email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ฝากสนับสนุนด้วยนะค่ะ เพื่อเป็นกำลังใจในการเขียน และการพัฒนางานเขียนเพื่อให้ผู้อ่านได้มีความสุขในการอ่านค่ะ

ชื่อตอน : บทที่ 9

คำค้น : #แอบรัก #ซันกัส #suchi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 232

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2563 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9
แบบอักษร

#แอบรัก(จนหมดใจ)  by Suchi

บทที่ 9

เช้าวันใหม่ ณ.ห้องของดีดีที่ร้านเหล้า

ดีดี:(อืม...อือ...ผมนอนอยู่บนเตียงนอนและกอดคนข้าง ๆ อยู่ แต่เอ๊ะ คนข้าง ๆ ผมหายไปไหน ผมเอามือควานหารอบๆ ตัวและผมก็ลืมตาขึ้นมา ......พบกับความว่างเปล่า..ผมตะโกนเรียก)..โทชิ..โทชิ.....คุณอยู่ไหน...เข้าห้องน้ำเหรอ...(เงียบครับ ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ เลย...ผมเลยลุกขึ้นและเดินไปที่ห้องน้ำ.....เพื่อเปิดประตูพร้อมเรียก...)...โทชิ...คุณอยู่ไหมครับ....(สรุปว่าโทชิไม่ได้อยู่....แต่เอ๊ะจดหมายอะไรอยู่ตรงหัวเตียง...ผมเดินไปหยิบจดหมายและนั่งที่ขอบเตียงนอนแล้วแกะอ่าน ได้ความว่า...) “ถึงพี่ดีดี ผมขอโทษที่ผมทำให้พี่โมโหและไม่พอใจเรื่องของกัส แต่ผมอยากบอกพี่ว่าผมชอบกัสจริงๆ และชอบมานานแล้ว วันแรกที่ผมได้เจอกัสวันนั้นเป็นวันที่ผมได้รับข่าวว่าแม่ผมไม่สบาย ผมเครียดมากเลยไปขอยาที่หน่อยพยาบาลของมหาวิทยาลัย และผมก็ได้เจอกับกัส...ผมไม่รู้ว่าเค้าเป็นเพื่อนรักของพี่ แต่พอผมรู้ ผมก็เลยคิดว่าพี่คงไม่น่าที่จะห้ามผม แต่พี่ก็ห้ามผม ผมพยามยามเฝ้ามองกัสจากที่ไกลๆ เพราะมีพี่คอยตามตลอด จนผมได้เจอกัสในร้านเหล้า อาจเพียงเพราะผมเมา เลยทำอะไรขาดสติไป ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้กัสเสียใจขนาดนั้น แต่เพียงเพราะความรักของผมมันเลยทำให้ผมทำอะไรที่เห็นแก่ตัวลงไป และมันก็สมควรแล้วที่พี่จะลงโทษผมแบบนั้น ผมไม่เสียใจหรอกครับ ผมยอมรับผิด และผมจะไถ่โทษโดยการไม่มาเจอพวกพี่และทุกๆคนอีกเลย.....ส่วนเรื่องของเราพี่ไม่ต้องกังวลใด ๆ นะครับผมจะไม่บอกใคร ถึงพี่จะวางยาผม...แต่ผมรู้ตัวทุกอย่างทุกการกระทำที่พี่ทำกับผม พี่รู้ไหมช่วงที่พี่เข้าใจว่าผมชอบกัสและคอยตามผมตลอดเวลา มันทำให้ผมมีความรู้สึกแปลกๆขึ้นในใจแต่ผมไม่กล้าที่จะบอกพี่ได้ จนเกิดเหตุการณ์ ที่เลยเถิดมาจนขนาดนี้....ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือความรู้สึกอะไร แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเราก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว และมันไม่มีประโยชน์ที่ผมจะอธิบายอะไรให้ยืดยาวนัก สุดท้ายนี้พี่ดีดีสบายใจได้เลยนะครับว่า ต่อไปนี้ผมจะไม่มายุ่งเกี่ยวและข้องแวะกับพวกพี่อีกตลอดไป เพราะระหว่างที่พี่อ่านจดหมายฉบับนี้ผมคงอยู่สนามบินเพื่อที่จะบินกลับญี่ปุ่นและหละครับ ยังไงผมก็ขอให้พี่ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ......

ลาก่อนครับ.....พี่ดีดี..สุดที่รักของผม From Tochi”

ดีดี:(นี่ผมทำอะไร ลงไปเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ ผมได้ทำร้ายคน คนนึงได้ ทำให้เค้าเกลียดผมไปแล้ว จริง ๆ ลึก ๆ ผมชอบโทชินะ แต่ผมไม่กล้าบอก และผมพยายามทำทุกอย่างให้เค้ามองเห็นผมบ้าง แต่เปล่าเลยเค้ามองแต่กัส และในวันที่เค้าทำร้ายกัสมันเลยทำให้ผมขาดสติ ผมวางยาโทชิ เพราะผมรู้ว่าถ้าไม่วางยาโทชิไม่มีทางยอมผมแน่ๆ ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าโทชิทำเพื่อนผม ผมจะทำยังไงที่จะทำให้โทชิหยุดสักที ประกอบกับในใจผมหงุดหงิดอย่างเล็กๆ ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรทำให้ใจผมหงุดหงิด..ช่างเถอะผมคิดอะไรไม่ออกแล้ว ผมคงไม่ได้เจอโทชิอีกแล้ว แล้วผมจะทำยังไงต่อไปดีหละ............

..............................

เรื่องราวต่าง ๆ เหมือนจะดีขึ้นในหลาย ๆ อย่าง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป หลายๆสิ่งหลาย ๆ อย่างก็ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเช่นกัน ความรักของทั้งสองคนเริ่มแบ่งบานหรือมีจะอุปสรรคอะไร หรือเปล่า แต่สำหรับบางคน อาจเป็นการปิดตาย หรืออาจบางคนคือการเริ่มต้น เมื่อระยะเวลาผ่านไป.........

10 ปี ผ่านไป.......................

ณ.สตูดิโอ SGM.

นักข่าว1:เธอๆ พร้อมยัง ฉันสวยยังอะ

นักข่าว2:ไม่สวย ฉันสวยกว่า คุณซันต้องมองฉันยะ

นักข่าว3:ไม่ต้องแต่งให้สวยหรอกยะ..ถึงไงคุณซันเค้าก็ไม่มองพวกเธอหรอก เห็นไหมว่าเค้ามีคนของเค้านะ นั้นไง คุณแนนซี่ คนที่เล่นเรื่องสั้นด้วยกันไง สวยก็สวย นิสัยก็ดี ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยัยพวกนี้นี่ ซื่อบื้อ แถมวันนี้ก็เป็นวันแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่องใหม่ของค่ายสตูดิโอ SGM. แต่ว่าก็ว่านะ พวกเราทำข่าวคุณซันกันมาก็หลายปีแหละ แถมเชียร์ให้ได้กันกับคุณแนนซี่ตลอด แต่ทำไมเค้าถึงไม่ประกาศคบกันนะ หรือว่าเค้าแอบคบกัน ถามทีไรก็บอกว่าเป็นเพื่อนกันตลอด แต่ฉันไม่เชื่อหรอก เธอว่าไหม ต้องคบกันแล้วแน่ ๆ เลย มีวันนึงนะฉันไปเห็นเค้าทานข้าวกันและไปคอนโดของกันและกันด้วยหละ จริงจริ๊ง

นักข่าว1:ห๊า!!!!!จริงเหรอ ทำไมพวกฉันไม่รู้เธอมีหลักฐานเหรอ ฉันไม่เชื่อหรอก

นักข่าว3:จริง แต่ฉันถ่ายไม่ได้ ถ้าโดนฟ้องมา ฉันหมดอนาคตเลยนะ นี่ขนาดจะเขียนข่าวยังไม่กล้าเลย ตอนแรกที่เจอคุณซันใหม่ ๆ ตอนเข้าวงการฉันนึกว่าเค้าเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย..แต่ที่ไหนได้ มีวันนึง ฉันเข้าไปคุยด้วย คุณซันทำหน้าดุมาก บอกว่า “นอกเวลางานผมขอเวลาส่วนตัวนะครับ”ฉันงี้สลดเลยจริง ๆ ทุกวันนี้จะสัมอะไรคุณเค้า ฉันคิดแล้วคิดอีก กลัวคุณเค้าเวี่ยงจะตาย

นักข่าว2:ขนาดนั้นเลยเหรอเธอ...ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ ฉันเห็นเค้าก็ดูใจดี ยิ้มหวาน น่าเอ็นดูจะตาย

นักข่าว1:แต่ว่าก็ว่านะเธอ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ คนอะไร หล่อ ดัง ทะลุได้นานเป็นศตวรรษขนาดนี้ ฉันไม่อยากเชื่อเลย แล้วยิ่งความสามารถนะล้นเหลือแฟนคลับทะลุ 10 ล้านแล้วนะเธอ IGและTwitter มีข่าวตลอด ไปไหนก็เป็นข่าว แต่แปลกนะ เรื่องส่วนตัว ไม่มีใครรู้เลย คนเค้าถึงว่าคุณเค้าแอบคบกับคุณแนนซี่ไง แต่ฉันว่าคุณแนนซี่ไม่ใช่ตัวจริงหรอก น่าจะเป็นตัวหลอกมากกว่า พวกเธอว่าไหม แต่ว่าเมื่อไหร่จะมานี่ รอนานแล้วนะ...เมื่อยแล้ว

ณ.ห้องแต่งตัวของซัน

พี่โพเสท:ในที่สุดน้องพี่ก็มาถึงวันนี้เสียทีนะ วันที่น้องได้แสดงภาพยนต์ เชื่อไหมพี่ภูมิใจในตัวน้องซันมากเลยรู้ไหม น่ารัก เก่ง ฉลาด รอบรู้ ไม่มีที่ติเลยจริง ๆ แล้วหลังงานแถลงข่าวกว่าจะเปิดกล้องก็ประมาณเดือนนึง ซันจะกลับไปไทยไหม

ซัน:ขอผมคุยกับกัสแป๊บนึงนะครับพี่โพเสทแล้วผมจะออกไปนะครับ

พี่โพเสท:ได้สิค่ะน้องซัน ตามสบายนะ พี่ไปรอข้างนอกแล้วกันนะค่ะ....ปัง!!!!!

ซัน:(ในที่สุดวันที่ผมรอคอยก็มาถึงแล้วครับ วันที่ผมมีทุกอย่าง มีชื่อเสียง เงินทอง และผมสามารถเลือกในสิ่งที่ผมอยากทำหรือไม่อยากทำก็ได้ ผมสามารถกำหนดทุกอย่างด้วยตัวเองได้ และผมก็จะได้ไปเจอคนที่ผมอยากเจอเค้าที่สุดครับ กัส คือคนที่ผมอยากเจอมากที่สุด ตลอดระยะเวลา10 ปี   เราคุยกันตลอดก่อนนอนทุกวัน จะมีบางวันถ้าเราไม่ได้คุยกันคือ กัส เข้าเวรครับ ใช่ครับ กัสเป็นหมอประจำโรงพยาบาลมิสคอล ครับ และเป็นหมอผ่าตัดระดับแถวหน้าของเมืองไทยอีกด้วย ที่เมืองไทยกัสดังมากในสายงานทางการแพทย์ครับ โรงพยาบาลมิสคอลขึ้นชื่อเรื่องการผ่าตัดในด้านแขนงต่าง ๆ และส่วนใหญ่ถ้าเป็นเคสใหญ่ ๆ กัสจะเป็นคนผ่าตัดทั้งหมดครับ และวันนี้เป็นวันสำคัญของผม ผมต้องการกำลังใจจากเค้ามากที่สุด ผมเลยวีดีโอคอลหาเค้า เพราะเวลานี้คงเป็นเวลาที่เค้านอนอยู่คอนโดแน่ ๆ ครับ........) ติ๊ดๆๆๆ ติ๊ดๆๆๆ ฮัลโหลครับกัส ทำอะไรอยู่ครับ หรือนอนอยู่หรือเปล่า...

กัส:ฮัลโหลครับซัน ครับ ผมกำลังทำกับข้าวอยู่นะครับ เออจริงสิ วันนี้เป็นวันสำคัญของซันนี่ครับกัสแสดงความยินดีด้วยนะครับซัน ในที่สุดซันก็มีวันนี้ กัสดีใจที่สุดเลยครับ แต่เมื่อไหร่ซันจะกลับมาหากัสหละครับ

ซัน:ขอบคุณนะครับกัส ขอบคุณกำลังใจที่มีให้กันตลอดมา ซันดีใจมากที่มีกัสอยู่ข้าง ๆ อีกไม่นานเกินรอเราก็จะได้เจอกันแล้วนะครับ คนดี แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเดือนไหน แต่อาจเป็นเร็ว ๆ นี้แหละครับ เออ กัสคับ ซันขออะไรหน่อยสิครับ.....

กัส:ขออะไรคับ ถ้ากัสให้ได้กัสก็จะให้ครับ

ซัน:กัสถอดเสื้อให้ซันดูหน่อยสิ ซันอยากเห็นหน้าอกกับพุงกะทิน้อย ๆ ของกัสนะครับ

กัส:จะบ้าเหรอซัน นี่ยังเช้าอยู่เลยนะ หื่นแต่เช้าเลยนะคนบ้า ทะลึ่ง (ถึงผมจะว่าซันไปแบบนั้นแต่ผมก็ทำตามที่ซันพูดครับ ผมค่อยๆ ถกเสื้อขึ้น และถอดออก เพื่อที่จะโชว์หน้าอกและพุงกะทิน้อย ๆ ให้ซันเห็นทุกเช้าเช่นเคยแหละครับ ซันบอกว่า ชอบมองพุงกะทิของผม ดูแล้วมีกำลังใจในการทำงาน แต่ผมว่า ไม่ใช่หรอกครับ ผมว่า ซันหวงผม และต้องการเช็คของรักของหวงของตัวเองมากกว่า คนบ้าอะไรจะให้เปิดเสื้อโชว์ตลอด 10 ปี บ้าไปแล้ว จริงไหม...ก่อนนอนทุกคืนเราต้องคอลหากันตลอด และต้องคุยกันจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งหลับไป แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผมแหละครับที่หลับก่อน บางทีคุย ๆ อยู่ผมก็มีเคสด่วน ต้องคุยจนกว่าผมจะเข้าห้องผ่าตัด ผมว่าถ้าหวงขนาดนี้ ไม่มาขอผมไปอยู่ด้วยเลยดีกว่าไหมครับ.......แต่ มีเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้เอ่ยปากบอกซัน....คือ..บอกรักซันครับ ผมไม่เคยพูดคำ คำนี้ออกไปเลย ผมกลัวครับกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วซันคิดกับผมแค่เพื่อนรักคนหนึ่ง ผมจะทำยังไง ใจผมให้ซันไปหมดแล้ว ถึงเรามีอะไรกันก็จริงแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะได้เค้ามาครอบครอง เอาจริง ๆ นะครับผมอยากอยู่กับซันตลอดไปจนตายแต่ซันหละคิดกับผมเหมือนกันหรือเปล่า.......)

ซัน:กัส กัส กัส กัส!!!!!!ครับ

กัส:อ๊ะ!!!!!คะ ครับ ซัน เรียกซะเสียงดังเลย มีอะไรหรือครับ

ซัน:ก็กัส เหม่อ นี่ครับ คิดถึงใครอยู่....บอกซันมาเดี๋ยวนี้นะ นอกจากซันแล้ว...กัสห้ามคิดถึงใครเด็ดขาด และกัสต้องรอซันนะ ซันบอกเสมอว่า เมื่อซันประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ ซันมีคำ ๆ นึงที่ อยากจะบอกกัส อีกไม่นานเดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันแล้วนะครับ เดี๋ยวซันต้องไปก่อนนะครับกัส ได้เวลาแถลงข่าวภาพยนต์เรื่องใหม่ของซันแล้ว ซันคิดถึงกัส นะครับ คนดี ดวงใจของซัน บ้ายบายครับ

กัส:ครับ บ้ายบาย เช่นกันครับ (เมื่อซันวางสายไป ก็มีเสียงเคาะประตู....)

ก๊อกๆๆๆๆๆ........คร๊าบบบแป๊บนึงนะครับ มาแล้วครับ (ผมวิ่งไปเปิดประตู)

อ๊ะ.....อ้าว....ประวิทย์!!!!!..มีอะไรด่วนเหรอครับ ถึงมาถึงห้องเราเลยนะ

ประวิทย์:พอดีเราผ่านมาทางนี้เลยแวะมาหา จะได้ไปโรงพยาบาลพร้อมกัน เพราะว่าคืนนี้เรามีเข้าเวรเดียวกันด้วยไง

กัส:อ้าวแล้วกายหละ ประวิทย์ได้โทรหากายไหม กายมีเวรหรือเปล่า

ประวิทย์:ยังไม่ได้โทร แต่เราเห็นตารางที่บอร์ดโรงพยาบาล กายไม่มีขึ้นเวรนะวันนี้

กัส:งั้นวันนี้ เราก็ขึ้นเวรดึกกันแค่ 2 คนนะสิ

ประวิทย์:ใช่ ทำไหมหละ กลัวเราปล้ำเหรอ5555555

กัส:จะบ้าเหรอ จะกลัวไปทำไม ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกันนี่นา(ใช่ครับ ผมกับประวิทย์และกาย เราเป็นเพื่อนเรียนคณะแพทย์มาด้วยกันจากมหาวิทยาลัย S ตอนแรก ๆ เราก็ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ จนมาเจอกันที่โรงพยาบาลและได้มาทำงานด้วยกันนี่แหละ เลยสนิทกัน ประวิทย์เป็นคนเรียบง่าย และคุยเก่ง ส่วนกายจะเป็นคนนิ่ง ไม่โวยวาย ไม่พูดเยอะ แต่กลับคนไข้กายจะใจดีมากๆครับ ส่วนดีดี ตอนนี้ก็ทำงานเป็นวิศวะกรที่โรงพยาบาล พอใจกับเจเอ็ม ตอนนี้ก็เป็นดาราดังไปแล้ว นานๆจะเจอกันที ล่าสุดก็ประกาศจะแต่งงานกันแล้ว ผมดีใจกับทั้งสองคนจริง ๆ นะครับ ส่วนคิงเหรอครับ เหมือนเดิม เป็นดาราดังแต่ตอนนี้หันเหไปอยู่เบื้องหลังแล้วครับ แต่ถ้ามีเวลาว่างก็จะมาหาผมตลอด จริง ๆ ก็มาทุกวันแหละครบ คิงทำแบบนี้ตลอดเวลา 10 ปี คอยดูแล เอาใจใส่ผม คอยไปรับไปส่งผมทุกครั้งถ้าว่าง แต่ผมจะให้คิงกับประวิทย์เจอกันไม่ค่อยได้ เพราะคู่นี้ไม่ค่อยถูกกัน คิงเคยบอกผมว่าประวิทย์ชอบผม แต่ผมไม่เชื่อเพราะระหว่างที่ผมอยู่กับประวิทย์ ผมไม่เห็นเค้าจะมีทีท่าจะชอบผมเลย ต่างจากกายครับ ผมเห็นชอบแอบมองผมบ่อยๆ แต่ผมไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่ากายมีใจให้ผมแต่ในบรรดาเพื่อนผมทั้งหมด มีแค่คิงคนเดียวนะครับที่รู้ว่า คนที่ผมรักคือซัน คนเดียวเท่านั้น เสมอมา คิงเคยถามผมว่า “กัส 10 ปีแล้ว ไม่คิดเปลี่ยนใจไปจากซันบ้างเหรอ ไม่มองคนอื่นบ้างเหรอ” ผมเลยตอบไปว่า “ทั้งตัวและหัวใจเรา เรายกให้ซันไปหมดแล้ว และไม่ว่าจะนานแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจเราได้หรอกคิง ความรักที่เรามีให้ซัน มันจะตายไปพร้อมกับตัวเรา” หลังจากนั้นมา คิงก็ไม่เคยถามผมอีกเลย แต่ก็ยังคงดูแลเอาใจใสผมเหมือนเดิน จนบางครั้ง ผมอยากให้คิงเจอคนที่ใช่สำหรับเค้าบ้างจริง ๆ ครับ ....)

ประวิทย์: เสร็จหรือยังกัส เดี๋ยวไปสายนะ เราเตรียมของให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

กัส: โอเค เสร็จแล้ว ไปได้แล้ว

..............................................

ณ.โรงพยาบาล S ที่ห้องทำงานของกัส

พยาบาล: คุณหมอคณาวัฒน์ค่ะ มีคนไข้ฉุกเฉินค่ะ ตอนนี้นำตัวไปห้องฉุกเฉินแล้วค่ะ

กัส:(ผมกำลังนั่งทำงานอยู่ จู่ ๆ ก็มีพยาบาลมาเรียกผมกลางดึก บอกว่ามีคนไข้ฉุกเฉิน                    ผมสวมเสื้อกราวแล้ววิ่งไปห้องฉุกเฉินทันที ผมรีบเข้าไปในห้อง คนไข้เป็นผู้ชายวัยกลางคน รูปร่างสมสัดส่วน นอนแน่หนิ่ง ไม่ไหวติง...)คนไข้เป็นอะไรมาครับคุณพยาบาล

พยาบาล:ญาติคนไข้แจ้งว่า มีอาการหายใจขัด ๆ ก่อนทีจะหมดสติไปค่ะ

กัส:ครับ งั้นเดี๋ยวผมจัดการเอง คุณช่วยเตรียมอุปกรณ์ให้ผมด้วยครับ.....

....................................

ระหว่างนั้น ณ.สตูดิโอ SGM.

ผมกำลังแถลงข่าวเรื่องภาพยนตร์ใหม่อยู่ แล้วอยู่ ๆ พี่โพเสทเข้ามากระซิบข้าง ๆ หูว่า

พี่โพเสท:น้องซัน ป๊าน้องซัน ล้มหมดสติที่ห้องนอน ตอนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วค่ะ

ซัน:ห๊า!!!!!!อะไรนะพี่ (ผมตกใจมากแล้วหันมาบอกนักข่าวว่า....)ผมต้องขอยุติการแถลงข่าวแต่เพียงเท่านี้นะครับ เพราะผมต้องบินกลับเมืองไทยโดยด่วน คุณพ่อผมเข้าโรงพยาบาลครับและผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในวันนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ (ผมรีบเดินออกจากงานแถลงข่าวโดยมีการ์ดคุ้มกันประมาณ6-8 คนครับ) พี่โพเสทครับ ไปสนามบินด่วนเลยครับ และโทรตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุดในการบินกลับเมืองไทยด้วยครับ(พูดจบผมโทรหาม๊าทันทีครับ)ฮัลโหล ม๊าครับ ป๊าเป็นไงบ้างครับ แล้วเรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ เฮียซานและซาซ่าไปไหน ทำไมไม่ดูและป๊าเลย แล้วนี่ป๊าออกจากห้องฉุกเฉินหรือยังครับ ผมกำลังจะกลับไทยนะครับ บินคืนนี้ ม๊ามีไร บอกให้เฮียซานหรือซาซ่าส่งอีเมลล์ด่วนให้ผมได้ตลอดนะครับ

มาม๊า:ได้จ้าอาซัน แต่ไม่ห่วงนะป๊าถึงมือหมอแล้ว หมอคนนี้เก่งมาก และน่ารักมากด้วย ตอนป๊ามาตรวจสุขภาพก็ได้คุณหมอคนนี้ดูแลตลอด และถ้ามีอะไรม๊าจะอีเมลล์ไปนะ ลื้อเดินทางดีดีหละ

ซัน:ครับ ม๊า สวัสดีครับ

.......................

รุ่งเช้า ณ.สนามบินประเทศไทย

ซัน:ผมมาถึงประเทศไทยแล้วครับในรอบ 10 ปี มาพร้อมกับพี่โพเสท และทีมการ์ดอีก4 คน พี่     โพเสทเตรียมคอนโดให้ผมพักแทนที่เดิม เพราะพี่โพเสทบอกว่า ชีวิตเราตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ก่อนที่เราจะเดินทางมาทุกคนก็รู้แล้วว่าเรามาเมืองไทย แฟนคลับที่นี่ก็รอเราอยู่ที่สนามบินกันเยอะมาก ผมต้องยิ้มแย้มให้แฟนคลับทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ผมห่วงป๊ามาก ผมรีบเดินไปที่รถตู้ ที่จอดรอผมอยู่ด้านนอก แฟนคลับมารอรับผมเยอะมากครับ....ตอนนี้ไม่ว่าผมจะไปไหนก็เป็นที่สนใจของแฟนคลับทั่วทั้งโลก ผมได้ทั้งหมดนี้มาด้วยความสามารถของผมทั้งนั้นนะครับ ผมไม่เคยหวังพึ่งโชคชะตาหรือเดินทางลัด ผมใช้ความสามารถ และความพยายามอดทนเพื่อที่จะได้ในสิ่งที่หวัง   จนผมได้ทุกอย่างมาอยู่ในมือผมครับ....ตอนนี้ผมอยู่ในรถแล้ว และกำลังเดินทางไปโรงพยาลบาลมิสคอล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ป๊ารักษาตัวอยู่ ม๊าได้ส่งอีเมลล์มาให้ผมแล้วว่า ป๊าปลอดภัยแล้ว และตอนนี้ได้เคลื่อนย้ายไปห้องพิเศษของโรงพยาบาลแล้ว อีกไม่ถึง 15 นาทีผมก็ถึงโรงพยาบาล        แว๊ปนึงผมก็คิดถึง..ดวงใจของผมขึ้นมา เค้ายังไม่รู้ว่าผมมาเมืองไทย ผมคิดไว้แล้วว่า คืนนี้ผมจะไปเซอร์ไพร์เค้าครับ ......

............................

ณ.โรงพยาบาลมิสคอล

แกร๊ก!!!!!!แอ๊ด!!!!!!..มาม๊า ครับ ซันมาแล้วครับ....

มาม๊า:อาซัน อาซันกลับมาแล้ว ฮือๆๆๆๆๆๆๆมาม๊าดีใจมากเลยรู้ไหมที่ได้เจอลื้อ ลื้อก็ใจร้ายมากนะที่ไม่ยอมกลับเมืองไทยเลยตลอด 10 ปี มีแต่โทรคุย ไม่คิดถึงม๊าบ้างเหรอ

ซัน:ก็คิดถึงนะครับ แต่ผมต้องทำงาน ม๊าเข้าใจผมนะ และผมมีข่าวดีมาบอกป๊าด้วยว่า ผมเอาชื่อบริษัทของเราเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปนี้ จะไม่มีใคร ไม่รู้จักบริษัทของเราแล้วนะครับ และผมก็จะมาบริหารงานเองครับแทนเฮีย ที่ตอนนี้ไม่ค่อยสนใจเรื่องงานเท่าไหร่

ม๊า:แต่ลื้อจะเหนื่อยมากเลยนะ แค่งานแสดง ถ่ายแบบโฆษณาต่าง ๆ ลื้อก็ไม่มีเวลาว่างแล้ว และจะบริหารงานที่นี่ได้อย่างไร

ซัน:หลังจากที่ผมถ่ายภาพยนตร์จบ ผมจะกลับมาบริหารอย่างเป็นทางการ เพราะตัวผมก็จะหมดสัญญากับSGM.แล้วครับ แต่พี่โพเสทยังเป็นผู้จัดการผมเหมือนเดินนะครับ แต่ต้องเหนื่อยหน่อยนะครับในอนาคต พี่โพเสทไหวไหมครับ

พี่โดเสท:ไหวสิค่ะ คุณน้องซัน

ซัน:ผมขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะครับ ลงเครื่องมาผมยังไม่ได้ทานอะไรเลยครับ แล้วคุณหมอที่รักษาป๊าอยู่ไหนครับ ผมว่าจะไปหาคุณหมอสักหน่อยครับ จะไปคุยอาการของป๊าครับ

มาม๊า:เดี๋ยวมาม๊าให้คุณพยาบาลพาไปนะ

ซัน:ได้ครับม๊าของคุณครับ(ระหว่างผมเดินไป ก็มีพี่การ์ดเดินตามไปด้วย 2คน คุณพยาบาลพาผมมาหยุดอยู่ห้อง ห้องหนึ่ง และพูดว่า.....)

พยาบาล:ถึงแล้วค่ะ นี่ห้องคุณหมอคณาวัฒน์นะคะ ดิฉันไปก่อนนะค่ะคุณ

ซัน:(ผมมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของคุณหมอ ผมเปิดประตูไป...สิ่งที่ผมเห็นคือ คุณหมอหันหลังอยู่และผมก็พูดว่า....)สวัสดีครับคุณหมอ ผมเป็นลูกชายของคนไข้ที่ชื่อคุณประชิทธิ์นะครับ(เมื่อคุณหมอหันมา ผมแทบอยากจะวิ่งเข้าไปกอดทันที เพราะคุณหมอที่รักษาป๊าก็คือ.....)กัส!!!!!!!!

กัส:(ผมตกใจมากครับเมื่อผมหันหน้าไปพบญาติคนไข้ เพราะไม่ว่านานแค่ไหน ผมก็จำเค้าคนนั้นได้ไม่เปลี่ยนแปลง แต่จังหวะที่ผมจะเดินเข้าไปหานั้น ได้มีบุคคลอีกคนหนึ่ง เปิดประตูเข้ามาพอดี....)กริ๊ก!!!!!!

ประวิทย์:(ผมเปิดประตูห้องทำงานกัสครับและถามว่า.....)กัสครับ ไปทานข้าวกันครับ อ๊ะ....อ้าว กัสมีคนไข้เหรอ งั้นเดี๋ยวเรามาใหม่นะครับ

ซัน:(คนคนนี้เค้าเป็นใคร และเป็นอะไรกับดวงใจของผมครับ งานนี้ผมต้องรู้ให้ได้....)เออ...ขอโทษนะครับ พอดีผมจะมาชวนคุณหมอคณาวัฒน์ไปทานข้าวเหมือนกันนะครับ คุณหมอ เออออคุณหมอชื่ออะไรครับ ผมชื่อธนศิษฐ์ เป็นลูกชายของคุณประชิทธิ์ที่เป็นคนไข้ของคุณหมอครับ

ประวิทย์:ผมชื่อ ประวิทย์ครับ เป็นหมอผ่าตัดสายเดียวกับคุณหมอคณาวัฒน์ มีอะไรปรึกษาผมได้เหมือนกันนะครับ เวลาที่คุณหมอคณาวัฒน์ไม่ว่างผมสามารถดูแลแทนได้นะครับ

ซัน:ครับ ได้ครับ....วันหน้าผมคงต้องขอคำแนะนำจากคุณหมอบ้างนะครับ แต่ไม่ทราบว่า คุณหมอประวิทย์เป็นอะไรกับคุณหมอคณาวัฒน์หรือครับ หรือว่าเป็นแฟนกัน

กัส:มะ ไม่ใช่นะครับ หมอประวิทย์เป็นเพื่อนผมครับ(ผมรีบแก้ต่าง เพราะถึงผมไม่ได้เจอหน้าซันมาเป็นเวลากว่า 10ปี ผมก็รู้ทันทีว่าตอนนี้ซันโกรธอยู่ แต่ไม่แสดงออก)

ประวิทย์:(ผมเริ่มหมั่นใส้ลูกชายคนไข้คนนี้ ทำไมถึงทำท่าแปลก ๆ นะ ผมเลยพูดว่า...)ตอนนี้อาจจะไม่ใช่ แต่อนาคต ก็ไม่แน่นะครับ เพราะตลอด10 ปีที่ผ่านมาหมอคณาวัฒน์ไม่มีใครเลยนอกจากผม ใช่ไหมครับ กัส

กัส:ประวิทย์ครับอย่าล้อเล่นกันแบบนี้สิครับ ผมไม่ตลกด้วยนะครับ

กาย:(ผมเดินมาห้องกัส เพื่อมาหากัสและพาไปทานข้าว วันนี้ผมไม่มีเวรครับ แต่เป็นห่วงเพื่อนเลยมาหานะครับ)กัส ไปกินข้าวกัน

กัส:(ระฆังวัดมาช่วยผมพอดีครับ กายมาได้จังหวะมาก เลย)ไปสิกาย เรากำลังหิวอยู่พอดี เออคุณศิษฐ์ครับ ประวิทย์ครับ ไปทานข้าวกันนะครับ หลายคนสนุกดีครับ

ซัน:ก็ได้ครับ หลาย ๆ คนสนุกดี อาหารน่าจะอร่อย(กัส แค่ 10 ปี กัสออกนอกลู่นอกทางเหรอ นี่ขนาดซันคอลหาทุกวัน กัสยังมีเวลานอกลู่นอกทาง เดี๋ยวเจอดีแน่ ตัวแสบ)

โปรดติดตาม #แอบรัก(จนหมดใจ) บทที่ 10 By Suchi

ติชมได้ค่ะ เพราะเราจะเอาทุกคำติชมมาพัฒนาผลงานเขียนมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว