ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 การจุติขั้นที่ 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 การจุติขั้นที่ 2

คำค้น : magic song,เวทย์มนต์แห่งเสียงเพลง,yaoi,ต่างโลก,MMORPG

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 945

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2563 22:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 การจุติขั้นที่ 2
แบบอักษร

"มาเป็นพวกเดียวกับฉัน"ดีแลนคือแอสซาซินที่มีความเยือกเย็นและมีฝีมือที่เก่งกาจมากที่สุดในเมืองHoly lightแล้ว ทั้งยังเป็นคนที่ล้มไซครอปส์ด้วยตัวคนเดียวบวกกับมีใบหน้าที่หล่อเหลาและเย็นชาจึงได้ขึ้นฉายาว่าปีศาจน้ำแข็ง

 

"มาเป็นพวกเดียวกัน?"เพิลหยุดชะงักก่อนที่ดีแลนจะยื่นกระดาษอะไรบางอย่างมาทางเขามือเรียวสวยจึงรับมันมา ซึ่งในรายละเอียดที่เขียนอยู่ในกระดาษนั้นบอกไว้ว่ารับสมัครคนเข้าร่วมทีม...

 

เอ๊ะ..

 

เขาเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างเหลือเชื่อ..ไม่ใช่ว่าตกอกตกใจเรื่องที่หมอนี้อยู่แรงค์Sอะไรหรอกนะ แต่แค่ตกใจที่หมอนี่อยู่เพียงคนเดียวในทีมโดยที่ตำแหน่งอื่นยังคงเว้นว่างไว้อยู่ บ้าหน่า...หมอนี่สู้คนเดียวมาตลอดเลยหรอเนี่ย...

 

"ไม่ได้หรอกครับผมเองก็มีจุดมุ่งหมายอยู่เหมือนกัน ผมต้องไปเมืองบาบิโลนตามที่องค์ราชินีฟลอราบอก"เพิลกระพริบตาปริบๆเมื่อคำที่พูดออกไปนั้นดีแลนไม่ได้ฟังเลยสักนิด เจ้าตัวได้แต่นั่งจ้องหน้าเขาอยู่อย่างนั้นจนเขาเริ่มที่จะลนลานแล้วทำอะไรไม่ถูกไปอีกรอบ

 

"คะ..คุณเชฟครับ กะ...เก็บตังด้วยครับ"สายตาเลิ่กลั่กไปหมด ในเมื่อทำอะไรไม่ถูกก็หนีเลยแล้วกัน!

 

"ครับทั้งหมด 25 เหรียญเงินครับ"

 

ปึก...เคร่ง...

 

"เอ่อ..."เชฟยืนอึ้งไปสักพัก

 

ดีแลนที่นั่งนิ่งเฉยอยู่นานหยิบเงินของตัวเองขึ้นมาจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ ด้วยความที่อยากได้เพิลเข้ามาเป็นสมาชิกเลยโชว์ความยิ่งใหญ่จ่ายไปทั้งหมด10เหรียญทองแลกกับอาหาร25เหรียญเงิน

 

"เลี้ยง..."เพิลพูดไม่ออกเลยทีเดียวได้แต่นั่งทำปากพะงาบๆเหมือนปลาขาดน้ำ

 

.

.

.

.

.

เพิลกอดโลลี่ไว้ในอกไว้แน่นในระหว่างที่เดินอยู่ในตลาด ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงกังวลกับรังสีที่เพ่งมาทางเขาโดยดีแลนที่เดินตามแล้วจ้องอยู่ข้างหลัง นี่คนหรือตุ๊กแกเนี่ยตามติดไม่ห่างเลย!ประหนึ่งเหมือนเขาไปติดค่าแชร์มายังไงยังงั้น

 

"พี่ชายครับผมให้"เด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาแล้วยื่นช่อดอกไม้สีแดงให้ใบหน้าพลางขึ้นสีแดงระเรื่อ ดูแล้วน่ารักมากๆ

 

"ขอบคุณครับ"เขายิ้มให้เด็กน้อยแล้วรับช่อดอกไม้มา ดอกไม้สีแดงนี้คือช่อดอกกุหลาบที่เขาชอบแถมยังส่งกลิ่นหอมๆออกมาอีกด้วย

 

"ช่อดอกไม้หอมมากๆเลย"เพิลพูดออกมาอย่างลืมตัว ไม่ทันไรก็มีผู้คนในระแวกนั้นปรี่เข้ามาเพื่อแย่งกันซื้อช่อดอกไม้จากร้านค้าของเด็กน้อยกันตรึม นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ความชอบของเขามีอิทธิพลต่อชาวเมืองที่นี้เช่นนี้ ไม่นานร้านดอกไม้ของหนูน้อยคนนี้ก็ถูกผู้คนกวาดซื้อจนเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ดอกเดียว อืม...ก็นะถือว่าได้ช่วย?หนูน้อยน่ารักคนนี้แล้วกัน

 

คำพูดคำจาเหมือนคนหลงตัวเองเลยแฮะ...

 

เพิลเอี้ยวหลังหันไปมองหาร่างสูงที่ยังยืนอยู่ข้างหลังเมื่อกี้แหม็บๆแต่ตอนนี้กลับหายไปไม่เห็นแม้แต่เงา เขาล่ะงงกับอีกฝ่ายเหลือเกินว่าต้องการอะไรกันแน่อยู่ๆเดี๋ยวก็มาอยู่ๆเดี๋ยวก็ไปเขาล่ะเดาใจไม่ถูกไหนจะประโยคที่พูดออกมาไม่กี่คำเอง แต่ก็ช่างเถอะเผลอๆอาจจะหาสมาชิกคนใหม่ได้แล้วมั้งจากเหตุการณ์เมื่อกี้

 

"นี่โลลี่เราจะเดินทางต่อหรือหยุดพักที่นี่ดี"

 

โลลี่ที่ถูกเขาอุ้มกำลังดมช่อดอกไม้ที่เขาพึ่งได้มาอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาช้าๆแล้วนำมือทั้งสองข้างมาประกบกันข้างหูคล้ายกับกำลังบอกว่านอนพักที่นี่เถอะนะ ซึ่งเขาก็ไม่ขัดศรัทธาของสลอธหรอกเพราะนี่ก็ครึ่งค่อนวันแล้วด้วยเกรงว่าถ้าเดินทางต่อคงได้นอนกลางป่าแน่ๆ

 

"อืม...ที่ไหนมีโรงแรมบ้างนะ"เพิลไม่รู้ว่าที่เมืองนี้มีโรงแรมที่ไหนบ้างเพราะบ้านเมืองก็ดูเหมือนกันไปเสียหมด สงสัยต้องเดินดูดีๆบ้างแล้วล่ะเผื่อจะมีป้ายเขียนอะไรไว้บ้าง

 

เพิลเดินวนๆอยู่รอบเมืองจนกระทั่งมาเจอโรงแรมตรงบริเวณทางข้างหน้าของเขา เขารีบเดินเข้าไปภายในตัวของโรงแรมซึ่งสถานที่นี้ให้ความรู้สึกครึกครื้นมากกว่าโรงแรมที่ฟรอลาเรียนหน่อย เพราะที่โรงแรมแห่งนี้มีสถานที่ให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่มจึงไม่ต้องสงสัยว่าเสียงเจี๊ยวจ๊าวพวกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

"ยินดีต้อนรับครับคุณลูกค้า ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดให้เราช่วยบ้างไหมครับ"บริกรที่มีหน้าที่ต้อนรับลูกค้าเมื่อเห็นว่าเพิลเดินเข้ามายังในร้านก็รีบเข้าไปหาเพื่อต้อนรับ น่าเสียดายที่เพิลไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่ามีบริกรหนุ่มมากมายขนาดไหนที่อยากจะออกมาต้อนรับเจ้าตัวเพราะด้วยความงามที่มีจึงเป็นที่ดึงดูดสายตาของเหล่าผู้นักผจญภัยและลูกค้าคนอื่นๆได้เป็นอย่างดี

 

"ผมต้องการห้องพักดีๆสักหนึ่งห้องน่ะครับ ไม่ทราบว่าพอจะมีห้องเหลือบ้างหรือเปล่าเพราะดูท่าคนจะเยอะน่าดู"เพิลยิ้มบางๆออกมาเพราะเห็นผู้คนเต็มร้านขนาดนี้ก็อดที่จะชื่นชมว่าร้านนี้เป็นที่นิยมเสียไม่ได้

 

"มีอยู่แล้วครับเพื่อคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าได้เอาป้ายผ่านทางหรือป้ายแสดงตนพกติดตัวมาไหมครับ"เพิลทำท่าเข้าใจแล้วหยิบแผ่นป้ายระดับเพชรที่อยู่ในมิติออกมาวางแหมะที่มือของบริกรทำเอาบริกรหนุ่มเบิกตากว้างมือไม้สั่น

 

"ระ...ระดับเพชร!"กลายเป็นเรื่องฮือฮาเมื่อลูกค้าคนใหม่มีแผ่นป้ายที่พกมาเป็นระดับเพชร เพิลเหมือนจะนึกขึ้นได้เลยรีบหยิบแผ่นป้ายมาเก็บเหมือนเดิม ก็แหม...คนมันลืมตัวทำไงได้แล้วทีนี้จะต้องทำยังไงต่อไปดีล่ะเนี่ย

 

"ขออภัยที่เสียมารยาทขอรับท่านเทพ โรงแรมเอเคอร์ของเราเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับและดูแลท่าน"อีกฝ่ายหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าผาก ถ้าหากว่าเขาทราบว่าคนตรงหน้าเป็นเทพล่ะก็เขาคงจะต้อนรับให้สมเกียรติกว่านี้ ช่างน่าขายหน้าเสียจริง!

 

"ไม่เป็นไรหรอกครับตอนนี้ผมอยากพักจะแย่"การเป็นเทพนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ บางทีการที่มีผู้คนให้เกียรติเขามากเกินไปมันก็ทำให้เขายิ่งทำตัวไม่ถูก...

 

"เชิญทางนี้ครับ"บริกรหนุ่มพาลูกค้าคนสำคัญไปยังที่พักของเจ้าตัว ซึ่งที่พักที่ว่านั้นคือห้องระดับVIPที่ทางโรงแรมนั้นจัดไว้ให้เพื่อบุคคลสำคัญหรือผู้ที่มีตำแหน่งเป็นเทพให้สมเกียรติกับเจ้าตัว ระหว่างทางที่เพิลเดินขึ้นไปยังชั้นที่ 9 ก็สังเกตุได้ว่าคนอื่นๆนั้นมองมาที่เขาด้วยแววตาหลงใหลและแววตาที่แสดงออกถึงความชื่นชม เห้อ...พิลึกจริงๆ

 

"เชิญเข้าไปทางนี้ได้เลยครับส่วนค่าใช้จ่ายนั้นท่านสามารถจ่ายที่เคาท์เตอร์ชั้นล่างสุดได้เลยครับ หากมีอะไรต้องการเพิ่มเติมหรือให้รับใช้สามารถเรียกบริกรอื่นๆได้เลยครับขอตัวครับ"

 

เพิลชื่นชมพนักงานและด้านการบริการของที่นี่เพราะพนักงานต้อนรับพูดจาสุภาพและเป็นทางการให้เกียรติกับแขก บวกกับทางโรงแรมยกห้องVIPให้พักตามสบายจ่ายในราคาเท่าเดิม เขาเข้าห้องไปถึงก็ล้มตัวลงกับเตียงทันทีส่วนโลลี่ก็กระเถิบๆลงไปนอนขดเป็นก้อนที่หมอนนุ่มนิ่มรอจนคล้อยหลับไปแล้วเขาจึงลุกขึ้นมานั่งที่โต๊ะ

 

เขานึกขึ้นมาได้ว่าการรับคอร์ในครั้งนั้นเขาได้คอร์ของผีเสื้อกับนกพิราบขาวมา ตอนแรกที่เขาใช้คอร์คือคอร์ของผีเสื้อและยังคงเหลือคอร์ของนกพิราบขาวที่เขายังไม่ได้ทำการจุติ ตอนนี้มีเวลาว่างๆเขากะว่าจะทำการจุติคอร์ของนกพิราบขาวเสียเลยอยากรู้ว่ามันจะมีเอฟเฟคอะไรเกิดขึ้นบ้าง

 

มือเรียวเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมบนอากาศก่อนที่จะกดหยิบคอร์ของนกพิราบขาวนำมาใส่ในช่องระบบการจุติจากนั้นเขาก็กดเริ่มจุติขั้นที่สอง ภาพตัดมาที่พื้นที่มิติที่เดิมโดยที่ฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นร่างเงาด้านมืดของเขายืนตระหง่านอยู่...เงื่อนไขการจุติในครั้งนี้คือการล้มคู่ต่อสู้ของเขาให้ได้

 

"เอิ่ม...โดนทุ่มไม่ถึงสิบทีก็น่าจะตายแล้วมั้งค่าสถานะกายภาพด้อยค่าขนาดนี้"

 

เอ๊ะ..เหมือนเขาว่าตัวเองทางอ้อมเลยแฮะ

 

ฟึบ! ครั้งนี้รู้สึกผิดคาดมากเพราะอยู่ๆร่างเงาด้านมืดของเขาก็ขยับตัวปล่อยกระแสลมออกมาโจมตีบริเวณที่เขายืนอยู่โชคดีที่ไหวตัวทัน เพราะถึงค่าสถานะป้องกันพลังเวทย์ของเขาจะสูงมากแต่ทว่าอีกฝ่ายถูกบัฟให้มีพลังที่มากกว่าเขาถึงสิบเท่า

 

"งานนี้คงไม่ง่ายเหมือนคราวที่แล้วแน่Wind!"เพิลใช้เทพนิคเดิมในการใช้กระแสลมที่รุนแรงพัดให้ก้อนหินปลิวกระเด็นออกไปทำแดเมจแก่เป้าหมาย ในความคิดของเขาอีกฝ่ายจะต้องหลบการโจมตีของเขาได้แน่ๆ

 

โป๊ก! หย่อย...

 

เอิ่ม...เหมือนเขาจะคิดผิดถนัดเลยแถมอยากจะกุมขมับ ไอ้ตัวเขาก็ลืมไปว่าไม่มีค่าAGIที่เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่เลยเพราะงั้นการที่ร่างเงาของเขาพยายามที่จะหลบก้อนหินพวกนั้นจึงเป็นไปได้ยาก สรุปก็คือ...อีกฝ่ายโดนก้อนหินกระแทกหน้าไปเต็มๆนั่นเองแถมยังส่งเสียงร้องแปลกๆออกมาอีก

 

"หืม...ยังไม่สำเร็จหรอเนี่ย"เพิลเห็นว่าร่างเงาของเขาลุกขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับซัดพลังลมใส่ ส่วนตัวเขาที่มีประสบการณ์ตรงเมื่อสามถึงสี่วิที่แล้วจึงไตร่ตรองได้ว่าเขานั้นไม่น่าจะหนีรอดก็เลยเลือกที่จะกลางโล่แห่งสายลมแทน

 

เพี๊ย! แกรก!

 

"พลังโจมตีรุนแรงขนาดนี้โล่คงรับได้ไม่นาน"เพิลพูดกับตัวเองเบาๆ เขาต้องรีบปิดฉากให้ไวที่สุดไม่อยากแพ้เพราะเขาไม่รู้ว่าถ้าหากแพ้แล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคอร์ที่ได้มาหรือเปล่าเลยเลือกที่จะซัดหินใส่อีกครั้งจนHPฝ่ายตรงข้ามไม่เหลือ

 

[ยินดีด้วยคุณได้ผ่านการทดสอบการจุติขั้นที่สอง 'ดินแดนนกพิราบขาว' ระบบจะทำการจุติร่างและจิตวิญญาณของท่านนักผจญภัยภายใน3วินาที]

3.

2.

1.

 

แสงสีขาวประหลาดมากมายเปล่งประกายออกมาจากจิตวิญญาณของเขาทำให้ทัศนียภาพของเขานั้นเลือนหายไปแล้วกลับมาที่ห้องของเขาอีกครั้ง ที่น่าแปลกใจมากกว่านั้นก็คือการที่เขาลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่ามีนกพิราบขาวมากมายเกาะอยู่เต็มทั่วทุกมุมห้องของเขาเลย กระทั่งหัวของโลลี่ที่เจ้าตัวกำลังนอนหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราว

 

____________________________________________________

 

ความคิดเห็น