ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 9.ฆาตกร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 223

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9.ฆาตกร
แบบอักษร

 

         ‘กรี๊ด! ตะวันพาสาวเที่ยว’ 

         “แกช่วยตอบฉันหน่อยซิ ไอ้ข่าวนี่มันคืออะไร” 

         แม่ยืนเท้าสะเอวอย่างหงุดหงิด เพราะจากการที่ได้เจอดาราหนุ่มไปเมื่อวาน วันนี้ฉันจึงได้ขึ้นหน้าหนึ่งไปอย่างงงๆ ซึ่งในรูปมันเป็นเพียงแค่การแอบถ่ายตอนที่ฉันกำลังยืนคุยกับตะวันเท่านั้น แต่หัวข่าวกลับพาดซะใหญ่โตหาว่าฉันเป็นแฟนสาวนอกวงการของตะวัน  

         “แกไปเจอไอดาราคนนี้ได้ยังไง” 

         “เราเจอกันโดยบังเอิญน่ะแม่ มันไม่มีอะไรหรอก” 

         “ไม่มีอะไรแล้วไปคุยกับมันทำไม รู้จักมันเรอะ” 

         “เราเคยเป็นเพื่อนกันตอนสมัยมัธยมน่ะ” แน่นอนว่าฉันโกหก เพราะขี้เกียจบอกไงว่าเขาจะจีบฉัน  

         “วันพรุ่งนี้ก็จะแต่งอยู่แล้ว ระวังตัวหน่อยซิ เดี๋ยวทางโน้นเขาก็คิดว่าแกคบซ้อนหรอก” 

         “หนูคิดว่าหนูจะไม่แต่งแล้ว” 

         “ตลกหรือไง คิดว่าเล่นขายของเหรอ จะมายกเลิกบ้าบออะไรตอนนี้” 

         “แม่หนูพูดจริงนะ...” ในขณะที่ฉันกำลังจะอธิบายเหตุผล โทรศัพท์ของแม่มันก็ดังขึ้นมาขัดการอธิบายของฉัน แม่เลือกที่จะรับสายก่อนจะเดินหนีขึ้นรถเพื่อเดินทางไปทำกิจวัตรที่เขาทำเป็นประจำทุกวัน 

         “ที่เราเคยบอกพ่อว่าจะแต่งงานมันคือเรื่องจริงเหรอ” 

         “พ่อ!”  

         “พ่อคิดว่าตี้จะพูดเล่นซะอีก” ฉันเคยบอกพ่อว่าจะแต่งงานจริงๆ แต่นั่นมันเป็นตอนที่ฉันยังไม่รู้ว่าพี่บูมเขารู้ความจริงแล้ว “ลูกจะเป็นแบบนี้ไปถึงไหนกัน เมื่อไหร่จะหยุด” 

         “หนูกำลังจะหยุดแล้วค่ะ” 

         “หยุดแล้วแต่ทำไมยังต้องแต่งงานอีก” 

         “คือว่าหนู....” 

         “เพราะเรื่องเงินเหรอ”  

         “หนูกำลังทำเพื่อครอบครัวของเราอยู่ค่ะ” ฉันอธิบายไปอย่างอ้อมๆ เพราะถ้าบอกว่าบ้านกำลังจะถูกยึดพ่อต้องตกใจมากแน่ๆ 

         “ตี้รู้มั๊ยว่าเงินที่ตี้ให้พ่อมาพ่อไม่เคยเอาไปใช้เลยนะ” หันขวับไปมองผู้เป็นพ่อทันที “พ่อไม่เคยเอาไปใช้เลยเหรอคะ” 

         “อืม” ถ้าไม่เคยเอามาใช้เลยสักบาท เงินในบัญชีพ่อมันต้องเยอะมากๆแน่เลย “ตอนนี้พ่อมีเงินอยู่เท่าไหร่คะ” 

         “น่าจะล้านหนึ่งได้” 

         โป๊ะเช๊ะ! ฉันมีเงินไถบ้านคืนแล้ว มันอาจจะไม่พอใช้หนี้แต่จำนวนเงินที่ได้มันก็พอลดหนี้ไปได้ 70% ซึ่งที่เหลือฉันค่อยขอผ่อนจ่ายเขาเป็นรายเดือนแทนก็ได้ 

         “พ่อ! หนูไม่ต้องแต่งงานแล้ว” 

         “จริงเหรอ” 

         “ไม่จริงครับ” ฉันหันไปมองทันที เพราะจู่ๆก็มีเสียงไม่ได้รับเชิญดังแทรกเข้ามา “พี่บูม!” 

