email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 136

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2563 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

ตอนที่ 6

เมื่อยู่ในลิฟต์กันแล้ว หญิงจึงเอ่ยปากถามออกไป

“ น้องหัวแหวนไปรู้จักธามได้ยังไงเนี้ย”

“ คือหัวแหวนลืมเอากระเป๋าตังลงไปแล้ว จะออกไปเรียกพี่หญิง พี่ธามเขาก็บอกว่าจะออกให้ แล้วเขาได้ยินหนูพูดถึงพี่หญิงเขาก็เลยถาม หนูก็บอกว่าพึ่งมาฝึกงานค่ะ” หัวแหวนตอบออกไปจนหมดเพราะคิดว่าไม่มีอะไร แต่เป็นหญิงเองที่สงสัยเพราะปกติธามไม่ใช่คนที่ใจดีขนาดนั้น

“ แปลก” หญิงพูดออกมาอย่างอดสงสัยไม่ได้ แต่มือก้ไม่วายพิมพ์บอกคนที่กำชับว่าให้เขาดูแลหัวแหวนอย่างดี

“ แปลกอะไรหรอคะ” หัวแหวนถามออกมาอย่างสงสัย แต่หญิงก็ตอบว่าไม่มีอะไร พอดีกับที่ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นบนพอดี แต่ว่าเป็นชั้นที่ 18 ไม่ใช่ชั้นที่ 22

“ น้องหัวแหวนขึ้นไปหาคุณธีร์กับคุณเลิฟก่อนนะคะ พี่ไปทำธุระแปบนึง แล้วเจอกันนะคะ” เมื่อหญิงออกจากลิฟต์ไป หัวแหวนก็กดไปที่ชั้น 22 ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวเฉพาะ จึงมีถึงชั้น 22เลย ไม่ต้องมาขึ้นบรรไดอีก พอถึงปุ๊บ หัวแหวนก็ตรงเข้าไปในห้องที่เขียนป้ายหน้าห้องว่า ท่านประธาร ทันที

เมื่อเปิดเข้าไป คนที่เห็นเป็นคนแรกคือเลิฟ ที่นั่งอยู่บนโต๊ะ หันหน้ามาทางประตู ทำหน้าตาเหมือนไปโกธรใครมาอยู่ แต่ไม่ยักจะเห็นธีร์

“ ช้า” เลิฟพูดเสียงดุ

“ ก็หนูไปดูงานมา” หัวแหวนก็ตอบกลับไปพร้อมเดิมนั่งที่โซฟาที่เดิมของเธอ

“ ทำไมต้องไปดู ฉันก็ให้งานเธอดูแล้วไง” เสียงที่ติดจะหงุดหงิดนิดๆของเลิฟทำให้หัวแหวนที่กำลังจะตักเค้กเข้าปากเงยหน้าขึ้นมามองอย่างไม่พอใจ

“ ก็พี่เลิฟเอางานอะไรให้หนูดูละ อะไรก็ไม่รู้ งานของพี่บิ๊กยังเท่ห์กว่าเลย” หัวแหวนพูดขึ้นอย่างอวดๆ เพราะงานที่บิ๊กทำกับงานที่เลิฟเอาให้ดูนั้นมันเทียบไม่ติด

“ หึ งานไอ้บิ๊กอะหรอดี”

“ ใช่ แล้วเขาก็บอกด้วยว่าพี่เลิฟทำได้ดีกว่าเขา แต่หนูว่าไม่เห็นจะจริงเลย งานที่พี่เลิฟเอามาให้หนูดูมันเทียบกับงานพี่บิ๊กไม่ได้เลยซักนิดเดียว” หัวแหวนว่าอย่างดูถูกนิดๆ แต่คนที่ฟังกลับนึกขำ เพราะงานที่เขาให้คนตรงหน้าดูนั้นมันเป็นงานสมัครมหาลัยที่เขาทำเล่นๆ แต่ดันมีคนสนใจ จะว่ามันง่ายๆหรอ ก็ไม่นะ แต่ถ้าเทียบกับงานของเขาตอนนี้ อันนั้นก็เหมือนเด็กเล่นไปเลย

“ นั้นงานตอนฉันมหาลัย” ตอนสั้นๆ พร้อมกับหันจอโน๊ตบุ๊คตรงโต๊ะทำงานของธีร์มาให้หัวแหวนดู คนที่กำลังกินเค้กอยากอร่อยเมื่อเห็นงานของเลิฟแล้วก็ตาโต รีบวิ่งเข้าไปดูอย่างเร็วเลย

“ โห สวยอะ พี่เลิฟทำเองหมดเลยหรอ” หัวแหวนพูดไปก็เอาเม้าส์ขยับโมเดล3Dไปด้วย มันเหมือนของจริงมาก สวยแบบมากๆเลย งานนี้เป็นออกแบบภายในของบ้าน ทั้งหลัง อย่าเรียกว่าบ้านเลย เรียกว่าคฤหาสดีกว่าเพราะใหญ่มาก นี้ขนาดดูในจอนะยังสวยเลย ถ้าได้ไปดูที่แต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วสิคงจะน่าอยู่น่าดู

“ หึ หมาทำมั้ง”

“ พี่เลิฟอะ!!”

“ แล้วพี่ธีร์ไปไหนอะ” หัวแหวนถามเพราะตั้งแต่กลับมายังไม่เห็นธีร์เลย

“ มันไปละ มีนัดกับลูกค้า มึงก็ควรกลับได้ละ ไป” เลิฟพูดจบก็เดินออกจากห้องทันที

“ พี่เลิฟ!! ขนมหนูยังไม่หมดเลยนะ” หัวแหวนที่หันไปเห็นเค้กตัวเองที่ยังกินไปไม่ถึงครึ่งก็ตะโกนถามคนที่เดินออกมานอกห้องละ

“ เอากลับไปกินที่ห้อง แล้วรีบตามมาเร็วๆ” เลิฟพูดแค่นั้นก็เดินต่อโดยไม่หันมามองด้วยว่าหัวแหวนจะตามมาทันมั้ย

แต่ทันทีที่หัวแหวนออกมาจากห้องก็เจอกับพี่หญิง หัวแหวนจึงยกมือไหว้

“ หนูไปก่อนนะพี่หญิง สวัสดีค่ะ”

“ น้องหัวแหวน เอานี้ เอาไปกิน พี่ซื้อมาเยอะ เอาไปๆ” พี่หญิงไม่วายที่จะเอาของดองที่ตนซื้อมานั้นยื่นให้หัวแหวน

“ ขอบคุณนะคะ งั้นหัวแหวนไปละนะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” แล้วหัวแหวนก็รีบวิ่งตามเลิฟไปแต่ผิดคาดหัวแหวนคิดว่าเลิฟนั้นจะลงเลิฟ แต่ดันลงบันไดแทน

“ ไม่ลงลิฟต์ละพี่”

“ ฉันจะไปชั้น 18 ก่อน” เลิฟตอบกลับมา ขาก็ก้าวลงบันไดไปด้วย

“ ใช้ลิฟต์ก็ได้มั้ย ตั้งหลายชั้น” หัวแหวนก็ยังไม่หยุดถาม

“ หันเดินซะบ้าง อ้วนเป็นหมูละ” เลิฟว่าอย่างไม่จริงจัง

“ ชิ เดินก็เดิน” แต่ด้วยของคนตัวเล็กมันเยอะ ทั้งกระเป๋าทั้งโกโก้ที่พึ่งซื้อไหนจะถุงเค้กอีก ทำให้เลิฟที่มองอยู่นานรู้สึกรำคาญ

“ ถ้ามันยุ่งยากก็ไม่ต้องขนมันมาเยอะกระเป๋าเนี้ย แค่กระเป๋าตังก็พอละ” เพราะว่ากระเป๋าที่หัวแหวนเอามามันเป็นเป้ แต่หัวแหวนยังสะพายไม่ได้ที่เลยห้อยโตงเตงไปมา เลิฟจึงเอามาสะพายเอง แล้วเดินนำหน้าไป

พอเดินลงไปถึงชั้นที่ 18 เลิฟที่เดินนำหน้าก็เข้าไปทักทายรุ่นน้องที่ทำงานอยู่ปล่อยให้หัวแหวนที่กำลังเหนื่อยยืนหอบอยู่หน้าห้องคนเดียวยังไม่ได้เข้ามา เอาจริงๆแค่ลงบันไดมันไม่เหนื่อยหรอก แต่หัวแหวนเล่นพูดไม่หยุดเลย ทั้งเรื่องเค้ก ทั้งเรื่องที่เจ้าตัวนั้นลืมกระเป๋าตังลงไปแถมยังต้องขายหน้าไปยืนตังคนที่ไม่รู้จักอีก เลิฟก็ทำหน้าที่คนฟังอย่างดี ไม่มีถามอะไรออกมา หรือจะเรียกว่าหัวแหวนพูดคนเดียวก็ว่าได้ พอหัวแหวนกำลังจะเดินเข้ามาในห้องก็เจอเข้ากับธามที่กำลังเปิดประตูออกมาจากห้องพอดี

“ เอ้า เจอกันอีกแล้วนะเรา มาทำไรที่นี้ละหื้ม” ธามไม่ว่าเปล่ายกมือขึ้นมาลูบหัวแหวนไปมา คนที่โดนกระทำก็งงๆ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะปกติคนที่รู้จักก็ชอบเล่นหัวเขาอยู่แล้ว โดยเฉพาะไอ้เพื่อนตัวดี ที่เจอกันทีไรเป็นต้องทำให้ผมฟูทุกที

“ มากับพะ คุณเลิฟค่ะ” หัวแหวนเกือบหลุดเรียกเลิฟว่าพี่ เพราะเขายังจำได้ว่าเลิฟไม่ให้เขาเรียกว่าพี่เวลาอยู่ข้างนอก

“ อ่อ ครับ” ธามพูดจบแต่ก็ยังไม่ได้ขยับไปไหน ทำให้หัวแหวนเข้าห้องไม่ได้

“ เอ่อ พี่ธามหลบหน่อยได้มั้ยคะ คือหนูจะเข้าไปข้างใน” หัวแหวนพูดออกมาธามที่ยืนขวางประตูอยู่ถึงกับหน้าเสีย แล้วทำทีว่าเขาจะไปเข้าห้องทำพอดี แต่ก็ยังไม่ทันที่จะได้เดินออกไปไกล เสียงเล็กก็ตะโกนกลับมาเสียงดัง

“ พี่ธาม!”

“ ว่าไงครับ”

“ ค่าเค้ก อะ หนูคืนให้ค่ะ” หัวแหวนที่พึ่งนึกได้เลยรีบหยิบเอาตังออกมาให้คืนแต่ธามตอบกลับมาออย่างยิ้มๆ

“ พี่หญิงเขาเอามาคืนพี่แล้วละ แต่จริงๆ เงินแค่นี้พี่เลี้ยงเราก็ได้นะ” ธามพูดจบก็เดินเข้ามาหาหัวแหวนใหม่ ทำท่าจะเข้ามาจับมือเล็กๆที่ยื่นตังให้แต่เสียงดุเข็มๆก็เอ่ยขัดขึ้นก่อน

“ อย่าดีกว่า ผมว่าคุณเก็บตังของคุณไว้เถอะ” เลิฟที่ตอนแรกคิดว่าเดินเข้าไปข้างในแล้ว แต่กลับเดินออกมาพร้อมกับคว้าแขนของหัวแหวนให้ไปยืนอยู่ข้างหลังแล้วตนมายืนแทนที่

