ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เหตุบังเอิญ

คำค้น : จีนโบราณ รักสองภพ ผีเสื้อ

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 66

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2563 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหตุบังเอิญ
แบบอักษร

วันนี้อากาศเย็นสบาย แสงอาทิตย์สสาดแสงด้วยแสงอ่อนๆ มีสายลมพัดผ่าน เซ่อเซ่อค่อยๆ เปิดหน้าต่างรถแท็กซี่แล้วยื่นหน้าออกไปรับสายลมที่พัดผ่านกระทบกับใบหน้าของเธอ

“เฮอ…ถ้าเจอหน้าเขาบ่อยๆแบบนี้ทุกวันก็คงจะดีสิ อยากรู้จังเลยว่ามันจะเหมือนในซีรี่ย์รึเปล่า ถ้าฉันพยายามทำเหมือนทุกอย่างที่เคยผ่านมา ความทรงจำของรุ่ยฉีกับรั่วฉีจะเป็นความทรงจำเดียวกันรึเปล่านะ ถ้าอยากจะรู้ก็มีวิธีเดียวคือต้องทำตามเรื่องราวเก่าๆ ใช่แล้ว”

“คุณผู้หญิงครับ”

เมื่อได้ยินเสียงคนขับแท็กซี่เรียกแบบนั้น เซ่อเซ่อก้หันกลับเข้ามาในรถแล้วถามว่า

“คะ มีอะไรรึเปล่าคะ”

แล้วคนขับรถแท็กซี่ก็บอกว่า

“ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณผู้หญิง คือ พอดีเมียผมกำลังจะคลอดลูก หากคุณไม่ว่าอะไรผมขออนุญาตขอให้คุณลงทางข้างหน้านี้ก่อนได้ไหมครับ คือเธอบอกว่าเธออยากกให้ผมอยู่ไกล้ๆนะครับ ขอร้องล่ะครับคุณผู้หยิง”

“ได้ค่ะ จอดให้ฉันลงข้างหน้านี้เลยค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

เมื่อคนขับแท็กซี่ได้ยินดังนั้นก็รีบขับรถไปจอดอยู่ที่ป้ายรถเมย์ข้างหน้า เซ่อเซ่อเดินลงจากรถพร้อมกับให้เงินให้กับคนขับแท็กซี่ เมื่อคนขับแท็กซี่เห็นว่าเป็นแบงค์พันก็ทำทีลังเลสักพัก พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง คือผมไม่มีเงินทองพอ คุณผู้หญิง…”

“ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่าฉันให้เป็นค่ารักษาพยาบาลแล้วกันนะคะ ถึงมันจะช่วยได้ไม่มากเท่าไหร่ แต่ถ้าพอช่วยคุณได้บ้าง ฉันก็ดีใจค่ะ”

เมื่อคนขับแท็กซี่ได้ยินแบบนั้นก็น้ำตาคลอเบ้า เขายกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาพร้อมกับกล่าวขอบคุณอย่างสุดใจ แล้วขับรถออกไปทันที เซ่อเซ่อที่ถูกทิ้งเอาไว้ที่ป้ายรถเมย์ เธอก็เดินลงไปนั่งลงบนเก้าอี้แล้วถอนหายใจเฮือกหนึ่งพร้อมกับหันไปทางซ้ายก็พบเข้ากับป้ายโฆษณาป้ายหนึ่ง

“นิทรรศการเมืองโบราณงั้นเหรอ จัดที่…ที่นี่เหรอ ไกล้ๆนี่เองนี่ เข้าชมฟรีด้วยงั้นเหรอ ไหนๆก็ถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่แล้วก็เข้าไปดูหน่อยก็แล้วกัน”

แล้วเซ่อเซ่อก็ลุกเดินตามป้ายโฆษณาที่เขาได้ติดป้ายบอกทางเอาไว้ เมื่อเดินไปสักพักก็เจอเข้ากับตึกๆหนึ่ง ทางหน้าประตูมีป้ายนิทรรศการตั้งอยู่บวกกับทีมงานที่แต่งตัวด้วยชุดจีนโบราณยืนต้อนรับอยู่หน้าประตูทางเข้า ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่านี่คือทางเข้าชมนิทรรศการ เซ่อเซ่อจึงเดินเข้าไปในตึก เธอเดินผ่านช่องทางที่มีแสงนีออนสีน้ำเงินส่องสว่างตามทางสวยงามเหมือนกำลังทะลุมิติ เธอเดินตามทางไปเรื่อยๆจนสุดท้ายก็เจอเข้ากับแสงสว่างตรงหน้า เมื่อเธอเดินพ้นจากแสงสว่างนั้นมาก็ทำให้เธอได้เห็นว่าอีกฟากหนึ่งของช่องทางที่มีแสงนีออนนั้น นั่นก็คือห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปปด้วยรูปวาดและวัตถุโบราณมากมายทั้งที่ตั้งอยู่บนฝาผนังและบนพื้น เธอยืนตะลึงอยู่ตรงนั้นพร้อมกับส่งเสียงออกมาว่า

“ว้าว สวยจังเลย ไม่เคยมาในที่แบบนี้เลย ถ้ามีโอกาสฉันสัญญาจะพาแม่มาที่นี่สักครั้ง”

แล้วเธอก็เดินเที่ยวไปดูสิ่งของรอบๆห้องโถงนั้น เมื่อเธอเดินดูไปรอบๆเธอก็สังเกตเห็นว่ามีคนเดินเข้าไปในช่องทางอีกทางหนึ่งที่มีแสงนีออนเช่นกัน เธออยากที่จะรู้ว่าอีกฟากหนึ่งของประตูนั้นมีอะไรอยู่ เธอจึงเดินไปที่ประตูนั่นแล้วเข้าไป เธอเดินผ่านเส้นทางแสงนีออนนั้นจนพ้นออกมาก้เจอเข้ากับรูปวาดของราชวงศ์ของจีน

“ลำดับราชวงศ์อย่างนั้นเหรอ”

เธอเดินดูไปเรื่อยๆจนไปเจอเข้ากับรูปวาดของราชวงศ์หนึ่ง เธอหยุดเดินทันทีที่เจอรูปวาดนั้น เธอยืนจ้องรูปวาดนั้นอยู่นานพอสมควร

“ทำไมดวงตาของของฮ่องเต้คนนี้ถึงได้ดูเศร้าจังเลย ถึงมุมปากจะพยายามยิ้มให้ดูมีความสุข แต่ลึกๆแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้นสินะ เป็นเพราะอะไรทำไมฮ่องเต้องค์นี้ถึงไม่มีพระสนมอยู่ข้างกายของเขาเลยแม้แต่สักคนเดียวเลยล่ะ”

ทันใดนั้นอยู่ๆน้ำตาของเซ่อเซ่อก็ตกลงไหลรินอาบแก้มของนางทำให้เธอเองก็ตกใจมากเช่นกัน

“อะไรเนี่ย ทำไมอยู่ๆฉันถึงร้องให้ล่ะ บ้าไปแล้วฉัน”

แล้วเธอก็ยกมือเช็ดน้ำตาของเธอพร้อมกับหันหลังกลับ ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านหน้าเธอไป

“กลิ่นหอมนี้อีกแล้ว ใครกันนะ”

เธอได้กลิ่นหอนนั้นเมื่อคราวก่อนที่เคยได้กลิ่นที่ห้องสมุด เซ่อเซ่อพยายามมองหาคนที่ใช้กลิ่นน้ำหอมนั้น แต่มองหาแล้วก็ไม่มีใครเลย เธอจึงค่อยๆเดินหาไปเรื่อยๆ ผ่านห้องแล้วห้องเล่าก็ไม่เจอ จนสุดท้ายเธอก็ถอดใจที่จะหาคนๆนั้น เธอหันหลังกลับไปพร้อมกับเดินสวนทางกับชายคนหนึ่ง กลิ่นหอมนั้นก็โชยมา เมื่อเธอได้กลิ่นนั้นเธอก็รีบหันหลังกลับไปมองหาก็เจอเข้ากับชายคนหนึ่งที่กำลังเดินหันหลังให้กับเธอ

“เจอแล้ว เออคุณคะรอเดี๋ยวค่ะ…”

เซ่อเซ่อวิ่งตามผู้ชายคนนั้นไป แต่ชายคนนั้นก็ได้เดินเข้าไปในประตูที่มีแสงนีออน เธอวิ่งตามไปจนทะลีกฟากหนึ่งเธอก็เห็นชายคนนั้นกำลังเดินอยู่ต่อหน้าเธอ เธอรีบวิ่งไปคว้ามือของชายคนนั้นเอาไว้ หัวใจของเซ่อเซ่อในตอนนี้กำลังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เมื่อชายที่ถูกเซ่อเซ่อจับมือเอาไว้ก็เกิดแปลกใจ เขาก็ได้หันกลับมาเจอเซ่อเซ่อ

“ครับ”

เมื่อเซ่อเซ่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้นเธอก็รีบปล่อยมือของชายคนนั้นทันที พร้อมกับพูดว่า

“เออ…ขอโทษค่ะ คือฉัน ฉันเข้าใจผิดคิดว่าคุณเป็นคนรู้จักน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”

“ออ ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”

เซ่อเซ่อจึงมองไปรอบๆเพื่อตามหาชายคนนั้นที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์คนนั้นแต่ก็มองหาเขาไม่เจออยู่ดี พนักงานที่ยืนอยู่ที่เคาว์เตอร์เมื่อเห็นว่าเซ่อเซ่อกำลังมองหาบางคนอยู่จึงได้เดินเข้าไปหาเธอแล้วถามว่า

“คุณคะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

เซ่อเซ่อที่ได้ยินแบบนั้นก็หันกลับมาแล้วตอบว่า

“คะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือฉันแค่กำลังหาทางออกน่ะค่ะ”

“อ่อ ประตูทางออกอยู่ทางนั้นค่ะ”

“อ่อ ขอบคุณค่ะ”

แล้วเซ่อเซ่อก็เดินออกมาจากตึกที่จัดนิทรรศการ เธอมองไปทางซ้ายก็เจอเข้ากับรถสีดำที่มีชายชุดดำสองคนกำลังยืนอยู่ข้างๆรถนั้น พร้อมกับยื่นมือไปเปิดประตูให้กับผู้ชายคนหนึ่ง แต่เธอก็ไม่สนใจอะไรมาก ในขณะนั้นก็มีรถเมย์มาจอดอยู่ที่ป้ายรถเมย์ เธอจึงได้รีบวิ่งไปขึ้นรถเมย์นั้นเพื่อกลับบ้าน เมื่อกลับถึงบ้านเธอก็เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับล้มลงนอนบนโซฟา

“เฮ่อ เหนื่อยจังเลย นี่ก็เย็นแล้วทำกับข้าวรอแม่กลับมาดีกว่า”

เซ่อเซ่อเดินเข้าไปในครัวหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาใส่พร้อมกับเริ่มทำอาหารรอแม่ของเธอกลับมา เมื่อเวลาผ่านไปเซ่อเซ่อที่กำลังทำอาหารอยู่ในขณะนั้นแม่ของเธอก็เดินเข้ามาในบ้าน เซ่อเซ่อที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ทักแม่ของเธอ

“กลับมาแล้วเหรอคะแม่ มาเถอะค่ะ หนู…เออ”

ทันใดนั้นเธอก็หยุดพูดทันทีเมื่อเห็นคนที่มากับแม่ของเธอ นั่นก็คือรุ่ยฉี เซ่อเซ่อที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่อ้าปากค้าง มือที่กำลังคนน้ำซุปอยู่ก็หยุดชะงักลงทันที แม่และรุ่ยฉีที่เห็นเธอยืนนิ่งพร้อมกับท่าทางที่ตกใจนั้นก็แต่แต่ยืนจ้องเธอกลับไปแบบนั้นเหมือนกัน เซ่อเซ่อยืนนิ่งอยู่แบบนั้นโดยที่มือยังจับทัพพีอยู่ ไอร้อนจากเตาก็ค่อยเผามือของเธอจนแดง ทำให้เธอรู้สึกเจ็บขึ้นมา

“โอ๊ย!!!”

แม่และรุ่ยฉีที่ได้เห็นแบบนั้น แม่ของเธอที่กำลังจะเดินไปก็ถูกรุ่ยฉีเดินตัดหน้าไปก่อน รุ่ยฉีเดินไปหาเซ่อเซ่อโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง รุ่ยฉีเดินไปจับมือเธอขึ้นมาพร้อมกับลูบเบาๆและเป่าให้แผลเย็นลง แม่และเซ่อเซ่อที่เห็นแบบนั้นก็แอบงงกันสักพัก รุ่ยฉีจึงเงยหน้าขึ้นแล้วถามเซ่อเซ่อว่า

“เจ็บมากไหม”

เซ่อเซ่อที่เห็นความเป็นห่วงของเขาก็ทำให้เธอแอบเขินอยู่บ้าง เธอจึงตอบไปว่า

“ไม่เป็นไรมากค่ะคุณหมอ ฉันไม่ระวังเอง”

ทันใดนั้นรุ่ยฉีก็หันไปหาแม่ของเธอ ก็เห็นว่ากำลังจ้องมาทางเขาอยู่ด้วยความสงสัย รุ่ยฉีจึงได้พูดแก้สถานการณ์ว่า

“เออ…พอดีผมเป็นหมอ เห็นใครเจ็บผมก็มักจะเข้าไปช่วยเหลือไวแบบนี้ล่ะครับ เออ ไม่ทราบว่ามีชุดปฐมพยาบาลไหมครับ”

“อ่อ มีสิจ้ะ เดี๋ยวแม่ไปเอาให้นะ”

แล้วแม่ของเธอก็เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมา รุ่ยฉีพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาแล้วพันแผลให้หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้นั่งทานข้าวกัน บรรยากาศนั้นช่างเงียบเหงา มีเพียงเสียงช้อนกระทบกับจานข้าวเท่านั้น แม่ของเซ่อเซ่อจึงได้พูดขึ้นมาว่า

“วันนี้แม่บังเอิญเจอคุณหมอ ก็เลยชวนเขามากินข้าวที่บ้าน ไม่คิดว่าลูกจะเตรียมกับข้าวเอาไว้รอแล้ว”

“อ่อ ค่ะแม่”

รุ่ยฉีเห็นบรรยากาศที่กดดันแบบนี้จึงได้พูดขึ้นมาว่า

“อาหารอร่อยมากเลยนะครับ ฝีมือของคุณเนี่ยก็ดีเหมือนกันนะครับ”

“หือ”

แม่ของเธอก็เงยหน้าขึ้นมองพวกเขาทั้งสองคน

“ขอบคุณที่ชมนะคะ แต่ไม่อร่อยขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“แต่มันอร่อยจริงๆนะครับ อร่อยกว่าที่ผมกินที่ร้านอีกน่ะครับ”

เซ่อเซ่อที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดในใจว่า

“อะไรของเขาเนี่ย จู่ๆก็มาที่บ้าน ถมยังชมว่าอาหารที่เราทำอร่อย เขาตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่เนี่ย”

ทันใดนั้นแม่ของเธอก็พูดขึ้นมาว่า

“งั้นหากวันไหนคุณหมอว่างๆก็มาทานข้าวที่บ้านได้นะคะ”

“เอาไว้ว่างๆผมจะแวะมานะครับ”

เซ่อเซ่อที่ได้ยินแบบนั้นก็ขัดขวางอะไรไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็ทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อย รุ่ยฉีและเซ่อเซ่อก็ช่วยกันล้างจาน แม่ของเธอที่แอบเฝ้ามองอยู่ที่โซฟาก็แอบยิ้มอย่างมีความสุข หลังจากนั้นแม่และเธอก็ออกไปส่งรุ่ยฉี เมื่อออกมาแล้วรุ่ยฉีก็เดินไปที่รถแล้วเข้าไปในรถพร้อมกับพูดว่า

“กลับก่อนนะครับ”

“ขอรถดีๆนะคะ”

แม่ของเธอก็ตอบรับไป รุ่ยฉีจึงขับรถออกไปจากบ้านของเซ่อเซ่อ เมื่อเขาขับรถพ้นแล้วเขาก็แสดงรอยยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุข เซ่อเซ่อที่เมื่อส่งเขากลับบ้านแล้วก็ขึ้นมาอาบน้ำแล้วเข้านอน รุ่ยฉีเองเมื่อกลับถึงบ้านก็ได้อาบน้ำแล้วเข้านอนเลยเช่นเดียวกัน

“รั่วฉี รั่วฉี ตื่นสิ ตื่นเร็วเข้า”

ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นมาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังร้องเรียกเขาอยู่ แสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านเข้ามาในตาของเขาทำให้เขขามองไม่เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น

“ในที่สุดก็ตื่น นี่พระอาทิตย์ไกล้ตกดินแล้วรีบลุกขึ้นมาแล้วกลับบ้านกันเถอะ”

แล้วหญิงสาวคนนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินไป รั่วฉีที่ลุกขึ้นมาก็มองไปรอบๆเจอกับทุ่งดอกไม้สีเหลืองสูงระดับเอว มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เขาหันไปเห็นหญิงสาวที่กำลังเดินนำหน้าเขาไป เขาจึงเดินตามนางไป เมื่อนางหันกลับมาหาเขาใบหน้าของนางก็มักจะถูกดอกไม้บดบังทำให้เขาเห็นหน้าไม่ชัดเท่าไหร่

“เจ้าช้าลงหน่อยได้ไหม ข้าตามเจ้าไม่ทันแล้วนะ”

“รีบมาเร็วเข้า รั่วฉี ฮ่า ฮ่า ฮ่า เร็วเข้า ข้าจะรอเจ้าอยู่นะเร็วเข้า ทันใดนั้นร่างของหญิงสาวคนนั้นก็ค่อยๆสลายหายไปพร้อมกับรอยยิ้มของนาง เขาตกใจมากจึงรีบวิ่งไปหานางทันที

“เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งไป เจ้ารอข้าก่อนสิ”

“มาเร็วเข้า ข้าไกล้จะถึงแล้วนะ เร็วเข้า”

รั่วฉีวิ่งเข้าไกล้ประชิดตัวนางได้ เขาจึงรีบยื่นมือไปคว้ามือของนางเอาไว้ แต่ทันใดนั้นร่างของหญิงสาวก็สลายหายไปต่อหน้าขันที

“ข้าจะรอเจ้า”

รั่วฉีจึงหยุดวิ่งแล้วหันมองไปรอบๆด้วยความกระวนกระวายใจ เมื่อเขาใจเย็นลงน้ำตาของเขาก็ไหลรินร่วงหล่นลงพื้น

“เจ้าหายไปอีกแล้ว”

ทันใดนั้นรุ่ยฉีก็สะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งโดยเร็วก็พบว่าตัวเองเพียงแค่ฝันไป เขาถอนใจแรงๆเฮือกหนึ่งพร้อมกับหลับตาลงช้า แต่แล้วเขาก็รู้สึกถึงรอยน้ำตาที่ไหลรินอยู่ที่แก้มเขา เขาจึงยกมือปาดไปที่แก้มเขาครั้งพร้อมกับหันไปดูที่มือก็เจอเข้ากับหยดน้ำตา

“นี่เรา…ร้องให้จริงๆเหรอ ผู้หญิงในฝันคนนั้นเป็นใครกันแน่นะ”

แล้วรุ่ยฉีก็ล้มลงนอนลงบนเตียงพร้อมกับคิดถึงเรื่องที่เขาพึ่งจะฝันถึง เขาค่อยๆหลับตาลงคิดจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว เรื่องราวของทั้งสองคนจะลงเอยกันแบบไหนมาติดตามกันใหม่ในตอนหน้า

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

ความคิดเห็น