email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 63

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 115

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2563 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 63
แบบอักษร

ณ สถานที่ประชุมลับของอาณาจักรดีไวท์ พระราชาทีโอดอล พร้อมกับเสนาคนสนิทกาวีน ผู้เป็นตัวแทนของราชวงศ์ ด้วยที่กาวีนนั่งอยู่ทางซ้ายของพระราชาสมชื่อเสนาซ้าย ที่นั่งด้านขวาคือท่านดยุคฟาร์เมล ผู้เป็นตัวแทนสมาคมการค้า และยังมีหน้าใหม่อีกสามท่าน ผู้เป็นตัวแทนของ สมาคมเวทย์มนต์ สมาคมนักดาบ และสมาคมนักผจญภัย

“เหตุที่เราได้เชิญพวกท่านทั้งหมดมาประชุมในวันนี้ เรามีเรื่องที่จะหาลือเป็นการส่วนตัว และแน่นอนข้าเชื่อว่าพวกท่านทั้งหมดในที่แห่งนี้คงจะทราบเรื่องแล้ว เกี่ยวกับสมาคมนักฆ่า” องค์ราชากล่าวจั่วหัวข้อไปก่อนเพื่อให้ทุกคนมีอารมณ์ร่วมกับการประชุม ทุกคนต่างเงียบเพื่อฟังคำอธิบายต่อ

“ข้าจะไม่ขออ้อมค้อมแล้ว.. อย่างที่พวกท่านได้ทราบข่าวลือเกี่ยวกับภารกิจทั้งสามที่มันเป็นได้ยากมากๆ และภารกิจนั้นไม่ว่าใครต่อใครก็คิดเหมือนกันทั้งหมด.. ตัวข้า ทีโอดอล ออน ดิ ดีไวท์ ขอให้สัตย์ว่าสิ่งที่ข้าพูดต่อจากนี้เป็นจริงทุกๆประการ” พระราชายืนขึ้นก่อนจะเอ่ยสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าทุกๆคน

จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าเรื่องในสิ่งที่เขาได้รู้มา ตั้งแต่จำนวนคนที่ใช้ในการทำภารกิจ ระยะเวลาที่ทำภารกิจแต่ละภารกิจ เนื้อหาหลักของภารกิจแต่ละชิ้น เน้นไปที่ภารกิจสังหารเจ้าชายอันดับสองของอาณาแบล็กบาร์บิลอนที่สมาคมนักฆ่าเป็นผู้รับงานไปทำ และเรื่องสุดท้ายคงจะหนีไม่พ้นข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับอาวุธสังหารชนิดใหม่ที่ทางสมาคมนักฆ่านำออกมาใช้ และจำหน่ายเฉพาะสมาคมเท่านั้น

ตัวเสนากาวีนก็เล่าเรื่องต่อไปว่า พวกเขาเคยส่งบุคคลธรรมดาเข้าไปชื้ออาวุธชิ้นนี้ แลกกับจำนวนเงินที่มากมายมหาศาล แต่ทางสมาคมการค้าที่บริการเปิดเป็นโรงแรมด้วยในขณะนี้กลับไม่ขายให้กับพวกเขา และจำเป็นจะต้องชื้อขายเป็นเงินตราพิเศษเพียงเท่านั้น

“ถึงแม้ว่าเราจะสามารถหาเหรียญนักฆ่ามาซื้อได้ แต่พวกเขาก็ยังจะถามหารหัสสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง และยังไม่พอเพียงเท่านั้น คนที่ไม่มีเข็มกลัดนักฆ่าจะไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปซื้อขายภายในสมาคม ยังมีเรื่องการจำกัดในการซื้อขายของสมาชิกแต่ละชนชั้น โดยแบ่งเป็นอย่างไรเรายังไม่สามารถทราบได้แน่ชัดแต่จุดสังเกตง่ายๆคือสีของเข็มกลัด” พระราชาทีโอดอลเอ่ยเล่าออกมา

“สมาคมนักฆ่าเริ่มเคลื่อนไหวแปลกมาตั้งแต่เดือนก่อน โดยการเคลื่อนกำลังพลไปยังเขตเมืองมาลีนทางทิศตะวันออก ซึ่งเราก็ไม่สามารถทราบวัตถุประสงค์ของพวกเขาได้เลย และล่าสุดมีการเคลื่อนพลของศูนย์ที่เรียกตัวเองว่าเป็นศูนย์ข่าวกรอง และมันน่าจะเกี่ยวกับการข่าวออกจากทุกเมืองไปรวมตัวกันที่ไหนนั้นเราเองก็ไม่สามารถทราบได้เช่นกัน”

“ผลสรุปก็คือการกระทำของสมาคมนักฆ่านั้น เราไม่สามารถที่จะตอบสอบวัตถุประสงค์ของพวกเขาได้เลยภายใต้การนำของหัวหน้าสมาคมคนใหม่ เราก็ไม่สามารถระบุตัวตนของเขาได้เช่นกัน และไหนจะยังทำให้อาณาจักรของเราสุ่มเสี่ยงต่อภาวะสงครามกับอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอนที่เราทำสัญญาสงบศึกมาได้แล้วถึง 5 ปีด้วยกัน”

“เราได้ทำข้อตกลงอะไรบางอย่างกับเจ้าชายอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอน เรื่องการกำจัดสมาคมนักฆ่า เพื่อเลี่ยงต่อการยกกำลังพลของพวกเขามาภายในอาณาจักร และหากทางเราจัดการสมาคมนักฆ่าไม่ได้น่าจะเป็นเรื่องที่ยุ่งๆพอตัวเลย”การเล่าเรื่องของพระราชา และท่านเสนาซ้ายที่สลับกันกล่าว มันกินเวลาไปนานพอสมควร โดยที่ทั้งสี่คนที่เหลือฟัง และพิจารณาออกมาได้หลายประเด็น

“แล้วที่เรียกพวกข้ามา พวกท่านต้องการจะให้พวกข้ามาทำอะไรอย่างนั้นรึ.. คงไม่ใช่ว่าเรียกมาเพราะว่าต้องการเล่านิทานเรื่องนี้ให้ฟังหรอกนะ” ผู้นำสมาคมนักดาบคนปัจจุบัน ‘เคน’ เอ่ยกล่าวออกมา ในท่าทางที่กอดอกอยู่ ข้างๆกายของเขามีอาวุธคู่ใจเป็นดาบสองมือขนาดใหญ่พอตัว ดูจากที่เขาพูดออกมานั้น เขามีความคิดที่แตกต่างจากผู้อื่นเล็กน้อย

“เจ้าไม่รู้หรือยังไงว่ามันเป็นภัยกับเรามากขนาดไหน ... อาวุธนั้นถึงความสามารถมันจะยังไม่เป็นที่ชัดเจน แต่มันก็สามารถฆ่าคนได้เป็นหมื่นๆในวันเดียว แถมยังไม่พอพวกมันยังใช้จำนวนคนที่น้อยมาก แล้วเรื่องนี้เจ้ายังคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กอยู่ไหมล่ะ หากพวกมันบุกสมาคมนักดาบของเจ้า” ตาแก่ผู้หนึ่งเอ่ยกล่าวออกมา เขาคือผู้นำสมาคมเวทย์มนต์ ‘เซโร่’ เอ่ยกล่าวออกมาอย่างหัวเสียกับความคิดที่ไม่ทันคนของเด็กๆรุ่นใหม่

“เรื่องนี้ข้าขอไม่ออกความเห็นก็แล้วกันเจ้าค่ะ” ผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม เธอเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมนักผจญภัย และยังเป็นหนึ่งในสามของผู้กล้าในตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้เรื่องราวการปราบจอมมารของเธอ และพรรคพวกจะผ่านได้เพียงแค่ 8 ปี แต่เธอก็ยังสวย และสาวด้วยวัยเพียง 30 ปีเท่านั้น เธอกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจเช่นกัน และนามของเธอคือ ‘ไวโอเล็ต’ 

จริงๆแล้วเธอไม่อยากจะทำอะไรมากนัก หลังจากที่สูญเสียพรรคพวกคนสำคัญในการกำจัดจอมมารตัวนั้น เธอยังคิดสนับสนุนอาวุธชิ้นนั้นเสียด้วยซ้ำ เพราะเธอสนใจแค่การแก้แค้นเพียงเท่านั้นในตอนนี้ ถ้าหากลองพูดคุยกับพวกนักฆ่าดีๆ มันก็น่าจะมีทางที่คนนอกสมาคมอย่างพวกเธอสามารถใช้งานมันได้เช่นกัน และเธอก็จะใช้มันในการกำจัดราชาปีศาจ และจอมมาร ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เราได้แต่ผนึกมันในทุกๆสิบปีเพียงเท่านั้น

“ก็จริงอย่างที่เจ้าว่ามาแล้ว ไวโอเล็ต เรื่องนี้เราไม่ควรยุ่ง... แต่ถ้าหากพวกมันกล้ามาหาข้าที่สมาคมนักดาบ และทำร้ายคนของข้า พวกมันจะได้เจอดีอย่างแน่นอน” เคนกล่าวเห็นด้วย เพราะตอนนี้มันก็เป็นเรื่องเล็ก ที่ไม่ได้เกี่ยวกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้องประชุมนี้ ตามด้วยไวโอเล็ตที่เดินตามออกมาติดๆ

พระราชาที่เห็นท่าไม่ดีแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไง เขามองไปที่เสนาคนสนิทว่าความจะทำอย่างไรดี เสนาซ้ายได้แต่ยิ้มออกมา แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไร เหมือนว่าเขามีแผนแล้วในใจ และนั่นทำให้พระราชายิ้มตามออกอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ในขณะเดียวกันที่ฌอนกำลังฝึกศูนย์ข่าวกรอง และศูนย์ลับอยู่นั้นเอง ข่าวก็ถูกแจ้งมาอย่างชัดเจนว่ามีการประชุมลับกันเกิดขึ้น เขาไม่ได้วางใจเรื่องการข่าวเลยแม้แต่น้อย ฌอนให้ความสำคัญมันเป็นอันดับต้นๆเลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นเขาจะมานั่งฝึกศูนย์พวกนี้ด้วยตัวเองทำไม และคนที่ส่งข่าวเข้ามาคือพวกหน่วยเร้นเงาที่ทำหน้าที่แทนศูนย์ข่าวกรองชั่วคราว

ใบหน้าของฌอนในเวลานี้ เขารู้สึกไปในทิศทางที่หลากหลาย และดูเหมือนว่าเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างเหมือนกัน

“สมาคมการค้า สมาคมเวทย์มนต์ เข้าร่วมกับราชวงศ์แล้วเต็มตัว ส่วนสมาคมนักดาบ และสมาคมนักผจญภัยยังเป็นกลางขอรับ” เขาถอดรหัสออกมา และมันสามารถแปลได้ดังนี้ หลังจากที่เห็นข้อความนั้น ฌอนได้คิดอะไรบางอย่างอยู่สักพัก ก่อนจะยิ้มออกมาเช่นกัน

           

ภายในห้องประชุมลับ เสนาซ้ายกล่าวออกมา

“เราจะส่งภารกิจในสมาคมนักฆ่ารับงานฆ่าคนของสมาคมนักดาบ”

แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ฌอนก็พิมพ์ออกคำสั่งเช่นกัน

“ให้ศูนย์ภารกิจรับงานฆ่าคนของสมาคมนักดาบ และสมาคมนักผจญภัยทั้งหมด.... แต่ไม่ต้องทำ”

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว