ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 10.แต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 383

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10.แต่งงาน
แบบอักษร

 

         Boom talk 

         “เฮ้ย! ไอ้ห่าแดกเยอะขนาดนั้น เดี๋ยวมึงก็ได้แฮงค์ก่อนแต่งหรอก” 

         เหล้าที่กำลังจะกระดกเข้าปาก แต่ไอ้นาวามันกลับแย่งออกไปจากมือผมเฉยเลย ผมพยายามจะไขว่คว้ากลับแต่ทว่าร่างกายมันก็ดันโดนไอเต้อไอ้พระรามยึดไว้ 

         “อะไรของพวกมึงวะกูจะกินเหล้าฉลองงานแต่ง” 

         “มึงแดกเยอะเกินไปแล้ว” บ่นเป็นพ่อผมเลย -_- ผมก็แค่กินเหล้านิดหน่อยเองและอีกอย่างผมน่ะคอแข็งจะตายเรื่องแค่นี้ผมไม่เมาหรอก 

         แต่จะว่าไปทำไมวันนี้ถนนมันคดเคี้ยวจังวะ มันดูเบี้ยวๆเหมือนมีคนมาทำใหม่เลย  

         “พี่บูมขา” หันไปยิ้มหวานทันที เพราะเหล่าของเล่นของผมพวกเธอมากันแล้ว และแน่นอนผมเป็นคนนัดพวกเธอมาเอง“พี่บูมจะแต่งงานแล้วจริงๆเหรอคะ” 

         “จีจี้ไม่ยอมอ่ะ ทำไมพี่บูมต้องมีเมียด้วย จีจี้ก็เป็นเมียพี่บูมเหมือนกันนะคะ” 

         “โอ๋! ไม่ต้องเสียใจกันไปนะครับ ถึงพี่จะแต่งงานแล้วแต่พี่ก็ยังมาหาพวกหนูได้” 

         “จริงเหรอคะ”  

         “จริงซิครับ” ผมยืนยันคำตอบด้วยการควักซองเงินที่เอาไว้ให้สำหรับประตูเงินประตูทองให้คนละปึกสองปึก ของเล่นของผมพวกเธอกรีดร้องด้วยความชอบใจอย่างทันที 

         “เฮ้ย! ไอบูมพอแล้ว ดูหน้าพ่อมึงด้วย” ไอ้นาวากัดฟันบอก แต่ผมก็มองหน้าพ่อไม่ชัด มันจึงทำให้ผมเดินไปมองใกล้ๆ ซึ่งกว่าจะเดินไปถึงร่างกายผมมันก็โค้งแล้วโค้งอีก  

         “พ่อ! ผมแต่งงานทั้งที ทำไมไม่ยิ้มบ้างล่ะครับ” 

         “หลังจบงานนี้แกกับฉันมีเรื่องต้องเคลียร์กัน” 

         “เคลียร์อะไร พ่อพูดมาเลยเหอะ ผมขี้เกียจรอ” 

         “ฉันจะพักงานแก” 

         แปะๆๆ 

         ผมตบมือด้วยความดีใจอย่างทันที “ดีเลยผมอยากพักอยู่พอดี ^^” 

         สีหน้าของพ่อกับแม่ถึงกับออกอาการเหนื่อยใจหนักกว่าเก่า พวกท่านได้แต่ส่ายหัวอย่างเอือมระอา ส่วนผมก็ยิ้มร่าอย่างไม่รู้สึกผิดอะไร เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักนิด ผมแค่กินเหล้าไปหน่อยเดียวเอง ตอนเดินขันหมากอาจจะมีเซหน่อยๆแต่โชคดีที่ผมมีไอ้นาวาคอยเป็นไม้เท้าช่วยพยุงให้ผมเดินเข้างานได้โดยไม่ล้มสักแอะ 

         “อาการมึงนี่หนักกว่าตอนกูแต่งอีกนะ”    

         “แน่นอน กูต้องหนักกว่าอยู่แล้ว เพราะของกูใหญ่กว่า” 

         “-_-” 

         ผมพูดจริงนะของผมใหญ่กว่าของมันจริงๆ คือผมหมายถึงโทรศัพท์มือถือน่ะ โทรศัพท์ของผมใหญ่กว่าของไอนาวาหลายนิ้วเลย  ของไอนาวาเล็กนิดเดียว 

         “มึงเดินเองไหวมั๊ยเนี่ย เห็นเจ้าสาวของมึงยังเขายืนหันหลังให้มึงอยู่น่ะ” 

         เพราะเดินมาถึงข้างในตัวอาคาร ไอนาวามันจึงปล่อยมือผมและปล่อยให้เดินไปหาเจ้าสาวเองคนเดียว ซึ่งงานแต่งในวันนี้เราจัดขึ้นในโรงแรม ไม่ได้จัดที่บ้านเจ้าสาว เพราะถ้าแต่งที่บ้านยัยนั้นมันไม่พอรับแขกของผมหรอก เพราะแขกของผมมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น 

         “เฮ้ย!” นี่คือคำทักที่ผมเอาไว้ใช้เรียกเจ้าสาว ซึ่งยัยนั้นก็แอ๊กชะมัด ยิ่งได้แต่งงานในโรงแรมก็ยิ่งแอ๊กใหญ่เลย “เฮ้ย!” ตะโกนใส่เป็นครั้งที่สอง ก่อนจะทนไหวเดินไปกระชากให้เธอหันมา และมันก็ได้ผลเพราะเธอหันมามองผมด้วยสายตาที่นิ่งเฉย 

         “สวยจัง!” หันไปมองไอนาวาตาขวางเลย ไอ้ห่าพูดอะไรไม่เข้าหู เมียตัวเองก็เพิ่งคลอดลูกไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว 

         “นี่ยิ้มหน่อยซิ ฉันมารับเธอแล้วนะ” 

         คำพูดของผมเป็นเพียงลมอากาศ เพราะยัยนั้นกลับเดินผ่านหน้าผมไปจนผ่านหน้าไอนาวาที่เธอส่งยิ้มให้มัน ซึ่งนั้นมันทำให้ผมโมโหมาก ผมเลยรีบเดินตามไปตบหัวไอนาวาหนึ่งทีเต็มๆ 

         ผัวะ! 

         “ไอ้ห่ามาตบกูทำไมวะ” 

         “ยัยนั้นยิ้มให้มึง” 

         “เอ้า! ก็เมียมึงเป็นคนมีมารยาท” 

         “แล้วมึงมองเมียกูทำไม” 

         “ก็เมียมึงสวยกูก็ต้องมอง คนในงานเขาก็มองกันทั้งงาน” 

         ผมอยากตัดชุดยัยนั้นทิ้งจริงๆ แค่แต่งงานแค่นี้ทำไมต้องจะต้องสวยเว่อร์วังด้วย ตอนเห็นครั้งแรกตอนฟังพระเมื่อเช้าผมยอมรับเลยว่าผมก็ตะลึงในความสวยของเธอเหมือนกัน เธอดูสวยราวกับนางในวรรณคดียิ่งอยู่ในชุดไทยสไบสีทองเธอยิ่งดูสวยเข้าไปกันใหญ่ สวยจนผมต้องตกอยู่ในภวังค์นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นนักต้มตุ๋น คืนนี่เธอโดนผมจัดหนักจัดเต็มไม่ได้นอนแน่นอน 

 

         “งานวันนี้ผ่านไปด้วยดีมากเลยนะ” 

         ผ่านไปด้วยดีกับผีล่ะซิ เจอผมป่วนงานไปซะขนาดนั้น แม่เลี้ยงยัยต้มตุ๋นยังจะมาชื่นชมอีก เพราะวันนี้ทั้งวันผมเมาเละไปทั้งงานเลย และก็เพิ่งจะสร่างเมาเอาตอนสี่ทุ่มนี่แหละ ซึ่งจริงๆแล้วไอความเละเทะวายป่วงนั้นมันก็เกิดมาจากความตั้งใจของผมทุกอย่าง ผมตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่ม ซึ่งมันก็ไปตามแผนที่ผมวางไว้อย่างเป๊ะๆ 

         “เรื่องเงินสินสอดน่ะ บูมจะจ่ายครบเมื่อไหร่” ชีวิตเธอคนนี้มันคงมีแต่เงินซินะ เพราะในงานวันนี้เงินสินสอดมีอยู่แค่หนึ่งแสนวางตั้งให้ดูเป็นพิธีเท่านั้น โดยที่ผมก็ให้เหตุผลไปว่าเดี๋ยวจำนวนเต็มจะตามมาทีหลัง  

         “เร็วๆนี้ล่ะครับป้าใจ” 

         “แต่งงานแล้วจะมาเรียกป้าได้ไง เรียกแม่เหอะ” 

         “ครับแม่!” กระดากปากชะมัด 

         “ว่าแต่ลูกเขยของแม่...” ถึงกับขนลุกเกรียวเมื่อมนุษย์หน้าเงินเรียกผมด้วยสรรพนามอันใหม่ที่น่าสะอิดสะเอียน “จะจ่ายเป็นเช็คหรือโอนเข้าบัญชีแม่ล่ะ” 

         “ตามที่แม่สะดวกเลยครับ” 

         “งั้นแม่ขอเป็นโอนเข้าบัญชีนะเร็วดีไม่ต้องไปธนาคารด้วย” 

         “ครับ!” ทั้งชีวิตคงหายใจเข้าออกมีแต่เงินซินะ เรื่องงานที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นยังไงฉันไม่สนขอแค่ให้ได้เงินเท่านั้น ซึ่งเธออย่าหวังเลยว่าหลังจากนี้ไปเธอจะได้อะไรจากผมอีก สักบาทหนึ่งผมก็ไม่ให้หรอก 

         “ลูกเขยคนหล่อดื่มนี่สักหน่อยซิจ๊ะ เข้าหอคืนนี่จะได้มีกำลังวังชา” 

         แก้วเหล้าที่แม่เลี้ยงส่งมาให้มันทำให้ผมได้คิดอะไร จึงกระดกทีเดียวจนเกือบหมดแก้ว ซึ่งเพราะความไม่คิดนั่นแหละมันจึงนำพามาหายนะมาให้ผมเต็มๆ 

 

         หลังจากที่โดนยัยต้มตุ๋น เตะอัดไข่ไปหนึ่งทีเต็มๆ ความร้อนแรงที่พลุ่งพล่านในกายมันจึงลดลงเพราะความเจ็บไข่มันเข้ามาแทนที ผมยืนตัวงอกุมไข่หน้าแดงหน้าดำ มันจุกจนไม่รู้จะพูดอะไรออกไปได้ 

         “พี่บูมเจ็บมากหรือเปล่าคะ” เตะเข้ามาเต็มๆขนาดนี้ยังมีหน้าจะมาถามอีก “หนูขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะให้พี่บูมเจ็บขนาดนี้” เธอยกมือไหว้ ก่อนจะเดินมาใกล้ซึ่งนั้นมันจึงทำให้ผมรีบยกมือห้ามเลยทันที เพราะขืนเธอเข้ามาใกล้อีก ผมได้ทำมากกว่าจับนมเมื่อกี้แน่ 

         “ไม่ต้องเข้ามา” ผมกัดฟันบอก ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินหนีไปที่ประตูห้อง ซึ่งนั้นมันช่างเป็นการกระทำที่ทรมานร่างกายผมมาก เพราะศูนย์กลางความเป็นชายของผมตอนนี้มันทั้งเจ็บและแข็งในเวลาเดียวกัน  

         “โอ๊ย!”  

         เสียงร้องของผมทำให้ร่างบางถลาเข้ามาหา กลิ่นกายหอมที่ยังคงอยู่ในชุดแต่งงานครบชุดมันทำให้ผมชักจะควบคุมตัวเองไม่ไหวแล้ว ยิ่งโดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่มันยังมีรอยนิ้วมือของผมอยู่เลย 

         “ถ้าพี่บูมเจ็บขนาดนี้ หนูว่าพี่บูมอย่าเพิ่งออกไปไหนเลยนะคะ” 

         “ห่วงฉันเหรอ” 

         “เปล่าค่ะ หนูห่วงคนอื่น ร่างกายไม่พร้อมแบบนี้พี่บูมได้ขับรถชนคนแน่”  

         เอาตรงๆนะเมื่อกี้เธอพูดอะไรก็ไม่รู้ผมไม่ได้ฟังเลย เพราะความเสี้ยนมันครอบงำจนตากับหูมันไม่รับรู้อะไรแล้ว นอกจากร่างกายของร่างอรชรคนนี้       

         “ฉันไม่ไปแล้วก็ได้ แต่เธอต้องนอนกับฉัน” 

         “ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูนอนพื้น” 

         “ไม่! นอนด้วยกันบนเตียงนี่แหละ” 

         “!” 

         “นอนแบบไม่ต้องใส่เสื้อผ้าด้วย” 

         ผมขอโทษล่ะกัน ที่เคยบอกว่าจะไม่แตะต้องร่างกายเธอ เพราะตอนนี้ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ความต้องการจากร่างกายผมแต่มันเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าของแม่เลี้ยงที่ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าในนั้นมันต้องมันใส่ยาปรุงเซ็กซ์แน่ๆ ซึ่งผมขอสาบานเลยผมจะทำแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น หลังจากคืนนี่ไปผมจะไม่มีทางแตะต้องร่างกายสกปรกร่างนี้อีกเด็ดขาดแน่นอน ผมมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ 

          “จะหนีไปไหน อยากให้ฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ” เมื่อกี้ทำเป็นรั้ง แต่พอผมเข้าหาทำเป็นเดินหนี 

          “หนูว่าพี่บูมอยากจะออกไปไหนก็ไปเถอะค่ะ”  

          “ไม่ไปแล้ว ฉันจะอยู่นี่แหละ” 

          ตุบ! 

          เพราะมัวแต่ถอยหนีเธอเลยไม่ได้ดูว่าข้างหลังตัวเองคือเตียงนอน ซึ่งนั้นมันจึงทำให้เธอสะดุดล้มลงไปบนเตียงโดยที่ผมก็รีบคว้าโอกาสเข้าไปทาบทับร่างเล็กก่อนจะตรึงข้อมือเธอไว้ข้างศีรษะทั้งสองข้าง 

          “ไหนพี่บูมบอกว่าจะไม่แตะต้องหนูไง” ร่างเล็กตัวสั่น เธอดูกลัวผมมาก ซึ่งนั้นมันจึงทำให้ผมเห็นน้ำตาที่กำลังคลอเบ้า  

          “อย่ามารับบทเป็นผู้หญิงเจ้าน้ำตา บทเดิมๆของเธอมันหลอกอะไรฉันไม่ได้แล้ว” 

          “พี่บูมอยากให้หนูทำอะไร หนูยอมทำให้ทุกอย่างเลย แต่พี่บูมอย่าทำ....อื้อ!” 

          มัวแต่พูดมากอยู่ได้ผมเลยจูบปิดปาก ลงจู่โจมไม่ให้เธอทันตั้งตัว คนใต้ร่างดีดดิ้นไปมา เธอพยายามส่งเสียงร้องแต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะเจอผมจูบสูบวิญญาณจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ  

          “อื้อ!” 

          ตอนนี้ร่างกายผมมันพร้อมปะทุมากแต่คนใต้ร่างเธอยังไม่พร้อม ซึ่งนั้นผมก็เข้าใจดี แต่ก็ช่างมันเหอะผมไม่สน เพราะตอนนี้ผมอยากเข้าไปข้างในจะแย่อยู่แล้ว ไม่รู้ยัยแม่เลี้ยงเอายายี่ห้ออะไรมา ทำไมมันถึงได้ฤทธิ์แรงอย่างนี้วะ 

          “แฮ่ก!” 

          เพื่อไม่ให้ดูใจร้ายเกินไปผมจึงยอมปล่อยปากให้เธอได้หายใจ ก่อนจะจู่โจมอีกครั้งพร้อมกับมือตัวเองที่ลูบไล้เรือนร่างสวยอย่างถือวิสาสะลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง จุดต่างๆบนร่างกายเธอมันทำให้ผมอยากหยุดแวะชิมซึ่งขนาดแค่แตะผมยังรับรู้ได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ต้องดูแลร่างกายมาอย่างดีแน่ๆ เพราะไม่ว่าจะตะปบลงตรงไหนผิวของเธอมันก็นุ่มนิ่มดีต่อมือผมซะจริงๆ 

          แคว่ก! 

          ด้วยความร้อนใจและผิวที่นุ่มนิ่มดีเกินไปมันจึงทำให้ผมทนไม่ไหวฉีกชุดแต่งงานแสนแพงให้กลายเป็นขยะชิ้นย่อย คนตัวเล็กรีบยกมือขึ้นมาปิดเรือนกาย ซึ่งนั้นถือว่าโชคดีจริงๆที่ผมไม่ได้ปิดไฟเพราะความสวยงามภายใต้ชุดแต่งงานมันช่างดีเลิศจริงๆ ซึ่งถึงแม้อาจจะไม่ได้โล่งโจ้งจนเป็นชุดวันเกิดแต่เพราะความที่ทำไม่ให้ได้เห็นทั้งหมดมันจึงทำให้ผมโคตรเกิดอารมณ์ยิ่งกว่าเก่าร้อยเท่า 

          เอื้อก! 

          กลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างคนหื่นกระหาย คนตัวเล็กรีบอาศัยทีเผลอที่ผมมัวแต่จดจ้องกระถดถอยหนีจนแผนหลังชิดหัวเตียงก่อนจะตามมาด้วยผ้าห่มที่เธอยกขึ้นเอามาปิดเรือนร่าง 

          “ยะ อย่าเข้ามานะ” เธอพูดเสียงสั่นพร้อมกับยกการ์ดขึ้นสูง ซึ่งนั้นมันไม่ได้ทำให้ดูน่าถอยหนีเลยมีแต่อยากจะทำให้พุ่งเข้าใส่  

          “ฉันเข้าไปแน่” คำขู่ของเธอไม่ได้ผลเพราะผมปลดกระดุมเสื้อต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ คนตัวเล็กเธอหลับตาปี๋ในขณะที่ผมกำลังถอดกางเกงในตัวสุดท้าย และนั้นมันจึงทำให้ผมดึงตัวเธอให้กลับเข้ามาอยู่ใต้ร่าง จับสองข้างเรียวให้กว้างขึ้น ก่อนจะฉีกชั้นในของเธอลงไปที่พื้น ความสวยงามที่ปรากฏทำให้อ้าปากค้าง ก่อนจะโน้มตัวลงไปขบเม้มสองเต้าเต่งตึงตามอารมณ์ปรารถนา 

          “อื้อ! พี่บูม ปล่อยหนูไปเถอนะ ฮือ” 

          “อืม จ๊วบ อ่า” เกิดมาผมไม่เคยกินนมใครได้อร่อยเท่ากับยัยต้มตุ๋นคนนี้เลย เธออร่อยจนผมแทบคลั่ง สองมือควานหาถุงยางอย่างสะเปะสะปะ และมันก็ไม่เจออะไรเลย แม้กระทั่งถุงก๊อบแก๊บ 

          ช่างแม่ง  

          ปึก! 

          กัดฟันแน่นสอดใส่เข้าข้างในชนิดที่แบบว่าโคตรสด ซึ่งผมก็ไม่รู้ทำไมมันถึงคับแน่นอย่างนี้ คับอย่างกับคนเวอร์จิ้นเลย 

          ปึก! 

          “พี่บูม หนูเจ็บ” เธอบอกผมด้วยใบหน้าเหยเก แสดงได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดๆซึ่งใช่ผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันแต่มันเป็นความรู้สึกปวดร้าวที่รู้สึกดีแบบแปลกๆ 

          รู้สึกดีเหมือนได้เปิดซิงสาวบริสุทธิ์ 

          ฉุกคิดขึ้นมาอย่างนั้น ไวเท่าความคิดสายตาของผมมันจึงก้มลงไปที่จุดๆนั้น จุดสีแดงสดที่เลอะอยู่บนผ้าปูขาวสะอาดทำให้ผมตาโตเป็นไข่ห่าน เพราะไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น 

          “เธอเมนส์มาเหรอ!” 

ความคิดเห็น