ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2563 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6
แบบอักษร

อาจื่อเลิกงานเดินออกจากร้านมาพร้อมกับไก่ย่างห่อด้วยใบบัว วันนี้มีลูกค้าสั่งอาหารจำนวนมากแต่พวกเขารับประทานเพียงเล็กน้อย เถ้าแก่จึงให้พวกเขานำอาหารที่เหลือกลับไปรับประทานที่บ้านได้ อาจื่อเป็นที่เอ็นดูของทุกคนในร้านเพราะความขยันขันแข็งและยังมีใบหน้าน่าเอ็นดูยิ้มแย้มตลอดเวลา ทุกคนลงความเห็นว่าเขาตัวเล็กเกินไปจึงได้รับส่วนแบ่งมาเยอะหน่อย เมื่อเด็กหนุ่มออกมาหน้าร้านก็เห็นคุณชายยืนรออยู่แล้วด้วยรอยยิ้ม  

"คุณชายมารับบ่าวหรือขอรับ" อาจื่อยิ้มกว้างถลาเข้ามาหาอย่างมีความสุข  

"ถูกต้องข้าเพิ่งเอางานไปส่งเถ้าแก่มา จึงแวะมารอเจ้าจะได้ไปซื้อของก่อนกลับบ้านด้วยกัน" อู๋จิงยกมือขึ้นลูบหัวอาจื่อด้วยความเอ็นดู 

"คุณชายต้องการซื้ออะไรบ้างหรือขอรับ" 

"ข้าคิดจะตุนเสบียงสำหรับหน้าหนาว เงินของวันนี้จะนำไปซื้อเกลือกับข้าวสารก่อน พอเก็บผักได้จะได้แบ่งมาทำผักดองและผักตากแห้ง" อู๋จิงตอบ 

"ดีเลยครับคุณชาย ข้าเลิกงานจะรีบกลับไปช่วยทำนะขอรับ นี่เป็นเงินพิเศษของวันนี้ที่เถ้าแก่บอกว่าลูกค้าให้มาขอรับ เราจะได้ซื้อข้าวสารได้มากๆ"อาจื่อยื่นเศษเงินส่งให้ เขาเคยอดอยากมาก่อนจึงรู้ดีว่าวันที่ไม่มีกินเป็นอย่างไร พ่อแม่ของเด็กหนุ่มเสียไปตั้งแต่เขายังเด็ก อาจื่อถูกผลักภาระไปมาระหว่างหมู่ญาติต้องทำงานและเศษอาหารไปวัน ๆบางวันก็อด จนอาหยวนที่เป็นญาติห่างๆ ทราบเข้าจึงได้ไปรับมาอยู่ด้วยให้เป็นเด็กรับใช้ของอู๋จิง ชีวิตของอาจื่อจึงดีขึ้นตั้งแต่นั้นมาทำห้เด็กหนุ่มรักครอบครัวอู๋มาก 

"ขอบใจมากนะอาจื่อ แต่เจ้าเก็บไว้เถิดหากเงินข้าไม่พอข้าจะไปเบิกที่เจ้าดีหรือไม่" อู๋จิงรีบต่อประโยคหลังเมื่อเห็นสีหน้าของบ่าวตัวน้อย 

"ข้าจะเก็บไว้ให้ดีขอรับคุณชาย ท่านต้องบอกข้านะ" อาจื่อเก็บเงินลงถุงอย่างทะนุถนอม อู๋จิงได้แต่ยิ้มอ่อนใจเขาจะกล้าใช้เงินของบ่าวน้อยได้อย่างไร เขาจูงอาจื่อไปซื้อขนมเปี๊ยะไส้เนื้อราดต้นหอมแบ่งกันกินคนละชิ้น แค่นี้เจ้าตัวเล็กก็ร่าเริงลืมเรื่องเงินไปแล้ว อู๋จิงคิดว่าถ้าหากเขายังรับงานจากเถ้าแก่ได้เรื่อยๆ เดือนหนึ่งเขาจะได้เงินไปตาำกว่าสามสิบตำลึง สำหรับชาวบ้านนับว่าเป็นเงินไม่น้อยพอใช้ทั้งครอบครัว ช่วงนี้คงต้องทำเช่นนี้ไปก่อนหากจะค้าขายต้องเจอคนจำนวนมากเขาเกรงว่าจะเรียกความสนใจของผู้คน ผู้ใดจะรู้ว่าพวกมันหาตัวพวกเขาเจอเมื่อไหร่ หรือเขาจะย้ายไปอยู่นอกด่านดี อู๋จิงคิดเรื่องนี้จนกระทั่งถึงร้านจำหน่ายข้าวสาร เขาซื้อข้าวสารด้วยเงินสองตำลึงได้ข้าวสารมาสองกระสอบ ส่วนอีกหนึ่งตำลึงที่เหลือเขานำไปซื้อเกลือได้มาหนึ่งชั่ง สำหรับเมืองที่ห่างไกลทะเลเยี่ยงนี้ไม่นับว่าแพงเกินไป ทั้งคู่แบกกระสอบข้าวสารกับคนละถุงเดินกลับบ้าน ในใจคิดว่าครั้งหน้าเขาจะรวมเงินให้ได้มากกว่านี้แล้วขับเกวียนมาซื้อทีเดียวจะสะดวกกว่า  

"คิดอะไรอยู่หรือลูก" อู๋เชียถามบุตรชายที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ 

"ข้าอยากหารายได้ให้มากกว่านี้แต่ก็เกรงว่าจะดึงดูดภัยมาสู่ตัว แล้วก็กังวลว่าคนพวกนั้นอาจจจะหาเราเจอ หรือเราควรหนีออกนอกด่านดีท่านแม่" อู๋จิระบายความรู้สึกออกมา 

"แม่เข้าใจความกังวลของเจ้าแต่หากจะออกนอกด่านไปตอนนี้โอกาสที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้บิดาของเจ้าคงเป็นศูนย์" อู๋เชียคีบไก่ย่างใส่ชามข้าวของบุตรชายก่อนพูดต่อ "อีกทั้งนอกด่านยังลำบากมากแม่เกรงว่าสุขภาพของเจ้าอาจทนไม่ไหวเพราะนอกจากเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์แล้วแม่ก็นึกไม่ออกว่าจะมีอะไรที่เราทำได้" อู๋จิงได้ฟังแล้วก็ถอนหายใจยาวที่มารดาพูดมาก็มิใช่ว่าเขาไม่เคยคิด 

"เช่นนั้นเราก็คงต้องอยู่เช่นนี้ต่อไปสักพัก หากมีคนแปลกที่มาจากเมืองหลวงแล้วมีท่าทีแปลกๆ เราค่อยย้ายไปอยู่เมืองอื่นหรือถ้าจวนตัวจริงๆค่อยหนีออกนอกด่าน" อู๋จิงสรุป 

"ข้าจะช่วยดูอีกทางขอรับคุณชาย หากมีคนแปลกถิ่นมาที่โรงเตี๊ยมข้าย่อมรู้ได้" อาจื่อยืดอกทั้งที่ข้าวติดแก้ม อู๋จิงหัวเราะล้วปัดข้าวออกให้ 

"ขอบใจนะ แค่นี้ข้าก็วางใจแล้ว" อู๋จิงยิ้มให้ทำอาจื่อยืดอกอย่างภูมิใจ 

หลังเก็บล้างเสร็จทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องพักผ่อนมีเพียงอู๋จิงที่จุดตะเกียงคัดลอกนิยายเล่มใหม่ที่เถ้าแก่ให้มาบอกว่าเรื่อนี้เ็นที่นิยมของสาว ๆ ในเมืองหลวงเป็นอันมาก เขาซื้อต้นฉบับมาด้วยเงินจำนวนไม่น้อยและขอให้อู๋จิงรีบคัดลิกไปจำหน่ายโดยเร็ว ยิ่งคัดไปคนก็บิ่งหน้าแดงไป เนื้อหาในนิยายเป็นเรื่องขอขุขขนาหนุ่มกับบ่าวชายคนสนิท ที่มีบทอัศจรรย์ได้ทุกที่ทุเวลา ไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำ ในสวนหรือในรถม้า ทั้งสองรักกันโดยมีภรรยาหลวงเป็นตัวอิจฉา กว่าจะฝ่าฝันอุปสรรคได้ครองคู่กันก็จนเมื่อฮ่องเต้ประกาศให้การแต่งงานเพศเดียวกันเป็นเรื่องเห็นชอบด้วยกฎหมาย 

"นี่มันนิยายแอบยกย่องฮ่องเต้นี่นา หรือคนเขียนจะทำงานในวังกันนะ" อู๋จิงเดาไปเรื่อยเปื่อย ไม่รู้เลยว่าเขาเดาถูกคนเขียนนั้นเป็นขันทีในวังนั่นเอง 

เพราะต้องการเร่งหาเงินเตรียมตัวรับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง ทำให้อู๋จิงเร่งคัดลอกนิยายได้ห้าเล่มในสามวันเขา รอจนหมึกแห้งดีแล้วเขาก็เอาลาอ้วนเกวียนไปส่งงานให้เถ้าแก่ เมื่อรับเงินมาเขาก็นำไปซื้อผ้ามาให้มารดาเย็บเสื้อและผ้าห่ม โชคดีที่คนงานที่ร้านที่อาหยวนทำงานอยู่จำเขาได้ ถึงอาหยวนจะตามเถ้าแก่ไปค้าขายต่างเมืองเขาก็ยังได้ส่วนลดทำให้อู๋จิงอารมณืดีเป็นอันมาก เงินที่เหลือเขาจึงนำไปซื้อน้ำมันตะเกียงส่วนฟืนนั้นเพื่อความประหยัดเขาตั้งใจจะชวนอาจื่อไปเก็บในวันหยุดที่จะถึง 

ระหว่างรอลูกจ้างในร้านตวงน้ำมัน อู๋จิงก็ได้พบกับหญิงชราที่เขาเคยช่วยไว้ 

"ท่านป้า ขาที่เจ็บหายดีแล้วหรือ" อู๋จิงทัก เยี่ยหงที่ออกมาตรวจกิจการแทนลูกชายได้ยินคนทักก็หันไปมองพอเห็นชายหนุ่มก็เผยยิ้มออกมา 

"เจ้านั่นเอง มาชื้อของหรือ"  

"ขอรับ ข้ามาซื้อน้ำมันตะเกียง เห็นท่านป้าสบายดีข้าก็หมดห่วง ขอตัวก่อน" อู๋จิงชำระเงินแล้วประคองไหน้ำมันไปใส่เกวียนก่อนจะกระตุ้นลาห้เดินออกไป เยี่ยหงมองตามหลังแล้วยิ้มอย่างพอใจ 

"ฮูหยินดูถูกใจชายหนุ่มคนนี้นะเจ้าคะ" สาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันอดเอ่ยปากไม่ได้ 

"ก็มีอยู่บ้าง เห็นข้าแต่งกายหรูหราเยี่ยงนี้แต่ไม่ทวงบุญคุณที่เคยช่วยข้าไว้หรือประจบประแจงนับว่าเป็นชายหนุ่มที่ซื่อสัตย์ผู้หนึ่ง ที่สำคัญคือเขาอัธยาศัยดีกว่าเจ้าลูกหน้านิ่งของข้ามากเลย" เยี่ยหงอดนินทาลูกชายไม่ได้จนสาวใช้ปิดปากหัวเราะ  

อู๋จิงเมื่อกลับมาถึงบ้านก็ทะยอยขนของไปเก็บอยู่หลายเที่ยวก่อนจะนำเกวียนไปจอดด้านหลังแล้วปลดลาพาไปเข้าคอก นอกจากอาหารคนแล้วก็ต้องตุนอาหารลาด้วยสินะ อู๋จิงยืมมองเจ้าลาเชื่องสองตัวที่ยืนเคี้ยวหญ้าแล้วถอนหายใจเขาไปเด็ดผักใบแก่และใบหัวไชเท้ามาให้มัน ทั้งคู่แกว่งหางอย่างถูกใจ  

"อีกไม่กี่วันจะได้กินผักจนพุงกางเลยล่ะ" อู๋จิงลูบหัวมันแล้วเข้าบ้าน รอให้ผักแก่กว่านี้อีกนิดเขาจะเริ่มทำผักดองแล้ว  

วันหยุดของอาจื่อเขาเอาเจ้าลาอ้วนเทียมเกวียนออกไปชายป่านอกเมืองกันสองคน เป็นเรื่องธรรมดาของชาวบ้านที่จะออกมาหาของป่าหรือฟืนกลับไปใช้ในเมืองอู๋จิงที่เพิ่งได้มีเวลาชมธรรมชาติมองรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจทั้งนายบ่าว เขาไม่กล้าเข้าป่าไปลึกนักได้แต่บังคับเกวียนเข้าไปตามทางแยกจากถนนหลวระยะหนึ่งพอได้ที่เหมาะๆ ก็จอดเกวียนทิ้งไว้ผูกลาให้กินหญ้าอยู่แถวนั้น เขารอบคอบจนถึงขนาดนำอ่างน้ำมาให้มันด้วย จะดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็พาอาจื่อแบกกระบุงเข้าไปเก็บฟืนในป่า เดินเข้าออกอยู่หลายรอบทนบ่ายแก่ทั้งคู่ก็ได้ฟืนมาเต็มเกวียนกับหน่อไม้อีกหอบใหญ่ อู๋จิงไม่กล้าเก็บเก็ดเพราะเขาไม่มั่นใจว่าจะไปเจอเห็ดพิษหรือไม่ พักเหนื่อยพอแล้วก็กลับบ้าน 

วันเวลาอันสุขสงบของอู๋จิงผ่านไปเรื่อยๆ จนเข้าฤดูหนาวอาหยวนก็กลับมาพร้อมกับข่าวและเงินจากท่านตาของอู๋จิง ที่อาหยวนยอมตามขบวนพ่อค้าไปต่างเมืองเพราะพวกเขาจะผ่านไปเมืองเฟยเทียนที่ท่านตาอาศัยอยู่ ทำให้ลอบไปพบได้โดยไม่มีผู้ใดสงสัย  

"นายท่านฝากเงินกับจดหมายมาให้ฮูหยินขอรับ" อาหยวนส่งถุงผ้าให้อู๋เชีย 

"ลำบากเจ้าแล้ว ไปพักผ่อนเกิดเถิดอาหยวนแล้วคาอยมารับประทานอาหารเย็นด้วยกัน" อู๋เชียบอก อาหยวนก้มศีรษะแล้วออกไป 

อู๋เชียคลี่จดหมายออกอ่าน บิดาของนางนั้นบอกให้นางหลบซ่อนตัวที่นี่ไปก่อนไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองท่านจะส่งมาให้อีก นางเปิดถุงเทก้อนทองออกมา คะเนดูแล้วมีน้ำหนักรวมกันราวยี่สิบตำลึง หากเป็นชาวบ้านทั่วไปเพียงพอให้ใช้ไปได้หลายปี 

"แม่อยากจะเขียนจดหมายไปขอบคุณท่านตาของเจ้าแต่ไม่รู้ว่าท่านตาของเจ้าถูกจับตาดูอยู่หรือไม่ ดังนั้นไม่ติดต่อไปจะดีกว่า" อู๋เชียถอนหายใจยาว  

"ท่านแม่อย่าได้เศร้าใจไปเลย สักวันเราคงได้มีโอกาสเจอท่านตา" อู๋จิงปลอบมารดา  

ความคิดเห็น