ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 ลูกฉันหรือเปล่า 80%

ชื่อตอน : บทที่ 1 ลูกฉันหรือเปล่า 80%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2563 00:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ลูกฉันหรือเปล่า 80%
แบบอักษร

บทที่ 1  ลูกฉันหรือเปล่า 80% 

 

 

*** อัป 60%**** 

บทที่ 1  ลูกฉันหรือเปล่า 

  “ปล่อยฉันลงนะ! ช่วยด้วย! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!” เธอร้องเรียกชายคนหนึ่งที่กำลังจะเปิดประตูรถขึ้นไป ชายหนุ่มคนนั้นมองมาที่เธออย่างกล้าๆ เกรงๆ 

สิปปกรส่ายหัวให้คนที่อยู่บนบ่า ขนาดหัวห้อยต่องแต่งอยู่ข้างหลังยังไม่สิ้นฤทธิ์อีก เขาหันไปมองชายผู้นั้นบ้าง ดวงตาคู่คมทอดมองไปอย่างไร้ความปรานี 

“อย่ามายุ่งเรื่องผัวเมีย!” บอกเร็วๆ แล้วเดินหนีสายตาคนมอง ในขณะที่บนบ่านั้น... 

“กรี๊ดดด ไอ้บ้านี่! ใครเป็นเมียแกฮะ ปล่อยฉันลงนะโว้ยยย!!!”  

ชายหนุ่มไม่แยแสต่อเสียงของณัฐนรี เขาแบกหล่อนไปยังรถที่จอดอยู่ ก่อนจะเปิดประตูแล้วยัดหล่อนเข้าไป แน่นอนว่าจัดการล็อกประตูทุกด้านมิให้แม่ตัวแสบเปิดออกไปได้ง่ายๆ รถคันเก่งของเขาน้องสาวแอบฉกไปขับเมื่อเช้า เขาเลยต้องจำใจนั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน ก่อนหน้านั้นก็สั่งให้ผู้ช่วยแวะไปที่ห้างสรรพสินค้าที่น้องสาวดูแลอยู่ ให้ผู้ช่วยไปขับเอารถเขา และให้เจ้าตัวขับรถมาส่งให้ถึงที่นี่ น่าดีใจที่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็กำลังใช้ประโยชน์จากมัน 

“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!” 

สิบปกรไม่แยแสคำกล่าวนั้น “คาดเข็มขัดซะ เราต้องหาที่คุยกัน” เขาสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำ อย่างคนที่กำลังระงับความโกรธ หากหล่อนยอมคุยกับเขาดีๆ ป่านนี้เราอาจจะตกลงกันได้แล้ว 

“ฉันไม่คุย!” ณัฐนรียืนกราน ดวงตาคู่คมของเขามองปราดมา แต่เธอยังคอแข็งเชิดใส่ ต่อหน้าคนที่มีอำนาจเหนือกว่า หากเธอหงอให้เห็น หากเธออ่อนแอไรทางสู้ คนพวกนี้ก็จะหาทางรังแกเธอน่ะสิ ไม่มีทางหรอก ต่อให้เธอสู้ไม่ได้ เธอก็ต้องสู้ “ฉันไม่ใช่คนที่คุณคิด คุณกำลังเข้าใจผิด” 

พอหล่อนแก้ตัวอย่างนั้น คนฉลาดอย่างสิปปกรก็ได้ขอประเป๋าใบน้อยที่หล่อนสะพายอยู่ และพอหล่อนไม่แสดงความเต็มใจในการมอบมันให้เขา เขาเลยต้องใช้กำลังแย่งยื้อ สายหนังของกระเป๋าสะพายแบบผู้หญิง ถูกดึงด้วยมือใหญ่ของสิปปกร หล่อนดิ้นแรง ไม่ยอมท่าเดียว จนสุดท้ายอุบัติเหตุเล็กๆ ก็เกิดขึ้น 

แควก!!! 

“อ๊ายยย!!! ไอ้คนสารเลว!” ณัฐนรีแหกปากด่าอีกรอบหนึ่ง เมื่อมือของเขามิได้คว้าเอาเพียงสายกระเป๋าบนบ่าเธอ แต่ยังคว้าเอาแขนเสื้อทรงตุ๊กตาของเธอไปด้วย แน่นอนว่าชุดสวยที่เพิ่งกัดฟันซื้อหามาเพื่อใส่ทำงาน แขนเสื้อขาดวิ่นจนโชว์หัวไหล่เปล่าเปลือยให้เขาได้จ้องมอง 

สิปปกรอ้าปากค้างอยู่ รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำเสื้อหล่อนขาด แต่ก็ดันใคร่รู้ว่าหัวไหล่ขาวเนียนที่เห็นอยู่ มันจะนุ่มลื่นเพียงใดยามได้แตะต้องสัมผัส โอ...ไม่ได้สิ เขาเคยแตะต้องหล่อนแล้วนี่ ช่างเป็นการแตะต้องที่มีค่ามีราคาเหลือเกิน 

“ถ้าด่าอีกคำ ฉันจะพิสูจน์ความเลวของฉันให้เธอรู้” ขู่หล่อนด้วยประโยคนั้น และน่าดีใจไหมเล่าที่แม่ตัวดียอมเม้มปากแน่น ไม่ยอมเอ่ยสิ่งใด เขาดึงเอากระเป๋าหล่อนมาครอบครองได้ และยอมสละเสื้อนอกที่สวมอยู่ ถอดมันออกแล้วโยนใส่ตักแม่คนขี้โวยวาย “ใส่สิ ถ้าไม่ใส่ ฉันจะถือว่าเธอตั้งใจอ่อยฉันนะ” 

“อ่อยเชี่ยอะไรยะ!” ณัฐนรีสบถแล้วดึงเสื้อสูทของเขาคลุมบ่าให้ไว ไม่ได้นึกขอบคุณเขาสักนิด จะขอบคุณทำไมเล่า ก็เป็นเขานี่ที่ทำเสื้อเธอขาด 

สิปปกรเม้มปากเม้มแล้วเม้มอีก พ่นลมหายใจแรงร้อนอย่างอดทนอดกลั้น ตั้งแต่เกิดมา คงมีแต่หล่อนกระมังที่ทำให้เขาโมโหโกรธาได้มากถึงเพียงนี้ ชีวิตแสนธรรมดาของเขาวุ่นวายเพราะหล่อนแท้ๆ เชียว 

มือแกร่งถือวิสาสะเปิดประเป๋าของณัฐนรี เขาไม่สนเครื่องสำอางน้อยชิ้นกับซองขาวในกระเป๋า เขาสนเพียงบัตรประชาชนเท่านั้น และก็ได้ยิ้มเยาะสะใจ เมื่อดึงมันมาเทียบกับใบหน้าของคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ แล้วพบว่าคือคนคนเดียวกัน 

“ณัฐนรี สหพงษ์ ใช่เธอจริงๆ ด้วย” 

“คนชื่อเดียวกัน นามสกุลเดียวกันมีเยอะแยะไป” 

“อย่ามาเล่นลิ้น มีณัฐนรีคนนี้คนเดียวนั่นแหละที่ขโมยเงินฉันไป” 

ริมฝีปากงามถูกเจ้าของกัดเม้มจนซีดขาว เธอไร้คำจะโต้แย้ง สมองกำลังคิดหาทางออกที่ดีที่สุด 

เวลาเดียวกับที่ณัฐนรีกำลังครุ่นคิด ดวงตาของสิปปกรก็เอาแต่จ้องริมฝีปากคู่งาม สีชมพูระเรื่อนั่นไม่รู้ว่าเพราะลิปสติก หรือเพราะสีผิวของหล่อนกันที่ทำให้มันน่าจูบถึงเพียงนั้น มิใช่ว่าไม่เคยได้ใกล้ชิดผู้หญิง แต่กับผู้หญิงที่เขาไม่สนิทด้วย มันรู้สึกประหลาดพิกลที่เขาดันนึกชื่นชม นึกอยากจะลอง...จูบหล่อนสักครั้ง 

“เอากระเป๋าฉันมา” เธอเอื้อมมือคว้า แต่เขาหายอมไม่  

“คุณก็ดูรวยนี่ แค่เงินสี่ซ้าห้าแสนหายไปจากบัญชีคงไม่เดือดร้อนหรอก” 

“ไม่เลย ไม่เดือดร้อน แค่รู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ ทิ่มใจให้เจ็บมาตลอดห้าปีแค่นั้นเอง เธอไม่รู้หรอกว่าฉันพิศวาสเธอแค่ไหน ฉันแทบจะแช่งชักหักกระดูกเธอทุกลมหายใจเข้าออกทีเดียว เธอมันจอมลวงโลก ผู้หญิงอย่างว่า ไร้ราคาและเห็นแก่เงิน!” 

เผียะ! 

หนึ่งตบของณัฐนรีทำเอาสิปปกรหน้าหัน เขาครางเบาๆ เมื่อมือน้อยแต่ฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่ทำเอาแก้มซ้ายเขาชาไปหมด เขาโยนกระเป๋าหล่อนไปข้างหลังอย่างกระแทกกระทั้น ก่อนจะดึงเอาสาบเสื้อสูทที่หล่อนสวมอยู่ รั้งร่างหล่อนเข้าหา ดูหล่อนสิ จ้องมองมาราวกับอาฆาตนักหนา เป็นเขาสิ เป็นเขาต่างหากที่ควรจ้องมองหล่อนด้วยสายตาเช่นนั้น 

“เห็นว่าใจดีเอาเสื้อให้ใส่ แล้วฉันจะไม่ร้ายกับเธอเหรอ รู้ไหมว่าในชีวิตนี้มีผู้หญิงแค่คนเดียวที่กล้าตบฉัน นั่นคือเธอ มันเป็นยังไงล่ะณัฐนรี มันอยากตบมากใช่ไหม! 

“เออ! ปากหมาๆ อย่างนี้ สมควรโดนแล้ว....อื้อ...” 

สองมือของณัฐนรี ผลักอกเขารัวๆ แต่หาได้สัมฤทธิ์ผล ร่างเธอถูกรั้งเข้าหาเขา ให้เขาได้กอดเต็มอ้อมแขน ในขณะที่ริมฝีปากถูกเขาบดจูบลงมา จูบลงทัณฑ์จากคนชั่วช้าที่เธอบังอาจไปต่อกร เรียวลิ้นที่กระหวัดรัดรึงรสชาติช่างแปลกใหม่ มันตื่นเต้นเกรงกลัวจนใจสั่นไหว แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าช่างเยี่ยมยอดเหลือเกิน ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยถูกจูบ เธอมีแฟนแล้ว เคยจูบกับแฟนก็หลายหน แต่ไม่เคยมีหนใดที่ทำให้เส้นขนบนร่างลุกซู่เช่นนี้ ดูเอาเถิด เขาจูบเอา...จูบเอา ดูดชิมลิ้นเธอซ้ำๆ ไม่เผื่อจังหวะให้เธอได้หายใจแม้แต่นิดเดียว 

“แฮ่กๆ แฮ่กๆ”  

สิปปกรผลักร่างแม่คนปากดีออกห่าง ไม่เช่นนั้นเขาคงได้เปลี่ยนรถยนต์ให้กลายเป็นเตียง ให้ตายเถอะ นี่มันหลางวันแสกๆ นะ แถมยังบนรถด้วย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ไม่เคยถูกใจริมฝีปากของใครจนอดใจไม่ไหวอย่างนี้มาก่อน 

สองมือของณัฐนรีกุมสาบเสื้อเข้าหากัน เธอไม่ได้ด่าเขา เธอแค่...กำลังตกใจ ท่ามกลางความตื่นเต้นและเกรงกลัว ยอมรับว่าเธอกำลังหวั่นไหว ริมฝีปากของผู้ชายชั่วร้าย รสจูบที่เขายัดเยียดมาให้ เหตุตุใดจึงหวานเหลือเกิน  

ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจของณัฐนรี เธอยอมให้ผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่แฟน จูบเอาๆ ได้อย่างไร! 

“ถือเสียว่า...จูบนั่นคือดอกเบี้ยจากเงินที่เธอขโมยไปก็แล้วกัน” 

“ไม่น่าเลย...” 

“ไม่น่าอะไร ไม่น่าขโมยเงินฉันล่ะสิ” 

“ไม่น่าเอาแค่ห้าแสน น่าจะเอาให้เกลี้ยงบัญชี” 

คำตอบของณัฐนรีกำลังทำสิปปกรอึ้ง กระทั่งในที่สุด เขาก็เผลอหัวเราะออกมา แม่คนนี้...ใจคอจะยอมแพ้ไม่เป็นบ้างหรืออย่างไร ยอมเขาบ้างก็ได้นะ เห็นๆ กันอยู่ว่าเขาได้เปรียบ 

 

 

 

 

 

** 

*************  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว