email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภูวาน้ำนิ่ง ss2 ครั้งที่ 1.2 : หน้าที่

ชื่อตอน : ภูวาน้ำนิ่ง ss2 ครั้งที่ 1.2 : หน้าที่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 685

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2564 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภูวาน้ำนิ่ง ss2 ครั้งที่ 1.2 : หน้าที่
แบบอักษร

 

“หาว”

น้ำนิ่งหาวออกมารอบที่ล้าน ทว่าเฮียยังไม่ออกมาจากห้องน้ำสักที เขานั้นชะเง้อคอมองประตูห้องน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า เฮียก็ยังไม่ออกมา

“ทำอะไรของเฮียกันนะ นานโคตร หาว” น้ำนิ่งบ่นออกมาพร้อมกับปิดปากหาวไปด้วย

“เฮีย เฮียครับ”

น้ำนิ่งส่งเสียงเรียกสามีตนเองที่หายเข้าไปในห้องน้ำนับชั่วโมงได้ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

“เสียงน้ำก็ไม่มีแล้ว หรือเฮียจะเป็นอะไร”

ความง่วงของน้ำนิ่งหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อไม่ได้เสียงตอบรับกลับมา หัวใจของน้ำนิ่งสั่นระรัวไปด้วยความกลัว พร้อมกับวิ่งลงจากเตียงด้วยความเร็วที่สุดไปยังห้องน้ำ

 

ก๊อก ๆ น้ำนิ่งเคาะประตูห้องน้ำ

“เฮีย” และส่งเสียงเรียกภูวา “เฮีย เฮียครับ เป็นอะไรรึเปล่า ตอบผมหน่อย เฮีย”

ก๊อก ๆ เมื่อไม่มีเสียงตอบรับดังเดิมน้ำนิ่งจึงยิ่งร้องเรียก ทว่าเสียงก็ยังคงเงียบ

“เฮีย เฮีย! ถ้างั้นผมเปิดประตูเข้าไปแล้วนะครับ” น้ำนิ่งไม่รอช้ารีบเปิดประตูผลักเข้าไป พร้อมกับตะโกนสุดเสียง  

“เฮีย!!! เฮียเป็นอะไรรึเป…” น้ำนิ่งค่อย ๆ ลดเสียงลง เมื่อเจอเข้ากับร่างของภูวาที่นั่งชักโครกหลับ ทั้ง ๆ ยังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิม

“คงเหนื่อยมากสินะครับ” น้ำนิ่งเอ่ยพร้อมกับค่อย ๆ เดินเข้าไปหาภูวา พลางลูบแก้มของคนนอนหลับอย่างบางเบา

“คนดีของผม งานเยอะมากเลยใช่ไหม หืม  เฮียคงเครียดมาก เพราะขนาดเวลาหลับยังขมวดคิ้วอยู่แบบนี้” น้ำนิ่งยื่นมือไปขรึงหว่างคิ้วของภูวาเพื่อทำให้คนที่กำลังหลับในตอนนี้สบายมากขึ้น

“ผมคงแบกเฮียไปนอนบนเตียงไม่ไหวแน่นอน ตัวเฮียใหญ่กว่าผมมาก แต่เฮียไม่ต้องเป็นหวงนะ ผมไม่ทิ้งเฮียให้นอนคนเดียวแน่นอน เฮียรอผมแป๊บนะ”

น้ำนิ่งรีบเดินออกจากห้องน้ำกลับไปยังเตียงนอน และหยิบผ้าห่มกับหมอนติดมือมาด้วย จากนั้นจึงรีบวิ่งกลับไปยังห้องน้ำที่ภูวานอนหลับอยู่ดังเดิม

“ผมมาแล้วครับ เฮียรอผมนานรึเปล่าครับ” น้ำนิ่งยังคงส่งเสียงพูดคุยคนเดียวด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว โดยมีรอยยิ้มประดับอยู่บนหน้าแบบนั้น

“หนาวไหมครับนอนในนี้ แต่ถ้าเฮียหนาวไม่เป็นไรนะครับ ผมมีผ้าห่มอุ่น ๆ มาห่มให้เฮียแล้ว”

น้ำนิ่งว่าพลางห่มผ้าให้คนนอนหลับ จากนั้นตนเองจึงนั่งลงบนพื้นห้องน้ำและเท้าแขนขึ้นบนหน้าขาของภูวา พร้อมกับจับจ้องไปยังใบหน้าที่แสนจะอดงาม ที่ในตอนนี้ใต้ตาทั้งสองข้างดำคล้ำและสีหน้าอ่อนเพลีย น้ำนิ่งยังคงจ้องมองอยู่แบบนั้นไม่ขยับไปไหน ไม่ว่าวันแรกที่รักหรือวันนี้ที่ผ่านมาเกือบจะ 3 ปี แววตาที่น้ำนิ่งใช้มองภูวามันยังคงเหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

“หาว” น้ำนิ่งหาวออกมาอีกครั้ง “ตอนนี้ผมง่วงมาก ผมนอนก่อนนะครับ ฝันดีครับเฮีย ผมรักเฮียนะ”

น้ำนิ่งชันเข่ายืนขึ้น จากนั้นจึงโค้งตัวลง พร้อมกับ จุ๊บ ไปยังเปลือกตาทั้งสองข้างของภูวา ก่อนจะย่อนตัวลงอีกครั้ง พลันตวัดแขนกอดเอวของภูวาและแนบหน้าลงยังหน้าขาของภูวา ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงด้วยรอยยิ้ม

              

 

ตัวเขานั้นไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าการได้อยู่กับเฮียและได้กอดเฮียแบบนี้ตลอดไป เขาก้เป็นสุขใจมากแล้ว

 

 

 

 

อืม” เสียงของภูวาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเมื่อแสงตะวันนั้นสาดส่องเข้ามา ก่อนจะลืมตาขึ้นและหันไปมองดูรอบ ๆ

“นี่กูเผลอหลับไปเหรอวะ ปวดตัวฉิบหาย” ภูวาบิดตัวไปมา “อืม หืม” ในขณะที่ภูวากำลังบิดตัวสายตาเจ้าตัวกลับมองเห็นก้อนกลม ๆ ข้างชักโครก

“อะไรกันวะ” คิ้วของภูวาขมวดด้วยความสงสัย ก่อนจะดึงผ้าห่มออกพร้อมกับใบหน้าของน้ำโผล่ขึ้นมา

“หนู” เมื่อเห็นเมียตนเองภูวารีบลุกขึ้นและพยุงงร่างของน้ำนิ่งเข้าสู้อ้อมกอด

“ไปนอนอะไรตรงนั้น ฮึ ดูสิตัวเย็นหมดเลย หนูนะหนู ถ้าป่วยขึ้นมาจะทำยังไงเนี่ย”

ภูวาบ่นออกมาพลางอุ้มน้ำนิ่งขึ้นและเดินไปยังเตียงนอน และวางร่างของน้ำนิ่งลงอย่างเบา ๆ จากนั้นจึงวิ่งกลับเข้าไปยังห้องน้ำอีกครั้ง เพื่อหยิบหมอนและผ้าห่ม เมื่อได้สิ่งที่ต้องการภูวาจึงสับขายาว ๆ ของตนเองอย่างรวดเร็ว

“อือ” น้ำนิ่งพลิกตัวหนีการห่มผ้าจากภูวา

“หนูอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวเถอะ!” ภูวาดุคนหลับไม่รู้เรื่อง แล้วจับร่างของน้ำนิ่งให้พลิกกลับมาอย่างไม่เบามือ จนน้ำนิ่งส่งเสียงออกมาอีกครั้ง

“อืออออ” แต่ครั้งกลับอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้พลิกหนีไป เมื่อร่างของน้ำนิ่งอยู่กับที่แล้ว ภูวาจังห่มผ้าและจัดให้เข้าที่เข้าทาง

“ไปนอนทำไมตรงนั้นก็ไม่รู้ ถ้าตื่นมาแล้วเหตุผลมันไม่ได้นะ จะตีให้เข็ด” ถึงปากจากบ่นจะดุยังไง แต่ภูวายังคงจุ๊บลงขมับของน้ำนิ่งย้ำ ๆ อยู่แบบนั้น

“นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มองหนูหลับแบบนี้ ถ้าเลือกได้เฮียก็อยากเลือกที่จะย้อนอายุกลับไปในตอนที่เฮียยังเรียนอยู่ จะได้อยู่กับหนูทุกวัน และไม่ปล่อยให้หนูเหงาแบบนี้” ภูวาลูบหัวของเมียตนเองไปมา

“เฮียขอโทษนะ อย่าเพิ่งน้อยใจหรือนอยด์เวลาเฮียไม่มีเวลาให้ เฮียพยายามเคลียร์งานให้มันเสร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะเฮียมีแพลน”

 

ครืด ครืด ภูวายังพูดในสิ่งที่ตนเองต้องการจะพูดออกไปยังไม่ทันจบ โทรศัพท์ก็แผดเสียงขึ้นมา ภูวาหันไปหยิบและรับสายหลังจากโชว์เบอร์ของเลขา

 

“ฮัลโหล”

[วันนี้คุณภูวามีประชุม 8 โมงเช้านะครับ]

“ครับ”

[เอ่อ…]

“มีอะไรก็พูดมาครับ ไม่ต้องอ้ำอึ้ง” ภูวากรอกเสียงลงโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงติดเข้มหลังจากถูกขัดจังหวะ

[คุณท่านขอพบคุณภูวาหลังจากประชุมเสร็จครับ]

“มีอะไรอีกไหม”

[ไม่มีแล้วครับ]

 

ตู๊ดดดดด

 

 

 

“น่ากลัวชะมัด ขนลุกไปหมดแล้วกู”

เลขาหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดสั่น ถึงแม้คุณภูวายังหนุ่มยังแน่น ทว่ารังสีความเป็นผู้นำ ราศีของความโหดจับกายของคุณภูวาเป็นอย่างมาก ไม่มีใครในบริษัทนี้กล้ามีปัญหากับคุณภูวาทั้งนั้น หลังจากได้รับการยอมรับจากคนในบริษัท ตอนแรก ๆ ที่คุณภูวาเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหาร บอร์ดบริหารท่านอื่นก็ไม่ยอมเช่นกัน

จึงเกิดปัญหาขึ้นมายกใหญ่ คุณภูวาจึงเสนอว่าให้ตัวคุณภูวานั่นลองทดลองงานเป็นเวลา 1 ปี ถ้าไม่สามารถทำให้หุ้นบริษัทขึ้นได้ จะต้องลงจะการเป็นผู้บริหาร คุณภูวาโดนตราหน้าไว้เยอะมาก และกลายเป็นเรื่องนินทาประจำของพนักงานในบริษัท ไม่ว่าคุณภูวาจะเดินไปทางไหนจะมีเสียงต่อท้ายเสมอ

จนเมื่อครบ 1 ปี ตามข้อตกลงของคุณภูวาและบอร์ดผู้บริหาร ทุกคนในห้องประชุมต่างตกตะลึงกับหุ้นที่ขึ้นเยอะกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน แม้บอร์ดบริหารจะไม่ชอบใจนักที่คนอายุน้อยกว่าได้ขึ้นบริหาร ทว่าก็ไม่สามารถทำอะไรได้ก็ในเมื่อตกลงเดิมพันกันเอาไว้

 

“คุณชิน คุณภูวาจะเข้าบริษัทมากี่โมงครับ”

พนักงานหนุ่มน่าตาน่ารักคนหนึ่งเข้ามาถามชินด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับปิ่นโตที่อยู่ในมือ มายืนรอคุณภูวาแบบนี้ทุกเช้าจนกลายเป็นที่ชินตาแก่คนในบริษัท แต่คุณภูวาก็ไม่เคยรับไปสักครั้งและไม่เคยพูดคุยกับ นนท์ เลยสักครั้ง นอกจากเวลางานที่คุณภูวาจะคุยด้วย

“น่าจะ 8.00 น. ครับ คุณภูวามีประชุมกับบอร์ดบริหารเวลานั้นครับ นนท์มีอะไรรึเปล่าล่ะ” ชินถามออกไปทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอก

“นนท์เอาปิ่นโตมาให้คุณภูวา” นนท์ตอบชินและยิ้มให้กับปิ่นโตในมือ

“รู้ทั้งรู้ว่าเอามาให้คุณภูวาก็ไม่รับ แม้แต่จะมองดูยังไม่เคย ก็ยังคงจะเอามาให้ ถามจริง ๆ นะครับ” ชินสบตากับนนท์

“ไม่เหนื่อยบ้างเหรอครับ” นนท์ไม่ตอบอะไรกลับมานอกจากดวงตาสั่นระริก ก่อนจะกระพริบตาและค่อย ๆ ฉีกยิ้มออกมา

“ไม่เหนื่อยหรอกครับ ถ้าวันนึงคุณชินเจอคนที่คุณชินรัก คุณชินชอบเขา คุณชินจะมองว่าเรื่องแค่นี้มันน้อยมาก ๆ เลยล่ะครับ”

“เหรอครับ ถ้าวันไหนเหนื่อยแล้ว ก็พักนะครับ” ชินส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้กับนนท์ “สู้ ๆ แล้วกันนะ”

“ขอบคุณนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัวไปเตรียมเอกสารก่อนนะครับ”

ชินเดินออกมาหลังจากพูดจบ เรื่องของหัวใจมันควรจะจบไปแล้ว ตั้งแต่นนท์เริ่มหิ้วปิ่นโตมายืนรอคุณภูวา แต่ทำไมยิ่งเจอ ใจมันยิ่งเจ็บ ‘ผมเข้าใจดีเลยล่ะนนท์ ว่าการชอบเขา แล้วเขาไม่ชอบเรามันเป็นยังไง เหมือนกับผมที่กำลังเจออยู่ในตอนนี้’

 

 

 

“เฮ้อ”

ภูวาเสยผมและถอนหายใจออกมาและพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองที่ตอนนี้มันพลุพล่านเต็มไปหมด ก่อนจะย้ายสายตากลับมามองเมียตนเองอีกครั้ง

ถึงแม้อยากจะอยู่กับเมียมากแค่ไหน แต่คำว่าหน้าที่มันค้ำคอ เขามีหน้าที่ดูแลบริษัท ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ หนูมันมีหน้าที่เรียน แล้วเมื่อไหร่มันถึงจะมีหน้าที่ของสามีและภรรยาสำเราทั้งคู่บ้าง

“เฮียรักหนูนะครับ เฮียไปทำงานก่อนนะ แล้วเฮียจะรีบกลับมากอดหนู” ภูวาลูบผมเมียตนเองก่อนจะลุกเดินออกไป

ปั้ง! เสียงประตูปิดลง คนที่หลับจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา พร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน

“ผมก็รักเฮียนะครับ”

 

หน้าที่ที่ต้องพยายามเข้าใจ แต่ทำไมเมื่อนึกถึงคำว่าหน้าที่ทีไร หัวใจของฉันมันถึงเจ็บแปล๊บ ๆ

 

 

 

 

 

ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ ถ้าเจอขออภัยด้วยนะคะ

อาจจะมีบางช่วงที่ดูไม่สมูทไม่ลื่นไหล ขออภัยด้วยนะคะ เพิ่งลงมือเขียนหลังจากักไป 1 เดือน ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่เข้ามา

 

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ

สามารถเข้าไปเล่นแท็กทวิตเตอร์

โดยใช้ #ภูวาน้ำนิ่ง

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyy8893

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ

 

 

 

           

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว