ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 ก็แค่ภาพฝัน

ชื่อตอน : บทที่ 5 ก็แค่ภาพฝัน

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2563 16:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ก็แค่ภาพฝัน
แบบอักษร

เวลาเดินเลยผ่านไปเกือบชั่วโมง เท้าเรียวที่สวมส้นสูงก้าวไปตามทางเรื่อยๆ ยามใดที่ไร้ซึ่งแสงสว่างความกลัวก็เข้ามากัดกินหัวใจหล่อนอีกครั้ง ใบหน้าเริ่มเหยเกเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่ส้นเท้าในทุกๆ ครั้งของการก้าวเดิน

ปรียาวดีค่อยๆ ประคองตัวนั่งลงบนพื้นช้าๆ ก่อนจะก้มตัวเพื่อถอดรองเท้าส้นสูงออก รอยแดงช้ำที่เริ่มพองตัวทำให้รู้สึกเจ็บกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หยดน้ำตาไหลรินอาบแก้มแต่มันก็ยังไร้ซึ่งเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา

“อยากกลับบ้าน” สุ้มเสียงแผ่วเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด

สถานที่ที่เธอคิดถึงที่สุดในตอนนี้ก็คือบ้าน บ้านที่มีภัควิมลและเจ้าหมั่นโถว

“ย่าจ๋า หนูกลัว”

ร่างบางลุกขึ้นเดินอีกครั้งด้วยท่าทางโซซัดโซเซ ปากก็เอ่ยพึมพำซ้ำไปซ้ำมาในประโยคเมื่อครู่ หนทางข้างหน้าคล้ายจะมืดมนลงอีกครั้งเมื่อไร้ซึ่งแสงจากหลอดไฟนีออน สองฝั่งถนนมีเพียงความเงียบ

ด้วยเวลาที่ล่วงเลยมาดึกมากแล้ว อีกอย่างถนนละแวกนี้ก็ไม่ใช่เส้นหลักทำให้รถลาไม่เคลื่อนผ่านเธอเลยแม้แต่คันเดียว ไม่มีแม้กระทั่งบ้านสักหลัง มองไปทางไหนก็พบแต่โพรงหญ้า ต้นไม้ แล้วก็เสียงแมลงในยามค่ำคืน

เรียวขาเล็กเริ่มจะอ่อนล้าเต็มทีทว่าก็ยังต้องก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ แม้จะไม่รู้เลยว่าทางข้างหน้าหล่อนต้องพบเจอกับอะไร

หากโชคดีก็คงเจอใครสักคนที่ช่วยได้ แต่ถ้าหากโชคร้าย...

ปรียาวดีสะบัดความคิดนั้นให้ออกจากสมอง หากคิดต่อไปไม่วายความกลัวในใจคงทวีคูณไม่จบสิ้นเสียที

ความเมื่อยล้าทำให้แข้งขาเริ่มอ่อนแรง ร่างบางนั่งยองๆ ลงบนพื้น ก้มหน้ามองพื้นพร้อมกับน้ำตาที่หยดเผาะ หัวใจในตอนนี้คล้ายจะหมดเรี่ยวแรงเสมือนร่างกายของหล่อน อุ้งมือเล็กยกขึ้นปิดใบหน้าตัวเอง ไม่อยากให้ใครรับรู้ว่าเธอนั้นกำลังร้องไห้ แม้กระทั่งความเงียบเองก็ตาม

เสียงสะอื้นในคราแรกเงียบลงทันทีเมื่อปรียาวดีรู้สึกว่าด้านหลังนั้นกำลังมีเสียงฝีเท้าของใครบางคนก้าวเข้ามาหาเธอใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

ในใจเริ่มหวาดหวั่น หากเป็นอนุทัตก็คงไม่ใช่ เขาคงไม่ใจดีกลับมารับเธอหรอก ดูจากแววตาที่รังเกียจหล่อนออกปานนั้น

จะทำยังไงดี หากว่าคนคนนั้นอาจจะเป็นพวกขี้เหล้าเมายาเหมือนฉากในละคร

ปรียาวดีลุกพรวดขึ้นมาในทันที มือที่หอบหิ้วรองเท้าในเมื่อครู่รีบกอบโกยชายกระโปรงชุดเจ้าสาว แม้เท้าจะระบมจนแทบจะก้าวไม่ออก แต่พอคิดว่าด้านหลังอาจจะเป็นพวกคนไม่ดีสุดท้ายเธอก็ต้องกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดเพื่อวิ่งหนีสิ่งเลวร้ายนั้นให้ไกลที่สุด

พอมันเห็นว่าเธอวิ่งออกตัวไป เสียงฝีเท้าปริศนานั้นก็คล้ายจะวิ่งตามมาติดๆ เธอพยายามกลั้นใจเหลียวกลับไปมองทั้งๆ ที่เท้ายังก้าววิ่งอยู่

ภาพที่เห็นคือเงาสูงใหญ่ มองไม่ออกว่าหน้าตาของชายคนนั้นเป็นเช่นไรด้วยว่าบริเวณนั้นไร้ซึ่งแสงจากหลอดไฟ

หยดน้ำตายังคงไหลรินอาบแก้ม ไม่ได้เศร้าใจ ไม่ได้เสียใจ แต่ที่ร้องเพราะเจ็บแผลที่เท้า ทว่าต่อให้เธอจะเจ็บแค่ไหนสุดท้ายก็ไม่อาจหยุดพักได้สักวินาที

รองเท้าข้างหนึ่งหลุดออกจากมือ แต่ก็ไม่อาจหยุดได้ เพราะเงาปริศนานั้นใกล้ขึ้นมากกว่าเดิม

ปรียาวดีได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้รอดพ้นคืนนี้ไปได้ด้วยดี

เท้าเล็กเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามความกลัวในใจที่ก่อตัว ก่อนจะพลั้งพลาดสะดุดเข้ากับก้อนอิฐตามทางเท้าที่นูนขึ้นมา แต่เพราะเงาที่ใกล้เข้ามานั้นทำให้เธอต้องรีบลุกขึ้นและวิ่งไปหาที่หลบซ่อน

เสียงหอบหายใจดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในซอกหลืบกำแพงบ้านร้างหลังหนึ่ง ร่างบางพยายามขยับตัวเข้าไปให้ลึกที่สุด ในขณะที่หล่อนกำลังข่มเสียงสะอื้นของตัวเอง ใบหน้าเจ้ากรรมก็หันไปสบเข้ากับแววตาวาววับของชายวัยกลางคน เจ้าของร่างใหญ่ที่วิ่งตามเธอมาตลอดทาง

“สาวสวยที่ไหนมาวิ่งเล่นในที่เปลี่ยวๆ แบบนี้นะ ออกมาหาพี่สิจ๊ะ พี่จะพาไปส่งบ้าน”

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ถอยออกไปถ้าไม่อยากตาย” มือที่กวาดสะเปะสะปะไปตามพื้นรีบชูเศษกระเบื้องขึ้นมาหวังจะใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวเอง

“โถ้ๆ ก็แค่เศษกระเบื้องขนาดเท่าเปลือกหอย คิดว่าจะระคายเคืองผิวพี่เหรอจ๊ะ”

ร่างนั้นค่อยๆ คืบคลานเข้ามาช้าๆ ปรียาวดีทำได้เพียงแค่หาสิ่งของใกล้ตัวขว้างไปยังชายคนนั้น เศษกระเบื้องที่คมกริบไม่ต่างจากปลายมีดพลอยให้ร่างใหญ่ชะงักไปครู่หนึ่ง หยดเลือดไหลซึมออกมาจากแก้มข้างซ้าย แววตามันตวัดมองหญิงสาววาวโรจน์อย่างโกรธเคือง พร้อมพุ่งตรงเข้ามาหาหล่อน

เท้าเรียวที่ระบมจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงรีบยกขึ้นยันอกของชายคนนั้นให้ออกห่าง รวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีหวังจะหลุดพ้นจากเรื่องเลวร้ายนี้เสียที ทว่าพละกำลังของผู้หญิงบวกกับพึ่งวิ่งมาหมาดๆ หรือจะสู้บุรุษชายร่างกำยำ

“ออกไป ไม่งั้นฉันจะตะโกนให้คนช่วย”

“เหอะๆ ร้องให้สุดเสียงก็มีแค่แมลงที่ได้ยิน เชิญร้องตามสบาย”

“ลุง หนูไหว้เถอะจ้ะ อย่าทำอะไรหนูเลยนะ สงสารหนูเถอะ” เสียงสั่นเอ่ยอ้อนวอน หากใช้ไม้แข็งแล้วไม่ได้ผลก็คงต้องใช้ไม้อ่อนทว่ามันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด

“ไม่ได้หรอก ถ้าพี่ปล่อยหนูไป พี่ก็ซวยน่ะสิ”

“ซวย? หมายความว่าไง มีคนจ้างลุงมาใช่ไหม?”

