ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่17 การเตรียมใจของผมและการอวยพรของเขา +++

ชื่อตอน : +++ บทที่17 การเตรียมใจของผมและการอวยพรของเขา +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 18:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่17 การเตรียมใจของผมและการอวยพรของเขา +++
แบบอักษร

 

 บทที่17 

การเตรียมใจของผมและการอวยพรของเขา 

เช้าวันรุ่งขึ้น ดีแลนและทีมรวมการเฉพาะสอบ เดินทางมาที่กองบัญชาการกลางของอวาลอนเขากับเอมิเลียมาถึงไล่เลี่ยกัน ตามด้วยเรเชลและฉิงหลง ส่วนอีริคมาถึงเป็นคนสุดท้าย หลังจากที่แลกบัตรและยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือแล้ว ทั้งหมดก็ถูกนำมาปล่อยไว้ในห้องประชุมขนาดเล็ก รอไม่นานก็มีทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องพร้อมผู้ติดตาม ดูจากเข็มที่ติดอยู่ตรงหน้าอก ทำให้ทุกคนรู้ว่าเขายศของเขาคือพันตรี ฟีโรโมนและแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากคนตัวสูงใหญ่ทำให้ทั้งทีมรู้ว่าชายคนนี้คืออัลฟ่า ทีมรวมการเฉพาะสอบลุกขึ้นยืนเพื่อทำความเคารพผู้มาใหม่ 

  

“สวัสดีครับท่าน / สวัสดีค่ะท่าน” 

“ทำตัวตามสบายเถอะ ผมพันตรีแดรีล บรูคส์ รับหน้าที่เป็นกรรมการคุมสอบของพวกคุณ ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัวกับผมเนอะ เพราะข้อมูลของพวกคุณถูกส่งเข้ามาในระบบแล้ว” 

  

คนตัวเล็กรู้สึกแปลกใจกับนามสกุลของพันตรีแดรีล แต่ก็ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นมากขนาดนั้น เพราะไม่แปลกที่ครอบครัวซึ่งเป็นทหารจะส่งลูกๆ หลานๆ ตัวเอง เข้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้ ยกตัวอย่างเช่นพลโทบารอน เลิร์ช กับคุณฮาแกนก็เป็นพ่อลูกแท้ๆ แดรีลปรายตามองนักเรียนเตรียมทหารทุกคน จนไปสะดุดที่ร่างเล็กผมขาวซึ่งปล่อยกลิ่นหอมน่าลิ้มลองออกมา ทีมนี้ถือเป็นทีมที่ถูกจับตามองมากพอสมควรในการสอบครั้งนี้ เพราะหนึ่งในสมาชิกทีมเป็นโอเมก้า ที่ถูกรับรองโดยพันเอกฮาแกน เลิร์ช หัวหน้าหน่วยEM ซึ่งเป็นแนวหน้าของกองทัพ ได้ข่าวว่าเด็กโอเมก้าคนนี้ไม่มีดวงตา ทางสภามิวเททจึงอยากรู้ว่ามีอะไรดี 

แดรีลอธิบายถึงภารกิจการช่วยเหลือตัวประกันที่ทีมรวมการเฉพาะสอบได้รับ ตัวประกันที่พวกเขาต้องบุกเข้าไปช่วย ฐานข้อมูลของกองทัพ ทราบเพียงว่าเขาชื่อ คราวน์ ไม่ทราบเพศ ไม่ทราบอายุ และไม่ทราบหน้าตา เขาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งมากๆ คนหนึ่ง ทำงานให้กองทัพแบบลับๆ มานานมาก เขาจะติดต่อเข้ามารายงานผลการดูแลระบบและส่งโค้ดทุกๆ 22ชั่วโมง แต่ในตอนนี้ขาดการติดต่อไปเกิน72ชั่วโมงแล้ว 

จากรายงานล่าสุดคือเมื่อสองวันก่อน หน่วยข่าวกรองของประเทศยูโทเปียติดต่อมาที่กองบัญชาการกลาง ว่าได้รับรหัสขอความช่วยเหลือจากคราวน์ สรุปได้ว่าเขาถูกผู้ก่อการร้ายจับตัวไป เพื่อให้เจาะเข้าระบบดาวเทียมยิงนิวเคลียร์ของกองทัพ ให้ส่งทีมเข้ามาช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพราะทางเขาสามารถถ่วงเวลาไว้ได้ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ที่หน้าหวั่นคือด้วยความสามารถของคราวน์สามารถเจาะเข้าระบบอย่างแน่นอน ทางกองทัพจึงต้องจัดทีมเข้าช่วยเหลือโดยด่วน รวมถึงช่วงนี้เป็นช่วงสอบของนักเรียนเตรียมทหาร ภารกิจนี้จึงถูกบรรจุเข้ามาในหัวข้อสอบด้วย 

