ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 10

คำค้น : อู๋จิง,วาย,วายจีน,จีนโบราณ,จำปีหอม,อู๋จิง,พี่ซิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 21:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10
แบบอักษร

อาเปียวแบกเยี่ยซินจื่อขึ้นเกวียนด้วยความยากลำบาก หวังเว่ยที่ยังบาดเจ็บอยู่ก็ต้องมาช่วยด้วย การยกเยี่ยซินจื่อทำให้บาดแผลเหนือหัวใจของเขาปริออก โลหิตหลั่งออกมาอีกครั้งเดือดร้อนอาเปียวต้องมาทำแผลให้ใหม่ 

"นายท่าน เราจะไปทางไหนกันดีขอรับ" อาเปียวร้อนใจอยากให้เจ้านายของเขาได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด ถ้าโชคดีท่านหมออาจจะเชื่อมเส้นเอ็นเข้าด้วยกันได้ไม่ต้องเป็นคนพิการ 

"เราจะย้อนกลับเข้าทะเลทราย เป็นไปได้มากว่าพวกหลี่อี้หรือคนที่อยู่เบื้องหลังอาจจะดักเราอยู่ข้างหน้า มันคงคิดได้เช่นกันหากพวกเรารอดจะต้องรีบเข้าเมืองให้เร็วที่สุด ข้าย่อมไม่ยินยอมให้พวกมันสมหวัง" สายตาของเยี่ยซินจื่อแข็งกร้าวขึ้น 

"แต่ว่าบาดแผลของท่าน.." อาเปียวไม่กล้าพูดต่อ 

"อาจารย์ของข้าอาจจะรักษาได้ เจ้าไม่ต้องกังวลไป" เยี่ยซินจื่อปลอบคนสนิทแต่เขาเองลอบถอนหายใจ ถึงอาจารย์ของเขาจะนับเป็นยอดคนผู้หนึ่งในแผ่นดินแต่เขาไม่มั่นใจเลยว่าอาจารย์จะมีวิธีเชื่อมต่อเส้นเอ็นให้เขาได้ แต่ถึงอย่างไรเขาจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่เด็ดขาด! 

อาเปียวขนเสบียงและของที่พอจะใช้แลกเปลี่ยนได้ มาไว้ที่เกวียนและนำบางส่วนขึ้นหลังอูฐสองตัวผูกให้มันเดินตามเกวียน อีกสองตัวเทียมเกวียนส่วนม้าและอูฐที่เหลือนั้นเขาปล่อยให้มันอยู่ที่แหล่งน้ำนี้ อย่างน้อยมีน้ำและหญ้าพวกมันคงไม่ถึงกับอดตาย หากโชคดีมีคนมาเจอเข้าเขาอาจจะนำพวกมันไปเลี้ยงต่อก็ได้ 

ตอนเดินทางมาว่าช้าแล้วเพราะเยี่ยซินจื่อแวะค้าขายไปเรื่อย ๆ ขากลับนั้นช้ายิ่งกว่าเพราะพวกเขาไม่ได้เดินทางเป็นเส้นตรง เยี่ยซินจื่อสั่งให้อาเปียวมุ่งหน้าไปหาเผ่าเร่ร่อนในทะเลทรายเผ่าหนึ่งและใช้เกลือแลกเปลี่ยนกับการขออาศัยอยู่กับพวกเขาจนกระทั่งบาดแผลมีอาการดีขึ้น แต่กว่าแผลของเยี่ยซินจื่อจะเริ่มแห้งก็ผ่านไปเกือบเดือน ใบหน้าของเขาถูกกรีดจนลึกเกือบถึงกระดูกได้รับการดูแลจากหมอของเผ่าเร่ร่อนแต่พวกเขาทำได้เพียงรักษาบาดแผลภายนอก ไม่สามารถรักษาพิษในตัวเยี่ยซินจื่อได้ กลางคืนเขาจึงต้องทรมานจากการถูกทำร้ายอวัยวะภายในจนรุ่งเช้า พิษนี้จึงถูกเรียกว่าพิษสุริยันจันทราเพราะมันจะออกฤทธิ์เฉพาะกลางคืนเป็นเวลาหนึ่งรอบดวงจันทร์จากนั้นมันก็จะออกฤทธิ์กลางวันไปอีกหนึ่งรอบดวงจันทร์สลับกัน ผู้ใดที่ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถทนได้จนครบหนึ่งรอบ คนที่อดทนได้มากที่สุดไม่เกินสองรอบนอกนั้นล้วนตกตายไปอย่างไร้ทางแก้ เยี่ยซินจื่ออาศัยร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่ต้องการจะแก้แค้นปลุกปลอบตัวเองให้อดทน อาเปียวกับหวังเว่ยมองด้วยความสงสาร 

ฤดูหนาวของตระกูลอู๋ในเมืองตุนฮวงผ่านไปอย่างอบอุ่น พวกเขามีบ้านอยู่และอาหารอร่อยรับประทาน อากาศอันหนาวเย็นไม่มีผลต่อการคัดลอกตำราของอู๋จิงและการงานของคนอื่นๆ ก็เช่นกันทำให้เงินเก็บของบ้านตระกูลอู๋เพิ่มขึ้นทีละน้อย อู๋จิงแวะไปซื้อข้าวสารและเกลือของที่ร้านตระกูลเยี่ยบ่อยๆ ทำให้คุ้นเคยกับเยี่ยหงมากขึ้น มีครั้งหนึ่งนางถึงกับตามมาเยี่ยมที่บ้านเมื่อได้เจอกับอู๋เชียสตรีทั้งสองก็ถูกคอกันอย่างรวดเร็ว วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เยี่ยหงออกมาตรวจร้านค้าแล้วเดินเลยมาแวะคุยกับอู๋เชียเช่นที่เคยแต่เมื่อมาถึงบ้านตระกูลอู๋ก็ต้องแปลกใจที่ไม่มีใครออกมาต้อนรับ 

"ฮูหยินรออยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ ข้าจะเข้าไปดูเอง" สาวใช้คนสนิทของเยี่ยหงบอก นางผลักประตูเข้าไปแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่าประตูแง้มอยู่แล็กน้อย

"พวกเจ้าเข้าไปช่วยอิงฮวา หากไม่เจอคนค้นดูให้ทั่ว" เยี่ยหงผ่านชีวิตมามาก เมื่อเห็นแบบนี้จึเกิดความตื่นตัวขึ้นมา นางสั่งให้บ่าวชายสองคนที่ตามมาด้วยเข้าไปช่วยสาวใช้คนสนิท อิงฮวาเปิดประตูก้าวเข้าไปด้านใน เยี่ยหงร้อนใจจึตามเข้าไปด้วย

ห้องโถงของบ้านตระกูลอู่ปราศจากเจ้าของบ้าน ปกติอู๋เชียมักจะนั่งปักผ้าอยู่ในห้องโถงมีอู๋จิงนั่งคัดลอกตำราอยู่ใกล้ๆ เพราะเป็นฤดูหนาวทั้งคู่ต้องการประหยัดฟืนใส่เตาผิงจึงมาใช้เวลาร่วมกันอยู่ที่ห้องโถงนี้เป็นภาพที่เยี่ยหงเห็นจนชินตา ทั้งคู่มักจะพูดคุยกันอย่างสนิทสนมผิดกับตัวนางและบุตรชายทำให้นางชอบมาเยือนที่นี่

ไฟในเตาผิงยังติดอยู่ งานปักของอู๋เชียวางอยู่ในตะกร้าอย่างเรียบร้อยคล้ายกับว่าตัวนางลุกไปไม่นานเยี่ยหงเดินไปยังด้านหลังพร้อมกับให้บ่าวทั้งสองช่วยกันค้นหา นางและสาวใช้คนสนิทช่วยกันหาในบ้าน ส่วนบ่าวชายออกไปหาด้านนอก ชั่วเวลาไม่นานบ่าวชายคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตื่นกลับมา

"ฮูหยินแย่แล้ว ฮูหยินอู๋ล้มอยู่ในสวนขอรับ"

"รีบพาข้าไป เร็ว!" เยี่ยหงเร่ง นางถลกกระโปรงวิ่งตามไปด้วยความร้อนใจ เมื่อไปถึงสระน้ำด้านหลังนางเห็นอู๋เชียล้มลงอยู่ข้างบ่อปลารอบตัวมีถังใส่รำกลิ้งอยู่

"เจ้าสองคนช่วยกันอุ้มนางเข้าไปในบ้าน" เยี่ยหงสั่ง เมื่อพาอู๋เชียเข้าไปนอนพักในห้อง เยี่ยหงก็สั่งให้บ่าวชายไปตามหมอและให้อิงฮวาไปต้มน้ำ

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามกว่าหมอจะมาถึง เยี่ยหงนอกจากเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อู๋เชียแล้วห่มผ้าให้แล้วได้แต่นั่งรอด้วยความกระวนกระวายใจ

"ท่านหมอ อู๋เชียเป็นอย่างไรบ้าง" เยี่ยหงถามเมื่อหมอชราเดินออกมาจากห้อง

"อาการป่วยขอนางน่าจะมีผลมาจากจิตใจ ข้าเพียงทำได้แค่ให้ยาบำรุง ครอบครัวต้องคอยช่วยนางอย่าให้เครียดถ้านางฟื้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นก็ไปตามข้าก็แล้วกัน" ท่านหมอเขียนใบสั่งยาทิ้งไว้ให้ รับเงินจากเยี่ยหงแล้วจากไป

"ฮูหยินอู๋ไม่น่ามีความเครียดเลยนะเจ้าคะ บุตรชายของนางก็เป็นคนดี ถึงไม่ร่ำรวยก็พอมีกินไม่ได้อดอยาก" อิงฮวารินชาให้ฮูหยินของนาง

"เฮ้อ เราไม่เคยรู้เบื้องหลังของพวกเขาจะไปคิดเอาจากเท่าที่เห็นภายนอกไม่ได้หรอก" เยี่ยหงสอน

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ยังเป็นฮูหยินความคิดลึกซึ้ง" อิงฮวาตอบ

อู๋จิงเอาตำราที่คัดลอกมาส่งให้เถ้าแก่ หลังจากนั้นก็พูดคุยกันอยู่พักใหญ่ก่อนจะหอบตำราใหม่กลับมา ระหว่างทางก็เจอเข้ากับเฉียนเว่ยหมิงและเว่ยฉีที่วันนี้มาคุยธุระกับเจ้าเมืองจู้คง ข้างกายของเขามีจู้ซวี่ตานที่ออดอ้อนให้เฉียนเว่ยหมิงพามารับประทานอาหารเที่ยงที่เหลาสุราชื่อดัง อู๋จิงเห็นคนที่เขาไม่อยากเจอก็เตรียมที่จะเลี่ยงไปอีกด้านแต่ถูกเฉียนเว่ยหมิงขวางไว้ 

"เสี่ยวจิง ดีใจนักที่ได้เจอเจ้าพวกเรากำลังจะไปรับประทานอาหารกันที่เหลาสุราหลงเจียง เจ้าไปกับพวกเราสิ" เฉียนเว่ยหมิงออกปากชวน

"องค์ชาย ท่านชวนคนชั้นต่ำเช่นนี้ร่วมโต๊ะกับเราได้อย่างไรเพคะ" จู้ซวี่ตานทำหน้ารังเกียจอู๋จิงอย่างเปิดเผย

"คุณหนูท่านนี้กล่าวถูกแล้ว ข้าไม่คู่ควรร่วมโต๊ะเสวยหรอกพ่ะย่ะค่ะ ขอตัวก่อน" เจ้าเมืองจู้คงพาเฉียนเว่ยหมิงมาเดินชมเมืองหลังจากงานฤดูหนาวทำให้ทุกคนในเมืองรู้ว่าเขาเป็นรัชทายาท อู๋จิงประสานมือลาทำท่าจะจากไปแต่ถูกเว่ยฉีขวางไว้ 

"เจ้าได้ใส่ใจถ้อยคำของผู้อื่น ข้าเชิญเจ้าย่อมหมายความว่าต้องการให้เจ้าไปร่วมรับประทานอาหารด้วยจากใจจริง แว้นเฉียนเราทุกคนเท่าเทียมใยคุณหนูจู้จึงได้มีความคิดคร่ำครึเช่นนี้" เฉียนเว่ยหมิงตำหนิอย่างไม่ไว้หน้า ตอนแรกเขาเห็นว่านางใบหน้างดงามก็ไม่รังเกียจหากจะรับเป็นอนุ แต่นิสัยแบบนี้ยังรู้ความสู้สาวใช้ในตำหนักของเขาไม่ได้

จู้ซวี่ตานได้ยินแล้วอยากจะอาละวาดยิ่งนักแต่ยังมีสติอยู่บ้างที่รู้ตัวว่าคนพูดเป็นผู้ที่นางไม่สามารถทำตามใจตนเองได้จำต้องสงบปากแล้วเดินตีคู่ไปกับเฉียนเว่ยหมิงอย่างต้องการจะกันท่า ระหว่างการเป็นภรรยาพ่อค้ากับเข้าไปเป็นสนมในวังนางเลือกได้อย่างง่ายดาย นางมั่นใจในความงามของนางเป็นอันมากยิ่งหากบิดาได้เลื่อนตำแหน่งก็สามารถสนับสนุนรัชทายาทได้ นางอาจจะได้เป็นพระชายาต่อไปก็จะได้เป็นฮองเฮา สัญญาอะไรที่เคยให้ไว้กับเยี่ยซินจื่อนางลืมไปหมดแล้ว

อู๋จิงกลอกตาท่านไม่ให้ข้าปฏิเสธอยู่แล้วจะพูดมากไปไย ชายหนุ่มจำต้องกระชับห่อผ้าในมือเดินตามหลังคนทั้งคู่ไปตามหลังด้วยเว่ยฉีและสาวใช้ของจู้ซวี่ตาน ทั้งหมดมาถึงเหลาสุราหลงเจียงเสี่ยวเอ้อพาพวกเขาไปนั่งชั้นบน มีเพียสาวใช้ของจู้ซวี่ตานเท่านั้นที่แยกไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง เว่ยฉีนั้นร่วมโต๊ะกับเฉียนเว่ยหมิงจนเป็นปกติอยู่แล้ว อู๋จิงรอให้ทุกคนนั่งลงก่อนแล้วจึงนั่งลงบ้าง จู้ซวี่ตานแอบขัดใจที่เว่ยฉีนั่งลงตรงข้ามองค์รัชทายาททำให้อู๋จิงได้นั่งข้างพระองค์ทางด้านซ้ายส่วนนางนั่งทางด้านขวา นางรีบแสดงเหนือกว่าอู๋จิงด้วยการสั่งอาหารที่แพงที่สุดไปหลายรายการ เฉียนเว่ยหมิงไม่ใส่ใจนางเขาหันมาถามอู๋จิงที่นั่งเงียบอยู่

"เจ้ามีอะไรที่ชอบรับประทานหรือไม่ เหลาสุรานี้มีอาหารอร่อยหลายอย่าง"

"ข้ารับประทานอะไรก็ได้ คนจนอย่างเราขอแค่อิ่มท้องก็พอแล้วพ่ะย่ะค่ะ" อู๋จิงยิ้มบาง เขาเคยผ่านเหลาสุรานี้หลายครั้งได้ยินว่าอาหารแพงมากมีแต่คนร่ำรวยมารับประทานกันไม่ใช่สถานที่ที่เขาจะเข้ามาอยู่แล้ว เฉียนเว่ยหมิงเห็นอู๋จิงพูดดังนั้นจึงสั่งอาหารที่คิดว่าเขาจะชอบเพิ่มอีกหลายจาน

เมื่ออาหารมาถึงอู๋จิงนั่งรับประทานเงียบ ๆ ปล่อยให้จู้ซวี่ตานเป็นคนผูกขาดบทสนทนา นางเห็นชายหนุ่มนั่งรับประทานอาหารเงียบ ๆ ไม่คิดทำตัวแข่งกับนางก็พอจะมองข้ามได้บ้าง นอกจากกล่าววาจาเสียดสีทุกครั้งที่ทำได้แล้วนับว่าเป็นมื้อที่ดีสำหรับอู๋จิงเลยทีเดียว

เมื่อรับประทานกันเสร็จแล้วเว่ยฉีก็เรียกเสี่ยวเอ้อมาเก็บค่าอาหาร เฉียนเว่ยหมิงลอบสังเกตอู๋จิงพบว่าเขาไม่ตื่นเต้นกับค่าอาหารที่อาจจะเพียงพอให้ชาวบ้านทั่วไปใช้จ่ายได้เป็นเดือน แต่ชายหนุ่มก็เคยบอกว่าบิดาของเขาเคยเป็นพ่อค้าก่อนจะขาดทุนคิดแล้วก็เข้าเค้าที่อู๋จิงเป็นคุณชายตกยาก ทั้งหน้าตาผิวพรรณแะกริยาดูไม่เหมือนชนชั้นล่าง เฉียนเว่ยหมิงโคลงศีรษะเขาไม่ควรจะระแวงทุกคนที่เข้าใกล้ ยิ่งกระต่ายน้อยตัวนี้มีแต่จะแยกเขี้ยวใส่เขาทุกครั้ง

หลังรับประทานอาหารเสร็จเฉียนเว่ยหมิงจะไปส่งจู้ซวี่ตานที่จวนของบิดานาง อู๋จิงจึงขอแยกกลับบ้านตรงนั้นระหว่างทางเขาพบกับแม่ทัพหวังต้าลู่เขาจึงขอไปที่บ้านของอู๋จิงด้วย

หวังต้าลู่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขามาเพราะชอบอาหารของอู๋เชีย ทุกครั้งที่มามักจะซื้อของสดมาให้ที่บ้านเขาทำให้อู๋จิงจึงไม่ค่อยต่อต้านเขามากนัก คนผู้นี้พอกินเสร็จแล้วก็กลับไม่เจ้าเล่ห์เยี่ยงรัชทายาทหน้าเหม็นผู้นั้น

อู๋จิงกลับมาถึงบ้านสวนกับหมอชรา เขาใจหายวูบเร่งฝีเท้าจนกลายเป็นวิ่งเข้าไปในบ้านทันที

"ท่านแม่" อู๋จิงส่งเสียงเรียกไปก่อนตัว ในห้องโถงปรากฏคนคุ้นหน้าแต่ไม่ใช่มารดา

"เสี่ยวจิงนั่งลงก่อน แม่ของเจ้าไม่เป็นอะไรมาก" เยี่ยหงเข้าใจความรู้สึกของชายหนุ่ม หลังจากบังคับให้อู๋จิงจิบชาให้จิตใจสงบแล้วนางก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง

"เป็นข้าไม่ดีเองที่กลับช้า ขอบคุณท่านป้ามาก หากไม่ได้ท่านก็ไม่รู้ว่ามารดาจะเป็นเช่นไร" อู๋จิงนั่งคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณเยี่ยหง

"เจ้าไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ อู๋เชียกับข้าก็สนิทสนมกันดีจะไม่ช่วยเหลือได้อย่างไร เจ้าก็เข้าไปดูมารดาเจ้าเถอะ นี่ใบสั่งยาข้ากำลังจะให้คนของข้าไปซื้อให้อยู่พอดี เจ้ารับไปสิ" เยี่ยหงส่งใบสั่งยาให้

"ขอบคุณท่านป้า ท่านแม่ทัพวันนี้มารดาข้าป่วยคงไม่สามารถทำอาหารให้ท่านกินได้แล้วต้องขออภัยด้วยขอรับ" อู๋จิงหันไปขอโทษคนหน้านิ่ง

"ไม่เป็นไร ข้าจะไปซื้อยาให้เอง" หวังต้าลู่ฉวยใบสี่งยามาแล้วเดินดุ่มออกไป

"ป้าขอตัวกลับก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้มาเยี่ยมใหม่" เยี่ยหงเห็นอู๋จิยังมีเรื่องให้ทำอีกมากนางจึงขอตัวกลับก่อน หลังจากส่งเยี่ยหงแล้วชายหนุ่มรีบไปดูอาการมารดาเห็นอู๋เชียนอนหลับสนิทก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ความคิดเห็น