ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 ลูกฉันหรือเปล่า 20%

ชื่อตอน : บทที่ 1 ลูกฉันหรือเปล่า 20%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2563 20:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ลูกฉันหรือเปล่า 20%
แบบอักษร

บทที่ 1 ลูกสาวฉันหรือเปล่า 20%

 

 

 

 

 

*** อัป 60%****

 

บทที่ 1 ลูกสาวฉันหรือเปล่า

 

ภายในสถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ที่แออัดไปด้วยผู้คน ณัฐนรี สหพงษ์ หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ในชุดเดรสสั้นกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อน เดินฝ่าผู้คนไปด้วยความเร่งรีบ เธอสายมากแล้วสำหรับงานสำคัญในวันนี้ เสียงจ้อกแจ้กจอแจที่ดังอยู่รอบกาย ยิ่งเร้าสองขาเธอให้ก้าวเดิน โทรศัพท์ในมือสั่นแรงคราแล้วคราเล่า เมื่อหัวหน้าของเธอส่งข้อความมาเร่งซ้ำๆ เธอควรถึงหน้างานก่อนเก้าโมง ควรไปถึง ก่อนที่ขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวจะมา

 

ทุกอย่างคงดูปกติ หากว่าณัฐนรี จะไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสาวที่กำลังจะไปงานแต่ง แต่มีบางอย่างห้อยอยู่ข้างหลัง แม่หนูน้อยในชุดหมีสีชีชมพู เกาะหลังเธอแจเมื่อการก้าวเดินทำให้แม่หนูเกรงกลัวว่าจะตกลงไป

 

“เรนนี่จะตกไหมคะ!”

 

“ไม่ตกจ้า เกาะแน่นๆ สิจ๊ะสาวน้อย” บอกคนบนหลังแล้วเดินแทรกผู้คนอีกนิดเพื่อไปยืนอยู่ด้านหน้าสุด เอาแบบชนิดที่ว่าหากรถไฟฟ้ามาจอดตรงหน้า เธอจะสามารถก้าวขึ้นไปได้ก่อนใคร แม่หนูน้อยที่อยู่บนหลังดิ้นแรงจะลงให้ได้ เธอเลยต้องดึงแม่หนูลงมายืนข้างกัน

 

“วันนี้อย่ามารับสายนะ เรนนี่ไม่อยากเจอลุงกฤติ”

 

“รู้แล้วน่า รับรองวันนี้ไม่สาย มาเร็วเข้า” ณัฐนรีจูงแม่หนูเข้าไปในรถไฟฟ้า แลหาที่นั่งว่างๆ แล้วนั่งลงไป และก็เป็นเช่นทุกคราวที่สายตาผู้คนต่างมองมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่เธอไม่สน เธอคงดูเด็กเกินไปที่จะมีลูกอายุสี่ขวบ แต่ใครสนล่ะ เธอไม่แคร์อะไรทั้งนั้น

 

สองมือของณัฐนรี เกล้าผมของแม่หน.เรนนี่ขึ้นมัดจุกจนเรียบร้อย วันนี้ก็เป้นเพียงวันหนึ่งที่แสนเร่งรีบ วันที่สองมือของเธอต้องเร่งหาเงินเพื่อมาจุนเจือสองชีวิตที่เหลืออยู่ เธอไม่สนสายตาคนที่มองมาหรอกนะ ไม่มีใครมาหาเงินให้ใช้นี่ แล้วจะสนทำไม

 

“ไปหาแม่ปริมต้องทำตัวยังไงคะ”

 

“ไม้ดื้อไม่ซน ไม่ร้องไห้ค่า” แม่หนูวัยสี่ขวบเศษ ตอบเสียงดังฟังชัด ตาโตๆ กับแก้มป่องๆ ของแม่หนู ชวนให้ผู้คนรอบข้างหันมองด้วยความเอ็นดู

 

“ดีมากจ้ะ” เธอยิ้มให้แม่หนูที่ช่างจ้อเจรจา เรนนี่พูดจาฉะฉาน พูดชัดตั้งแต่สามขวบเศษๆ เลยก็ว่าได้ พวกเธอกำลังจะไปหาแม่ปริมหรือปานวาด ซึ่งเป็นเหมือนญาติหนึ่งเดียวที่เธอมี หากวันไหนโชคดีที่เธอมีงานและปานวาดว่าง เจ้าตัวมักอาสาให้เธอเอาเรนนี่ไปฝากไว้ที่บ้านได้ ก็ไม่ได้อยากรบกวนจนเกินไป แต่การได้ฝากเรนนี่ไว้กับคนที่รักแกจริงๆ ก็ทำให้เธอหายห่วง แม้ว่าสามีของพี่ปริมจะไม่ค่อยชอบเด็กก็ตาม

 

ความจริงแล้ว เธอแอบแช่งให้พวกเขาเลิกๆ กันไปเสีย พี่ปริมนั้นดีแสนดี ขยันทำมาหากิน ในขณะที่สามีของหล่อนตรงกันข้าม รายนั้นถ้าไม่เมาหัวราน้ำ หรือเงินหมด ก็คงไม่กลับบ้านง่ายๆ หลายครั้งหลายคราที่เธอเห็นปานวาดถูกทำร้ายร่างกาย เธอช่วยได้เท่าที่ช่วย ถึงกับเคยโดนลูกหลงเข้าก็มี ทุกวันนี้เธอเลยพยายามเลี่ยงที่จะไม่ให้เจอกับสามีของพี่เขา ก็ได้แต่ภาวนาให้เจ้าหล่อนก้าวออกมาจากจุดนั้นไวๆ จุดที่เป็นเหมือนหลุมดำของชีวิต หากปานวาดคิดได้สักนิด มีกำลังใจสักหน่อยก็คงสามารถตัดขาดจากสามีได้ เธอยินดีเสมอนะ หากปานวาดจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน บ้านหลังเล็กๆ ของเธอคงได้ครึกครื้น หากพี่ปริมมาอยู่ด้วยกัน

 

สิบนาทีถัดมา รถไฟฟ้าก็ถึงที่หมาย เธอลุกยืน จับข้อมือแม่ตัวเล็กไว้ เตรียมพร้อมสำหรับการก้าวออกไป และเมื่อรถไฟขบวนงามจอดสนิท ผู้คนก็ทยอยก้าวออกไป ทุกอย่างคงปกติดี หากว่าไม่มีมือของใครคนหนึ่งยื่นมาจับข้อมือเธอไว้

 

“ณัฐนรี?”