ดีแลนและเอมิเลียเม้มปากเงียบๆ ไม่รู้ว่าทางคราวน์สำคัญตัวผิด หรือทางกองทัพไม่ได้เห็นค่าของโปรแกรมเมอร์คนนี้มากนัก ถึงได้ส่งนักเรียนเตรียมทหารที่ไม่เคยได้รับภารกิจมาก่อน เข้าไปช่วยตัวประกันที่ดูเหมือนจะสำคัญคนนี้ แน่นอนว่าโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดนั้นสูงมาก เหมือนจงใจจะให้ตัวประกันได้รับความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บหรือเสียชีวิตระหว่างหลบหนี พันตรีแดรีลบอกว่าคราวน์เปิดเครื่องติดตามซึ่งอยู่ที่คอไว้แล้ว ตอนนี้ทางเราแกะรอยสัญญาณได้ แต่มันขาดๆ หายๆ อยู่ในเขตทะเลทรายของยูโทเปีย 

  

“รายละเอียดปลีกย่อยของภารกิจจะถูกส่งให้ทางวอช ฉันอนุมัติให้สามารถเริ่มภารกิจได้ทันที ขออวยพรให้พวกเธอโชคดีนะ” 

  

พันตรีแดรีลเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่บรรยากาศตึงเครียดในห้องก็ไม่ได้ลดลงไปเลย ฉิงหลงยกวอชตัวเองขึ้นกดเปิดโปรแกรมการวิเคราะห์พื้นที่ที่เขาประดิษฐ์มันขึ้นมาเอง พร้อมกับอธิบายให้คนอื่นในทีมเข้าใจด้วย ยูโทเปียเป็นพื้นที่เขตทะเลทราย เดิมพวกมนุษย์เรียกพื้นที่แถบนี้ว่าอาราเบีย 

  

“ถ้าจะต้องบุกเข้าไปจริงๆ แนะนำว่าควรทำตอนกลางคืนจะดีกว่าครับ เพราะกลางวันสว่าง โล่ง และร้อนมาก เราจะถูกพบเห็นได้ง่าย” 

“แต่ว่าตอนกลางคืนเวรยามก็อาจจะแน่นหนาเป็นพิเศษนะ ดีแลนนายมีความเห็นไหม” เอมิเลียใช้นิ้วเรียวปัดดูแผนที่รอบๆ บริเวณเขตทะเลทรายที่ฉายขึ้นในโฮโลแกรม คนตัวเล็กทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเริ่มออกความเห็นบ้าง 

“ผมไม่มีปัญหากับความมืด เพราะยังไงก็สามารถมองเห็นได้อยู่แล้ว ผมว่าเราควรแบ่งเป็นสองกลุ่มเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาจนเกินไป” 

  

แผนของดีแลนคือเขากับเอมิเลียและอีริค จะเป็นคนบุกเข้าไปที่ฐานของพวกผู้ก่อการร้าย และให้ฉิงหลงกับเรเชลสนับสนุนอยู่ด้านนอก คอยเบียงเบนความสนใจของพวกมัน เพื่อเปิดโอกาสทีมบุกเข้าถึงตัวประกันให้ได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้อาจจะต้องพึ่งเรเชลมากหน่อย เพราะเธอคือมือปืนซุ่มยิงระยะไกลเพียงคนเดียว ส่วนฉิงหลงต้องคอยดูแผนที่ และเครื่องติดตามตำแหน่งตัวประกัน รวมถึงแฮคระบบรักษาความปลอดภัยของค่ายถ้ามี 

  

“อ่ะ...เอ่อ...ขอถาม...ได้ไหมคะ” 

“เชิญครับคุณเรเชล” 

“ทรัพยากรณ์ต่างๆ ...ทะ...ที่จำเป็นต้องใช้ในภารกิจ อย่าง...พาสปอร์ต เงิน อาวุธ คือต้องทำเรื่องเบิกไหมคะ หรือให้เราหากันเอง” 

“เรื่องนั้นฉันถามแดรีลมาก่อนแล้วล่ะ มันบอกว่าสามารถเบิกที่ประเทศปลายทางได้เลย ทรัพยากรณ์ไม่จำกัดสำหรับการสอบของนักเรียนเตรียมทหารนะคะ” 

  

อีริคพูดพลางยกมือขึ้นลูบคางที่เกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา เรเชลพยักหน้าอย่างเข้าใจ เธอยกนิ้วชี้ขึ้นดันแว่นหนาเตอะให้เข้าที่ ก่อนจะเปิดวอชและพึมพำกับตัวเองว่าต้องการอะไรบ้าง เอมิเลียเบะปากด้วยความหมั่นไส้อัลฟ่าผมแดง แล้วเอ่ยถามอีริคในสิ่งที่เธอสงสัย 

  

“นายเป็นอะไรกับพันตรีล่ะ” 

“เขาเป็นพี่ชายฉันเองค่ะเธอ เป็นพี่ชายคนละแม่ ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่แต่ก็พอคุยกันได้ (ขยิบตาให้เอมิเลียหนึ่งที) อ้อ! อาวุธที่เบิกได้จะจำกัดให้เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนกับกองทัพเท่านั้น ถ้าเราจะสังเกตการณ์ก่อนบุกเข้าไป แนะนำว่าให้ซื้อปืนเถื่อนเอาไว้ด้วย จะได้ไม่เป็นที่สังเกตนะคะ” 

“ในฐานะหัวหน้าทีม ผมมีความเห็นว่าเราควรเริ่มภารกิจพรุ่งนี้เลย เพราะเหลือเวลาไม่มากแล้ว ทุกคนเห็นว่ายังไงครับ” 

“ฉันเห็นด้วยกับดีแลน ยิ่งจบเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี” 

“เริ่มเร็วก็ดีค่ะ เผื่อเวลาไว้ มีอะไรผิดพลาดจะได้เหลือเวลาแก้ไข” 

“ผมแล้วแต่หัวหน้าทีม” 

“ระ...เรื่องจับปืนฉันพร้อมเสมอค่ะ” 

  

ท่าทางมุ่งมั่นของแต่ละคนทำให้ดีแลนรู้สึกมั่นใจขึ้นมาก โอเมก้าตัวเล็กลุกขึ้นยืนแล้วยื่นหลังมือมาข้างหน้า ก่อนจะเรียกให้เพื่อนร่วมทีมที่เหลือยื่นมือมาวางทับๆ ไว้บนมือของตัวเอง เรเชลยื่นมือมาก่อน ตามด้วยฉิงหลงและอีริค เอมิเลียรู้สึกขนลุกขนชันคันคะเยอไปทั้งตัว ถ้าต้องวางมือทับบนมือใหญ่ๆ ของอัลฟ่าตัวสูง ควีนของทุกคนร้อง ‘อี๊’ ออกมาเบาๆ แล้วเอามือตัวเองไปรองไว้ใต้มือของดีแลนแทน โอเมก้าตัวเล็กมองภาพนั้นขำๆ แล้วจึงเริ่มพูด 

  

“การสอบในครั้งนี้ไม่ใช่การเล่นสนุก มันคือของจริง เจ็บจริง ตายจริง มีสติและห้ามประมาทศัตรูเด็ดขาด” 

“…….” 

“ถึงเราจะมาจากต่างห้อง แต่ระลึกเอาไว้เสมอว่าตอนนี้เราทุกคนคือทีม ฟังเสียงกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และกลับบ้านมาด้วยกันนะครับ” 

  

เพื่อนร่วมทีมพยักหน้า บรรยากาศตึงเครียดหายไปแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อพักผ่อน และเตรียมความพร้อมเพื่อภารกิจในวันรุ่งขึ้น ดีแลนแยกจากเพื่อนแล้วไม่ได้กลับฐานบัญชาการพิเศษในทันที ทว่าคนตัวเล็กพาตัวเองมายืนหลบมุมอยู่บริเวณหน้ารั้วบ้านของเขาและน้องๆ 

เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กทั้งสองดังแว่วออกมา ดีแลนใช้พลังในการมองเห็นของเขา มองดูน้องๆ กำลังช่วยกันอบคุกกี้ช็อกโกแลตเนื้อนิ่มอยู่ในครัว พริมโรสตอนนี้เข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนทั่วไปแล้ว ส่วนเมเบลที่ตอนนี้กำลังจะอายุ15นั้นดูสดใสร่าเริงขึ้นกว่าแต่ก่อน และกำลังจะเข้าเรียนตามพี่สาว 

คุณภาพชีวิตของสองพี่น้องดีขึ้นในทุกวันๆ ได้รับการศึกษาที่ดี และความเป็นอยู่ที่ดี คุณโรสเดินถือแก้วน้ำผลไม้มาให้เด็กทั้งสอง ก่อนจะลูบหัวด้วยความเอ็นดู ดีแลนยิ้มออกมาบางๆ เงินของเขาทุกเหรียญที่เหลืออยู่จากเมื่อสามปีก่อน เขาก็ฝากไว้เป็นชื่อของพริมโรสแล้ว 

หากเขาไม่กลับมาอย่างน้อยๆ เด็กทั้งสองคนก็ยังมีคนที่คอยดูแลอยู่ และมีต้นทุนในการใช้ชีวิตต่อไป คนตัวเล็กถอนหายใจเบาๆ พ่อกับแม่ก็คงคิดว่าตอนนี้เขาตายแล้ว ถ้าไม่มีโอกาสได้กลับมาจริงๆ อย่างน้อยเขาก็ไม่มีอะไรให้ห่วงร่างเล็กเดินก้าวขาเดินออกไปจากตรงนั้น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัว เจ้าเด็กสองคนที่ทำคุกกี้อยู่ที่ครัวในตอนแรกกลับกระโดดเข้ามากอดเข้าด้วยความคิดถึง 

  

“พี่ดีแลน!!!!!!!!!!” 

  

ทั้งพริมโรสและเมเบลรีบดึงคนพี่เข้ามาข้างในบ้าน โรสรีบชวนอีกฝ่ายอยู่ทานอาหารเย็นด้วยกัน วันนี้ทั้งสามคนช่วยกันทำสตูเป็นมื้อพิเศษที่ดีแลนแวะมาหา โอเมก้าผมขาวใช้เวลาในช่วงเย็นดื่มด่ำกับมื้ออาหาร และบรรยากาศของครอบครัว จนเวลาเกือบหนึ่งทุ่มดีแลนจึงขอตัวกลับไปเตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้ 

  

“สอบกลุ่มสินะคะ...” 

“ครับคุณโรส ผมจะไปพรุ่งนี้แล้วครับ เลยแวะมาดูน้องๆ” 

“คุณดีแลนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ฉันจะดูแลเด็กพวกนี้ให้ดีที่สุดค่ะ” 

  

โรสขอตัวไปเก็บล้างและทำความสะอาดครัว ส่วนพริมโรสและเมเบลเดินมาส่งคนพี่ที่หน้ารั้วบ้าน ดีแลนยกมือขึ้นลูบหัวน้องๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันหลังแต่ยังไม่ทันจะก้าวออกจากรั้วบ้านไป เขาก็ถูกน้องๆ พุ่งเข้ามากอดอีกครั้งหนึ่ง ดีแลนใช้พลังมองดูก็เห็นพริมโรสเกาะที่ด้านซ้าย ส่วนเมเบลเกาะด้านขวา ทั้งสองคนดูจะตาแดงๆ และสะอื้นเล็กน้อย 

  

“ที่มาหาวันนี้...ไม่ใช่จะมาลาใช่ไหมคะ” 

“เด็กโง่ ไม่ว่ายังไงพี่ก็ต้องกลับมาหาเธออยู่แล้ว” 

“ต้องกลับมานะครับพี่ กลับมากินคุกกี้ที่ผมทำอีกนะ” 

“พี่สัญญา ไม่ว่าจากนี้พี่จะต้องออกไปทำภารกิจกี่ครั้ง พี่ก็จะกลับมาหาพวกเธอ ถึงตอนนั้นทำคุกกี้ไว้รอพี่ด้วยนะ” 

  

สามพี่น้องยืนกอดกันกลมอยู่หน้าบ้าน โดยมีคนพี่คอยปลอบน้องๆ ให้หยุดร้องไห้ ดีแลนกลับมาถึงที่ค่ายก็เป็นเวลาสองทุ่มเศษ ร่างเล็กกดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้น10ซึ่งเป็นเซฟโซนของเขา วันนี้เขาออกมาตั้งแต่เช้า เลยไม่รู้ว่าพันเอกยังอยู่ไหม อย่างน้อยๆ ได้บอกลากันก่อนไปทำภารกิจก็ยังดี คนตัวเล็กนึกเสียดายหน่อยๆ ถ้าหากอีกฝ่ายไม่อยู่ ทว่าเมื่อประตูลิฟต์เปิด กลิ่นหอมอบอุ่นที่คุ้นเคยโชยเข้ามาหา ทำให้ดีแลนรู้ว่าพันเอกน่าจะอยู่ใกล้ๆ 

ดีแลนเข้าสู่โหมดหัวไชเท้านุ่มฟูพลางทำจมูกฟุดฟิด แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ ต้นตอของกลิ่นหอมอบอุ่นที่เขาชอบ จนจมูกปะทะเข้ากับอกแข็งๆ ของอัลฟ่าล่องหนที่ยังคงยืนเงียบๆ ฮาแกนที่พึ่งจัดการงานเอกสารเสร็จกำลังจะเข้าห้องไปอาบน้ำพักผ่อน ได้ยินเสียงลิฟต์เปิดจึงหยุดดู เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เขาก็เลยยืนรออยู่ตรงนี้ไม่ขยับไปไหนแต่ก็ไม่ส่งเสียง แต่ทันทีที่จมูกเล็กๆ นั้นปะทะเข้ากับอกแข็ง ฟีโรโมนที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นในอกก็แผ่กระจายออกมาจากร่างสูง เจ้าหัวไชเท้านุ่มฟูกดหน้าตัวเองลงกับอีกฝ่าย แล้วปล่อยฟีโรโมนหอมๆ ที่บอกว่าตัวเองมีความสุขมากๆ กลับไปให้อีกฝ่าย โอเมก้าตัวเล็กและอัลฟ่าตัวใหญ่ยืนนิ่งปล่อยฟีโรโมนให้กันอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง 

  

“ผมชอบคุณครับ” 

  

ดีแลนคิดทบทวนความรู้สึกต่างๆ มาตลอด ตั้งแต่ที่ห่างกันไปสามเดือน และในวันพรุ่งนี้เขาต้องเดินทางไปทำภารกิจแล้ว เลยถือโอกาสนี้บอกอีกฝ่ายไปดีกว่า เผื่อว่าเขาจะไม่มีโอกาสอีก ฮาแกนยืนมองคนตัวเล็กที่บอกชอบเขานิ่งๆ ฟีโรโมนที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นเมื่อครู่เปลี่ยนไป คนตัวเล็กใช้พลังอ่านความรู้สึกของอัลฟ่าล่องหนตรงหน้า ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้เป็นอะไรที่ชวนให้ใจเต้นแรง 

  

“อืม” 

  

เจ้าหัวไชเท้าเม้มปากกลั้นความเขินอาย ฮาแกนคนบ้า ผมอุตส่าห์บอกชอบคุณแล้วนะ ช่วยตอบอะไรนอกจากอืมหน่อยเซ่! ฮาแกนก้มตัวลงแล้วใช้สองแขนดันตัวเจ้าก้อนนิ่มให้ชิดกำแพง ก่อนจะประกบริมฝีปากจูบแนบแน่น คนตัวเล็กเผยอริมฝีปากตอบรับ เป็นการเปิดทางให้คนตัวใหญ่รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานจนพอใจ 

หลังจากที่ฮาแกนผละออกไปเพื่อเว้นจังหวะให้ดีแลนได้หายใจ มือน้อยๆ สองข้างยกขึ้นสัมผัสที่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนตัวใหญ่ด้านบน เจ้าของใบหน้าเอียงแก้มซบลงบนมือนิ่มๆ ข้างหนึ่ง ในขณะที่อีกข้างเริ่มทำการสำรวจใบหน้าของเขา คล้ายกำลังจินตนาการว่าเขามีหน้าตาเป็นอย่างไร 

  

“ผมอยากมองเห็นคุณ เสียดายที่ผมไม่มีดวงตา” 

“กองทัพมีเทคโนโลยีปลูกถ่ายดวงตาเทียม ให้ทหารที่เสียดวงตาจากสงคราม ถึงจะไม่ดีเท่าของจริงแต่ก็ถือว่าใช้งานได้” 

  

สำหรับคู่รักทุกคู่ ย่อมยินดีที่เขาหรือเธอได้เป็นคนเดียวของอะไรสักอย่างในชีวิตของคู่ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนเดียวที่คู่ของตัวเองไว้ใจ หรือคนเดียวที่รู้ใจที่สุด แต่สำหรับฮาแกนเขาคือคนเดียวที่คู่ของตัวเองมองไม่เห็น อัลฟ่าตัวสูงเคยนึกด่าสวรรค์หรือนรกอะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้เขาเป็นคนเดียวในเรื่องที่ไม่น่าประทับใจแบบนี้ 

  

“ถ้าผมเข้ารับการปลูกถ่ายดวงตาเทียม ก็ไม่รู้ว่าผมจะยังมีพลังในการมองเห็นอยู่หรือเปล่า” 

“…” 

“ผมยังอยากที่จะทำประโยชน์ให้คุณได้...” 

  

ดีแลนเศร้าลงเล็กน้อย เขาไม่อยากกลับไปเป็นเพียงแค่โอเมก้าธรรมดาๆ ไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนตอนที่เขาอยู่กับเอ็ดดี้ ที่มีประโยชน์แค่ให้ความสุขบนเตียง และให้กำเนิดทายาทกับตระกูล เขาไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีกแล้ว 

  

“ค่าของคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังที่มี” 

“ถ้าผมเข้ารับการปลูกถ่ายดวงตา คุณจะอยู่กับผมไหม ลืมตาขึ้นมาผมจะเห็นคุณก่อนใครหรือเปล่า” 

“ถามอะไรไร้สาระ” 

“...” 

“เพราะยังไงฉันก็อยู่ข้างๆ ไม่ไปไหนอยู่แล้ว” 

  

เจ้าหัวไชเท้าที่เหมือนจะห่อเหี่ยวในตอนแรกกลับมานุ่มฟูอีกครั้ง ฟีโรโมนแห่งความสุขแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ มือใหญ่ยกขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่ม ยอมรับว่าตัวเองก็เป็นห่วง แต่ด้วยหน้าที่รวมถึงความรับผิดชอบ ทำให้ไม่สามารถตามไปดูแลได้อย่างที่ใจอยากทำ 

  

“เรื่องสอบ คงเข้าไปช่วยไม่ได้” 

“ดีแล้วครับ ผมคงรู้สึกแย่ ถ้าหากยังต้องพึ่งคุณไปเสียทุกเรื่อง” 

“ก็อยากให้พึ่ง” 

  

คนตัวใหญ่ออกแรงยกร่างนุ่มขึ้นแนบอก แล้วเปิดประตูห้องสวีทเข้าไป หลังจากอาบน้ำ ทั้งสองใช้เวลาก่อนนอนไปกับการกอด และปล่อยฟีโรโมนหอมๆ ให้กัน จนดีแลนซุกกายเข้าหาความอบอุ่นและเคลิ้มจะหลับ ท่ามกลางฟีโรโมนแห่งความสุขที่ลอยปะปนกันไปทั่วทั้งห้อง อัลฟ่าล่องหนรวบร่างเจ้าก้อนขนมเข้าสู่อ้อมแขน แล้วฝั่งจมูกลงบนกลุ่มผมนิ่ม คนตัวเล็กยกแขนขึ้นโอบรอบเอวสอบ ปล่อยให้อีกฝ่ายหอมหัวคล้ายจะอวยพรให้เดินทางปลอดภัย 

  

 

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

หงายการ์ดสำหรับเหล่าแม่ๆชิปเปอร์ในตอนนี้ 

 

 

TALK with Poydswat. 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

เอาใจแม่ๆด้วยโมเม้นพรี๊ชาวสวน เพื่อทำคะแนนคืนค่ะ ช่วงนี้พี่ก็ยังเข้มอยู่ไม่หลุดโป๊ะมากเกินไป ไรท์จะบอกว่า นางเริ่มอ่อนโยนมาก่อนหน้านั้นอีกค่ะ มันเริ่มจากเช้าวันที่พี่ถามน้องว่า 'พอใจหรือยัง' ถ้าจับจุดตรงนั้นได้ จะรู้เลยว่าพี่ยอมเบาลงทั้งคำพูดและการกระทำค่ะ 

เท่าที่วางพล๊อตไว้ เรื่องนี้จะมีภาคต่ออีกสองภาคค่ะ(ถ้าเขียนไหว (ซึ่งคิดว่าไหวแหละ)) เป็นBLทั้งสองภาค โพจะไปออกคู่ไหน มีใครพอจะเดาได้ไหมคะ อิอิ 

ช่วงนี้อากาศเย็นขึ้น ไรท์เป็นภูมิแพ้คือเสียงไปก่อนเลย ตามด้วยไข้อ่อนๆ รีทเดอร์ทุกคนอย่างลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ พยายามอย่าไปตากลม ทำตัวให้อุ่นๆไว้โดยเฉพาะหัว มือและเท้าค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว