facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 หญิงชรา

ชื่อตอน : บทที่ 11 หญิงชรา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 หญิงชรา
แบบอักษร

 

 

 

"ข้าไม่เอาแม่ใหม่"

 

เฟิงเยวี่ยช้อนตามองคนตัวโตกว่าเบื้องหน้าด้วยสองตาสั่นระริกที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส ใบหน้าเล็กแดงก่ำเปรอะน้ำตาอย่างน่าสงสาร ใบหน้าคาดหวังรอคำตอบจนใจคนมองร้อนรน

 

หลิ่วหลินเฟิง "..." แล้วผมควรตอบยังไง?

 

ที่ถามไปนี้เขาไม่ได้ต้องการคำตอบ...

 

ระบบเปิดโหมดออนไลน์กล่าวด้วยเสียงโมโนโทนตายซาก [ เนื่องจากมีการเปิดเนื้อเรื่องลับ'สถานะการณ์เข้าใจผิด'การดำเนินเนื้อเรื่องจากต้นฉบับจึงมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาเลือกคำตอบดังต่อไปนี้

A :เงียบเสีย เจ้ามีสิทธิอะไรมาสั่งข้า!(กล่าวอย่างเกรี้ยวกราด)

 

B :ข้าอยากแต่งสตรีงามสักคนมาเป็นภรรยา จะได้มาช่วยข้าดูแลเด็กดื้อเช่นพวกเจ้า(น้ำเสียงนิ่งเฉยไม่ทุกข์ร้อน)

 

C :อืม ย่อมเชื่อฟังเจ้า(ตอบรับอย่างว่าง่าย)

 

D : ...(นิ่งเงียบไม่ตอบคำ)

 

หมายเหตุ :

 

- หากทำการเลือกข้อ A ค่าคะแนนภารกิจนี้จะติดลบทันที

 

- หากทำการเลือกข้อ D ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจะถูกยกเลิก ]

 

"แล้วเอาอีสองข้อนี้มาเป็นตัวเลือกให้ตรูเลือกทำหอกไรวะ ในเมื่อเอ็งก็กำหนดคำตอบที่ตอบได้มาแค่สอง! เดี๋ยวพ่อฟาดสา!!!"

 

นี่ผมคิดว่าตัวเองกำลังเล่น GalGame* อยู่นะเนี่ย!

 

 

( *GalGame เป็นวีดีโอเกมจากญี่ปุ่น หรือบางครั้งเรียกเกมจีบสาว เนื่องจากเกมผู้เล่นจะได้ผจญภัยและมีปฏิสัมพันธ์รูปแบบต่างๆกับตัวละครหญิงในเกม โดยเลือกไดอะล็อกคำพูดและท่าทางต่างๆจากตัวเลือกที่เกมมีให้ )

 

[ กรุณาเลือกคำตอบ ]

 

"ข้อ C !"

 

หลังกดเลือก ภายในหัวเขามีสีเขียววาบขึ้นมาก่อนปากเขาจะพูดตามบท

 

"อืม ย่อมเชื่อฟังเจ้า"

 

แต่ไม่ใช่แค่นั้นจบเว้ย! มันยังบังคับให้เขา'หอมแก้มปลอบใจ'ไอ้ตัวเล็กในอกอีก!

 

มันไม่หลุดโจทย์เหรอฟ่ะ!?

 

ชั่งเถอะ...ก็แค่หอมแก้มเด็ก

 

จมูกโด่งกดลงบนแก้มยุ้ยนั้น หน้าเฟิงเยวี่ยเห่อร้อนขึ้นมาทันที ผู้คนโดยรอบนิ่งอึ้งตะลึงงัน

 

เจ้ายอดเขาทั้งยี่สิบเอ็ด "ศิษย์พี่!?"

 

หญิงสาวทุกคนที่ยืนมองอยู่กล่าวอย่างพร้อมเพรียง "หล่อเหลา ใจดี รักเด็ก รูปโฉมดุจเซียน ทั้งเย็นชา ทั้งอบอุ่น ชั่งกร้าวใจข้ายิ่งนัก! อร้าย~"

 

ระบบ [ EXP +100]

 

หลิ่วหลินเฟิง "..."

 

"เฟิงเยวี่ยหนวกหู"เฟิงเยวี่ยคืนสติ รู้สึกหนวกหูเกินจะเอ่ย จึงออดอ้อนให้บิดารีบพาเขาไปจากที่นี้

 

"อืม"หลิ่วหลินเฟิงพยักหน้ารับคำ หันหลังไปพูดกับเจ้ายอดเขาคนอื่นๆและลูกศิษย์ที่ติดตามมา "พวกเรารีบไปกันเถิดสายมากแล้ว ส่วนพวกเจ้าผู้ใดที่มิได้รับอนุญาตให้ติดตามเข้าไป ระหว่างอาจารย์ลุงอาจารย์อาไม่อยู่ จงอยู่รอด้านนอกอย่าได้ก่อเรื่อง"

 

ศิษย์ที่ติดตามมายืนจัดแถวยอดเขาใครยอดเขามันกันเป็นระเบียบ ผสานมือกุมเป็นหมัด คร่อมกายคารวะ ตอบกลับพร้อมกันดังเซ็งแซ่ "ขอรับซือจุน/ขอรับอาจารย์ลุง/เจ้าค่ะอาจารย์ลุง"

 

หลิ่วหลินเฟิง "..."

 

ก็บอกอย่าเรียกอาจารย์ลุงไงเล่า!

 

 

นอกจากศิษย์เอกของอาจารย์ ศิษย์คนอื่นล้วนต้องรออยู่ด้านนอก

 

หลิ่วหลินเฟิงเดินเท้าเข้าประตูวังไป๋ฮวา เส้นเลือดฝอยในดวงตาเต้นตุบๆตลอดเส้นทางแสนสั้นนี้ เจ้าคนในอกแยกเขี้ยวขู่ผู้คนที่พยายามเดินเข้ามาใกล้เขาทุกผู้ จนหลิ่วหลินเฟิงรู้สึกปวดหัว

 

จะหวงบิดาอะไรขนาดนั้นเจ้าลูกชาย

 

หญิงงามมากหน้า เขาล้วนไม่อาจมองเพราะมือเล็กๆปิดบังทัศนียภาพการมองเห็นของเขาจนมืดบอด

 

 

เดินเข้าตำหนักมาแล้ว ผู้คนต่างยืนขึ้นทักทาย

 

"คารวะเจ้ายอดเขาหลิ่ว วังไป๋ฮวาเป็นเกียรตินักที่สำนักใหญ่แห่งยุคตอบรับการเข้าร่วมงานประลองยุทธ์ในปีนี้"ผู้อาวุโสเปาซานกงออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง กล่าวคารวะหลิ่วหลินเฟิง

 

"ผู้แซ่หลิ่วนับเป็นเกียรติเช่นกันที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงก่อนเปิดการประลองที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้จากท่านผู้อาวุโสเปาซานกง"

 

พูดคุยทักทายกันพอเป็นพิธี

 

หลิ่วหลิวเฟิงอุ้มเฟิงเยวี่ยเดินตามศิษย์วังไป๋ฮวาไปนั่งประจำตำแหน่งรองประธาน

 

"เมื่อทุกท่านมาครบแล้ว ตำหนักไป๋หลงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ข้าขอคารวะทุกท่าน"ผู้อาวุโสเปาซานกงขึ้นไปยืนกล่าวบนตำแหน่งประธานพลางหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มคารวะ ทุกคนลุกขึ้นดื่มคารวะกลับไปเช่นกัน

 

หลิ่วหลินเฟิงลุกขึ้นยืนไม่สะดวกเนื่องจากเฟิงเยวี่ยนั่งอยู่บนตัก จึงนั่งคารวะยกจอกน้ำชากระดกดื่มจนหมด

 

เขาทำเช่นนี้ผู้อื่นก็ไม่ได้ว่าอะไร(ไม่กล้าว่าต่างหาก) เรื่องที่หลานชายผู้อาวุโสเปาซานกงทำลูกชายเขาตกผาคนรู้กันทั่ว ปีนี้วังของผู้อาวุโสจัดงาน ทั้งหลานชายยังก่อเรื่อง หลิ่วหลินเฟิงตอบรับก็นับว่าใจกว้างมากแล้ว จึงไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากเขาอีก

 

เจ้าเด็กนี่ไม่ยอมไปนั่งรวมกับเด็กคนอื่น ขัดใจก็ร้องไห้ ไม่พอใจก็ร้องไห้ ลูกชายเขาเอาใจยากจะตาย

 

หลิ่วหลินเฟิงตัวออริจินอลต้นฉบับไม่ดื่มสุรา กิริยาดั่งเซียน เรื่องนี้ทั้งยุทธภพต่างรู้ ทางตำหนักจึงเสริฟชาชั้นดีให้เขาแทนสุรา

 

รสหวานอ่อนๆกลิ่นหอมตลบอบอวลทั้งลำคอและโพรงปาก หลิ่วหลินเฟิงรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง ชาลิ้นจี้มีรสหวานไม่ขม กลิ่นหอมมาก ทางแดนเหนือหาดื่มได้ยากยิ่ง อีกทั้งมีราคาแพง นิยมปลูกทางแดนใต้ ออกผลแต่ละปีน้อยมาก มีเงินอย่างเดียวก็ไม่แน่ว่าจะหาซื้อได้

 

เลิศรสจริงๆ

 

"ศิษย์พี่หลิ่ว รสชาถูกใจท่านหรือไม่?"เปาฮวาหลี่ถามขึ้น นางนั่งอยู่หลังม่านหลังตำแหน่งประธาน

 

หลิ่วหลินเฟิงพยักหน้ายิ้มแย้มให้นาง "อืม หอม หวาน ไม่ขม ดื่มง่าย ถูกใจศิษย์พี่มาก"

 

"ศิษย์พี่ยังติดหวานกินขมข้าไม่กินไม่เคยเปลี่ยน กี่ปีก็ยังไม่เปลี่ยน"นางยกมือขึ้นมาหัวเราะป้องปาก

 

หวนนึกถึงอดีตที่เคยไปร่ำเรียนแลกเปลี่ยนวิชาที่สำนักตงเทียนเมื่อสิบห้าปีก่อนก็ยิ่งขำ

 

 

อาหารทยอยออกมาเสริฟแล้ว เฟิงเยวี่ยจ้องสตรีหลังม่านที่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับบิดาตนตาเขม็ง ตะเกียงในมือลั่นดัง 'กร๊อบ'

 

"เฟิงเยวี่ย"หลิ่วหลินเฟิงรู้สึกได้ เจ้าเด็กนี่คล้ายคนกำลังกินน้ำส้ม*

 

ถ้าเจ้าเด็กนี่อายุสักสิบเก้ายี่สิบ แล้วทำกิริยาแบบนี้ หลิ่วหลินเฟิงคงคิดว่าเด็กมันกินน้ำส้มอยู่จริงๆ

 

ไหน้ำส้มแตกอีกแล้ว!

 

หรือว่า...เฟิงเยวี่ยน้อยจะชอบแม่นางเปา?

 

หลิ่วหลินเฟิงแอบพยักหน้าเงียบๆ

 

มีความเป็นไปได้

 

แต่จะแอบรักแอบชอบแสดงกิริยาหึงหวงจนออกนอกหน้าแต่เล็กเชียวหรือ?

 

แก่แดด!!!

 

แต่...เจ้าเด็กนี่กลายเป็นพระเอกแทนเขาแล้วนี่นะ

 

ไม่แปลกหรอกมั้ง...

 

ตามต้นฉบับที่เขาเขียนไม่แน่ใจเหมือนกันแต่พอจำได้ลางๆ คาแรคเตอร์จวินเฟิงเยวี่ยเป็นพวกคลั่งรัก เจ้าเสน่ห์ การดำรงชีวิตโครตดาร์ก เป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก เจ้าเล่ห์เพทุบาย ชอบจับคนมาลงทัณฑ์ทรมาน และสุดท้ายซาดิสม์!

 

แต่ไม่รู้ว่าคาแรคเตอร์ในฟิคดัดแปลงจากต้นฉบับของไอ้นกเฮงซวยที่เขาอยู่ตอนนี้ คาแรคเตอร์ตัวละครมันจะเหมือนกันไหม

 

ดูจากนิสัยตอนเด็กในยามนี้แล้ว...

 

"เตี่ยเตีย อันนี้อร่อยมากขอรับ"

 

เฟิงเยวี่ยคีบเนื้อปลาขาวอวบมาจ่อไว้ที่ปากของผู้เป็นบิดา

 

หลิ่วหลินเฟิงอ้าปากงับอย่างลืมตัว เขายังคงตกอยู่ในภวังค์ความคิด

 

เมื่อเห็นบิดางับปลาที่คีบให้อย่างงายดาย เคี้ยวแล้วกลืนลงท้องไป เจ้าตัวเล็กยิ้มละไม อมยิ้มน่ารักถามเสียงใสแจ๋ว"เป็นอย่างไรบ้างขอรับอร่อยไหม?"

 

"อือ รสดี"

 

เฟิงเยวี่ยพยักหน้ายิ้มรับ หันไปคีบอาหารบนโต๊ะป้อนให้หลิ่วหลินเฟิงที่นั่งใจลอยอ้าปากกินอาหารที่เขาป้อนทุกคำ เฟิงเยวี่ยเลือกสรรแกะก้างปลาคีบอาหารป้อนบิดาอย่างเอาอกเอาใจ

 

เสียงเล็กใสของเด็กน้อยที่เฝ้าถามว่า"เป็นอย่างไรขอรับ" "อันนี้อร่อยหรือไม่ขอรับ"จากคนตัวโตที่นั่งเหม่อได้เสียงตอบกลับว่า "อือ รสดี" อยู่เนืองๆ

 

สาวงามมากหน้าที่นั่งดื่มกินกันอยู่หลังม่านเห็นภาพนี้ต่างพากันหน้าแดงเรื่อ กระซิบกระซาบชื่นชมว่า แสนดีบ้างล่ะ ชั่งอ่อนโยนกร้าวใจข้าเหลือเกินบ้างล่ะ

 

มาดเข้มเย็นชาสูงสง่าเสียดฟ้า หล่อเหลามีความเป็นผู้นำ ทั้งความสามารถความรู้รอบด้าน ทั้งยังรักเด็ก

 

นี้แหละพ่อของลูก!

 

บุรุษทั้งงาน "..."

 

ระบบ [ EXP +250 ]

 

หลิ่วหลินเฟิง "..."

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

# ท่านอาของหลานน้อยจวิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"อื้อ~ งื่มๆ"เสียงครางแผ่วของเด็กน้อยในอ้อมอกสองคนที่นอนหลับไม่สบายตัวดังขึ้นมาเบาๆให้เขาได้ยิน หลิ่วหลินเฟิงก้มมองใบหน้าเล็กของเด็กน้อยทั้งสองคนที่ซีกหน้าข้างหนึ่งแนบอยู่กับอกเขา แขนเล็กจ้อยกอดเอวสอบของเขาไว้ มุมปากงามจุดยิ้มขึ้นมาน้อยๆ

 

หลับไปตอนไหนกัน

 

หลังทุกคนดื่มสังสรรค์ร่วมงานเลี้ยงกันจนอิ่ม ก็นั่งพูดคุยหารือกันเรื่องงานประลองยุทธ์ต่อจนพระจันทร์ตรงหัว

 

"นี้ก็ดึกมากแล้ว ข้าขอตัวพาลูกชายไปเข้านอนก่อน ขออภัยที่ไม่อาจอยู่หารือกับทุกท่านต่อได้"หลิ่วหลินเฟิงเอ่ยขึ้น อุ้มเจ้าตัวเล็กทั้งสองในอก ขอตัวกลับไปพักผ่อน

 

ผู้อาวุโสเปาซานกงลุกขึ้นกล่าวว่า "นี้ก็ดึกมากแล้วจริงๆ หากเซียนซือท่านใดไม่มีที่พัก ต้องการพักผ่อน ทางวังไป๋ฮวาได้จัดเรือนรับรองไว้ให้กับทุกท่าน สามารถบอกศิษย์ที่ค่อยให้การรับใช้พาไปเลือกห้องเข้าพักกันได้เลย"

 

"ขอบคุณผู้อาวุโส"

 

 

 

โรงเตี๊ยมนอก

 

หลิ่วหลินเฟิงเดินตามถนนสายเล็กเพื่อจะเดินกลับโรงเตี๊ยมที่จองไว้ ระหว่างทางเดินเล่นย่อยอาหาร ดึกดื่นขนาดนี้แล้วในเมืองฮวาถิงยังคงคึกคักเนืองแน่นไปด้วยผู้คน

 

เหมือนจะมีงานเทศกาลอะไรสักอย่าง จึงคิดเดินเล่นสักหน่อยก่อนกลับ

 

เจ้าสำนักคนอื่นๆกลับโรงเตี๊ยมไปก่อนแล้ว

 

เขาจึงแอบหนีเที่ยว

 

หลิ่วหลินเฟิงอุ้มเด็กสองคนที่นอนหลับอยู่ในอ้อมอกเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ เสียงดนตรีบรรเลงเซ็งแซ่ เสียงร้องตะโกนและเสียงปรบมือดังสนั่น

 

เทศกาลอะไรวะ

 

"พ่อหนุ่ม ช่วยซื้อโคมบุพผาของข้าสักอันเถอะนะ ตั้งแต่เช้ายังขายไม่ได้เลย ตอนนี้ใกล้จะได้เวลาปล่อยโคมแล้ว เจ้าเองยังไม่มีโคมบุพผาใช่หรือไม่ ช่วยข้าซื้อหน่อยเถิด"หญิงชราคนหนึ่งเดินมาดึงแขนเสียเขาไว้

 

หลิ่วหลินเฟิงหยุดเดิน หันหน้าไปมองหญิงชราผู้นั้น ใบหน้าเหี่ยวย่น สองตาไร้แวว ฝ่ามือผอมเหี่ยวแห้งหยาบกร้าน สวมเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นสกปรกเสียจนไม่ทราบว่าสีเดิมคือสีอะไร มันส่งกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ออกมาจนเขาเวียนหัว แผ่นหลังนางงอง้ำ มืออีกข้างถือไม้หิ้วโคม มีโคมไฟลายบุพผางามวิจิตรห้อยอยู่สามอัน

 

โคมหนึ่งวาดดอกเบญจมาศน้อยๆสีเหลืองน่ารัก

 

โคมสองวาดดอกมู่ตัน(โบตั๋น)สีขาวงดงาม

 

โคมสามวาดดอกบัวบานสีขาวอมม่วง

 

ลายเส้นที่จรดวาดลงไปแต่ละโคมงดงามอ่อนช้อยเหมือนจริงอย่างยิ่ง

 

ถึงกลิ่นนางจะเหม็นชวนคลื่นไส้ สีหน้าหลิ่วหลินเฟิงก็ไม่แปรเปลี่ยน หันมองนางนิ่งๆไม่ได้นึกรังเกียจมือเปื้อนฝุ่นที่ยังคงจับแขนเสื้อตนอยู่ เขากอดกระชับคนในอก

 

เฟิงเยวี่ยครางหงิงอย่างหงุดหงิด เพราะได้กลิ่นเหม็น จมูกเล็กดมฟุดฟิดซุกหน้าถูไถกับอกบิดาก่อนจะผงกหัวขึ้นมาขยี้ตา หัวคิ้วเล็กขมวดมุ่น ขนตายาวงอนสั่นระริกค่อยๆเปิดเปลือกตาง่วงงุนขึ้น

 

"อื้อ~"เมื่อคนหนึ่งขยับตัวอีกคนหนึ่งก็ตื่น

 

"เสียงดัง"ปากเล็กจ้อยเบะบึนอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน

 

รอไปสักพักเจ้าตัวเล็กตื่นเต็มตากันแล้ว

 

หันมองหญิงชราผู้นั้นเป็นตาเดียว นางยิ้มใจดีให้พวกเด็กๆกล่าวถามเขาอีกครั้ง

 

 

หลิ่วหลินเฟิงพยักหน้าถามว่ามีเท่าไหร่ข้าเหมา

 

นางยิ้มอ่อนกล่าวว่ามีอยู่สามอันทำเยอะไม่ไหว คิดห้าอีแปะ

 

หลิ่วหลินเฟิงหยิบทองก้อนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ก้อนหนึ่งในแขนเสื้อส่งให้นางเขากล่าวว่านี้ค่าโคมมิต้องทอน

 

หญิงชราน้ำตาไหลพราก คุกเข่าโขกศีรษะคารวะเขาสามครึ่ง หลิ่วหลินเฟิงไม่เหลือมือว่างแล้ว ไม่อาจห้ามนางจึงปล่อยให้นางโขกจนครบสามรอบ

 

ก่อนจะจากไปนางหันมากล่าวกับเขาว่า "ท่านผู้มีบารมีสูงส่ง อีกไม่นานท่านอาจจะเจอเรื่องยุ่งยากพบเคราะห์กรรมหนักหนา ขอให้ท่านจงอดทน คู่ชีวิตท่านแม้ผิดแปลกไปจากผู้อื่น แรกเริ่มจะมีคนนินทามาดร้าย แต่คนผู้นั้นจะปกป้องท่าน เขารักท่านด้วยชีวิต เขาอาจดื้อดึงอยู่บ้างตามประสาเด็ก ท่านก็อย่าได้ถือสาหาความกับเขามากนักตามใจเขาให้มากๆ เรื่องร้ายอาจกลายเป็นดี"

 

หลิ่วหลินเฟิงขมวดคิ้ว"แม่เฒ่าหมายความเช่นไร ผู้น้อยไม่เข้าใจ"

 

"เชื่อข้าเถอะเจ้าค่ะ จำคำพูดของข้าไว้ ท่านสัญญาไว้กับผู้ใด จงอย่าลืมสัญญา เพราะผลที่จะตามมาเกรงว่าท่านคงรับไม่ไหว ผู้น้อยขอตัวลา คารวะนายท่าน"

 

ร่างหญิงชรากล่าวจบ ประโยคสุดท้ายนางหันไปสบตามองเฟิงเยวี่ยที่มองหน้านางนิ่งๆคราหนึ่ง แล้วหันหลังเดินจากไปในมุมมืดของตรอกถนน

 

หลิ่วหลินเฟิงตะลึงงัน

 

สัญญาเหรอ?

 

เขาไปสัญญากับใครไว้ตอนไหนอ่ะ

 

อ๋อ... เขาเคยสัญญากับอลิซไว้นี้นะ ว่าจะกลับไปแต่งงานด้วย

 

คู่ชีวิตเขา ตามประสาเด็ก?

 

แต่อลิซอายุเยอะกว่าเขานะ ไม่เด็กอ่ะ...นางอาจจะเขาใจผิด

 

แล้วที่ว่าผิดแปลก ผิดแปลกยังไงวะครับ!

 

อลิซน่ะเหรอผิดแปลก?

 

โอ้ยคิดไปก็ปวดหัว

 

หมอดูหมอเดาแหละว่ะ!

 

หลิ่วหลินเฟิงตบตีอยู่กับความคิดตัวเองจนไม่ได้สังเกตุสีหน้าของเฟิงเยวี่ยที่ดูเปลี่ยนไป นัยตาเล็กใสเข้มขึ้นอย่างแปลกประหลาด จอดจ้องทิศทางที่หญิงชราเดินหายไป

 

เรื่องยุ่งยากงั้นหรือ...หึ

 

 

ความคิดเห็น