 

ถึงเสียงเขาจะทุ้มน่าฟัง แต่เจ้าของชื่อกลับไม่ยินดี ณัฐนรีตื่นตระหนก ไม่เข้าใจว่าผู้ชายคนนี้จะทำอะไร เขาจับข้อมือเธอแน่น หน้านิ่วคิ้วขมวด ดวงตานั้นราวกับจะฆ่าเธออย่างไรอย่างนั้น

 

“จะทำอะไร ปล่อยนะ! ฉันไม่รู้จักคุณ”

 

“อย่ามาโกหก มองฉันดีๆ สิ แล้วเธอจะรู้ว่าฉันเป็นใคร หรือจะให้ฉันเตือนความจำด้วยเงินห้าแสนที่เธอขโมยไปดีล่ะ”

 

หญิงสาวตาเบิกโต หัวใจในอกเต้นระรัว เธอเข้าใจแล้วว่าผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้านี้คือใครกัน แต่ว่า...ทำไมต้องมาเจอเขาที่นี่เวลานี้ด้วย แล้วดูนั่นสิ สายตาของผู้คนที่มองมา ราวกับว่าเธอเป็นนางโจรชั้นเลวอย่างไรอย่างนั้น เธอเปล่านะ เธอเปล่า!

 

ตุ้บ!

 

“โอ๊ย!?” แม่หนูตัวเล็กถูกผู้คนเดินเบียดจนล้มลง ณัฐนรีรีบคว้าเอาแขนเล็กๆ ของแม่หนู ดึงเจ้าตัวมาอุ้มไว้ ในขณะที่ผู้ชายคนนั้นจ้องมาที่เธอไม่วางตา เหมือนว่าโลหิตในร่างกำลังถูกสุบออก เพราะเพียงแค่เขาจ้องมอง

 

“อย่าบอกนะว่าเด็กนั่น?”

 

ณัฐนรีไม่ตอบโต้ พอได้จังหวะก็รีบก้าวขาออกไป เธอรีบดึงร่างแม่หนูขึ้นแผ่นหลัง ก่อนจะวิ่งฝ่าผู้คนไปด้วยความเร็วเท่าที่จะทำได้ ไม่สนว่าชุดสวยจะยับย่น ไม่สนว่าผู้คนที่เธอเดินชนจะเจ็บปวดร่างกาย สิ่งเดียวที่เธอทำได้ คือวิ่งไปให้เร็วที่สุด ไปให้ไวไม่ให้ผู้ชายคนนั้นตามทัน

 

เวลาเดียวกันนั้น สิปปกร ธันยวีย์ บุรุษรูปงามวัยยี่สิบแปดปี ผู้มีโครงหน้าหล่อเหลาอย่างไทยแท้ แต่ร่างกายสูงใหญ่ราวกับบุรุษเลือดผสม เขาวิ่งฝ่าผู้คนออกมา และทันได้เห็นแม่ตัวแสบในชุดสีชมพูฟูฟ่องอยู่ไกลๆ เขาตามเจ้าหล่อนไป ตามติดแบบมิให้คลาดสายตา ในขณะที่มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์มาต่อสายหาเพื่อนรัก เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี มันทั้งโกรธ ทั้งตกใจ ทั้ง...ให้ตายเถอะ! เขาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้อย่างไร

 

‘ว่าไง ไอ้สอง โทรมาทำไมแต่เช้าวะ’

 

“ฉันเจอแล้ว” 

 

‘เจออะไร’

 

“เด็กคนนั้นที่ทะเลเมื่อห้าปีก่อน”

 

‘หา!?’

 

‘หมายความว่าไง แล้วนี่แกอยู่ไหน’

 

“รถไฟฟ้า กำลังตามไป โอ...ให้ตายเถอะไอ้วิน ผู้หญิงคนนั้นมีเด็กมาด้วย”

 

‘หา!? แกคงไม่ได้คิดว่า...’

 

“คิดสิ! ฉันคิดไปแล้ว”

 

‘ไอ้สอง!?’

 

“ฉันกำลังจะขึ้นแท็กซี่ตามเด็กนั่นไป วันนี้คงไปไม่ทันนัด แกคุยกับทีมงานฉันเลยก็แล้วกัน”

 

‘เออๆ เรื่องงานฉันจัดการเอง แกจัดการเรื่องแกให้เรียบร้อยเถอะ’

 

“ไว้เจอกัน ขอบใจมากเพื่อน” กล่าวขอบคุณเพื่อนรักแล้วก้าวขึ้นรถแท็กซี่ให้ไว เป้าหมายที่ที่เอ่ยปากบอกลุงคนขับไป คือขับอย่างไรให้ได้ ไอ้รถคันข้างหน้าให้ทัน

 

“ตามไปเลยครับ คันนั้น! ทะเบียน 1670 รีบไปเลยครับลุง” 

 

 

 

 

**

 

************* 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว