ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 คนที่ถูกลืม

ชื่อตอน : บทที่ 2 คนที่ถูกลืม

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2563 15:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 คนที่ถูกลืม
แบบอักษร

ร่างบางที่ดูคล้ายจะอิดโรยค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่ เพียงแค่เท้าสัมผัสพื้น เสียงกระดิ่งกุ๊งกิ๊งๆก็ดังขึ้นก่อนจะปรากฏร่างน้อยๆของเจ้าสี่ขานามว่าหมั่นโถว เท้าเล็กตะกุยตะกายเจ้าของอย่างออดอ้อน ก่อนจะสงบลงเมื่อปรียาวดีก้มลงไปอุ้มมาไว้แนบอก หางสั้นๆกระดิกไม่หยุดหย่อนหลังจมูกรันสวยจรดสูดดมกลิ่นหอมๆจากแก้มฟูฟ่อง

"คุณย่าอยู่ไหนเหรอหมั่นโถว?"หลังจากเธอเอ่ยถาม เสียงเห่าแหลมๆก็ดังขึ้นพร้อมสายตาที่จรดไปยังทิศทางของห้องรับแขก คล้ายจะตอบคำถามของปรียาวดี"ฉลาดเกินหมาขนาดนี้ปลอมตัวมาหรือเปล่าเนี่ยหมั่นโถว หนูเป็นคนใช่ไหมถอดหน้ากากออกมาเดี๋ยวนี้นะ"

น้ำเสียงหยอกเย้าก่อนจะอุ้มเจ้าตัวน้อยเดินไปยังห้องรับแขก

พอมาถึงขอบประตู ปรียาวดีก็ปล่อยเจ้าหมั่นโถวลง มันวิ่งดุกดิกๆก้นน้อยๆส่ายสะบัดไปมาน่าเอ็นดูก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของหญิงชราดังเดิม

"คิดถึงจังเลยค่ะคุณย่า~"น้ำเสียงออดอ้อนก่อนจะตรงเข้าไปหวังจะกอดผู้เป็นย่า ทว่าก็ต้องชะงักเท้าเมื่อนัยน์ตาสีขุ่นหันมามองเธอแปลกๆ

"หนูมาหาใครจ้ะ?"อีกแล้วหรอ...เธอร้องอุทานในใจ พยายามสกัดกั้นความเจ็บปวดที่ถาโถมอยู่ใต้อก

"หนูเป็นเพื่อนของปรีเหรอ เอ๊ะ!นี่ก็ถึงเวลาเลิกงานแล้วนี่ ทำไมหลานฉันถึงยังไม่กลับมา หนูนั่งรอก่อนสิจ้ะ อีกสักพักแม่ตัวดีก็คงกลับมา เดี๋ยวย่าไปโทรตามให้"ดวงตาคล้ายจะร้อนผ่าวแต่ก็ต้องฝืนยิ้มออกมา

"ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า เดี๋ยวหนูมาใหม่วันหลัง"

"เอางั้นเหรอจ้ะ?"

"ค่ะ หนูลานะคะ"เธอก้มหน้าลงจรดกับปลายนิ้วเพื่อไหว้ลาหญิงชรา หยดน้ำตาพลันหล่นเผาะลงพื้นอย่างห้ามไม่อยู่

ร่างบางเดินหลบไปอีกทาง แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้เป็นย่ามีอาการหลงลืมเช่นนี้ แต่คล้ายว่ามันจะดูหนักกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะท่านจำเธอไม่ได้

แค่คิดว่าในวันหนึ่งเธอจะต้องถูกลบออกจากความทรงจำของท่าน พลันความเจ็บปวดก็กัดเซาะไปทั่วหัวใจ

"คุณปรี เป็นอะไรคะ ร้องไห้ทำไม?"

"ปะ...เปล่าค่ะ”ปรียาวดีที่นั่งยองๆซ่อนตัวอยู่ข้างพุ่มต้นไม้หน้าบ้านค่อยๆเงยมองวรรณาแม่บ้านวัยสี่สิบกว่าๆ มือบางรีบเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มของตัวเอง เธอไม่ชอบให้ใครเห็นตอนที่ร้องไห้ ไม่อยากถูกมองด้วยความสงสารหรือเวทนา เพราะเธอเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว รับรู้ดีว่ามันเจ็บปวดเพียงใด “ป้าวรรณได้จัดยาให้คุณย่าหรือเปล่าคะ?”

พยายามทำน้ำเสียงให้ปกติที่สุด

“ตายจริง ป้าลืมไปเลยค่ะว่าวันนี้พยาบาลของคุณท่านลาป่วย ป้าก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับงานในบ้านจนลืมไปเลยว่าต้องจัดยาให้คุณท่าน”ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดวันนี้ผู้เป็นย่าจึงได้มีอาการหนักกว่าปกติ

“งั้นไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวปรีจัดการเอง ป้าวรรณไปทำงานต่อเถอะค่ะ”

“คุณปรีไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอคะ?”คุณหนูประจำบ้านหันมายิ้มให้เธอเสมือนจะบอกว่าหล่อนไม่เป็นอะไร ทว่าในใจลึกๆกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ปรียาวดีเริ่มเผื่อใจเอาไว้นานแล้วกับอาการหลงๆลืมๆของภัควิมลหลังจากที่รับรู้ว่าผู้เป็นย่ามีอาการของโรคอัลไซเมอร์ อีกอย่างท่านก็แก่ตัวลงมากจากเมื่อก่อน ชีวิตคนเราก็มีอยู่เท่านี้ คราแรกคิดว่าทำใจไว้มากพอแล้ว หากวันนั้นมาถึงจริงๆเธอคงจะไม่เจ็บปวดมาก แต่พอวันนี้...วันที่ถูกผู้เป็นย่าลืมเข้าจริงๆ เธอกลับรู้สึกอ้างว้าง เจ็บปวด คล้ายว่ากำลังยืนอยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพัง

หลังจากที่ไร้มารดาก็เหลือแค่ท่านที่อยู่ในทุกๆช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่เด็กจนโต

เหตุการณ์เมื่อครู่มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกกระชากหัวใจออกจากอก สิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่มีคล้ายจะหลุดลอยไปจากมือ และไม่รู้ว่าในตอนนี้สิ่งนั้นกลับมาแล้วหรือยัง

“คุณย่าคะ”เท้าเรียวก้าวเข้าไปในห้องรับแขกด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ

หัวใจพลันเบาหวิวเมื่อแววตาของผู้เป็นย่าหันมามอง ความหนักอึ้งในอกคล้ายจะสลายหายไปเมื่อรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่น บ่งบอกอายุที่แตะเลขเจ็ดกว่าๆ

“กลับมาแล้วหรือแม่ตัวดี วันนี้ทำไมกลับช้าจัง?”อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนว่าคนที่หายไปนานแสนนานได้หวนกลับมา ทั้งๆที่ท่านก็ไม่ได้ไปไหน

ท่านยังนั่งอยู่ที่เดิม แต่เพราะเมื่อครู่ในสายตาของคนชราเธอเป็นเพียงแค่หญิงแปลกหน้า ไม่ใช่หลานสาว

ปรียาวดีวางถาดยาลงบนโต๊ะก่อนจะสวมกอดร่างของผู้เป็นย่าไว้แน่นราวกับกลัวว่าท่านจะหายไป ดวงตาร้อนผ่าวแต่ไม่อาจให้หยดน้ำตาไหลออกมาได้ พยายามฝืนมันและกลบเกลื่อนความหวาดกลัวในใจด้วยรอยยิ้ม ยิ้มที่แสร้งว่าตัวเองไม่เป็นไร ทั้งๆที่ข้างในมันมีแต่ความมืดมน

“วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมลูก?”

“นิดหน่อยค่ะ”หากบอกไปว่าเหนื่อยมากก็คงทำให้ท่านห่วงเปล่าๆ ปรียาวดีจึงเลือกตอบสิ่งที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง อีกอย่างถ้าท่านรู้ว่าวันนี้หลานสาวโดนดุมาก็คงทุกข์ใจตามไปด้วย หล่อนอยากให้ท่านมีความสุข

หากสิ่งใดที่มันสามารถทำให้ท่านสบายใจ ปรียาวดีก็พร้อมที่จะทำ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นความตายก็ตาม บุญคุณของภัควิมลที่มีต่อเธอ ทั้งชีวิตก็คงชดใช้ให้ไม่หมด ทั้งๆที่ท่านรู้ว่าหล่อนไม่ใช่หลานสาวแท้ๆแต่หญิงชราก็ยังเลี้ยงปรียาวดีมาอย่างดี ชนิดที่มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมกันเลยทีเดียว ความรักความอบอุ่น ท่านให้หล่อนเต็มที่เสมอ ไม่เคยเว้นช่องว่างให้เธอรู้สึกหว้าเหว่ใจเลยสักครา

นั้นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ปรียาวดีกลัว กลัวว่าในวันหนึ่งผู้เป็นย่าจะลืมหลานสาวคนนี้ไปจริงๆ

ถ้าวันนั้นมาถึง เธอจะทำเช่นไรกับการที่ต้องยืนอยู่บนใบโลกนี้เพียงลำพัง

"คุณย่าทานยานะคะ จะได้ไปพักผ่อน"จัดการเทเม็ดยาลงบนฝ่ามือของผู้เป็นย่า พร้อมยื่นแก้วน้ำให้ท่าน

"พรุ่งนี้เลิกงานเวลาเดิมใช่ไหม?"

"ค่ะ คุณย่ามีอะไรหรือเปล่าคะ?"

"พรุ่งนี้หม่อมแขท่านนัดไปทานข้าว ย่าอยากให้ปรีไปด้วย"รู้ในทันทีว่าท่านกำลังจะสื่อถึงเรื่องใด คงไม่พ้นจับคู่หล่อนกับหม่อมราชวงศ์ถิรเจตผู้เป็นน้องชายของอนุทัต เหตุการณ์ดูตัวนี้เกิดอยู่หลายหนทว่าความรู้สึกที่ปรียาวดีให้ถิรเจตมีเพียงคำว่าพี่ชาย ในทางกลับกันชายหนุ่มนั้นแอบพอใจในตัวเธอตั้งแต่คราแรกที่พบกัน

แต่เพราะเส้นกั้นที่หล่อนขีดไว้ชัดเจนทำให้เขาไม่กล้าก้าวข้ามเข้าไปเสียที

“คุณย่าคะ คุณย่ายังไม่ล้มเลิกที่จะจับคู่หนูกับคุณชายเล็กอีกหรือคะ?”

“แล้วทำไมเราไม่ยอมหาใครสักคนมาดูแลสักที ย่าจะได้หมดห่วง นี่อะไรอายุยี่สิบกว่าแล้วนะ ย่ายังไม่เห็นหนูคบหาใครเลยสักคน”

“ปรียังไม่อยากมีใครค่ะ แค่ทำงานก็ยุ่งวุ่นวายมากพอแล้ว ปรีไม่มีเวลาคิดเรื่องพันธุ์นั้นหรอกค่ะคุณย่า”คำแก้ตัวที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง

“ปรี ย่าจริงจังนะลูก ย่าอยากเห็นหนูมีคนดูแล ถ้าเกิดวันหนึ่งหนูไม่มีย่า หนูจะทำยังไง?”น้ำเสียงจริงจังแฝงความเศร้ากลายๆ

"คุณย่าต้องอยู่กับหนูไปอีกนานค่ะ"

"ย่าอยู่กับหนูไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะปรี สักวันย่าก็ต้องตาย ชีวิตคนเราไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกลูก"มือเหี่ยวย่นยื่นไปลูบหัวหลานสาวแผ่วเบา

สิ่งเดียวที่นางห่วงเห็นจะมีเพียงปรียาวดี ถ้าวันใดไร้เงาภัควิมลคุ้มครอง หญิงสาวคงจะไม่มีใครให้ยึดเหนี่ยว คนชราที่รู้ตัวเองดีว่าเหลือเวลาอีกไม่นานจึงอยากจะหาใครสักคนมาดูแลหลานสาว ทว่าหล่อนก็ปฏิเสธอยู่ร่ำไป

คนที่พอจะเข้าตาก็มีเพียงถิรเจต อีกอย่างฝ่ายนั้นก็ดูเหมือนจะชอบปรียาวดีอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ปัญหาหลักๆคงจะเป็นคนของหล่อนเสียเองที่ไม่ยอมเปิดใจให้ฝ่ายนั้นสักที

"คุณย่าคะ คุณย่าอยู่กับปรีไปนานๆไม่ได้หรือคะ ถ้าไม่มีคุณย่าแล้วปรีจะอยู่ยังไง?"

"ย่าไม่ใช่แวมไพรส์นะลูก"คนชรานึกเอ็นดูกับคำขอของร่างบางตรงหน้า แม้ว่าน้ำเสียงที่ปรียาวดีเอ่ยจะสั่นเครือ แต่หยดน้ำตากลับไม่มีให้เห็น ภัควิมลจำได้ว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีต นางก็ไม่เห็นน้ำตาจากหลานสาวอีกเลย แม้ว่าภายนอกจะแสดงชัดว่าเศร้าแค่ไหนแต่กลับไม่ยอมอ่อนแอต่อหน้าใครแม้กระทั้งภัควิมลเอง

 "คุณย่า..."เอ่ยเสียงอ่อย วงแขนเล็กกอดกระชับร่างชราแน่น

"พรุ่งนี้ไปกับย่านะปรี"ไม่ใช่ประโยคขอร้องทว่ามันคือประโยคคำสั่ง ต่อให้ปรียาวดีจะปฏิเสธสักกี่ครั้ง หาข้ออ้างมาหลีกเลี่ยงก็หลายหนแต่สุดท้ายก็ต้องจำนนต่อคำบัญชาของผู้เป็นย่าอยู่ดี

"ค่ะคุณย่า"

ความคิดเห็น