ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ร้อยรัก ตอนพิเศษ บทที่ 2

ชื่อตอน : ร้อยรัก ตอนพิเศษ บทที่ 2

คำค้น : #ร้อยรัก#ตังเม#ม่านมุก#พี่ธัน#ธันวา#บอส#ตอนพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2563 16:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ร้อยรัก ตอนพิเศษ บทที่ 2
แบบอักษร

 

 

 

ร้อยรัก ตอนพิเศษ 2  

 

 

 

 

 

" อ้าว! พลอย " ธันวาดูประหลาดใจที่เห็นพลอยนภัส และดูประหลาดใจกว่าเดิมเมื่อเห็นเจ้าสาวในอนาคตของเขายืนอยู่ด้วย " ตังเม! " ธันวาปล่อยมือจากข้อเท้าของรัศมี แล้วยืนขึ้นทันที  

" สวัสดีค่ะ พี่ธัน " สองสาวทั้งดาด้าและเฟิร์นยกมือไหว้ ธันวารับไหว้ 

" มากินข้าวกันที่นี่หรอกเหรอครับ " ธันวาพูดน้ำเสียงเรื่อยๆ " ทำไมไม่บอกพี่ล่ะครับว่ามากินข้าวที่นี่ พี่เสร็จงานจะได้ไปแจมด้วย " ธันวาหันมาบอกกับตังเม 

" ตังเมก็จะโทรบอกพี่ธันอยู่น่ะค่ะ แต่ไม่คิดว่า -- " 

" ธันเสร็จงานแล้วเหรอคะ ถึงได้มาที่ร้านนี่น่ะ " พลอยนภัสโพล่งถามธันวาแต่กลับมองรัศมีราวกับเครื่องสแกน 

" อ่อใช่ พอดีมีอุบัติเหตุ ส้นรองเท้าของรัศมีเขาหลุดน่ะครับ ผมเลยพาเค้ามาซื้อรองเท้าให้ใหม่และนี่ก็พึ่งเห็นว่าเท้าของรัศมีบวม "  

" เป็นโรคไตหรือเปล่า เท้าถึงบวมน่ะ " พลอยนภัสถามทำเอาคนถูกพาดพิงหน้าเจื่อน ตังเมจับแขนของพลอยนภัสไว้ 

" ใช่ที่ไหนกัน พลอย " ธันวาหัวเราะฮึกับอารมณ์ตลกร้ายของพลอยนภัส ทั้งเขาและพลอยนภัสกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันหลังจากเหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว " รัศมีเค้าข้อเท้าพลิกน่ะ ผมแค่ช่วยดูให้เฉยๆ "  

" เออ มี่ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ บอส " รัศมีลุกขึ้นยืนโงนเงนทำท่าจะล้ม ธันวาเข้าไปคว้าแขนไว้ได้ไม่ให้เธอล้มลงไป " ขอบคุณค่ะ บอส " ใบหน้าที่เหมือนกับตุ๊กตานั่นออกอาการเขินอาย พลอยนภัสหันไปมองดาด้ากับเฟิร์นโดยอัตโนมัติ 

" แบบนี้คงเดินไม่ไหว เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านก็แล้วกัน -- ตังเมโอเคมั้ย ไปส่งรัศมีเสร็จแล้วเราค่อยไปกินข้าวกันนะครับ " ธันวาหันมาถาม ตังเมมองธันวาสลับกับรัศมีก่อนจะพยักหน้ารับ 

" ได้ค่ะ พี่ธัน "  

ตังเมกับธันวาแยกกับกลุ่มของพลอยนภัสโดยมีรัศมีเดินตามธันวาไปด้วย พลอยนภัส ดาด้าและเฟิร์นยืนมองก่อนที่ดาด้าจะพูดขึ้น 

" มีใครคิดเหมือนที่ฉันคิดมั้ย "  

" แกคิดอะไรอยู่ ดาด้า "  

" คิดเหมือนที่แกคิดนั่นแหละ เฟิร์น "  

" ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่ายัยเด็กนั่นน่ะเหมือนกับตังเมเลย " คำพูดของพลอยนภัสทำให้ทั้งสองคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย 

" เอาเถอะ หวังว่าจะไม่มีอะไรจริงๆ " สุดท้ายพลอยนภัสก็พูดออกมาในสิ่งที่เธอเองก็อดเป็นห่วงตังเมไม่ได้ 

" เดินขึ้นไปเองได้ใช่มั้ย " ธันวาหันมาถามรัศมีที่นั่งอยู่เบาะหลัง และกำลังเปิดประตูลงจากรถ 

" ไม่เป็นไรค่ะ บอส -- มี่เดินขึ้นไปเองได้ค่ะ " รัศมีระบายยิ้มหวาน " ขอบคุณบอสนะคะ  พี่ตังเม! "  รัศมีเรียกธันวามองตังเมที่นั่งหลับไปแล้ว 

" ตังเมหลับไปแล้ว เธอขึ้นไปเถอะ " ธันวาว่า รัศมีพยักหน้าแล้วลงจากรถไป จากนั้นธันวาก็ขับรถออกจากอพาร์ทเม้นท์ไประหว่างที่รถติดอยู่บนถนน ธันวามองคนขี้เซาที่ช่วงนี้เอาแต่นอนอยู่ตรงไหนเธอก็หลับได้ตลอด เขาเอื้อมมือไปเขี่ยปอยผมที่ละอยู่บนใบหน้าออกพลางใช้หลังมือไล้ลูบเบาๆที่แก้มเนียนนุ่ม  

" ทำไมพี่ธันถึงมากับมี่คะ ตังเมนึกว่าพี่ธันจะมาคุยลูกค้าพร้อมกับพี่กิ่ง " ตังเมที่แกล้งหลับผงกหัวขึ้นมาหันไปมองธันวา 

" ไม่ได้หลับหรอกเหรอ " ธันวาดูแปลกใจแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ตอบตังเม " กิ่งติดงานด่วนน่ะ พี่เลยให้เขาไปงานนั้นแทน ส่วนรัศมีเค้าอาสามาช่วยพี่ คุณอุ่นเองก็ไม่อยู่ออฟฟิศด้วยพี่เลยต้องให้เค้ามาช่วย "  

" แล้วต้องพากันมาซื้อรองเท้าใหม่ให้ด้วยเหรอคะ " ตังเมถามต่อ ธันวายกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่ง 

" เหตุผลที่มาพี่ตอบไปในร้านแล้วนิครับ -- มีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงถามแบบนี้ "  

" ตังเมไม่ควรถามใช่มั้ยคะ " แสงไฟจากท้ายรถคันข้างหน้าฉายแวบขึ้นมาให้เห็นแววตาสั่นระริกของคนถาม เธอรีบยกหลังมือเช็ดหยดน้ำที่ไหลออกมาทางหางตาออก 

" ตังเม! ไม่ใช่ พี่ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น ตังเมถามพี่ได้นะครับ " ธันวารีบจับมือของตังเมไว้  

" ไม่เป็นไรค่ะ พี่ธัน ตังเมไม่อยากรู้แล้ว " ตังเมฝืนยิ้มออกมา " ตังเมโอเคแล้วค่ะ พี่ธัน " แค่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าไม่โอเค  

" ไม่! ตังเมไม่โอเค พี่ก็ไม่โอเคนะครับถ้าเรายังคุยไม่เคลียร์แบบนี้ " ธันวาว่า เขามองสีหน้าของคนรัก " ตังเมไม่สบายใจเรื่องพี่กับรัศมีใช่มั้ย " 

ตังเมเม้มปากแน่นก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่น " ถ้าใช่ พี่ธันจะทำยังไงคะ จะทำให้ตังเมรู้สึกสบายใจกับเรื่องนี้มั้ยคะ "  

" โถ่ ตังเม คิดมากเกินไปแล้วนะ พี่กับเขาเราไม่ได้มีอะไร แล้วพี่ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาด้วย "  

" พี่ธันไม่ได้ตอบว่าพี่ธันจะทำให้ตังเมสบายใจกับเรื่องนี้ได้ยังไงนะคะ " ตังเมถามย้ำ  ธันวามองแววตาสั่นเครือของตังเมแล้วถอนหายใจบางๆ 

" ที่ผ่านมาพี่ไม่ได้พิสูจน์กับตังเมเหรอว่าพี่รักและมั่นคงกับตังเมคนเดียว เรื่องของรัศมีมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ เชื่อพี่สิ ตังเม " ธันวาจับมือของตังเมไว้หยดน้ำตาของตังเมหล่นลงบนหลังมือของเขาทำให้ธันวาตัดสินใจเบี่ยงรถเข้าเลนซ้ายและจอดเพื่อปลอบตังเม " อย่าร้องไห้สิครับ พี่ขอโทษที่พูดแรงไปเมื่อกี้ ตังเมอย่าคิดมากนะ " ธันวาเช็ดไล่น้ำตาออกจากแก้มนวลผ่องพลางโน้มเข้าไปใกล้จะจูบตังเมแต่เธอกลับเบือนหน้าหนี 

" ตังเมเหนื่อยแล้วค่ะ พี่ธัน -- พาตังเมกลับบ้านนะคะ " ตังเมมองธันวาด้วยสายตาอ้อนวอน ธันวาเห็นแบบนั้นก็ได้แต่จำยอมทำตามอีกฝ่ายเขาเองก็ไม่อยากเซ้าซี้เธอ นับวันตังเมก็ยิ่งเอาใจยากขึ้นทุกที 

แทนที่เรื่องในคืนนั้นจะจบลงเพียงเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าตังเมกลับซ่อนความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ ยิ่งเธอพยายามซ่อนความรู้สึกนั้นมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งแสดงอาการต่อต้านแบบที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว ธันวากลายเป็นคนที่ต้องคอยเอาใจและก็ตามง้อตังเมทุกครั้งเวลาที่เธองอแงใส่เขา ความไม่เข้าใจกันกำลังก่อตัวขึ้นในความสัมพันธ์ของธันวากับตังเมและยิ่งมีรัศมีที่ทุกคนต่างก็ลงความเห็นว่าดูเหมือนกับตังเมไปทุกกระเบียดนิ้วแทรกซึมเข้ามาอยู่ระหว่างกลางด้วยแล้วทำให้ทั้งตังเมและธันวากดดันกันจนที่สุดทั้งคู่ก็เริ่มมีปากเสียง 

" ตังเมเป็นอะไร นั่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่เอา พอถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ เอาแต่พูดว่าไม่เป็นไร ทำไมพักนี้ถึงกลายเป็นคนงอแง เอาแต่ใจแบบนี้ล่ะ ตังเม " ธันวาถามอย่างอ่อนใจ คิ้วเข้มของขมวดกันแน่นในตอนที่ตังเมถูกธันวาห้ามไม่ให้ไปเดินซื้อต้นไม้เข้าเรือนหอของพวกเขา ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยไปเดินซื้อด้วยกันมาแล้วแต่เพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่ธันวายังไม่รู้ของตังเมทำให้เรื่องซื้อต้นไม้ถูกพักไปก่อน และมาครั้งนี้ธันวากลัวว่าตังเมจะเป็นลมไปอีกเลยไม่อยากให้ไป 

" ตังเมไม่ได้เอาแต่ใจ ตังเมไม่ได้งอแง ตังเมบอกแล้วไงคะว่าตังเมไปได้ ตังเมไม่ได้เป็นอะไร " ตังเมร้องเธอพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองที่พักนี้ดูแปรปรวนไปหมด คุณหมอเคยบอกเธอแล้วว่าช่วงตั้งครรภ์ช่วงแรกจะมีอารมณ์แปรปรวนและอ่อนไหวง่าย ใช่ และตอนนี้เธอก็กำลังเผชิญกับมันอยู่ " นั่นเป็นเรือนหอของเรานะคะ พี่ธัน ทำไมตังเมจะไปซื้อต้นไม้เข้าบ้านเรากับพี่ธันไม่ได้ " ทั้งๆที่พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองแล้ว ตังเมก็ไม่อาจต้านน้ำตาที่ไหลออกมาได้ เธอร้องไห้โดยไม่สนด้วยซ้ำว่ารัศมีจะยืนอยู่ด้วยมั้ย ตังเมไม่เข้าใจธันวาเลยทำไมถึงตอบรับคำพูดของนักศึกษาฝึกงานคนนี้เพียงแค่อีกฝ่ายพูดว่ารู้จักร้านต้นไม้ดีๆสวยๆเท่านั้น ธันวาก็ยอมให้รัศมีพาไปดูแล้ว 

" เราไปเลือกซื้อกันเองไม่ได้เหรอคะ พี่ธัน ทำไมต้องพาคนอื่นไปด้วย " ตังเมถามจงใจมองไปที่รัศมีที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ 

" ไปได้ ตังเม ถ้าตังเมสบายดีพี่ไปกับตังเมอยู่แล้ว " ธันวาว่าสีหน้าไม่สบายใจ เขาเองก็ไม่ได้อยากไปถ้าไม่มีตังเมไปด้วยแต่ว่ารัศมีกลับพูดว่าต้นไม้ที่ทั้งตังเมและเขาอยากได้จะมาลงแค่วันนี้วันเดียวทำให้เขาตัดสินใจที่จะเอาใจตังเมด้วยการไปซื้อต้นไม้นี้ให้ได้ " แต่ว่านี่น่ะตังเมไม่สบายแบบนี้ พี่เป็นห่วงนะ รู้มั้ย " ธันวาเดินเข้าไปกอดตังเมไว้ " พี่จะไปซื้อต้นไม้ที่เราอยากได้ไงครับ ตังเมรอพี่อยู่ที่นี่นะ พี่ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับ "  

ตังเมส่ายหน้า " ไม่เอา ตังเมไม่เอาแล้วค่ะ ต้นไม้อะไรนั่นตังเมไม่อยากได้แล้ว -- พี่ธันอย่าไปเลยนะ อยู่กับตังเมนะคะ " เธอร้องไห้ไปด้วยกอดธันวาแน่นขึ้น 

" ตังเม -- ไม่เอาครับ อย่างอแงแบบนี้สิ " ธันวาดึงตังเมออกมาพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ " รอพี่ที่นี่นะครับ ตังเม " ตังเมไม่ยอมพยักหน้า เธอจ้องตาขุ่นใส่เขา 

" พี่ธันไป ตังเมจะกลับบ้าน " ตังเมพูดแค่นั้นเธอก็ผลักธันวาออกเบาๆ แล้วเดินกลับเข้าคอนโดของธันวาไป  

" โธ่เว้ย! อะไรกันวะเนี่ย " ธันวาระเบิดอารมณ์ออกมา นัยน์ตาขุ่นมัวไม่แพ้ตังเมเขาไม่เข้าใจตังเมเลยว่าตอนนี้ตังเมกลายเป็นคนเอาแต่ใจและงี่เง่าไปได้ยังไง ไม่ใช่เขาไม่แคร์เธอยิ่งเห็นตังเมร้องไห้โยเยแบบเมื่อกี้เขาก็ยิ่งปวดใจ  

" เออพี่ธันคะ " น้ำเสียงหวานเอื้อนเอ่ยเรียกเขามาจากด้านหลัง ธันวาหันกลับไปมองรัศมีที่เป็นอีกคนที่มีการเปลี่ยนแปลงมาในระยะหลังนี้ ไม่ใช่แค่เจ้าตัวพยายามจะทำตัวเลียนแบบตังเมอย่างที่คนในมายคอนแอบซุบซิบกันแต่รัศมียังเรียกเขาว่าพี่ธันทุกครั้งและยังเรียกต่อหน้าตังเมด้วย 

" เธอกลับไปเลย " ธันวามองด้วยสายตาว่างเปล่า " และอย่าเรียกฉันว่าพี่ธันอีก เรียกให้เหมือนที่คนอื่นในมายคอนเรียกด้วย " ธันวาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปในคอนโด ธันวาไม่ได้มีนิสัยถือยศถืออย่างอะไรเรื่องที่ใครๆก็เรียกเค้าว่าบอสนั่นก็คงเรียกตามอรุณรุ่งที่เรียกเค้าแบบนั้นมานาน เค้าเลยไม่ได้สนใจเรื่องสรรพนามในการเรียกเท่าไหร่ แต่ว่ากับคำว่าพี่ธันแล้ว เขาอยากให้ตังเมเป็นคนเดียวที่เรียกเขาแบบนั้นทั้งชีวิต  

หลังจากที่ทะเลาะกันวันนั้น ธันวาก็ยอมให้ตังเมกลับไปนอนที่บ้านริมน้ำของเธอโดยที่เขาเป็นคนไปส่งเอง ตังเมไม่ยอมคุยอะไรกับเขาอีกแถมยังไม่ยอมให้เขาเจอหน้าเวลาที่เขาไปหาเธอหลังเลิกงานด้วย  

" ยังง้อไม่สำเร็จเหรอคะ บอส " อรุณรุ่งถามในตอนที่เธอเอาเอกสารเข้ามาให้ธันวาเซ็น ธันวาเงยหน้าผู้จัดการฝ่ายบุคคลคนเก่งพ่วงด้วยตำแหน่งผู้ช่วยรวมถึงเพื่อนแท้ของเขา สายตาอีกฝ่ายทอดมาด้วยความเป็นห่วง เขาพยักหน้า 

" ครับ " ธันวาถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เรื่องงานยังไม่เครียดเท่ากับเรื่องที่ความสัมพันธ์ของเขากับตังเมเป็นแบบนี้เลย " จริงๆเธอยอมพูดกับผมแล้ว แต่ว่ามันก็ไม่ใช่กลับไปคุยแบบปกติ เจ้าตัวบอกไม่ได้โกรธผม แต่ผมดูออกนะครับว่าเธอยังโกรธผมอยู่ "  

" อุ่นเข้าใจบอสกับตังเมนะคะ "  

" ผมอยากให้ตังเมเข้าใจผมบ้าง พักหลังมาตังเมเหมือนไม่ใช่ตังเมคนเดิม เธอร้องไห้บ่อย เอาแต่ใจ งอแงใส่ผม-- ผมเอาใจเธอไม่ถูกเลยครับ คุณอุ่น " ธันวาพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย สายตามองไปที่ปฏิทินบนโต๊ะมีรูปตัวการ์ตูนที่ตังเมมาทำไว้บนวันที่เจ็ดธันวาคมมันเป็นวันสำคัญของทั้งเขาและเธอ อีกไม่กี่อาทิตย์ก็ใกล้วันเข้าไปทุกทีตอนนี้ทุกอย่างก็เลยเหมือนกำลังสุมมาที่เขา 

" บางทีตังเมอาจจะกำลังเครียดเรื่องงานแต่งที่กำลังใกล้เข้ามาแล้วก็ได้นะคะ เลยแสดงออกมาแบบนั้น "  

" ถ้ามันเป็นแบบนั้นผมก็เข้าใจนะครับ แต่ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์แปรปรวนของตังเมที่ดูจะหนักขึ้น เรื่องอาการปวดหัวกับอาการอาเจียนของตังเมเองก็ดูจะหนักขึ้นทุกวัน ผมเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรหนักน่ะครับ "  

" ตังเมไม่สบายเหรอคะ "  

" ครับ " ธันวาพยักหน้า " ครั้งก่อนตังเมบอกกับผมว่าหมอบอกว่าเป็นโรคกระเพาะครับ "  

อรุณรุ่งยกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิง สีหน้าครุ่นคิด ธันวายังไม่ทันได้ถามอรุณรุ่งว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องก็ดัง 

" เข้ามาครับ "  

รัศมีเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในมือถือสมุดจดมาด้วย " มี่มาเตือนพี่ธันค่ะว่าบ่ายนี้พี่ธันมีไปพบลูกค้าข้างนอกนะคะ มี่เตรียมเอกสารที่พี่ธันต้องการไว้ให้แล้ว เราไปกันเลยมั้ยคะ " 

อรุณรุ่งหันมามองรัศมีตั้งแต่หัวจรดเท้า รัศมีไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาอย่างที่ควรจะเป็นแต่กลับแต่งตัวเหมือนพนักงานคนหนึ่งในบริษัท " ปกติพนักงานที่นี่จะเรียกว่าบอสนะคะ น้องมี่ -- แล้วก็น้องเป็นนักศึกษาฝึกงานรบกวนช่วยแต่งตัวเครื่องแบบนักศึกษาด้วยค่ะ " รัศมีทำหน้ารู้สึกผิด เธอมองไปทางธันวาอย่างขอความช่วยเหลือแต่เขากลับไม่สนใจเธอ  

" คุณอุ่นครับ ฝากเลื่อนนัดบ่ายนี้ให้หน่อยนะครับ ผมขอตัวกลับก่อน " ธันวาหยิบมือถือขึ้นมาแล้วลุกเดินออกจากห้องไปทันที  

" พี่อุ่นให้มี่เป็นคนเลื่อนนัดของพี่ธันให้มั้ยคะ " รัศมีถาม 

" ไม่เป็นไรค่ะ น้องมี่ " อรุณรุ่งลุกขึ้นยืนพลางเหยียดยิ้มเย็น " เรื่องนี้เป็นหน้าที่พี่เองค่ะ น้องมี่มีงานอื่นต้องทำก็ไปทำเถอะค่ะ หน้าที่ใครก็หน้าที่มันนะคะ และบางเรื่องก็ไม่ต้องการคนนอกเข้าไปทำหน้าที่แทนค่ะ " 

" พี่อุ่นหมายถึงอะไรเหรอคะ มี่ไม่เข้าใจ " สีหน้าอีกฝ่ายดูฉงนแต่แววตากลับดูท้าทาย 

 

 

 

***** 

 

 

" ตังเม " แม่จุกเรียกลูกสาวที่กำลังนั่งเหม่อระหว่างที่ทำขนมกลีบลำดวนอยู่ ตังเมนั่งวนแป้งอยู่ในมือเป็นานสองนาน 

" ตังเม! " แม่จุกเรียกอีกหน จนลูกสาวสะดุ้ง  

" คะ " ตังเมหันกลับมาขานรับมองหน้าแม่จุกกับพ่อแป้นที่มองเธอเป็นตาเดียว " พ่อกับแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ "  

" แม่เค้าเห็นเราปั้นแป้งในมือนั่นนานแล้วน่ะ " พ่อแป้นว่า ตังเมมองแป้งในมือตัวเองก็เห็นว่ามันกลมเกลี้ยงจากที่เธอวนแป้งไปมานาน 

" ขะ ขอโทษค่ะ " ตังเมวางแป้งลงบนถาด ก่อนจะหยิบแป้งลูกใหม่มาปั้นต่อ แม่จุกเห็นอาการลูกสาวก็เดินเข้ามานั่งข้างๆ แล้วจับมือตังเมไว้  

" ตังเมมีเรื่องไม่เข้าใจกับคุณธันหรือเปล่า " แม่จุกตั้งคำถามตรงประเด็นไม่โยกโย้หลังเห็นลูกสาวตัวเองเอาแต่นั่งน้ำตาซึมแถมว่าที่อนาคตลูกเขยก็มาตามง้อให้กลับไปทุกวัน ตังเมเม้มปากแน่นมองหน้าแม่จุกก่อนจะพยักหน้า น้ำตาก็รื้นออกมา " อยากเล่าให้แม่กับพ่อฟังมั้ย "  

ตังเมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อแป้นแม่จุกฟัง เล่าให้พวกเขาฟังว่าเธอรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ รวมถึงความงี่เง่าของเธอทำให้ต้องทะเลาะกับธันวา เล่าไปก็ร้องสะอึกสะอื้นไปคนเป็นพ่อเป็นแม่มองด้วยความสงสาร 

" ตังเมทำตัวงี่เง่าใส่พี่ธัน ตังเมรู้สึกแย่มากเลยค่ะ แม่ พ่อ -- แต่ตังเมไม่อยากให้พี่ธันไปกับผู้หญิงคนนั้น ตังเมกลัวๆบ่าพี่ธันจะเปลี่ยนใจไม่นักตังเมแล้ว ตังเมผิดใช่มั้ยคะที่คิดแบบนี้ ตังเมห้ามตัวเองไม่ได้เลย "  

" โถ่ ตังเมลูกแม่ " แม่จุกอยากจะร้องไห้ตามลูกสาวเธอเข้าไปกอดตังเมปลอบ แม่จุกใช้เวลาอยู่นานกว่าตังเมจะยอมสงบลง  

" เอ้า กินน้ำซะก่อนนะ ตังเม -- ร้องไห้ไปหลายปี๊บแบบนั้นต้องเติมน้ำกลับเข้าไปรู้มั้ย " พ่อแป้นว่าอย่างมีอารมณ์ขันพลางส่งขันน้ำลอยดอกมะลิเย็นชื่นใจส่งให้ลูกสาว ตังเมรับไปดื่มอย่างไม่แน่ใจ ตั้งแต่เริ่มรู้ตัวว่าท้องอาการแพ้ท้องของเธอก็เล่นงานเธอจนร่างกายอ่อนเพลียไปหมด ตอนตังเมกลับมาอยู่บ้านก็แอบกลัวว่าความลับที่ตัวเองตั้งใจเก็บไว้จะแตกออกมาถ้าเธอเกิดอาการแพ้ท้องขึ้นมาแต่โชคดีที่ว่าพอได้กลับมาอยู่บ้านริมน้ำอาการแพ้ท้องของเธอก็ไม่ได้เล่นงานเธอมากนักมีแค่อาเจียนช่วงเช้าเท่านั้น 

ตังเมยกน้ำลอยดอกมะลิขึ้นดื่มหลายอึก จนคนเป็นแม่จุกร้องห้าม " ค่อยๆดื่ม ตังเม เดี่ยวก็สำลักหรอก "  

" น้ำอร่อยจังค่ะ พ่อ "  

" มะลิจากหลังบ้านเรา น้ำจากน้ำในตุ่ม พ่อเอามะลิมาลอยแช่เย็นไว้ ดื่มแล้วจะได้สดชื่น " พ่อแป้นว่าแล้วยิ้มให้ตังเมมองรอยยิ้มอบอุ่นของพ่อกับแม่ก่อนจะเข้าไปกอดพ่อแป้น 

" ตังเมเอาแต่ใจมากเลยใช่มั้ยคะ "  

" เหตุที่ลูกเอาแต่ใจคืออะไร  ลูกก็เห็นผลของมันแล้วใช่มั้ย -- ความสัมพันธ์ของคนสองคนบางครั้งมันอาจจะไม่ราบรื่นไปตลอดชีวิตนะ ตังเม มีบ้างที่ต้องกระทบกระทั่งกัน ทะเลาะกันเพื่อให้เข้าใจกัน สุดท้ายเราก็ต้องกลับมาจับมือกัน เชื่อมั่นและเชื่อใจในตัวอีกฝ่าย " พ่อแป้นกอดลูกสาวไว้แนบกาย " พ่อไม่ได้เข้าข้างคุณธันในฐานะผู้ชายด้วยกันแต่จะพูดในฐานะที่เขาจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา พ่อมองเห็นนะว่าคุณธันรักลูกสาวคนนี้ของพ่อมากจนแน่ใจว่าเขาจะไม่มีทางที่จะรักลูกน้อยลงหรือเปลี่ยนใจไปหาคนอื่นเลย ลูกคงเบื่อที่จะฟังประโยคนี้แล้ว แต่พ่อก็ยังอยากจะบอกว่าลูกรู้จักความรักของคุณธันดีที่สุดนะ ตังเม "  

ตังเมพยักหน้ารับทั้งน้ำตา แม่จุกเข้ามาลูบผมลูกสาว " ไม่ร้องแล้วนะ ตังเม ขี้แยแบบนี้หลานแม่จะขี้แยตามตังเมมั้ยเนี่ย " แม่จุกเอ่ยปากแซวยิ้มๆ ตังเมคลายกอดจากพ่อแป้นทันที เธอทำหน้าตกใจตอนที่เห็นคนเป็นพ่อเป็นแม่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  

" แม่กับพ่อ -- " ตังเมพูดไม่ออก เธอมองสลับไปสลับมา " ข้าวตู -- "  

" ข้าวตูไม่ได้บอกจ้ะ แม่สงสัยอยู่แล้วเชียว "  

" แม่รู้เหรอคะ " ตังเมปาดน้ำตาออก  

" แม่เป็นแม่นะ ตังเม " แม่จุกร้องน้ำเสียงขบขัน " เห็นลูกอาเจียนทุกเช้า ข้าวก็ไม่ค่อยกิน แถมคุณธันก็พาลูกสาวแม่ไปอยู่ด้วยบ่อยๆแบบนี้ จะเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไงกัน "  

" แม่คะ! " ตังเมอายกับประโยคสุดท้ายของคนเป็นแม่ จนหน้าแดงจัด " แม่กับพ่อโกรธตังเมมั้ยคะ ที่ตังเม เออ -- " ตังเมยกมือลูบท้องตัวเองทันที พ่อแป้นแม่จุกมองหน้ากันเองก่อนคนเป็นแม่จะพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยน 

" แม่กับพ่อจะโกรธทำไม ตังเมกำลังอุ้มชีวิตน้อยๆหนึ่งชีวิตอยู่ในนี้นะ " แม่จุกวางลงมือลงบนมือของตังเม " ดูแลและให้ความรักเขาอย่างดีที่สุดนะ ตังเม "  

" คุณธันรู้เรื่องนี้หรือยัง " พ่อแป้นถาม ตังเมส่ายหน้า 

" ไม่ว่าตอนนี้ลูกคิดจะทำอะไร มันถึงเวลาที่ลูกต้องบอกกับคุณธันแล้วนะ " แม่จุกว่า 

 

 

**********    

สวัสดีค่า สวัสดียามเย็น รี้ดที่น่ารัก 

เป็นการเขียนตอนพิเศษ ที่เรียกว่าไม่น่าจะพิเศษ เพราะดราม่าหนักจริงมแหะๆ แต่อย่าพึ่งร้อนใจกันไป มาลุ้นและเอาใจช่วยพี่ธันกับน้องตังเมให้พวกเขาจับมือกันผ่านมรสุมครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการรอคอย ทุกการติดตาม และทุกข้อความของทุกคนมากเลยนะคะ  

ขอให้มีความสุขและสนุกกับการอ่านค่ะ 

 

    

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว