห้านาทีค่ะ”

“หา?” อินขยับข้อมือดูเวลา จากนี้ไปถึงที่หมายก็ราวๆสามสิบนาที อีกสิบห้านาทีสิบเอ็ดโมง รีบหรอ?

“อ่า...ให้ผมเรียกคนขับรถเลยมั้ยครับ”

“เจ้านายจะขับรถเองจ้ะ”

“หา?”

“งงอะไรหนูอิน”

“อ่า...แค่แปลกใจครับ เอ่อ...ปกติ เจ้านายจะให้พี่เพิ่มขับให้นี่ครับ”

“วันนี้เจ้านายจะออกยาวเลย ไม่กลับเข้ามาอีกจ้ะ”

“อ้าว แล้วผมล่ะ”

“อันนี้พี่ไม่รู้”

“...” รริได้แต่ยิ้มแห้งๆให้อีกคน แต่ไม่ได้บอกอะไร เพราะเธอก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกัน

“เสร็จยัง” ร่างสูงของปรมัตถ์เดินออกมาถามหลังจากที่รริเดินไปยังแผนกจับฉ่าย อ้อ ลืมอธิบาย แผนกจับฉ่าย คือ ฝ่ายผู้ช่วยเลขาที่พวกวัลลภ รพีพรรณ เหนือนภา เจนจิรา และเชษฐาอยู่นั้นแหละ เพราะตำแหน่งของพวกเขาทั้งห้าคือผู้ช่วยของปรมัตถ์ ที่จะดูแลระบบงานนอกเหนือจากระดับผู้จัดการอีกที เรียกรวมๆว่าแผนกจับฉ่าย เพราะงานจากแผนกต่างๆจะถูกตรวจทานที่พวกเขาทั้งห้าก่อน ถึงจะผ่านมาถึงมือเลขา และขึ้นอนุมัติโดยปรมัตถ์อีกที ฟังดูเหมือนงานซ้ำซ้อน แต่มันช่วยเรื่องความถูกต้องแม่นยำได้มากเลยทีเดียว อันที่จริงจะว่าพวกเขาเป็นผู้ตรวจสอบของบริษัทก็ได้ แต่เพราะอะไรไม่แน่ใจเจ้านายดันตั้งชื่อแผนกให้ว่า แผนกจับฉ่ายเป็นชื่อเรียกที่ใช้กันแค่หกเจ็ดคนรวมเลขาและประธานเรียบร้อย

“ครับ เราไปกันได้เลย พี่รริบอกว่าเดี๋ยวที่เหลือรับช่วงต่อเองครับ”

“อืม” เจ้านายพยักหน้ารับคำไปทีหนึ่งแล้วเดินนำหน้าไปยังลิฟต์

 

“ทำงานเป็นไงบ้าง ปรับตัวได้ยัง” ปรมัตถ์หันมาถามคนข้างๆหลังจากที่พารถออกมาสู่ท้องถนนเรียบร้อย

“ครับ งานที่นี่สบายกว่าที่ฮ่องกงเยอะครับ ที่โน้นไม่ได้มีทีมซับแบบจับฉ่ายคอยช่วย ทุกอย่างยิงตรงจากผู้จัดการแผนกทีเดียวเลย บางทีก็ตรวจสอบลำบากและช้าไปบ้าง เพราะไม่มีส่วนคัดกรองให้ก่อนถึงมือคุณฟง”

“อืม แล้วเรื่องที่พักเป็นไงบ้างอยู่ได้มั้ย อึดอัดอะไรหรือเปล่า”

“อ่า...อันนี้...ที่จริงผมออกจะเกรงใจนิดหน่อยด้วยซ้ำ” ที่เป็นอย่างนั้นเพราะอินทนิลไม่มีบ้านที่ไทย ซานฟงจึงให้เขามาพักอยู่กับปรมัถต์แทน ทั้งที่จริงเขาสามารถซื้อหรือเช่าคอนโดอยู่ก็ได้ แต่ซานฟงกลับบอกเขาก่อนมาว่า

[ปรมัตถ์แยกออกจากครอบครัวเพราะต้องการอยู่ไทย ไม่ได้ตามที่บ้านไปอยู่ที่เยอรมันด้วยทำให้ที่ไทยเขาอยู่คนเดียว ผมจะค่าจ้างคุณเพิ่มฝากดูแลเขาที่ จนกว่าเขาจะมีคนคอยดูแลก็ได้ ถือว่าผมขอร้อง]

ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องเข้าไปอาศัยบ้านของปรมัตถ์อยู่ ซึ่งทั้งบ้านก็มีแค่เจ้านายเขา ป้าขิมหัวหน้าแม่บ้านและแม่ครัว น้อยหน่าหลานของป้าขิมที่มีหน้าที่ดูแลทำความสะอาด กับพี่เพิ่มคนขับรถ บ้านของปรมัตถ์ไม่ได้ใหญ่โตอลังการมีแค่สามห้องนอน และบ้านเล็กด้านหลังที่สร้างให้คนงานอยู่เท่านั้น

“ทำไม”

“ก็...อันที่จริงไม่ต้องให้ผมไปอยู่ที่บ้านเจ้านายก็ได้นะครับ ผมเกรงใจ”

“ที่จริงผมก็ไม่บังคับคุณนะ แต่นายฟงเป็นคนสั่ง ถ้าคุณอยากย้ายออกก็ไปต่อรองกับซานฟงเอง อันนี้ผมไม่เกี่ยว” คนขับว่าก่อนจะลอบมองสีหน้าเหมือนโดนบังคับให้กลืนยาขมของคนข้างๆ

แน่นอนว่าที่เจาพูดไปแบบนั้นเพราะรู้ดีว่าอินทนิลไม่มีทางไปต่อรองกับซานฟงแน่นอน เพราะเจ้าตัวน่าจะรู้จักเจ้านายเก่าเป็นอย่างดี ว่าเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้นรองถ้าได้สั่งมาแบบนี้ แปลว่าต้องทำตาม เพราะถ้าขืนไม่ยอมทำล่ะก็ ไอ้คนสั่งมันก็หาทางบังคับจนได้นั้นแหละ

เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ไอ้เพื่อนรักใช้ความเป็นเจ้านายส่งให้อินทนิลมาอยู่ใต้อาณัติเขาอย่างจงใจ มันรู้ดีทีเดียวว่าเขารู้สึกอย่างไร เลวดีเหมือนกัน แต่ลึกๆเขาก็ชอบใจไม่น้อยต่อการกระทำของเพื่อน เอ้อ...เขาย้อนแย้งในตัวเองอยู่อย่าเพิ่งด่า!

“โอเคครับ ผมว่าผมอยู่ต่อแบบสงบปากสงบคำดีกว่าเนอะ” ไงล่ะ ก็อย่างที่บอกใครๆก็ไม่อยากวุ่นวายกับหมอนั้นนักหรอก ซานฟงอาจจะเป็นเจ้านายที่ใจดีมีความเป็นธรรมเที่ยงตรงและน่านับถือ แต่มันก็เป็นพวกเอาแต่ใจตัวเองสุดโต่งในบางครั้ง อย่างเรื่องนี้ฟงมันไม่มีทางยอมหรอกในเมื่อมันจงใจส่งอินมาอยู่กับเขาโดยตรง

“ก็ตามนั้น” เขายักไหล่ท่าทางไม่แยแสเพราะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“ว่าแต่ช่วงบ่ายเจ้านายจะไปไหนต่อหรือครับ เห็นพี่รริบอกว่าคุณมัตถ์ไม่กลับเข้าออฟฟิศแล้ว”

“ไปโกดัง ผมตั้งใจจะพาคุณไปดูพื้นที่จริงและจะแนะนำให้คนดูแลที่นั้นรู้จักด้วย เวลาติดต่อประสานงานจะได้ไม่ติดขัด เพราะอีกเดี๋ยวพี่รริก็จะออกแล้วคุณต้องเจอพวกเขาแทน อันที่จริงคนที่รับหน้าที่ดูแลก่อนหน้านี้เป็นเชษฐาเพราะพี่ริเป็นผู้หญิงให้เข้าไปโกดังที่มีแต่คนงานผู้ชายก็คงไม่เหมาะนัก พอคุณมาให้คุณดูช่วยเชษฐาอีกแรงก็ดีเหมือนกัน” เจ้านายบอกโปรแกรมที่ตนเองวางไว้ให้ลูกน้องได้รู้