         “เราเตรียมงานกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ จะให้มายกเลิกได้ยังไง” 

         “พี่บูมมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” 

         “นี่พ่อน้องตี้เหรอ” เขาไม่ตอบคำถามฉัน แต่กลับเบี่ยงตัวไปทักทายพ่อฉัน “สวัสดีครับคุณพ่อ ผมชื่อบูมนะครับ ผมคือว่าที่ลูกเขยของคุณพ่อ” 

         “ลูกสาวฉันเขาจะไม่แต่งงานแล้ว” 

         “วันนี้เอพริลฟูลส์เดย์ครับ น้องตี้เขาแค่แกล้งเล่น” เอพริลอะไรของเขานี่มันเดือนธันวาฯแล้วนะ “ถ้าไม่ว่าอะไรวันนี้ผมขอพาตัวว่าที่เจ้าสาวผมไปเที่ยวสละโสดหน่อยนะครับ” 

         “พี่บูมจะพาหนูไปไหนคะ” 

         “เดี๋ยวก็รู้ครับ ^^” 

         “....”  

 

         ปึง! 

         ตุบ! 

         ทันทีที่ขึ้นรถมาได้ โทรศัพท์เครื่องหรูของพี่บูมก็ถูกโยนลงมาบนตักฉันทันที 

         “ข่าวนี้มันหมายความว่าไงกัน” 

         “ข่าวอะไรคะ”  

         “ที่โยนไปให้อ่านทำไมไม่อ่านล่ะ” พี่บูมพูดอย่างห้วนๆ เป็นการใช้น้ำเสียงที่ฉันแทบไม่เคยจะได้ยินจากร่างสูงเลย “จะแต่งงานวันพรุ่งนี้อยู่แล้วทำไมน้องตี้ถึงร่านอย่างนี้ล่ะครับ” 

         “พี่บูม!” ฉันเรียกชื่อร่างสูงอย่างตกใจ เพราะเมื่อกี้จู่ๆเขาก็มาว่าฉัน ทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเขาเลย 

         “ที่ขอแยกทางเมื่อวาน ความจริงแล้วเธอไม่ได้นัดเพื่อนแต่เธอจะไปเดทกับไอดารานี่ใช่มั๊ย” 

         “ไม่จริงนะคะพี่บูมหนูกับคุณตะวันเราไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย” 

         “ไม่รู้จักแล้วยืนคุยกับมันทำไม” 

         “เขาแค่ชวนหนูคุยเฉยๆ” 

         “แล้วยืนคุยกับมันอยู่ทำไม ทำไมไม่เดินหนี” 

         “เขาบอกว่าเขาชอบหนู เขาอยากคุยกับหนู” 

         “เฮอะ! คงดีใจจนเนื้อเต้นเลยซินะมีดารามาชอบ” 

         “ค่ะ! หนูดีใจมากเลย ดีใจจนอยากจะขอยกเลิกงานแต่งวันพรุ่งนี้ด้วย” ร่างสูงตบไฟเลี้ยวเข้าจอดข้างทางทันที 

         “งานก็เตรียมพร้อมแล้วจะยกเลิกไปทำไม” 

         “หนูไม่อยากแต่งแล้ว” 

         “ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง” 

         “พี่บูมจะแต่งไปทำไม พี่ก็ไม่ได้อยากจะแต่งกับหนูสักหน่อย” 

         “พี่บอกตอนไหนว่าพี่จะไม่แต่ง” นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่ฉันกับพี่บูมเริ่มจะมีปากเสียงกัน “แค่มีดารามาบอกชอบ มันทำให้น้องตี้เปลี่ยนใจไม่อยากแต่งกับพี่เชียวเหรอ” 

         “....” 

         “ก็บอกแล้วไงว่าน้องตี้คือสมบัติของพี่ น้องตี้จะมาตัดสินใจเองแบบนี้ไม่ได้ พี่ไม่อนุญาต” 

         “พี่บูมรู้เรื่องแล้วใช่มั๊ย” 

         “เรื่องอะไรครับ เรื่องที่น้องตี้มีชู้เป็นดาราเหรอ” 

         “หนูโกหกพี่ ความจริงแล้วหนูไม่ได้อยากแต่งงานกับพี่เลย ที่หนูแต่งกับพี่ หนูก็แค่อยากได้เงินจากพี่บูมเท่านั้น” 

         “...” 

         “ผู้ชายสำหรับหนูมันก็แค่เครื่องกดเงินเท่านั้น หนูไม่เคยรักใครหรอก นอกจากเงินเท่านั้นที่หนูจะรักได้” 

         “เฮอะ! ในที่สุดก็ยอมรับความจริงแล้วซินะ” 

         “หนูไม่ได้ยอมรับความจริงหนูก็แค่จะขยายความที่พี่บูมรู้มา” ร่างสูงเม้มปากจนเป็นเส้นตรง แววตาคมของเขาล้วนมีแต่ความแค้นเคือง “ไหนๆความจริงมันก็โป๊ะแตกแบบนี้แล้ว หนูว่าเราสองคนยกเลิกงานแต่งกันเถอะค่ะ” 

         “ไม่เลิก” คำปฏิเสธที่ยังเหมือนเดิม มันจึงทำให้อารมณ์ของฉันขึ้นปรี๊ด “ทำไม! พี่จะแต่งไปเพื่ออะไร” 

         “ฉันจะจับมัดไม่ให้เธอไปหลอกใครได้ไง”                                                         

         “หนูจะหลอกใครมันก็เรื่องของหนูพี่ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง” 

         “ทำไมฉันจะยุ่งไม่ได้ ฉันเป็นเจ้าหนี้ของเธอ” 

         “เจ้าหนี้อะไร หนูไม่ได้เป็นหนี้พี่สักหน่อย” 

         “บ้านที่เธออยู่มันเป็นของฉันแล้ว” 

         “พี่พูดเรื่องอะไร?” 

         “ฉันว่าเธอน่าจะเข้าใจนะว่าฉันกำลังจะสื่ออะไร ที่รีบแต่งงานกับฉันขนาดนั้นมันก็ไม่ใช่เพราะบ้านเหรอ” 

         “!” ถึงกับช็อกไปเลยทีเดียว เพราะผู้ชายคนนี้เขารู้เรื่องในตัวฉันมากกว่าที่ฉันคิดซะอีก 

         “ถ้าอยากได้บ้านคืน เธอก็ต้องแต่งงานกับฉัน” 

         “พี่ซื้อบ้านของหนูไปเหรอ” 

         “เออ” 

         “งั้นหนูขอซื้อกลับ” 

         “ฉันไม่ขาย ถ้าอยากได้เธอก็แค่ต้องแต่งงาน” 

         “ทำไม! พี่ทำแบบนี้ไปทำไม” 

         “เธอจำไออัดได้มั๊ย” 

         “อัดไหนคะ” 

         “อย่ามาทำเป็นไม่รู้จัก ไอหมออัดเหยื่อคนล่าสุดของเธอไง” 

         “...” 

         “ไอหมออัดมันคือเพื่อนของฉัน” ชื่อที่ฉันเห็นในโทรศัพท์พี่บูมวันนั้น สรุปเขาคือหมออัดจริงๆเหรอ 

         ให้ตายซิ! โลกกลมชะมัด  

         “ไออัดมันตายแล้ว” 

         “!”  

         “และมันก็ตายเพราะเธอ” พี่บูมชี้หน้าฉัน “เพราะเธอไปบอกเลิกมัน มันเลยฆ่าตัวตาย” 

         “ไม่จริง!” ยกมือมาปิดหู ส่ายหัวไปมา “ไม่จริง! พี่อัดเขาไม่ได้ตายเพราะหนู” 

         “เธอมันคือฆาตกร เธอฆ่าเพื่อนฉัน” 

         “ไม่จริง!” 

         หมับ! 

         พี่บูมจับมือทั้งสองข้างที่ปิดหูออก ก่อนจะออกแรงกระชากจนฉันต้องเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ     

         “ทำเพื่อนฉันตายไปทั้งคน เธอคิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆหรือไง” 

         “ฮึก!” 

         “ร้องไห้มันก็ช่วยอะไรหรอก น้ำตาของเธอมันก็แค่น้ำเน่าสำหรับฉัน” 

 

         วันแต่งงาน 

         งานแต่งงานที่เกิดขึ้นในวันนี้มันจะเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉันเลย เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นงานแต่งที่ไหนเละได้เท่างานแต่งของฉันแล้ว  

           “พี่บูมจะไปไหนคะ” 

           “ฉันจะไปผับ” 

           “เข้าหอคืนแรกเขาห้ามออกไปไหนนะคะ” 

           “ฉันจะออก มีปัญหาหรือไง” 

           “ถ้าพี่บูมออกไปแล้วเจอพ่อกับแม่ เดี๋ยวพวกท่านจะไม่พอใจกันนะคะ”     

           “อยากให้ฉันอยู่นักหรือไง แต่เสียใจด้วยนะฉันไม่อยากอยู่กับเธอ” 

           “....” 

         “แค่มองเธอตอนนี้ ฉันก็รู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอ้วก” 

           “....”  

           “แล้วอย่าหวังว่าฉันจะยอมนอนกับเธอ เพราะที่ของเธอมันคือบนพื้นไม่ใช่บนเตียง 

         ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากจะรั้งเขาไว้หรอก เขาอยากจะไปไหนมันก็เรื่องของเขา ซึ่งใช่! ฉันควรจะทำอย่างนั้น แต่ทว่าฉันมันก็ฝืนใจทำไม่ได้ เพราะก่อนที่เราจะมาห้องหอ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนฉันเห็นพี่บูมกินเหล้าเข้าไปหนึ่งแก้ว และเหล้าแก้วนั้นมันก็มาจากแม่ฉัน ซึ่งก่อนที่มันจะมาถึงมือพี่บูมฉันเห็นแม่ใส่ยาอะไรก็ไม่รู้เข้าไป

            “หลบไป!”

            “พี่บูมกินเหล้าไปตั้งเยอะ ขับรถออกไปตอนนี้มันจะไม่ปลอดภัยนะคะ” ยืนกางแขนกางขาบังร่างสูงไม่ให้เปิดประตู ซึ่งคิดไปมาคิดมาแล้วฉันไม่น่าทำตัวเป็นคนดีกับผู้ชายคนนี้เลย

            “คิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วฉันจะไม่กล้าใช้กำลังหรือไง”

            “....”

            “ฉันเตือนเธอแล้วนะ” พี่บูมส่งสายตาพิฆาตใส่ฉัน ก่อนจะเดินเข้าหาราวกับยมทูต และถ้าฉันตาไม่ฝาดไปฉันว่าตอนนี้ร่างกายพี่บูมมันดูเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ มันเปียกราวกับตากฝนมาเลย ซึ่งในขณะเดียวกันสีหน้าพี่บูมมันก็ดูมีลักษณะแปลกๆ เขากัดกรามแน่นราวกับพยายามสกัดกั้นอารมณ์อะไรบางอย่างไม่ให้มันออกมา โดยเฉพาะดวงหน้าและใบหูที่มันแดงจัด แดงอย่างกับลูกมะเขือเทศเลย

            อาการแปลกๆแบบนี้ ฉันว่ายาที่แม่แอบใส่มันต้องออกฤทธิ์แล้วแน่ๆ

            “พี่บูมเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

            หมับ!

            “กรี๊ด!!! ไอโรคจิต”

            อุตส่าห์ถามด้วยความหวังดี แต่คนโรคจิตกลับตะปบจับนมฉันทั้งสองข้างเลย

            ตุบ!

            “โอ๊ย!”

            ไม่เสียแรงที่ฉันเคยเรียนวิชาป้องกันตัวมา ร่างสูงเลยโดนฉันเตะเข้าผ่าหมากอย่างจัง

ความคิดเห็น