Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อ่อยครั้งที่ 4

ชื่อตอน : อ่อยครั้งที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 393

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2564 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อ่อยครั้งที่ 4
แบบอักษร

อ่อยครั้งที่ 4

ก๊อกๆๆๆ

“เชิญ” เสียงเคาะประตูจากด้านนอกเป็นสัญญาณบอกคนที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงานละสายตาจากแฟ้มขึ้นมา

“คุณเต็มครับ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขอเข้าพบครับ” คิ้วเข้มขมวดมุ่น จู่ๆทำไมถึงมีตำรวจมาหาเขา

“เชิญเข้ามาเลย” เมื่อสั่งเลขาไปแบบนั้นแล้วตัวเองก็ปิดแฟ้มตรงหน้าและลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อรับแขก

“สวัสดีครับ” เมื่อเห็นเป็นนายตำรวจนอกเครื่องแบบสามนายเข้ามาให้ห้องแล้ว เตมินทร์จึงเอ่ยทักทาย

“สวัสดีครับคุณเตมินทร์ ผมองคตเป็นผู้กำกับการสืบสวนที่รับผิดชอบคดีการตายของคุณคฑายุทธ”

“ครับ ?” ชายหนุ่มรู้สึกมึนงงเล็กน้อยที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีการตายของคนคนนั้นมาหาเขาถึงที่นี่

“คุณตำรวจมีอะไรหรือเปล่าครับ” เตมินทร์ถามขึ้นเมื่อทำท่าผายมือเชิญทั้งสามคนไปนั่งที่ชุดรับแขกที่มุมห้อง

“ผมจะไม่อ้อมค้อมนะครับ จากการฆ่าของเสี่ยยุทธที่คุณก็น่าพอทราบข่าวผมคงต้องขอเรียนตามตรงว่าจากการสืบสวนเราพบว่าการตายของเขาไม่ใช่ตามที่เป็นข่าว แต่เกิดจากการฆาตกรรม และเราเจอว่าคุณคือหนึ่งในคนที่ไปพบผู้ตายตามลำพังในวันเกิดเหตุ”

“ผมกำลังตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยหรือครับ” ตำรวจทั้งสามนายมองหน้ากันไปมาก่อนที่องคตจะพยักหน้าเป็นสัญญาณบ้างอย่าง

“คืออย่างนี้นะครับคุณเต็ม”

“ครับ ?”

“คุณพอจะจำผมได้มั้ย” เตมินทร์มองคนถามด้วยความงุนงงที่อีกฝ่ายถามมาแบบนี้

“ผมคามิน เป็นเพื่อนของแก้วกัญหา” เมื่อเห็นว่าอีกคนคิดนานแล้วคนถามจึงบอกออกมาเองเลย

“ผู้กองคามิน”

“ครับ ใช่”

“ขอโทษครับ ผมแค่รู้สึกว่าคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก”

“ไม่แปลกครับ เราไม่ได้เจอนานมากแล้ว”

“อ่า แล้วผู้กอง...เอ่อ”

“พวกฉันจะไปรอด้านนอก” องคตบอกก่อนจะลุกเดินออกไป

“ผมขอพูดตามตรง ตอนนี้ตำรวจเจอว่าเสี่ยยุทธน่าจะถูกวางแผนฆาตกรรมอำพราง และคุณซึ่งเป็นทั้งคู่แข่งทางการค้าที่ถูกมองว่าเป็นศัตรู แถมยังเป็นคนที่ไปเจอผู้ตายก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ถ้าคุณไม่มีข้อแก้ต่างที่พิสูจน์ได้ เกรงว่างานนี้จะลำบากคุณ”

“ผมต้องทำยังไง”

“ช่วยเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟังทั้งหมดทีครับ”

“ครับ...ได้”

“คุณไปพบนายคฑายุทธทำไม”

“ผมไปกรุงเทพฯเพราะต้องไปคุยเรื่องงานกับตัวแทนของททท.เรื่องกิจกรรมที่เขาขอความร่วมมือมา แต่ไม่รู้ว่าเสี่ยยุทธรู้ได้ยังไงว่าผมไปและพักที่ไหน เขาติดต่อมาขอคุยกับผมที่โรงแรม X ผมเลยไปพบเขาที่ร้านอาหารให้ตัวโรงแรมช่วงราวบ่ายโมงเศษๆบ่ายสองได้มั้ย ผมไม่แน่ใจ”

“แล้วพวกคุณคุยอะไรกัน”

“เขาเรียกผมไปถามเรื่องการร่วมทุนกับดลพัฒน์”

“ดลพัฒน์?”

“เจ้าของตัวจริงของดีพีกรุ๊ป หุ้นใหญ่ในเครือของคฑายุทธเขานั่นแหละ”

“แสดงว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าคฑายุทธไม่ได้มีอำนาจมากพอในดีพี”

“ใช่”

“แล้วไงต่อ”

“พอเขาถามมา ผมก็ตอบกลับว่า แล้วคุณคิดยังไงล่ะ แค่นั้นเลยแล้วก็ผลุนผลันออกไป ผมตามไปก็เห็นเขาขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนแล้ว ตามไม่ทันโทรหาเขาก็ไม่รับสาย”

“ก่อนไปเขาพูดอะไรมั้ย”

“พูดว่าผมจะร่วมทุนกับดลพัฒน์จริงๆด้วย แล้วก็ออกไปเลย”

“อ้าว” คนฟังถึงกับงงบ้างเมื่ออีกคนพูดจบ

“แค่นี้”

“ใช่ครับ” คามินทำหน้าเหมือนจะพูดออกมาว่า อะไรของเขา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมา

“ผมต้องทำยังไง”

“พยายามให้ความร่วมมือกับตำรวจให้มากที่สุดครับ”

องคตกับคามินและตำรวจลูกน้องอีกนายกลับมาที่รถหลังจากที่คุยกับเตมินทร์เรียบร้อย

“เป็นไงมั้ง นายว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีมั้ย”

“ไม่แน่หรอกพี่ เรายังฟันธงอะไรไม่ได้”

“แกบอกอะไรเขาไปบ้าง”

“บอกเท่าที่บอกได้ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของแก้วมันแล้วว่า มันจะหาหลักฐากที่ช่วยพี่มันได้มั้ย หรือจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวพี่ชายมันแทน”

“ไว้ใจแก้วได้แน่หรือวะ”

“...”

“ไอ้คราม”

“ผมไว้ใจแก้วพี่ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ผมรับผิดชอบเอง” คามินหันกลับไปบอกคนถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาเชื่อมั่น

“แกนี่มันเหมือนอัยย์ศลาจริงๆ ยัยนั้นก็บอกถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะเป็นคนรับผิดชอบเอง ให้ตายเถอะเหมือนมันลืมว่าตัวเองท้องอยู่”

“คุณดลครับ”

“ว่าไง” เหนือเมฆก้าวเข้ามาในห้องทำงานของผู้เป็นนายหลังจากเคาะประตูเรียกไปสองสามที

“มีตำรวจที่รับผิดชอบคดีของคุณคฑายุทธมาขอพบครับ”

“เชิญเข้ามา”

“ครับ”

“สวัสดีครับสารวัตร” เจ้าบ้านทักทายขึ้นก่อนเพราะจดจำอีกฝ่ายได้

“สวัสดีครับ คุณรู้จักผม” นิธิเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

“ครับ ใช่...ผมจำสารวัตรได้จากการแถลงการจับกุมท่านเกริกไกรและการทลายแก๊งค่ายาของเขา”

“อ๋อ”

“เชิญนั่งก่อนครับ มาหาผมถึงที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”

“ผมมีเรื่องเกี่ยวกับหุ้นส่วนของคุณที่เพิ่งเสียชีวิตไปมาสอบถามเพิ่มเติม ไม่ทราบว่าคุณพอจะช่วยได้มั้ยครับ”

“ครับ แน่นอน”

“คุณพอจะทราบมั้ยครับว่า คุณคฑายุทธไปกรุงเทพด้วยเรื่องอะไร ถ้าคุณบอกเราว่าคุณไม่ได้มีธุรกิจอะไรที่จะต้องไปติดต่อกับทางนั้น เท่าที่ผมรู้คฑายุทธทำงานให้คนคนเดียวคือคุณ ถ้าเขาไม่ได้ไปกรุงเทพเรื่องงานคุณพอจะบอกได้มั้ยว่าเขาไปกรุงเทพเกี่ยวกับเรื่องอะไร”

“ผมไม่ทราบ แต่ทำไมตำรวจถึงถามผมแบบนั้น”

“ช่วงนี้เขาได้มีการติดต่อใครเกี่ยวกับอะไรที่เป็นเรื่องที่นอกเหนือจากงานที่ร่วมลงทุนกับคุณมั้ยครับ”

“ไม่ครับ ทำไมถึงถามอย่างนั้น”

“เพราะมีพยานเห็นว่าเขานัดเจอคนคนหนึ่งที่ห้องอาหารในโรงแรมที่เขาพักอยู่ในบ่ายวันที่เขาเสียชีวิต”

“เดี๋ยวครับ ผมไม่เข้าใจ นายยุทธโดนแทงตายในผับไม่ใช่หรอ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกัน” ท่าทีงุนงงของดลพัฒน์ทำให้คนถามลอบยิ้มในหน้า

“เราพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเหตุการณ์แทงกันในผับไม่ใช่สาเหตุการตายที่แท้จริง เพียงแต่ตอนนี้เรายังระบุไม่ได้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเหตุบังเอิญหรือการจงใจสร้างสถานการณ์เพื่ออำพรางการฆาตกรรมนายคฑายุทธกันแน่” คำตอบที่ได้จากผู้มาเยือน ทำให้คนฟังนิ่งค้างไป

“ไอ้ธรณ์ กูว่าเรามีปัญหาแล้วว่ะ...” หลังจากที่นิธิกลับไปดลพัฒน์ก็ต่อสายหาเพื่อนสนิททันที

ภายในบ้านสองชั้นขนาดเล็กที่ตั้งอยู่สุดซอยโอบล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่แทบมิดตัวบ้าน เจ้าของบ้านเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยรูปร่างระหงโปร่งบาง แต่ทว่าท่าทางดูทะมัดทะแมง และกำลังนั่งหน้าตูมอยู่โซฟากลางบ้าน

“พวกคุณมาทำไมไม่ทราบคะ” เจ้าของบ้านถามขึ้น เมื่อเหลือบตาไปมองสบผู้มาเยือน

“ฉันจะไม่อ้อมค้อมแล้วกันนะ ที่พวกเรามาวันนี้ก็เพื่อจะมาคุยเรื่องของเตมินทร์” สีหน้าแววตาของเจ้าของบ้านนิ่งไป แต่ก็ไม่ได้เอ่ยขัดอะไรออกมา

“ได้ข่าวว่ามาเจอเตมินทร์ที่ชลบุรีเหรอ” หลังจากแขกกลับไปมือเรียวก็หยิบเอามือถือขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน

‘ผู้กองคราม’

“เรื่องคดีนักธุรกิจโดนแทงสรุปจะให้ฉันแทรกแซง?”

[ในทางลับเท่านั้น]

“ต้องทำอะไรบ้าง”

[จะลงมาดูคดีนี้เอง ?]

“อืม”

[แค่หาหลักฐานเพื่อความจริง ผมยังไม่ได้พูดว่าเตมินทร์คือผู้ต้องหา หรือแม้แต่ผู้ต้องสงสัย เราต้องการหลักฐานเพื่อปิดคดีไม่ใช่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ใคร เข้าใจใช่มั้ย]

“...”

[แก้ว]

“รู้แล้ว”

[เดี๋ยวผมจะส่งคนของผมลงไปตามข่าวเรื่องนี้ที่ชล คุณน่าจะพอรู้จักเตธวัชมาบ้างแล้ว]

“จำได้”

[แก้ว รู้ใช่มั้ยว่าผม...ไว้ใจคุณมาก]

“...” หลังจากพูดจบอีกฝ่ายก็ชิบกดวางสายไปก่อนไม่รอให้เธอได้พูดอะไรไปมากกว่านี้

แก้ว หรือ แก้วกัญหา ครูฝึกหน่วยรบประจำกองทัพเรือแห่งราชนาวีไทย ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทหารหญิงที่โหดสุดของกลาโหม ผู้รักวิถีชีวตให้แบบที่คงไม่มีใครคาดถึง เธอคนนี้คือหญิงสาวหนึ่งเดียวในหน่วยรบพิเศษที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดของกองทัพไทย เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่กองทัพเรือแม้แต่ผบ.ทร.ยังไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเพราะกลัวโดนจับทุ่ม

เบื้องหน้าที่ทุกคนเห็นคือแก้วกัญหาหรือครูแก้วที่ใครต่อใครเรียกขาน หากแต่เบื้องหลังเธอกับเป็นอีกคนที่แทบไม่มีใครคาดถึง แขกที่มาเยือนวันนี้ หนึ่งคือ ตุลย์ บิดาของเตมินทร์ อีกหนึ่งคือ สุพรรณษา มารดาของเตมินทร์ ทั้งคู่มาที่นี่เพราะทราบข่าวที่ว่าบุตรชายอาจจะมีส่วนพัวพันกับคดีการตายของนักธุรกิจคู่อริที่เพิ่งโดนแทงดับไปก่อนหน้านี้

สองคนนั้นรู้ดีว่าหากเธอใช้เส้นสายที่มีอยู่มากมายในมือ เธอจะสามารถทำให้เตมินทร์ไม่มีแม้แต่ส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นั่นคือสาเหตุที่ทั้งคู่มาหาเธอ

เตมินทร์ ตุลญะ ผู้ชายที่มีรอยยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มนวล และความใจดีให้กับผู้หญิงคนนั้นเสมอ เตชินี ตุลญะ

อีกด้านของชลบุรีดลพัฒน์กำลังนั่นหน้ายุ่งอยู่ตรงข้ามธีร์ที่บึ่งรถมาหาทันทีที่เลิกงาน เพื่อหิ้วของกินมาฝาก ‘เลขา’ ของเพื่อนอย่างเหนือเมฆ ทั้งๆที่ดลพัฒน์โทรหาตนอย่างร้อนใจ

“หน้างอเป็นจวัก เป็นไรมากป่ะมึงอ่ะ” เมื่อพอใจกับการหยอดมุขจีบเลขาเพื่อนแล้วธีร์จึงหันกลับมาสนใจเจ้านายของเหนือเมฆสักที

“ว่าที่เมียกำลังจะเดือดร้อนมึงจะให้กูนั่งยิ้มหรือไงวะ”

“ว่าที่เมีย!” คนฟังย้อนเสียงสูง

“มึงให้เขารู้ตัวก่อนมั้ยว่ามึงจะจีบ”

“ไม่รู้เว้ย”

“อ่ะ...ไอ้สัสพาล”

“กูยังสงสัยอยู่ว่า เต็มไปเจอไอ้ยุทธได้ยังไง แล้วไอ้เวรนั่นไปทำอะไรที่กรุงเทพฯจนถูกฆ่าตาย แล้วก่อนตายยังเสือกทิ้งระเบิดไว้ให้เต็มถืออีกเวรเอ้ย!!” ธีร์อ้าปากค้างเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อน หนัก อาการหนัก

“มึงไม่ได้ให้มันไปกรุงเทพฯหรอวะ”

“เปล่า กูไม่รู้เรื่อง”

“แล้วมันไปทำอะไรที่โน้น”

“กูก็ไม่รู้ แถมมันยังนัดเต็มออกมาเจอจนเขาถูกตั้งข้อสงสัย”

“แปลก ปกติสองคนนั้นเคยติดต่อกันหรอ”

“เท่าที่กูรู้ก็ไม่นะ”

“แล้วไอ้ยุทธมันติดต่อคุณเต็มได้ยังไง”

“กูก็อยากรู้เหมือนมึงเนี่ยแหละ”

“งั้นยิ่งแปลกไปใหญ่ ไอ้ยุทธมันจะอยากเจอเตมินทร์ทำไม และติดต่อนัดหมายเตมินทร์ได้ด้วยวิธีไหน”

“หรือไอ้เหี้ยนั้นตั้งใจจะตีท้ายครัวกู”

“ใจเย็นไอ้ห่า นั่นคนตาย แล้วอีกอย่างมึงยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขา เบาได้เบาครับท่านประธาน”

“แม่งหงุดหงิด” ธีร์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกบรรยายไม่ถูก

“แล้วจะเอาไงต่อเรื่องเตมินทร์”

“กูจะลองนัดเจอเขา ดูว่าจะเป็นไงบ้าง”

“เขาจะไม่สงสัยหรอว่าทำไมมึงรู้”

“ถ้าตำรวจตั้งข้อสงสัยเต็ม เขาต้องรู้ว่าตำรวจน่าจะถามกูเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่น่าจะสงสัยอะไร”

“อืม...ถ้ามึงว่างั้นก็ลองดู มีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน”

 

ไรท์ /// เค้าลางความวายวอดมาแล้วจ้า พาราอยู่ไหนเตรียมยังเอ่ย ครูแก้วคัมแบล็คแล้วจ้า ฟาดได้ฟาดนะคะงานนี้ แฮ่รักเด้อ

โควิดก็กำลังมาดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ ใส่แมส ล้างมือ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อตัวเราเอง ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

 

ความคิดเห็น