อินทนิลไม่ได้ว่าอะไรแต่ทำหน้ารับรู้ในสิ่งที่เจ้านายบอก ซึ่งจากที่เขาเห็นพอเป็นเขาหลายๆอย่างก็ดูจะง่ายกว่าให้รริสราทำ อย่างเรื่องโกดังนี้เขาก็พอจะรู้มาบ้างอยู่ เพราะต้องช่วยงานซานฟงทุกอย่างจริงทำให้เรื่องนี้ผ่านหูผ่านตาเขามาตลอด

“โอเคครับ”

“เสร็จจากงานที่โกดังผมจะพาคนลองขับรถเล่นดู ได้ยินว่าคุณไม่ได้กลับไทยเลยเป็นสิบปี แถมตอนอยู่ที่ไทยก็อยู่ต่างจังหวัด ผมเลยว่าจะลองพาคุณขับรถเล่นดูเผื่อวันหลังอยากไปไหนมาไหนจะได้คุ้นเคยบ้าง พึ่งพาแต่แมพถึงเป็นในเมืองก็หลงได้ ผมลองมาแล้ว” ปรมัตถ์เล่าขำๆ

“ลองแล้ว? จีพีเอสพาหลงหรอครับ”

“อื้อ...ขึ้นชื่อว่าถนนเมืองไทยเอไอจะเอ๋อรับประทานจะแปลกอะไร” ว่าแล้วก็ขำ

“บางทีเรารู้ทั้งรู้ว่าต้องเลี้ยวซ้ายมันยังบอกเลี้ยวขวาก็ยังมีเลย”

“อันนี้เคยได้ยินคุณฟงเล่าให้ฟังเหมือนกันครับ”

“คุณต้องลองๆ อาทิตย์หน้าเดี๋ยวจะมีคนเอารถมาส่งให้คุณใช้”

“เอ๋...ตำแหน่งเลขาที่นี่มีรถประจำตำแหน่งด้วยหรือครับ” ที่ถามเพราะไม่เห็นว่ารริสรามีรถประจำตำแหน่งใช้ หรือถ้ามีก็ไม่เห็นอีกฝ่ายว่ายังไง

“อันที่จริงก็ไม่หรอก แต่เจ้านายเก่าคุณเขาว่าคุณเพิ่งมาอยู่คงไม่มีรถใช้ไปไหนมาไหน หรือถ้าต้องออกไปข้างนอกแทนผม จะมัวรอแต่รถบริษัทคงไม่สะดวกนักเลยหารถให้ไว้ให้ใช้น่ะ”

“อ๋อ” อินทนิลพยักหน้าเข้าใจอีกครั้ง อยู่ที่ฮ่องกงบ่อยครั้งที่เขาต้องไปงานแทนเจ้านาย แต่เพราะอยู่ที่โน้นเขามีรถยนต์เป็นของตนเองจึงไม่ลำบากอะไร แต่ที่นี่เขาไม่มี และถ้าจะให้ถือก็ยุ่งอยากเกินไป ซานฟงคงตัดจบโดยการให้หารถมาให้เขาไว้ใช้งาน

“ปกติทำงานกับนายฟงยากมั้ย” ดูเหมือนเจ้านายจะชวนคุย

“ไม่ครับ คุณฟงทำงานค่อนข้างละเอียดก็จริง แต่มันช่วยให้งานเกิดปัญหาน้อยมา”

“คุณนิยามคำว่าเรื่องมาก เป็นคำว่าทำงานละเอียด อืม...น่าสนใจดีนะ” อินทนิลหลงขำ เพราะแม้แต่เพื่อนสนิทยังว่าอดีตเจ้านายเขาเรื่องมาก

“นายฟงดุมั้ย”

“ไม่ครับ” คนตอบส่ายหน้าประกอบเป็นการยืนยัน ก็ไม่แปลกที่มันเลือกที่จะไม่ดุอินทนิล ปรมัตถ์มองกิริยานั้นพลางคิดในใจ

“แล้วที่คุณมาอยู่เมืองไทยเนี้ย คุณอิ่มใช่มั้ยที่ย้ายไปทำงานกับนายฟงแทน”

“ครับ” ไอ้เพื่อนเวร คิดเผื่อตัวเองล้วนๆ

“หึ” ชายหนุ่มทำเสียงขำในคอ

“ทำไมหรือครับ” คนข้างๆมองเห็นสีหน้าแบบนั้นก็ถามขึ้น

“เปล่า ไม่มีอะไร ผมขำรถติด” คิ้วของคนฟังขมวดมุ่น รถติดมีอะไรน่าขำ และตอนนี้รถก็ไม่ได้เยอะจนหนาแน่นขนาดนั้น

 

หลังจากทานมื้อเที่ยงกับลูกค้าและคุยงานกันเสร็จ ปรมัตถ์ก็พาเลขาคนใหม่ไปยังโกดังหลักของบริษัทด้วยตัวเอง เมื่อแรกเริ่มการทำงานตอนที่ยังมีกำไรไม่มากมายพวกเขาสี่คนก็ลงมือทำงานเองมาโดยตลอด ข้อดีของมันคือได้เห็นข้อผิดพลาดและรายละเอียดกับตามันทำให้งานถูกต้องแม่นยำมากขึ้น เมื่อตอนนี้บริษัทเติบโตขึ้นแม้เขาไม่ค่อยได้ลงมาเอง แต่ก็จะมีตัวแทนที่ขึ้นตรงต่อกับเขาดูแลให้ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เป็นเชษฐาที่รับหน้าที่นี้ไป มาตอนนี้เขาก็กะจะเพิ่มอินทนิลด้วยอีกคน

ว่าถึงเรื่องของเลขาคนใหม่ เดิมทีเขาตั้งใจจะประกาศรับคนเพิ่ม หรือไม่คงเลือกใครสักคนในจับฉ่ายขึ้นมาแทนพี่รริ แต่ไอ้เพื่อนรักกลับบอกว่าไม่ต้อง เดี๋ยวหาให้เขาไม่อยากเถียงจึงปล่อยมันจัดการ คิดไม่ถึงว่ามันจะส่งอินทนิลมา สาเหตุหลักของมันไม่ใช่เรื่องงานเลย เพราะอย่างแรกคือมันจงใจดีดอินให้พ้นทางเพราะมันต้องการใครอีกคนให้ไปอยู่ใกล้ตัว อีกเหตุผลคือมันต้องการแกล้งเขา

“สวัสดีครับคุณมัตถ์” ธนาธร ผู้จัดการประจำที่นี่เดินเข้ามารับเมื่อเห็นเขา

“สวัสดีครับคุณธร ยุ่งมั้ยวันนี้”

“ปกติครับ”

“ยุ่งเป็นปกติ”

“ฮ่าๆๆๆ ไม่ขนาดนั้นครับ วันนี้คุณมัตถ์มีอะไรให้ช่วยครับถึงมาเองถึงนี่”

“ไม่ครับ พอดีพี่ริแกจะลาออกหนีไปแต่งงาน ผมเลยพาเลขาคนใหม่มาดูที่นี่ เพราะเดี๋ยวจะให้อินกับคุณเชษฐาเป็นคนดูแล”

“อ้อครับ”

“นี่อินทนิลเลขาผมที่จะมาแทนพี่ริ” ธนาธรหันไปมองอยู่ที่ได้รับการแนะนำด้วยความชื่นชมปนสงสัย เลขาใหม่ท่านประธานน่าตาจิ้มลิ้มดูน่ารักเกินชายจนเขาเองยังรู้สึกชื่นชม แต่ว่าเลขาคนนี้ดูพิเศษอยู่นะ แทนที่จะให้เชษฐาเป็นคนพามาแนะนำถ้าจะให้อีกคนทำงานร่วมกับฝ่ายนั้น แต่นี้นายใหญ่กลับเป็นคนพามาเอง น่าสนใจอยู่นะ

“อะแฮ่มๆ” คนพามากะแอมในคอเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้จัดการหนุ่มจ้องหน้าคนตัวเล็กข้างกายอยู่อึดใจใหญ่

“อ่า สวัสดีครับผมธนาธรเป็นผู้จัดการที่นี่”

“ครับคุณธนา ผมอินทนิล เรียกอินก็ได้”

“ผมรู้สึกว่า...คุณอินหน้าคุ้นๆนะครับ”

“ครับ อาจจะเคยเจอในงานเลี้ยงบริษัท หรือเวลาผมตามคุณฟงมาครับ” คนฟังคิ้วย่น

“อินเขาเป็นเลขาของซานฟงที่ฮ่องกงก่อนมานนี้” เป็นท่านประธานที่อธิบายให้ ธนาธรร้องอ๋อในใจเมื่อได้ยิน มิน่าเจ้านายถึงพามาเอง

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับคุณอิน”

“ครับ” อีกฝ่ายยิ้มรับคำ ทว่ารอยยิ้มของอินที่ส่งให้ผู้จัดการโกดังมันทำให้คนตัวสูงที่มองอยู่รู้สึกขัดตาแปลกๆ

“ไปเถอะ เดี๋ยวพาดูโกดัง” เจ้านายว่าพลางยื่นมือไปแตะหลังดันให้อินทนิลก้าวเดิน แต่ก่อนจะผ่านหน้าธนาธรไปผู้จัดการโกดังก็ได้รับสายตาขุ่นเคืองจากเจ้านายจนเขารู้สึกสะดุ้งในใจว่าตนทำอะไรผิด แต่เมื่อมองตามหลังคนทั้งคู่ก็เห็นมือใหญ่ที่วางอยู่หลังเลขาคนใหม่มองดูเหมือนปรมัตถ์กำลังโอบร่างเล็กกลายๆนั้นเข้า ชายหนุ่มก็เหมือนจะรู้อะไรสักอย่างในใจจึงได้แต่กระตุกยิ้ม เพียงแต่มันมีอะไรบ้างอย่างที่เขาออกจะไม่เข้าใจนัก

ระหว่างทางการเดินสำรวจของท่านประธานธราธรมองเห็นบรรยากาศแปลกๆที่วนรอบตัวคนทั้งคู่ ไม่ดิ ไม่ๆๆๆๆ เขาว่ามันมาจากท่านประธานนั้นแหละอีกฝ่ายดูสนในสิ่งตรงหน้ามากกว่าคนข้างๆ บ่อยครั้งที่เขาขยับไปยืนอยู่ใกล้ๆคุณเลขา แต่ต้องรู้สึกเย็นวาบที่หลังแปลกๆเหมือนมีใครจ้องมา แต่เมื่อมองหากลับไม่พบอะไร

“ขอบคุณมากนะครับคุณธนา เดี๋ยววันหลังผมจะมากับคุณเชษฐาอีกที อาจจะต้องมาด้วยตัวเองบ่อยๆจะได้ช่วยๆกันดูแล ดีมั้ยครับเจ้านาย” ประโยคหลังอินทนิลหันไปถามผู้เป็นนาย

“อือ ตามใจ” ไม่รู้ธนาธรคิดไปเองหรือเปล่า ไอ้คำว่าตามใจทำมันฟังดูขนลุกแปลกๆ

“อินเขาจะช่วยดูในส่วนนี้เพื่อประสานงานโดยตรงกับทางฮ่องกง มีปัญหาอะไรแจ้งอินได้ทุกอย่างนะครับคุณธนา” นี่ก็ด้วย น้ำเสียงที่พูดไอ้ตามใจเมื่อกี้ กับไอ้ประโยคยาวๆที่เพิ่งจบน้ำเสียงฟิลลิงค์ต่างกันยาวกับคนละคนพูด ไม่อยากจะคิดไปเองหรอกนะว่านะเป็นเพราะร่างเล็กๆของคุณเลขาที่ขยับไปยืนข้างๆเจ้านาย แต่แบบทุกอย่างมันพอเหมาะพอดีเกินไปไง ใครเข้าใจไอ้ธนาบ้าง!!

 

ไรท์ /// โอบกอดนะธนา เราจะไปกันแบบเรื่อยๆที่เดี๋ยวจะค่อยๆเล่าให้ฟังว่าไปไงมาไง ไอ้สมภารมันถึงเรียกหนูอินไปเก็บศพ...เอ่อ ไปรับตัวเองจากผับ อิอิ

 

สุขสันต์วันพ่อนะคะ เที่ยวอย่างมีสติ อย่าคิดไปจังหวัดกลุ่มเสี่ยง ทริปของไรท์ล่ม โซแซดมาก

ความคิดเห็น