“ ครับ ผมก็ว่าอย่างงั้น ถ้าไม่มีอไรแล้ว งั้นผมขอตัวนะครับ พี่ไปก่อนนะหัวแหวนแล้วเจอกันครับ” ธามที่กำลังหงุดหงิดเพราะโดนขัดจังหวังก็เอ่ยขอตัวเพราะถ้าให้เขาอยู่ต่อมีหวังได้ทำอะไรโดยไม่คิดแน่ๆ แต่ก็ไม่วายที่จะบอกลาสาวตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างหลังเลิฟ

“ ทำไมไม่เดินตามฉันเข้าไป” เลิฟที่เห็นว่าธามเดินออกไปแล้ว จึงหันมาถามเสียงดุ เพราะเขาเดินเข้าไปตั้งนานละแต่คนตัวเล็กก็ยังไม่เดินตามเข้าไป

“ ก็หนูกำลังจะเข้าไปไง แล้วเจอพี่ธามก่อนเลยคุยกัน”

“ คุยกัน? มันจะจับมือเธอเนี้ยนะคุยกัน คุยกันแบบไหนวะ!!” เลิฟที่ไม่รู้ว่าหงุดหงิดอะไรก็พูดตอกกลับเสียงดังจนทำให้หัวแหวนกลัว แถมคนที่อยู่ในห้องต่างก็ออกมาดูว่าเลิฟเป็นอะไร

“ เฮีย ใจเย็นๆนะเฮีย ปะๆ เข้าไปนั่งข้างในก่อนไป เดินลงมาร้อนๆ” เป็นบิ๊กที่เอ่ยบอกเพราะน้องคนอื่นๆก็ต่างกลัวท่าทางเลิฟตอนนี้กันหมด ไม่เว้นแม้แต่หัวแหวน ถึงเลิฟจะเดินไปแล้ว แต่หัวแหวนก็ยังยืนอยู่หน้าประตูที่เดิมจนบิ๊กเห็นเลยเข้ามาเรียกให้เดินไปนั่งข้างใน

“ ไปเถอะ นั่งข้างในดีกว่า แอร์เย็นๆ มีขนมด้วยนะ ไปๆ” แต่เด็กก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ เมื่อได้ยินบิ๊กบอกว่ามีขนมก็ตาวาวทั้งๆที่ในมือก็มีเค้กอยู่แล้ว

“ อะๆ นั่งข้างเฮียเลิฟเลย” บิ๊กที่จัดแจงให้หัวแหวนได้นั่งข้างๆเฮีย แต่เป็นหัวแหวนเองที่เดินเลยไปนั่งที่โต๊ะทำงานของบิ๊ก

“ หนู ทำไมไม่มานั่งนี้ละ ไปนั่งนู้นแล้วเฮีย เอ้ย แล้วขนมละ ไม่กินแล้วหรือไง” บิ๊กที่เกือบหลุดปากว่าเลิฟสั่งบิ๊กว่าให้หัวแหวนมานั่งข้างๆตน ก็โดนเลิฟมองด้วยสายตานิ่งๆ ทำให้บิ๊กรีบกลับคำทันที

“ หนูเอามากินตรงนี้ก็ได้ค่ะ” หัวแหวนพูดบอก พร้อมกับมือก็เลื่อนๆดูงานที่บิ๊กทำค้างเอาไว้

“ เอ่อ ไม่ได้ กินหน้าคอมไม่ได้ ต้องมานั่งที่โซฟา ดะ เดี๋ยวคอมมันพัง” บิ๊กที่ไม่รู้จะเอายังไงเมื่อหันไปมองเลิฟก็เจอสายตานิ่งๆแบบเดิม ทำให้เขาต้องโกหกไปว่ากินอาหารหน้าคอมไม่ได้ แต่แท้จริงแล้ว เขานี้แหละที่เอาอะไรมากินก็นั่งหน้าคอมตลอด

“ งั้นหนูไปนั่งกับพี่นนพี่นัทก็ได้ค่ะ ตรงนั้นก็โซฟา” เอากับหัวแหวนมันสิ ก็ตรงที่นนกับนัทนั่งอยู่มันก็โซฟาอีกตัว

“ เอ่อ คือ...”

“ คุยเรื่องงานได้หรือยัง กูอยากกลับไปนอนละ” เลิฟที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงหัวแหวนก็ไม่มีทางมานั่งกับตนจึงเร่งให้คนที่ทำหน้าตากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกให้เริ่มคุยเรื่องงานได้แล้ว

“ งั้นก็ได้ อะนี้ แบบที่ผมพึ่งที่เสร็จเลย” แล้วหลังจากนั้นพักใหญ่เลิฟกับบิ๊กก้เข้าสู้โหมดจริงจัง ไม่มีทีเล่นที่จริง ทางฝั่งของหัวแหวนที่ตอนแรกนั่งเล่นกับนนกะนัทอยู่ตอนนี้ก็กลายเป็นว่านอนเล่นบนโซฟาคนเดียวแล้วเพราะนนกับนัทไปทำงานต่อตามคำสั่งของเลิฟ หัวแหวนที่ยังพอได้ยินเสียของทั้งสองคุยกันว่างานนี้เร่งจริงเพราะเขาต้องการวันพรุ่งนี้ ทำให้เลิฟต้องเป็นคนลงมือเอง พอเลิฟคุยงานจบ ก็เดินเข้ามาหาหัวแหวนที่ยังนอนคว้ำหน้ากับโซฟาเล่นมือถือไปเรื่อยๆ จนเสียงประตูเปิดเข้ามาก็เป็นธามที่ออกไปตั้งแต่แรก พอธามเห็นว่าหัวแหวนนอนที่โซฟาแถมยังนอนแบไม่ได้ระวังตัวทำให้เสื้อที่ใส่อยู่ในกางเกงมันล่นขึ้นเห็นเอวเล็กขาวแถมก้นที่งอนนั้นสายไปมาเพราะหัวแหวนนอนตีขา เมื่อเลิฟเห็นมาธามจ้องตาไม่กระพริบเลยไปคว้าเอาผ้าห่มที่โต๊ะของบิ๊กมาคลุมหัวแหวนทั้งตัวเหลือโพล่มาแค่หัว คนที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ก็ตกใจจึงหันกลับไปมอง เสื้อเจ้ากรรมก็เลิกขึ้นกว่าเดิมด้วยเหตุที่ว่าชายเสื้อมันสั้น แล้วใส่ในกางเกงพอนอนกลิ้งไปกลิ้งมามันก็เลยล้นขึ้น แล้วตอนนี้มันก็ทำให้เห็นหน้าท้องแบนๆขาวๆนั้น ธามที่ยังจ้องอยู่ก็ตาโตเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเห็น

“ หัวแหวน!!” เลิฟตะโกนออกมาพร้อมกลับเดินมาบังตัวหัวแหวนไว้ แล้วเอาผ้าห่มที่มันหล่นมาที่โซฟามาพันตัวหัวแหวนไว้

“ อะไรของพี่เลิฟเนี้ย เอาผ้ามาพันหนูทำไมเนี้ย กำลังนอนสบายเลย” หัวแหวนหงุดหงิดเพราะว่ากำลังนอนเล่นเกมอยู่เพลินๆ ทำให้เกมเขาตายเลย

“ หนูกำลังเล่นเกมอยู่เลยนะ มาทำให้หนูตายทำไมเนี้ย งุ้ย” หัวแหวนทำหน้างอ กอดอกไว้แน่นทำท่าไม่พอใจ

“ อ้าว พี่ธาม มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย” หัวแหวนที่กำลังหงุดหงิด นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาใต้ผ้าห่มพื่นหนาที่เลิฟพันไว้ ก็เหลือบไปเห็นคนที่มาใหม่

“ มะ เมื่อกี้หนะ” ธามที่ยังไม่เลิกมองร่างกายของหัวแหวนพอโดนถามเลยทำให้ตอบไม่ถูก

“ อ่อ ค่ะ” พอหัวแหวนตอบรับธามจบก็หันมามองค้อนเลิฟต่อ แล้วทำท่าจะเอาผ้าห่มออก แต่เลิฟก็เอาพันไว้เหมือนเดิม

“ อะไรของคุณเนี้ยห้ะ!” หัวแหวนที่จำได้ว่าเลิฟให้เรียกตนว่าอะไร ก็ไม่ลืมแต่สีหน้าของเลิฟเมื่อได้ยินก็รู้สึกหงุดหงิดทันที

“ พี่!”

“ ห้ะ?”

“ เรียกฉันว่าพี่”

“ ก็ไหน บอกว่าไม่...”

“ เรียก ว่า พี่” เลิฟเน้นแต่ละคำชัดๆ ทำให้คนที่นั่งอยู่บนโซฟางง ก็ไหนบอกไม่ให้เรียนพี่ต่อหน้าคนเยอะไง แล้วนี้มาบังคัญให้เรียกพี่

“ อะไรของพี่เลิฟเนี้ย ไบโพล่าหรอ”

“ เดี๋ยวจะโดน ไปแต่งตัวให้มันดี” เลิฟว่าพลางดันหัวแหวนให้ไปเข้าห้องน้ำทั้งๆที่ยังมีผ้าห่มห่อตัวอยู่

“ เร็ว จะกลับมั้ยบ้านอะ” หัวแหวนที่กำลังเดินเข้าไปในห้องน้ำก็โดนเลิฟเร่ง เลยทำให้ต้องฟึดฟัดเดินเข้าห้องน้ำไปทั้งๆที่ผ้าห่มก็ลากพื้นไปแบบนั้น ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับห่มห้มที่คลุมหัวออกมา

“ แห่~~~” เสียงที่รอดออกมาจากผ้าห่ม ทำให้คนในห้องทั้งห้องยิ้มขำกับท่าทางเด็กๆนั้น แต่หัวแหวนก็ยังเดินไปมาอยู่แบบนั้นจนไม่รู้เลยว่ากำลังเดินไปชนใคร

 หมับ

“ อื้อ” แต่ยังไม่ทันที่หัวแหวนจะได้ชนคนตรงหน้าเลิฟที่เร็วกว่าก็คว้าเอวคนตัวเองเข้ามาหาตัวพร้อมกับดึงผ้าห่มออกมองด้วยสีหน้าดุๆ

“ เล่นเป็นเด็ก กลับบ้านได้ละ” หัวแหวนที่เงยขึ้นไปมองเลิฟที่ตอนนี้อยู่ใกล้มา ก็แก้เค้นด้วยการกัดลงไปที่หน้าอกเลิฟแรงๆ

“ โอ๊ย หัวแหวน!!” เลิฟร้องเสียงหลงเพราะจุดที่หัวแหวนกันนั้นมันนมเขา พอหัวแหวนผละออกมาคราบน้ำลายก็ยังติดอยู่ที่เสื้อเป็นรอยฟันอย่างเห็นได้ชัด

“ อิอิ สมน้ำหน้า ชอบแกล้งหนูดีนัก” หัวแหวนเอ่ยอย่างอารมณ์นี้ เดินไปหยิบกระเป๋ากับขนมเค้กที่ยังเหลืออยู่ หนึ่งชิ้น มาถือไว้แล้วเดินไปสวัสดีพี่ๆทุกคนแล้วเดินไปอยู่หน้าประตู

“ เร็วสิ หนูรีบนะ อิอิ” หัวแหวนหันไปตะโกนเรียกเลิฟที่ยังยืนไม่ขยับไปไหน แล้วหัวเราะคิกคักออกมาที่ทำให้เลิฟเจ็บตัวได้ แต่เลิฟทำท่าเอือมๆเพราะนิสัยเด็กของหัวแหวนนั้น

“ กูกลับละ ขอบใจมากที่รีบปั่นงานให้ มึงส่งเข้าเมลกูเลยนะ เดะกูไปทำต่อเอง”เลิฟหันไปบอกบิ๊ก และก็พวกน้องๆ แต่ก็ไม่วายที่จะหันไปมองหน้าธามที่ยังมองน้องเขาไม่เลิก

“ หนูกลับก่อนนะพวกพี่ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูมาหาใหม่นะคะ”

“ ไป มัวแต่พูดอยู่นั้นแหละ” เลิฟที่เดินออกมาก็ดันให้หัวแหวนเดินออกจากประตูซะที เพราะมัวแต่รำลาไอ้พวกที่อยู่ในห้องอยู่นั้นแหละ

“ พี่เลิฟอะ!!” หัวแหวนว่าก่อนจะเดินจ้ำๆไปยังลิฟต์ทันที พอเข้ามาในลิฟต์ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก หัวแหวนก็ยืนเล่นเกมไป ส่วนเลิฟก็ก้มมองไอ้เด็กที่อยู่ข้างๆไป

 

“ จะกินอะไร” เมื่อทั้งสองคนมาอยู่ในรถแล้ว เป็นเลิฟที่ถามออกไป เพราะนี้มันก็มืดแล้วด้วย

“ ไม่รู้ อะไรก็ได้มั้ง” หัวแหวนเอ่ยตอบเพราะว่าตนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอยากกินอะไร

“ อะไรก็ได้อีกละ แล้วฉันจะไปรู้มั้ยว่าอะไร” เลิฟที่ทำหน้าที่ขับรถก็ตอบกลับเสียงนิ่ง

“ ก็หนูไม่รู้นิ พี่เลิฟก็คิดบ้างดิให้แต่หนูคิดๆ ก็ไม่รู้มั้ยว่าอยากกินอะไร” หัวแหวนที่ยังไม่หายจากการงอลเลิฟก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ

“ ถ้าฉันเลือกแล้วเธอจะกินมั้ยละ” เลิฟหันมาถามเพราะตอนนี้รถจอดติดไฟแดงอยู่ และสีหน้าของหัวแหวนที่เลิฟเห็นนั้นก็ทำให้เกือบหลุดขำ ด้วยใบหน้าที่งอง้ำปากคว่ำๆนั้นอีก ดูก็รู้ว่าไม่พอใจเขาตั้งแต่ที่ทำงาน

“ แล้วทำหน้าให้มันดีๆหน่อย”

“โอ้ย พี่เลิฟ!! มาผลักหัวหนูทำไมเนี้ยย” หัวแหวนไม่ได้ตอบคำถามที่เลิฟถามตอนแรกแต่นิ่งเงียบเลิฟจึงผลักหัวไปทีนึง ทำให้คนตัวเองหันมามองค้อนทันที

“ ฉันถาม”

“ ก็จะไปกินไรก็ไปดิ” หัวแหวนตอบกลับเสียงห้วนๆ แล้วก็เป็นเวลาที่ไฟเขียวพอดี เลิฟจึงทำหน้าที่ขับรถต่อไป ทั้งๆที่หัวแหวนอยากจะถามว่าจะไปที่ไหนแต่ด้วยความที่โกธรอยู่จึงเลือกที่จะเงียบมากกว่า

และไม่นานรถคันหรู่ก็เคลื่อนตัวเข้ามาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เรียกว่าเป็นร้านอาหารสไตล์ยุโรป และแน่นอน อาหารก็ไม่น่าจะใช่อาหารไทยด้วย เมื่อทั้งสองลงมาก็มีพนักงานเดินเข้ามาต้อนรับเเล้วนำไปที่โต๊ะซึ่งอยู่ด้านนอกเพื่อชมบรรยากาศ บรรยากาศภายในร้านแห่งนี้ตกแต่งด้วยต้นไม้เป็นส่วนใหญ่และจะมีเป็นสระน้ำไว้ตรงกลางมีน้ำพุตั้งอยู่ ลมเย็นๆพัดผ่านจนได้ยินเสียงใบไม้ไหวไปตามแรงลม หัวแหวนที่กำลังชื่นชมบรรยากาศก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ก็ไม่เป็นดั่งใจเพราะไอ้คนที่มาด้วยดันเดินมาบังซะงั้น และเมื่อหัวแหวนเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นว่าเลิฟมองเขาอยู่เช่นกัน

“ จะกินมั้ย ถ้าไม่ จะได้กลับ” เลิฟพูดพร้อมกับทำท่าจะเดินออกแต่หัวแหวนก็ดึงแขนไว้ก่อน

“ กิน โห้ยย หนูก็แค่จะถ่ายรูปอะ” หัวแหวนงอแงที่เลิฟไม่ยอมให้ตนนั้นถ่ายรูป

“ พามากินข้าว ไม่ได้พามาถ่ายรูป” แต่เลิฟก็ไม่วายที่จะดุคนเป็นน้อง

“ ก็แค่ถ่ายรูปอะ” ว่าจบก็เดินหน้างอไปที่โต๊ะ เป็นเลิฟเองที่หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปไว้ในมุมเดียวกับที่คนตัวเล็กจะถ่าย

“ สั่งสิ จะกินอะไร” เมื่อเห็นคนตัวเล็กที่ไม่ยอมพูดจาเลยตั้งแต่เดินกลับมาจากถ่ายรูป เลิฟก็เป็นคนเริ่มชวนคุยเองแต่ได้กลับมาคือความเงียบ

“ งั้นเอาทีโบนแล้วกันครับ แล้วก็สปาเก็ตตี้คาโบ เอาผัดขี้เมาด้วยนะครับ ส่วนเขาเอาเป็นพอร์ตเตอร์เฮาส์แล้วกันครับ น้ำรับเป็นน้ำเปล่ากับกาแฟนะครับ” เลิฟสั่งอาหารให้หัวแหวนพร้อมเสร็จเพราะคนตัวเล็กตรงหน้าไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาเลย

“ ค่ะ ขอทวนรายการอาหารนะคะ มีทีโบน 1 สปาเก็ตตี้คาโบ 1 ผัดขี้เมา 1 พอร์ตเตอร์เฮาส์ 1 น้ำเป็นกาแฟกับน้ำเปล่านะคะ แค่นี้นะคะ” พนักงานทวนรายการอาหารเลิฟก็พยักหน้าตอบรับแต่เมื่อพนักงานจะเป็นออเดอร์ คนที่คิดว่าจะไม่สั่งก็เอ่ยขึ้นดัง

“ เอาเฟรนฟรายด้วย” หัวแหวนที่ยับยั้งชั่งในอยู่นานว่าจะสั่งดีมั้ย เพราะเขาก็งอลเลิฟอยู่ แต่อีกความคิดนึงก็บอกว่าถ้าเขาไม่สั่งมันเขาก็จะไม่ได้กิน ตีกันไปตีกันมาจนพี่พนักงานจะเก็บเมนูแล้วเขาจึงตะโกนออกไป พี่พนักงานถึงกับอึ้งเลยทีเดียว แต่ก็พยักหน้ารับแล้วเอาเมนูออกไป

“ หึ ทนไม่ไหวหรือไง” เลิฟที่ขำกับท่าทีของเด็กตรงหน้า ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันอยากกินอะไร แต่เขาแค่ไม่สั่ง จะรอดูสิว่ามันจะเอ่ยสั่งเองหรือเปล่า

“ ชิ ห้ามกินของหนูด้วย หนูสั่งมา”

“ ตามใจ” เลิฟพูดจบก็ยื่นโทรศัพท์ส่งให้หัวแหวน แต่คนที่รับไปก็มองอย่าง งงๆว่าให้เขาทำไม

“ เอาไปดิ”

“ เอาอะไร”

“ รูปไง”

“?”

“ รูปที่เธอจะถ่ายไง แอดไลน์แล้วก็ส่งไปซะ ทำไมไม่เข้าใจ” เลิฟอธิบายให้ฟังแต่คนตรงหน้าก็ยังทำหน้างงแต่มือก็กดแอดไลน์แล้วทำการส่งรูปจากโทรศัพท์เลิฟมาเข้าของตัวเองอย่าง งงๆ

“ เธอถ่ายรูปแย่ ฉันเลยถ่ายให้”

“ ไม่แย่” หัวแหวนเถียงทันควัน มาว่าเขาได้ยังไงว่าถ่ายรูปแย่ เขาถ่ายออกจะสวย

“ หึ” และไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ อย่างแรกที่หัวแหวนหยิบก็คือของที่ตัวเองสั่งมา เขากินแค่อย่างเดียวจริงๆ

“ อย่ามาทำตัวเป็นเด็ก ฉันสั่งมาให้เธอ ทำไมเธอไม่กิน” เลิฟที่สังเกตุว่าหัวแหวนกินแต่เฟรนฟรายก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่ยอมกินของที่เขาสั่งมาให้

“...” หัวแหวนก็ยังนิ่ง ไม่ยอมขยับจานสเต็กไปตรงหน้าตัวเอง พอเลิฟเห็นอย่างนั้นก็เริ่มที่จะหงุดหงิด เพราะเขาไม่ชอบเลยที่หัวแหวนประชดเขาด้วยการไม่ยอมกินอะไรแบบนี้

“ หัวแหวน” เสียงนิ่งกดต่ำลง เลิฟวางช้อนลงทันทีเพราะเขาเริ่มจะหงุดหงิดมากขึ้นละ

“ ก็เลื่อนมาสิ!! หนูหยิบไม่ถึง” หัวแหวนที่เห็นสีหน้าของเลิฟก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาจึงตอบกลับเสียงดัง พอเลิฟได้ยินก็ขยับจานสเต็กไปไว้ตรงหน้าของเด็กสาว และเมื่อหัวแหวนเห็นสเต็็กตรงหน้าตนก็เริ่มรู้สึกอยากกินขึ้นมาทันที หัวแหวนจัดการหันสเต็กเป็นคำเล็กๆ เอาซ้อมจิ้มเข้าปากก็รับรู้ได้ถึงรสชาติที่อร่อยมาก

“ อร่อย” เมื่อเลิฟได้ยินเสียงเล็กรอดออกมาก็อดยิ้มไม่ได้ คนตัวเล็กก็จัดการอาหารตรงหน้าหมดภายในเวลาไม่นาน แต่บนโต๊ะมันยังเหลืออีก 2 อย่าง เลิฟที่กินสเต็กหมดก่อนก็ขยับจานสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาไปกินต่อมันก็เหลือสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ซึ่งไม่ยักจะเห็นเลิฟแตะมันเลย หัวแหวนเลยเอ่ยถามขึ้นเพราะว่าตนนั้นอยากจะลองชิม

“ อันนี้ของใคร”

“ หมามั้ง” เลิฟที่กินอยู่ตอบกลับมาอย่างไม่คิดอะไร แต่คนฟังเนี้ย มันขวัญออกหูแล้ว

“ พี่เลิฟ หนูถามดีๆนะ”

“ ฉันไม่กิน แล้วมันจะของใครละ ถามไรอะคิดก่อน”

“ ของหนูหรอ หนูกินละนะ”

 “ อือออ อร่อยอะ งั่มๆ อร่อยยย งั่มๆ อือออ” หัวแหวนที่ได้ลองชิมคำแรกก็รับรู้ได้ถึงชีสที่เข้มข้น ความอร่อยที่ไม่เคยกินมาก่อน ถึงจะกินคาโบนาร่ามาก็เยอะ แต่ไม่เคยได้กินอะไรที่อร่อยขนาดนี้เลย ยิ่งกินยิ่งหยุดไม่ได้ แต่คนที่มาหยุดเขาก็ไอ้คนตรงหน้าอีกแหละ

“ เธอเป็นเด็ก 2 ขวบหรือไง เลอะตลอด” เลิฟที่มองหัวแหวนกินไปก็หยิบทิชชูมาเช็ดปากให้เพราะคาบชีสที่เลอะไปทั่วปากนั้น อดที่จะดุขึ้นมาไม่ได้

“ ก็มันอร่อยอะ พี่เลิฟไม่กินหรอ” หัวแหวนที่ไม่ได้สนใจคำดุของเลิฟก็ลงมือจัดการของตรงหน้าต่อ ไม่นานมันก็หมดลง เลิฟเรียกพนักงานมาเช็คบิลแล้วเดินออกจากร้านไป พร้อมกับหัวแหวนที่เดินตามต้อยๆ

ไม่นานทั้งสองคนก็มาถึงคอนโดของเลิฟ เลิฟจะเอารถไปจดไว้ลานจอดรถ เลยให้หัวแหวนลงแล้วเดินไปรอหน้าลิฟต์แล้วเดี๋ยวเลิฟเอากระเป๋าไปให้เอง แต่เมื่อมาถึงหน้าลิฟต์ที่คิดว่ามีร่างเล็กยืนคอยอยู่ก็ต้องหงุดหงิดอีกครั้งเพราะมันว่างเปล่า ไม่มี จะโทรไปหาก็ไม่ได้เพราะโทรศัพท์ของหัวแหวนลืมอยู่ในรถเลิฟเป็นคนเอาลงมา เขากำลังจะเดินไปที่เคาว์เตอร์เพื่อที่จะถามแต่ก็ต้องหยุดเดินเพราะไอ้เด็กดื้อมันพึ่งเดินออกมาจากทางเดินของอีกฝั่งซึ่งทางนั้นมันทางไปห้องน้ำชั้นล่าง

“ หนูไปเข้าห้องน้ำมาเฉยๆ ก็มันปวดฉี่นินา แล้วไม่คิดว่าพี่เลิฟจะเดินมาถึงก่อน” เลิฟที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกไปไอ้คนตรงหน้าก็รีบพูดมาก่อน น่าจะกลัวว่จะโดนดุอีก

“ หึ” เลิฟไม่ได้พูดอะไรต่อ ก็เดินเข้าลิฟต์ไปเลยหัวแหวนที่ตามมาก็รีบวิ่เข้าลิฟต์เช่นกัน

 

พาท เลิฟ

พอผมกับน้องมันเข้ามาในห้อง ก็ให้มันไปอาบน้ำอะไรให้เรียบร้อยแล้วผมก็เอากระเป๋ามันไปเก็บไว้ที่ห้องนอน แต่ไม่ใช่ห้องผมหรอกนะ อีกห้องนึงตั้งหากละ จัดการเปิดแอร์ให้เย็นๆ มันจะได้ไม่เอาไปฟ้องแม่ผมว่าดูแลมันไม่ดี เดะผมก็โดนบ่นอีก พอผมจัดแจงอะไรให้มันเสร็จก็เดินออกมาเตรียมตัวอาบน้ำในห้องผม แต่ยังไม่ทันได้เข้าไปอาบเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น

“...” ผมเปิดประตูอกไปก็เห็นไอ้คนที่อาบน้ำอยู่ตอนแรก ตอนนี้มันยืนใส่ชุดนอนอยู่หน้าห้องแล้วครับ ผมนี้เปียกเชียว

“ คือ ห้องนั้นมันไม่มีที่เป่าผมอะ ห้องพี่เลิฟมีมั้ยคะ”

“ ในชั้น ไปหยิบเอา”

“ ค่ะ แล้วพี่เลิฟจะไปไหน” หัวแหวนเห็นผมจะเดินไปก็ถาม แต่เอาจริงๆนะมันไม่เห็นหรือไงว่าผมมีผ้าพาดอยู่ที่ไหล่เนี้ย

“ ซักผ้ามั้ง ฉันจะอาบน้ำ เป่าเสร็จแล้วก็เก็บให้ดีด้วย” ผมพูดขึ้นแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไป ไม่นานผมก็อาบน้ำเสร็จ เดินออกมาพร้อมกันผ้าที่พันช่วงล่างเอาไว้ ก็คิดว่าไอ้เด็กที่มันอยู่ในห้องมันออกไปแล้วอะ ก็เสียงไดร์เป่าผมมันเงียบไปใครจะไปคิดว่าจะยังนั่งตาแป๋วอยู่ปลายเตียง ละดูสภาพผมสิ มีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว

“ พี่เลิฟ!! ทำไมไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยเล่า” มันพูดขึ้นเสียงดัง แล้วหันหน้าหนี

“ อะไรทำยังกะไม่เคยเห็น เธอไม่เคยเห็นซิกแพ็คหรือไง ดูทำหน้าเข้า” ผมว่าพลางเดินไปหยิบเสื้อมาใส่พร้อมกางเกงขายาวใส่นอน

“ เคยเห็น แต่ไม่เคยเห็นของพี่” เสียงที่ค่อนข้างเบาในตอนหลังดูก็รู้ว่าไม่อยากให้ผมได้ยิน แต่มีหรือว่าจะไม่ได้ยิน ก็ห้องมันเงียบซะขนาดนี้

“ หึ”

“ ไปนอนได้นะ ฉันจะทำงาน” ผมว่าก่อนที่จะไปนั่งที่โต๊ะคอมข้างๆเตียง แต่ไอ้เด็กที่ยังอยู่ปลายเตียงก็ไม่คิดที่จะขยับย้ายออกจากห้องไปนอน

“ หัวแหวน ไปนอน”

“ ก็ได้ ชอบไล่”

“ มันดึกแล้ว”

“ ไม่เห็นดึกเลย งุ้ย ไปก็ได้” ผมหันมามองหน้ามันนิ่งๆเมื่อมันเถียงผม และก็เป็นมันที่ต้องยอมแล้วเดินออกจากห้องไป ผมก็นั่งทำงานไปเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะเกือบๆเช้าแหละกว่าผมจะทำเสร็จ ผมก็ทำงานไปเรื่อยๆ นาฬิกาก็บอกว่าเวลานี้เที่ยวคืนแล้ว เลยกะว่าจะพักซักแปบ แต่ยังไม่ทันไปพักสายตาเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ไม่ต้งเดาว่าใครเพราะมันมีอยู่แค่คนเดียว

“ ทำไมยังไม่นอน” พอผมเปิดประตูเข้าไปก็เจอเข้ากับไอ้เด็กคนเดิมที่ผมไล่ให้ไปนอนตั้งแต่ 3 ทุ่มกว่าแล้ว แต่ดูจากลักษณะมันน่าจะยังไม่นอนเลยด้วยซ้ำ

“ หนูนอนไม่หลับ”

“...”

“ ขออยู่ด้วยได้มั้ย”

“ถ้าง่วงแล้วจะรีบกลับไปนอนเลย นะพี่เลิฟ หนูพยายามนอนแล้วแต่มันไม่หลับอะ ทั้งฟังเพลงทั้งนับแกะ ก็ยังไม่หลับ” เสียงที่ติดจะอ้อนๆนั้นทำเอาผมถึงกับไปไม่เป็น จนสุดท้ายผมก็ต้องให้มันเข้ามาในห้อง

“ พี่เลิฟทำงานหรอ” เสียงเล็กเจือแจ้วถามขึ้นแต่ไม่ได้เงยหน้ามองเพราะมันนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในโทรศัพท์อยู่

“ อือ”

“ หาวว” ไม่นานเสียงหาวก็ดังขึ้นและไม่ใช่ใครที่ไหนไอ้คนที่นอนเล่นอยู่บนเตียงนั้นแหละ

“ ง่วงก็กลับไปนอนที่ห้อง”

“ อืออ อีกแปบขอจบตานี้ก่อน” มันพูดตาก็ยังจดจอกับโทรศัพท์ผมเห็นดังนั้นจึงไม่ได้ว่าอะไรหันกลับมาทำงานต่อแต่เสียงเล็กก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปรี่ไม่มีขลุ่ย

“ ที่นอนพี่เลิฟหอมจัง” ผมหันไปหาคนที่พูด ซึ่งมันตอนนี้ได้ทำการนอนบนที่นอนผมแบบจริงจังเรียบร้อยแล้ว ผ้าห่มผืนหนาคลุมทั้งตัวโผล่มาแค่หัวเท่านั้น ซึ่งดูก็รู้ว่าพร้อมที่จะหลับตลอดเวลา

“ ไปนอนที่ห้อง”

“ อืออ”

“ หัวแหวน ฉันบอกว่าให้เธอไปนอนที่ห้อง”

“ ที่ห้องนั้นมันนอนไม่หลับ ที่นอนมันไม่หอมอะ ขอนอนนี้นะ”

“ ไม่”

“ นะ พี่เลิฟนะ หนูขอนอนนี้นะ เนี้ยหนูกำลังจะหลับแล้วเนี้ย”

“ แล้วฉันจะนอนไหน” ผมถามมันออกไป เอาจริงๆผมก็น่าจะไม่ได้นอนอยู่แล้วแหละ เร่งทำงานให้ทัน แต่มันก็ไม่ควรจะมานอนห้องผมมั้ย

“ พี่เลิฟก็ไปนอนห้องนู้นไง หรือไม่ก็นอนข้างๆหนูก็ได้ หนูไม่ว่า เพราะหนูก็นอนกับพี่หัวแก้วอยู่ประจำ” เอากับมันสิ อยากได้ต้องได้ใช่มั้ย แล้วผมทำอะไรได้บ้างละ

“ เออ จะนอนก็นอนไป” ผมว่าจบก็เดินไปนั่งที่หน้าคอมแล้วทำงานต่อ เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าผมที่ทำเสร็จเร็วกว่าปกติเพราะตอนแรกกะว่าจะนอนพักสายตาแล้วตื่นขึ้นมาทำใหม่ แต่ปรากฏว่ามีไอ้เด็กนี้มาขัดจังหวะ ทำให้ผมไม่ได้นอน แต่ก็นั้นแหละถือว่าเป็นเรื่องดีที่เสร็จเร็ว นี้ก็เวลาตี 2 กว่าๆละ ผมขอนอนก่อนละกัน นอมันเตียงเดียวกันนี้แหละ ขี้เกียจไปอีกห้องละ

แต่พอกำลังจะล้มตัวนอนก็นึกได้ว่าไอ้เด็กข้างๆมันทำอะไรแสบๆเอาไว้ ขอเอาคืนหน่อยเถอะ

“ อือออ” ผมจัดการเอาคืนมันไปเล็กน้อยพอเจ็บๆ แล้วผมก็ล้มตัวลงนอนข้างๆมันและไม่นานก็หลับไปในที่สุด   

_______________________________________ 

มาต่ออีกตอนเเล้วนะคะ  

1 ไลค์ = 1 กำังใจ 

ความคิดเห็น