ใคร? ปรียาวดีเริ่มคิดไม่ตกเมื่อลองวิเคราะห์ดูแล้ว ละแวกนี้ไม่น่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่หากไม่ตั้งใจมายืนรออยู่ก่อนแล้ว เพราะคงไม่มีใครมายืนในสถานที่เปลี่ยวเช่นนี้ตามลำพัง แม้จะเป็นผู้ชายก็ตามที

มันเป็นอะไรไม่ได้เลยนอกเสียจากชายตรงหน้าถูกว่าจ้างมาจากใครสักคนเพื่อมาทำร้ายเธอ

แล้วคนคนนั้นคือใครล่ะ...หากไม่ใช่คนที่ปล่อยเธอทิ้งไว้ตรงนี้

ภาพที่เคยวาดฝันไว้ว่าเขาคือผู้ชายที่ดูใจดี อบอุ่น สุขุมและปลอดภัย ภาพที่เคยจินตนาการเอาไว้พลันสลายลงในพริบตา

เธอเผลอไปรักคนใจร้ายแบบนั้นได้ยังไง?

“หนูไม่ต้องรู้หรอก นอนนิ่งๆ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

“ปล่อยไอ้โรคจิต อย่ามายุ่งกับฉัน” ก้อนอิฐขนาดไม่ใหญ่นักถูกขว้างใส่ชายวัยกลางคนส่งผลให้บริเวณหางคิ้วของมันเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา

ความโกรธที่ถูกทำร้ายจนเลือดตกยางออกทำให้ชายคนนั้นพุ่งตัวเข้ามาหมายจะบีบคอหล่อน ทว่าก็ถูกเท้าเล็กถีบอกจนถลาถอยหลังไปเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าเริ่มหายเหนื่อยจากการวิ่ง ปรียาวดีก็ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง

แม้คนภายนอกจะมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยอ่อนหวานทว่าแท้จริงแล้วหล่อนนั้นเคยเป็นถึงนักกีฬามวยไทยของโรงเรียนมาก่อน แต่ก็ต้องหยุดซ้อมด้วยว่าผู้เป็นย่าไม่อยากให้เธอต้องเจ็บตัวหลังจากที่จบการแข่งขัน

กำปั้นขนาดเล็กทว่าความหนักนั้นไม่ได้เล็กตามไปด้วยเลยสักนิด มันพอจะทำให้คนร้ายเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากได้ไม่ยาก

สายตาที่คิดว่าเหนือกว่าในเมื่อครู่เริ่มมีท่าทีแปรเปลี่ยนเป็นตกใจหลังจากถูกปรียาวดีวางมวยใส่ไม่ยั้ง

“ชอบความรุนแรงสินะ”

“เข้ามาเลย ถ้าคิดว่าตัวเองแน่ก็เข้ามา” เอ่ยท้าทายพร้อมตั้งหมัดเตรียมสู้เต็มที่ หากไม่ติดเรื่องชุดและเท้าที่เจ็บ ชายตรงหน้าคงนอนหมอบอยู่ที่พื้นไปนานแล้วกระมัง

วิชาป้องกันตัวที่ได้ร่ำเรียนมา แม้ว่ามันจะนานมากแล้ว ทว่าพอได้ลองใช้อีกครั้งก็เริ่มคุ้นชินได้ไม่ยาก

“ไหนบอกว่าง่ายๆ ไงวะ” ชายคนนั้นคร่ำครวญกับตัวเอง ก่อนจะมองไปยังเหยื่อสาวด้วยความสับสน เกิดความกลัวกับท่าทางของหล่อนหากเขาก้าวเท้าเข้าไปหาอีกครั้ง คงไม่วายถูกซัดหมัดเข้าอีกรอบ แค่นี้ทั้งเนื้อทั้งตัวก็ระบมไปหมดแล้วกระมัง

เห็นตัวเล็กๆ คิดว่าไม่มีพิษมีภัย ทว่าเมื่อครู่เขาเผลอลืมสำนวนสุภาษิตหนึ่งไป...เล็กพริกขี้หนู

“ใครจ้างลุงมา?”

“ไม่มี!” ท่าทางมีพิรุธของชายคนนั้นมันทำให้ปรียาวดีเริ่มแน่ใจกว่าเดิมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ

“ไม่เชื่อ! บอกมาซะดีๆ ว่าใครจ้างลุงมา”

“ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งอย่าคิดจะมาสู้กับแรงผู้ชายเลย ยอมลุง...เอ้ย! ...พี่ง่ายๆ จะดีกว่านะ จะได้ไม่เจ็บตัวมากไปกว่านี้”

จากการวิเคราะห์ทางสายตาปรียาวดีก็พอจะดูออกว่าชายคนนี้เป็นเพียงแค่นักเลงปลายแถว อนุทัตคงประมาทเธอมากเกินไปจึงได้จ้างลูกกระจ๊อกเช่นนี้มา

ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะทำได้ทุกอย่างเพียงเพราะจะผลักไสหล่อนให้ออกไปจากชีวิต แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะผิดกฎหมายก็ตามที

หมดแล้วความรู้สึกดีๆ ในใจ เธอขอมันกลับคืนมาก็แล้วกัน นับจากนี้เธอจะไม่เข้าไปเฉียดเขาแม้แต่ปลายเล็บ จะอยู่ในสถานะนี้ต่อเพียงเพราะเห็นแก่บุญคุณของผู้หลักผู้ใหญ่ และถ้าทุกอย่างคลี่คลายเธอจะรีบเดินออกมาในทันที

“ต่อให้ลุงไม่บอก ฉันก็พอจะรู้ว่าใครจ้างลุงมา”

“รู้ได้ไงวะ” พึมพำกับตัวเอง

“ถอยไป ไม่งั้นฉันฟาดลุงหัวแบะแน่ เห็นตะปูบนไม้นี้ไหม ไม่อยากถูกเจาะสมองก็ถอยไป” น้ำเสียงเคร่งขรึมไร้การหวาดกลัวเหมือนอย่างในตอนแรกหลังจากที่เมื่อครู่หันไปเจออาวุธคู่กาย มือเล็กกระชับท่อนไม้แน่นพร้อมขยับเท้าเพื่อก้าวไปอีกทางหมายจะวิ่งออกไปจากบ้านร้างแห่งนี้ “เตือนไว้อีกอย่างนะลุง ฉันเป็นหมอ งานหั่นงานเชือดเนี่ยฉันถนัดเลยล่ะ กระเบื้องที่คมๆ ก็หั่นเนื้อคนได้ไม่ยากนะ อยากถูกหั่นยัดกระสอบก็เข้ามา”

หล่อนทำทีขู่ไปอย่างนั้นแหละไม่ได้คิดจะทำจริงๆ หรอก ขอแค่หลุดพ้นออกไปจากตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว

ชายวัยกลางคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายหน ทว่าเพราะหน้าที่ที่ถูกมอบหมายจึงยอมจำนนต้องก้าวเท้าตามร่างบางไปด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ

“ฉันบอกให้ถอยไปไง”

“ถอยไม่ได้ รับเงินมาแล้ว” จบประโยคนั้นลุงคนดังกล่าวก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้ คล้ายว่าเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรจะพูดออกไป แต่มันไม่ทันเสียแล้ว

ก้อนเนื้อที่เต้นตุบๆ อยู่ใต้อกข้างซ้ายคล้ายจะบีบรัดไปด้วยความเจ็บปวด หมดสิ้นแล้วความรู้สึกที่มีให้

มันผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็ผิดเองแหละ ผิดที่คาดหวังอะไรก็ไม่รู้ หวังว่าเขาจะเป็นคนดี อบอุ่นเหมือนอย่างที่เคยเห็นเขามีให้นลิน แต่เธอลืมไป ลืมไปว่าเธอนั้นคือปรียาวดีไม่ใช่นลิน

เธอไม่มีสิทธิ์ผิดหวังด้วยซ้ำกับภาพฝันที่ตัวเองเป็นฝ่ายจินตนาการขึ้นมาเอง เขาไม่ได้บอกให้เธอเชื่อเสียหน่อย

ในตอนนี้มันจบแล้ว เธอเริ่มบอกหัวใจตัวเองให้ผลักชื่ออนุทัตออกไป...รู้ว่ามันอาจจะยากในตอนแรกแต่ถ้าเวลาผ่านไปเรื่อยๆ มันก็คงจะง่ายเองล่ะมั้ง

“พอใจแล้วใช่ไหมกับสภาพของฉันในตอนนี้ กลับมาทำไม กลับมาดูผลงานตัวเองหรือไง?” เสียงสั่นเอ่ยถามร่างหนาที่พึ่งจะพบว่าเขานั้นกำลังยืนรออยู่ด้านนอก

ความคิดเห็น