email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : การจากลา

คำค้น : คู่กัด คู่รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2564 06:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การจากลา
แบบอักษร

@มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง

               “เฮ้อ!! โล่งอก สอบเสร็จซักที นี่พวกแกซัมเมอร์นี้ไปเที่ยวกันมั๊ย”ทับทิมเอ่ยชวน

               “ฉันไม่ได้ไปหรอแก ป๊ากับม๊าให้ฉันกลับบ้าน”เมษาพูดอย่างเซ็งๆ

               “ส่วนฉัน ไปฮันนิมูนกับโจ เพราะโจจะเดินทางกลับไทย”นนนี่ยิ้มแก้มปริ เพราะแฟนหนุ่มกำลังจะเดินทางกลับ

               “แหม!!อิจ..ย่ะ อิจ” ทับทิมเบะปากอย่างนึกหมั่นไส้

               “อ้าว! แล้วนังนี่เป็นอะไรเนี่ย ลืมวิญญาณเอาไว้ที่ห้องสอบหรือไง นังปราย” นนนี่ไม่วายแขวะเพื่อนเมื่อเห็นปรายฟ้านั่งหน้านิ่ง เหมือนคิดอะไรบางอย่าง

               “อะไร!! อยู่ใกล้แค่นี้จะตะโกนเพื่อ?” ปรายฟ้าปรายตามองนนนี่ด้วยใบหน้างอง้ำ

               “แล้วแกเป็นอะไรล่ะ ทำหน้ายังกับคนท้องผูกไม่ถ่ายมา7-8 วัน” เมษาตั้งข้อสงสัย

               “เปล่า” ปรายฟ้าปฏิเสธเสียงเรียบ

               “อย่ามาปากแข็ง ถ้าให้ฉันเดานะเรื่องพี่เขตใช่มั๊ย”

               “เกี่ยวอะไรกับพี่เขต” ปรายฟ้าปฏิเสธ

               “ถ้าไม่ใช่พี่เขต แกจะมานั่งเป็นหมาหงอยแบบนี้หรอย่ะ เออ...ว่าก็ว่าเถอะ ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นพี่เขตที่มหาลัยเลยอ่ะ”นนนี่กระแหนะกระแหนก่อนตั้งข้อสังเกต

               “เขาเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศ”ปรายฟ้าตอบคำถามของเพื่อนเสียงเรียบ

               “อ๋อ นี่คือเหตุผลของสภาพแกในตอนนี้ใช่มั๊ย ยัยปราย”เมษาผลักศรีษะเพื่อนสาวเบาๆ

               “ไร้สาระน่า” ปรายฟ้าถอนหายใจเฮือก

               “นังปากแข็ง ถ้าฉันเป็นแกนะฉันไปหาซื้ออะไรที่เป็นของที่ระลึก หรือทำอะไรที่เป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆ เพื่อให้เขาติดตัวไป เขาจะได้คิดถึงเราเวลาที่เห็นมัน” ทับทิมเสนอ ปรายฟ้านั่งนิ่งคิดตาม

               “เขาคงไม่อยากได้มันหรอก” ปรายฟ้ามองไปข้างหน้าด้วยใบหน้าหมองเศร้า

               “แกเป็นคนขี้ขลาดตั้งแต่เมื่อไหร่ยัยปราย ไม่ลองแล้วแกจะรู้หรอ ฉันรู้นะยะว่าแกรู้สึกดีกับพี่เขต”เมษาพูดขึ้น

               “แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง วิ่งไปร้องไห้คร่ำครวญขอร้องให้เขาอยู่หรอ” ปรายฟ้าระบายออกมา

               “แล้วพี่เขตจะไปเมื่อไหร่” นนนี่ถามบ้าง

               “ฉันไม่รู้” ปรายฟ้าทำเสียงหมดอาลัยตายยาก

               “นังโง่!!! ไม่รู้ก็ถามซิ”นนนี่ด่าเข้าให้

               “ถามให้เขาหัวเราะเยาะฉันหรอ ฉันไม่ถามหรอก”ปรายฟ้าค้อนขวับเบาๆ

               “แกก็ถามพ่อกับแม่แกซิ ท่านต้องรู้อยู่แล้วล่ะ ว่าเขาเดินทางวันไหน ลองทำตามความรู้สึกของแก ตอนนี้ แกไม่ต้องมาวางฟอร์มว่าไม่ชอบขี้หน้าพี่เขตเลย แค่นี้พวกฉันก็มองออกแล้วว่าแกคิดยังไงกับพี่เขต ลองทำตามความรู้สึกแกอีกครั้งซิ” เมษาตบบ่าเพื่อนเบาๆ

               @บ้านอมรพันธุ์

               “ขนอะไรมาเยอะแยะลูก หนูปราย” คุณหญิงสาลินีทักร่างเล็กที่หิ้วข้าวของพะรุงพะรังเดินเข้ามาในบ้าน

               “พวกหนังสือแล้วก็ของใช้ส่วนตัวคะคุณแม่”ปรายฟ้าส่งยิ้มให้มารดา

               “วันมะรืนนี้พี่เขตเขาจะบินไปอังกฤษแล้วนะ หนูจะไปส่งพี่เขามั๊ย”คุณหญิงสาลินีถามขึ้น ปรายฟ้าหูผึ่ง

‘มะรืนนี้งั้นหรอ ทำไมเร็วจัง แล้วเราจะทำทันมั๊ยเนี่ย’ ปรายฟ้าคิดในใจ

               “หนูปราย หนูปรายลูก เป็นอะไรอ่ะ หือ แม่เรียกตั้งหลายครั้ง”คุณหญิงสาลินีเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

               “เปล่าค่ะคุณแม่ ปลายไม่แน่ใจค่ะว่าจะว่างหรือเปล่า ถ้าปลายไม่ว่างรบกวนคุณแม่ไปส่งแทนนะคะ เดี๋ยวปรายขอตัวเอาของไปเก็บก่อนนะคะคุณแม่” ร่างปรายรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้าน พลางเอาของที่เธอซื้อมา มีทั้งหนังสือสอนการถักผ้าพันคอ  ไหมพรมสีน้ำตาล บล็อกไม้ถักผ้าพันคอ หญิงสาวเปิดดูวิธีทำ ในหนังสือก่อนที่จะค่อยๆทำตามแบบ ด้วยการที่เธอไม่ชำนาญ ทำให้ออกมาบิดๆเบี้ยวๆ หญิงสาวแกะทำใหม่อยู่หลายครั้ง เธอทุ่มเทเวลาและตั้งใจกับผ้าพันคอผืนนี้มาก เธอทำทั้งวันทั้งคืน แทบที่จะไม่ได้พัก จนดวงตาหญิงสาวล้าแทบจะไม่ไหว แต่เธอก็กัดฟันถักจนเสร็จ แล้วมองผลงานตัวเองอย่างภูมิใจ ที่คุณหนูอย่างเธอสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ ก่อนจะค่อยๆพับผ้าพันคอสีน้ำตาลใส่บรรจุลงในกล่องกระดาษพร้อมผูกด้วยโบว์สีสวย

               “ปรายจะลองทำตามความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง ปรายต้องเอาพี่เขตคนเดิมของปรายกลับมาให้ได้”ปรายฟ้ากระชับอ้อมแขนกอดกล่องกระดาษที่บรรจุผ้าพันคอฝีมือเธอแน่นพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะล้มตัวลงอย่างเหนื่อยล้า แล้วผล็อยหลับลงไปในที่สุด

               @สนามบินสุวรรณภูมิ

               “ไปถึงนู้นก็รีบทักมาบอกแม่นะลูก”พราวพิศโอบกอดลูกชายไว้แน่น

               “ครับคุณแม่ คุณพ่อก็ดูแลคุณแม่ด้วยนะครับ” เขตแดนบอกผู้เป็นพ่อ แต่สายตาคู่คมกลับสอดส่ายหาใครคนหนึ่ง ที่ไม่มีแม้แต่วี่แววอย่างนึกน้อยใจ

               ‘ใจร้าย ขนาดพี่จะไปยังไม่คิดที่จะมาส่งกันเลยนะปรายฟ้า’ เขตแดนคิดอย่างน้อยใจ

               “ตาเขต พิศ พี่วิทย์”เสียงคุณหญิงสาลินีดังมาแต่ไกล

               “สวัสดีครับคุณอา”เขตแดนยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนจะมองตามหลังทั้งสองอย่างมีความหวัง

               “น้องไม่ได้มาหรอกลูก อากลัวมาไม่ทันเลยรีบมาก่อนแล้วนี่เครื่องออกกี่โมง”คุณหญิงสาลีนีตอบข้อข้องใจ

               “อีกประมาณ 1ชั่วโมงกับอีก45 นาทีครับคุณอา”เขตแดนยิ้ม

               “งั้นเราไปหาอะไรทานกันก่อนมั๊ย” ท่านอาทิตย์เสนอ

               “ก็ดีเหมือนกันนะลูก”คุณสุวิทย์คล้อยตาม ทั้งห้าเลยพากันไปที่ร้านกาแฟชื่อดัง

               @บ้านอมรพันธ์

               ร่างบางบิดขี้เกียจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเหลือเวลาอีกไม่มากที่ชายหนุ่มจะต้องไป

               “ฉิบหาย เผลอหลับไปได้ไงเนี่ย ยัยปรายนะยัยปราย จะทันมั๊ยเนี่ย”ปรายฟ้ารีบวิ่งลงมาจากบ้านก่อนจะขับรถออกไปด้วยความเร็ว สายตาคู่สวยมองเวลาบนหน้าปัดด้วยความกระวนกระวายใจ ก่อนจะปรายตามองถุงของขวัญที่อยู่ตรงเบาะข้างคนขับอย่างลุ้นระทึก

               “พี่เขตอย่าพึ่งไปนะ รอปรายก่อนนะ” ปรายฟ้าบ่นพึมพำแต่ด้วยการจราจรช่วงเย็น ค่อนข้างคับขันทำให้รถขยับได้ทีละนิด ยิ่งทำให้ปรายฟ้าร้อนใจมากทั้งๆที่สนามบินก็อยู่อีกไม่ไกลแต่สภาพท้องถนนที่ไม่เอื้ออำนวย หญิงสาวจึงตัดสินใจหักรถเข้าจอดข้างทางแล้วโบกวินมอร์ไซด์ที่ผ่านมาแทน

               “ไปสนามบิน ด่วนเลยค่ะพี่” ปรายฟ้ากระโดดซ้อนท้ายวินอย่างเร่งด่วน

               @สนามบินสุวรรณภูมิ

               “ผมคงต้องไปก่อนแล้วครับ คุณพ่อคุณแม่ คุณอา ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ” เขตแดนเอ่ยลาญาติผู้ใหญ่ทั้งสี่เมื่อได้ยินเสียงประกาศเรียกผู้โดยสารดังขึ้น

               “ลูกก็ดูแลตัวเองด้วยนะเขต อย่าพาผู้หญิงมาเซอร์ไพร์สแม่นะ”พราวพิศสวมกอดลูกชายแน่นอย่างใจหาย

               “ผมกะจะเอามาฝากซักสองสามคน อดเลยทีนี้” คำพูดทีเล่นทีจริงทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

               “เดินทางปลอดภัยนะตาเขต อย่าลืมคนทางนี้นะ”คุณหญิงสาลินีพูดเป็นนัยๆ

               “ครับผมไปแล้วนะครับคุณอา สวัสดีครับ”เขตแดนรับคำด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันหลัลเดินไป ชายหนุ่มชะงักเมื่อหูเขาได้ยินเสียงเรียกชื่อมาแต่ไกล ดวงตาคู่คมหันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใคร

               “สงสัยหูคงแว่ว เธอคงไม่มา” ชายหนุ่มหันหลังกลับไปดังเดิม

               “พี่เขต อย่าพึ่งไป” เสียงใสดังมาแต่ไกล ทำให้เขตแดนต้องหยุดแล้วหันไปมองอีกครั้ง ภาพของหญิงสาวร่างบางที่วิ่งมาอย่างรวดเร็ว วิ่งตรงมาทางเขา ทำให้ใบหน้าคมยกยิ้มขึ้นอย่างยินดี ปรายฟ้าวิ่งมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม ด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ

               “แฮก!!พี่ แฮก!!พี่เขต”ปรายฟ้าก้มเอามือยันเข่าทั้งสองข้างด้วยสภาพที่เหนื่อยหอบ

               “นี่ ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาเนี่ย สภาพถึงเป็นเอามากอย่างนี้”เขตแดนกระเซ้า

               “เดี๋ยวเถอะ คนอุตส่าห์รีบ กลัวจะไม่ทัน” ปรายฟ้าค้อนขวับ          

               “แล้วทำไมพึ่งมาเอาป่านนี้”เขตแดนถามเสียงนิ่ง

               “แฮะ ปรายเผลอหลับไปน่ะ เลยไม่ทันคุณพ่อกับคุณแม่ แต่ก็มาแล้วไง  เอานี่” หญิงสาวส่งยิ้มแหยๆมาให้ ก่อนจะยื่นกล่องของขวัญไปให้ชายหนุ่ม

               “อะไรหรอ”เขตแดนถามอย่างสนใจ

               “ไปเปิดบนเครื่องนะ”ปรายฟ้าสั่ง เสียงเรียกผู้โดยสารดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

               “โอเค พี่ต้องไปแล้วล่ะ ดูแลตัวเองด้วย อย่าเที่ยวให้มาก โตแล้วนะเราน่ะ”เขตแดนวางมือบนศรีษะหญิงสาวเบาๆ พลางโยกไปมาอย่างเอ็นดู ดวงตาคู่หวานแดงระเรื่อ จนเขตแดนสังเกตได้

               “รู้แล้วน่า ไปได้แล้ว” ปรายฟ้ารีบดันร่างหนาเพราะเธอกลัวน้ำตาที่กลั้นไว้จะไหลลงมาอวดชายหนุ่มให้ถูกหัวเราะเล่น เขตแดนยิ้มเบา

               “พี่ไปนะ” ก่อนจะหันหลังเดินไป ปรายฟ้ามองตามหลังชายหนุ่มที่เดินออกไป ไกลทุกที ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้เหตุผลว่เพราะอะไร

               “พี่เขต” เสียงใสเรียกอีกครั้งชายหนุ่มหันกลับมา

               “หือ ว่าไง” ปรายฟ้ารีบวิ่งเข้าไปยืนใกล้ๆ มองหน้าชายหนุ่มนิ่ง ก่อนจะสวมกอดร่างชายหนุ่มไว้แน่น

               “รีบๆกลับมานะ” เสียงใสสะอื้นออกมาในที่สุด ภาพหนุ่มสาวตรงหน้าทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสี่มองมาอย่างตื่นเต้นและคาดหวังหนักกว่าเดิม

               “อืม! รู้แล้วน่า พี่ไปแล้วนะ” เขตแดนเช็ดน้ำตาให้ร่างเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร

               “หนูปรายลูก” เสียงพราวพิศเรียกให้หญิงสาวหันไปมองก่อนจะยกมือไหว้พราวพิศและสุวิทย์อย่างนอบน้อมแล้วโผกอดพราวพิศแน่น

               “เดี๋ยวพี่เขาก็กลับมานะลูก” พราวพิศโยกร่างบางเบาๆ

               “ค่ะ คุณป้า”ปรายฟ้ารับคำแผ่วเบาโดยมีคุณหญิงสาลินีลูบศรีษะลูกสาวอย่างเอ็นดู

               ติ๊ง!!

               เสียงเรียกเข้าในแอพพิเคชั่นยอดนิยมดังขึ้นทำให้ร่างบางผละออกจากอ้อมกอดของแพรวพิศ พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นสายของคนที่พึ่งเข้าไปข้างใน ปรายฟ้ายกยิ้มก่อนจะกดรับ

               ภาพชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนห้องโดยสารส่งยิ้มมาให้หญิงสาว บนคอมีผ้าพันคอสีน้ำตาลพันอยู่

               “ทำเองใช่มั๊ย”เสียงทุ้มทักมา

               “ใช่ ทำเองแล้วรู้ได้ไงว่าปรายทำเอง”ปรายฟ้าถาม

               “ไม่เห็นจะยากเลย เส้นบางเส้นก็ถี่ บางเส้นก็ห่าง แถวไม่ตรง บิดๆเบี้ยว”เขตแดนวิพากษ์วิจารณ์การถักผ้าพันคอของปรายว่า

               “ก็มันอันแรกนี่นา ปรายไม่เคยทำนิ”ปรายฟ้าหน้างอ เมื่อถูกชายหนุ่มแซว

               “แต่ มันอุ่นดีนะ ขอบคุณนะ แค่นี้ก่อนนะ เครื่องจะ เทคออฟแล้ว บาย” เขตแดนส่งยิ้มมาให้ ปรายฟ้ายิ้มตอบกลับก่อนจะหันกลับไปที่ผู้ใหญ่ทั้งสี่ที่ยืนมองด้วยสายตาล้อเลียน

               ................................................

ลุ้นๆๆ นึกว่าหนูปรายจะมาไม่ทันพี่เขตซะแล้ว

น้องอุตส่าห์ถักผ้าพันคอให้อิพี่มันเลยนะ

               

               

         

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว