ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 626

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2563 19:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9
แบบอักษร

จิ้นปิงโรยผงยาในมือจนหมดห่อ พวกเขาขยับไปยืนเหนือลมรอจนผ่านไปครึ่งชั่วยามจึงพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณลงมือ ผู้คุ้มกันทั้ง 7 คนแยกย้ายกันไปกำจัดลูกจ้างและผู้คุ้มกันที่เหลือ พวกมันทดลองเขย่าตัวลูกจ้างประจำเกวียน เมื่อพบว่าพวกเขาล้วนหมดสติจากยารมที่พวกมันใช้ก็ลงมือกำจัดพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม พวกลูกจ้างไม่มีแม้โอกาสจะต่อสู้ต้องตกตายไปทั้งแบบนั้น 

จิ้นปิงกับหลี่อี้รับหน้าที่สำคัญมากำจัดเยี่ยซินจื่อ เหตุที่ต้องใช้สองคนเป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่าเยี่ยซินจื่อนั้นมีฝีมือมิใช่ชั่วอีกทั้งยังระแวงผู้อื่นเป็นนิจมิใช่คนที่พวกเขาจะประมาทยามเผชิญหน้า ทั้งคู่กระชับดาบในมือก้าวเข้าหาเยี่ยซินจื่อที่ยังนอนหลับไม่รู้สึกตัว จิ้นปิงเงื้อมือขึ้นในหัวปรากฏเงินตำลึงขาวอวบจนหลุดยิ้มออกมาแต่ยังไม่ทันที่ดาบในมือจะฟันลงมาเขาก็ถูกมีดสั้นของเยี่ยซินจื่อพุ่งเข้าตัดขั้วหัวใจเสียก่อน 

วาณิชหลวงพุ่งตัวจากพื้นด้วยความเร็วอันน่าตระหนก กระบี่ในมือแผ่รังสีฆ่าฟันที่อาจทำให้บางคนเข่าอ่อนได้ง่าย ๆ หลี่อี้แม้จะตกใจที่จิ้นปิงถูกสังหารในกระบวนท่าเดียวแต่คนก็ผ่าคลื่นลมมามิใช่น้อยรีบหมุนตัวถอยก่อนจะตะโกนเรียกกำลังหนุน ผู้คุ้มกันทรยศที่รับหน้าที่กำจัดลูกจ้างและผู้คุ้มกันด้วยกันมองมาเห็นเยี่ยซินจื่อไม่ได้หมดสติก็ได้แต่ละมือจากทางนั้นตรงเข้ามาช่วยกลุ้มรุมคน 

"นายท่านเยี่ย อย่าต่อสู้ให้เหนื่อยเลย รามือแล้วยอมให้พวกข้าสังหารจะดีกว่าถึงอย่างไรท่านก็ไม่รอด" หลี่อี้ร้องบอกมือยังคงจู่โจมในแง่มุมชั่วร้ายไม่หยุด 

"ต่ำช้า" เยี่ยซินจื่อพูดสั้น ๆ กระบี่ในมือฟาดผู้คุ้มกันทรยศอีกผู้หนึ่งจนแขนขาดเสมอข้อศอก 

"ถึงข้าจะต่ำช้าแต่ก็จะเป็นผู้รอดชีวิตที่ร่ำรวยส่วนท่านต้องไปใช้ชีวิตสูงส่งของท่าในนรกเสียเถอะ" หลี่อี้แทงดาบเข้าใต้หัวไหล่ของเยี่ยซินจื่อ เมื่อเขาเห็นยาสลบใช้กับคนไม่ได้จึงลอบโปรยยาพิษอีกตัวหนึ่ง ถึงเยี่ยซินจื่อจะเอาชนะเขาได้แต่ไม่มีทางรอดออกไปจากทะเลทรายได้แน่นอน 

"อึ้ก" เยี่ยซินจื่อขบกรามแน่น ความเร็วในการต่อสู้ตกลงอย่างมาก จนพลาดถูกผู้คุ้มกันทรยศฟันเข้าที่หลังอีกสองแผล หลี่อี้เห็นผู้อื่นลงมือได้ผลจึงเร่งควงดาบในมือไม่หยุดอาศัย 6 กลุ้มรุมหนึ่งทำให้เยี่ยซินจื่อตึงมือเป็นอย่างมากเพราะพิษที่ได้รับเริ่มส่งผลต่อร่างกายจนพลาดถูกดาบแทงเข้าด้านหลังลึกถึงกระดูกทำให้คนล้มคว่ำมาด้านหน้าถูกดาบของหลี่อี้กรีดใบหน้าจนเป้นทางยาว 

บรู๊ว บรู๊ววว.... เสียงหมาป่าหอนเข้ามาใกล้ หลี่อี้ชะงักมือที่กำลังจะแทงจุดตายของเยี่ยซินจื่อมองไปทางเนินทรายเห็นเงาดำตะคุ่มเป็นจำนวนมาก กลิ่นสาบสางของสัตว์ลอยมาตามลมจนฉุนจมูก 

"พี่หลี่ ฝูงหมาป่าทะเลทราย" ผู้คุ้มกันคนที่ขาดแขนเอ่ยอย่างตระหนก 

"พวกมันค้องจามกลิ่นเลือดมาแน่ ๆ พวกเราจะทำอย่างไรดี" ผู้คุ้มกันทรยศอีกผู้หนึ่งหน้าเสีย หมาป่าทะเลทรายขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและหากินเป็นฝูง พวกมันเร่ร่อนหาเหยื่อไปตามทะเลทรายและแหล่งน้ำในพื้นที่รอบๆ พวกมันคือเครื่องจักรสังหารที่แสนดุร้าย ไม่หยุดจนกว่าจะกัดกินเหยื่อจนเกลี้ยงนับเป็นฝันร้ายของนักเดินทาง ไม่คิดเลยว่าคืนนี้จะโชคร้ายมาเจอพวกมันเข้า เหล่าอูฐเทียมเกวียนและม้าเริ่มอยู่ไม่สุขพวกมันย่อมสัมผัสได้ถึงสัตว์ร้ายเช่นกัน 

หลี่อี้กำมือที่ถือดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขารับเงินมาแล้วยังคิดจะค้ากำไรจากสินค้าที่เยี่ยซินจื่อขนมา สมองของเขาหมุนอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็ตัเสินใจได้ ดาบในมือเฉือนเอ็นข้อเท้าของวาณิชหลวงทั้งสองข้าง 

"หยิบฉวยของมีค่าเท่าที่จะเอาไปไหนแล้วรีบหนี ทิ้งคนเหล่านี้ไว้เป็นเหยื่อน่าจะพอถ่วงเวลาได้สักพัก รอสักหลายวันค่อยย้อนมาเอาของ" หลี่อี้สั่งทำให้ทุกคนมีสีหน้าดีขึ้น ผู้คุ้มกันที่แขนขาดฉีกชายเสื้อมามัดแขนให้เลือดหยุดไหลแล้วถ่มน้ำลายใส่เยี่ยซินจื่อ 

"ถุย ชอบทำสีหน้าสูงส่งคิดว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่นเป็นอาหารหมาป่าไปเถอะ" พวกมันรีบค้นหาของมีค่าจากเกวียนของเยี่ยซินจื่อก่อนจะขึ้นม้าควบหนีไป 

"นายท่าน" อาเปียวคลานออกมาจากเงามืด เขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเยี่ยซินจื่อแต่รู้ตัวดีว่าฝีมือไม่อาจสู้ผู้คุ้มกันหลายคนได้จึงได้แต่รอหาโอกาสลงมือ ไม่คิดว่าพวกมันจะลงมืออย่างอำมหิตกับเยี่ยซินจื่อเช่นนี้ อาเปียวเป็นคนที่เยี่ยซินจื่อไว้ใจที่สุดก่อนนอนสองนายบ่าวได้กินยาแก้พิษกันไว้ก่อนแล้วเพราะเห็นว่าผู้คุ้มกันหลายคนทำตัวมีพิรุธ แต่เยี่ยซินจื่อคาดการณ์ไม่ถึงว่าหลี่อี้ยังมีพิษตัวอื่นอยู่อีกที่ร้ายแรงจนยาแก้พิษที่เขากินไว้ล่วงหน้าไม่สามารถป้องกันได้ 

"ข้าขยับตัวไม่ได้ พวกมันตัดเส้นเอ็นข้อเท้าข้าไปแล้ว" เยี่ยซินจื่อพูดด้วยความลำบาก มุมปากมีโลหิตไหลออกมาเป็นสายรวมถึงบาดแผลบนร่างกายเช่นกัน 

"แต่พวกเราต้องรีบหนีนะขอรับ ฝูงหมาป่าล้อมพวกเราไว้แล้ว" อาเปียวกล่าวด้วยความตระหนก 

"เราหนีไม่พ้นหรอก เจ้าจง อึก.. เติมฟืนเข้ากองไฟให้สว่างที่สุด หากฟืนไม่พอจงใช้สินค้าที่พอจะติดไฟได้จะได้ถ่วงเวลาฝูงหมาป่าได้ระยะหนึ่ง" เยี่ยซินจื่อสั่ง อาเปียวรีบโรยยาห้ามเลือดให้เจ้านายก่อนจะรีบไปจัดการตามคำสั่งทันที แต่ฟืนเหลือเพียงเล็กน้อยชายหนุ่มจึงขนผ้าบนเกวียนมาโยนใส่กองไฟเกิดเป็นควันดำก่อนเปลวไฟจะลุกสูงขึ้น เขายังกระจายกองไฟไปรอบๆ ด้วยการเผาเกวียนทั้งคันไปอีกสามคัน อูฐเทียมเกวียนมีบางส่วนวิ่งเตลิดหนีออกไปด้านนอกทำให้ถูกหมาป่ารุมฉีกกิน ส่วนที่เหลือเอาหัวปักทรายนอนตัวสั่นอยู่ อาเปียวไม่สนใจพวกมันจนเผาเกวียนได้ห้าคัน ฝูงหมาป่าอย่างไรก็เป็นสัตว์จึงกลัวไฟ พวกมันได้แต่จดๆจ้องๆ อยู่รอบๆ ไม่กล้าเข้ามาเสียงคำรามข่มขู่ด้วยความหงุดหงิดดังเข้ามาเป็นระยะ 

"เราจะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับนายท่าน" อาเปียวลากเยี่ยซินจื่อมานอนใกล้กองไฟแล้วเริ่มทำแผลให้เจ้านายปากก็ถามไปด้วย 

"เจ้าจงเอาผ้าเคลือบน้ำมันทั้งหมดที่เรามีอยู่ไปคลุมอูฐและม้าที่เหลือ แล้วเอาทรายกลบซากศพให้หมดถ้ากลิ่นเลือดหายไปพอรุ่งเช้าพวกหมาป่าน่าจะจากไปหาเหยื่อที่อื่น" เยี่ยซินจื่อสั่งด้วยควาลำบาก บาดแผลที่ได้รับตอนนี้ร้อนดั่งไฟอวัยวะภายในคล้ายถูกชอนไชด้วยหนอนขนาดเล็กนับพันจนอยากจะฉีกผิวหนังออกมาเกา คนคลำหาขวดยาในอกเสื้อแล้วยกขึ้นเทใส่ปากกลืนลงคอ 

"ข้าไม่เป็นไรเจ้ารีบไปจัดการให้เรียบร้อย เราจะรอดไปได้หรือไม่คืนนี้อยู่ที่เจ้าแล้ว" เยี่ยซินจื่อย้ำคนสนิทที่มองตนอย่างเป็นห่วง อาเปียวตัดใจรีบไปทำตามคำสั่ง เขาต้อนสัตว์ที่เหลือมารวมกันแล้วใช้ผ้าคลุมเกวียนมาคลุมพวกมันไว้ พวกสัตว์สงบลงทันทีทำให้อาเปียววางใจลากศพลูกจ้างออกไปวางเรียงกันบนพื้นทรายเพื่อที่จะกลบกลิ่นเลือดแต่เมื่อเขาลากผู้คุ้มกันคนหนึ่งก็รู้สึกถึงลมหายใจของคนผู้นี้ อาเปียวยกนิ้วไปรอที่จมูกก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจอ่อนเบาสายหนึ่งเขารีบไปหยิบถุงน้ำมาเทราดหน้าคนทันที 

หวังเว่ยที่ถูกรมยาจนถูกทำร้ายเกือบตายเมื่อใบหน้าสัมผัสถึงความเย็นของสายน้ำก็สะดุ้ง แต่เมื่อลุกขึ้นมาก็ต้องล้มตัวลงไปใหม่ด้วยความเจ็บปวด 

"โอย.." มือใหญ่ยกขึ้นสัมผัสส่วนที่รู้สึกเจ็บ ในใจยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น 

"เจ้าถูกทำร้ายจงนอนนิ่ง ๆ ข้าจัดการธุระเสร็จแล้วจะกลับมาดูเจ้า" อาเปียวสั่ง เขากลบศพด้วยทรายจนเสร็จด้วยความเหน็ดเหนื่อยแต่เมื่อนึกถึงเจ้านายที่นอนเจ็บอยู่ก็กัดฟันลากหวังเว่ยมานอนคู่กับเยี่ยซินจื่อแล้วทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง 

"นายท่านเยี่ย! เกิดอะไรขึ้น" หวังเว่ยรับงานคุ้มกันสินค้ามานับครั้งไม่ถ้วนไม่เคยพลาดท่าเสียทีเยี่ยงนี้มาก่อน 

"ผู้คุ้มกันทรยศน่ะสิ พวกมันใช้ยารมโรยลงในกองไฟจนพวกเราหลับกันหมดแล้วคิดจะสังหารนายท่าน" อาเปียวตอบแทนเมื่อเห็นเยี่ยซินจื่อไม่มีท่าทีจะเปิดปาก 

"เป็นไปไม่ได้" หวังเว่ยเถียงแต่แล้วก็ต้องเงียบลงเพราะความจริงตรงหน้ากระแทกใจจนกล่าวคำใดไม่ออก 

ทั้งสามคนนั่งเงียบกันจนถึงรุ่งเช้า เสียงหมาป่าทะเลทรายหอนส่งท้ายก่อนพวกมันจะถอนตัวไปเมื่อเห็นว่าคงไม่ได้เหยื่อแล้ว อาเปียวถอนหายใจยาว 

"นายท่านข้าจะไปนำน้ำมาให้ท่านล้างหน้าและทำความสะอาดแผลได้โปรดรอสักครู่" อาเปียวหยิบถุงน้ำไม่ลืมเอาผ้าคลุมสัตว์เลี้ยงออกพาพวกมันไปกินน้ำเสียในคราวเดียว เขาผูกมันให้เล็มหญ้าอยู่แถวนั้นแล้วตักน้ำกลับมา จากนั้นจึงเริ่มต้มโจ๊กให้คนป่วย แล้วทำแผลให้ทั้งคู่วุ่นวายอยู่ครึ่งวันจึงจัการทุกอย่างเรียบร้อย 

"เราจะเอาอย่างไรกันต่อไปดีขอรับนายท่าน" อาเปียวถาม 

"เราต้องรีบออกเดินทาง คนพวกนั้นอาจจะย้อนกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ เจ้าไปเลือกเกวียนที่ยังมีสภาพดีมาหนึ่งคันแล้วย้ายเสบียงทั้งหมดมาเก็บไว้แล้วเราจะออกเดินทางทันที" เยี่ยซินจื่อสั่ง ยามเช้าอาการถูกพิษสงบลงจนเขามั่นใจว่าถูกพิษสุริยันจันทรา หนึ่งในพิษร้ายที่ยากจะหาทางแก้ แต่ผู้ค้มกันเช่นจิ้นปิงและหลี่อี้ไม่น่าหาพิษชนิดนี้มาครอบครองได้ดังนั้นนี่ไม่ใช่การปล้นชิงทั่วไป ต้องมีคนว่าจ้างผู้คุ้มกันพวกนี้ให้กำจัดเขา! 

ความคิดเห็น