ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 8.ความเย็นชา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
8.ความเย็นชา
แบบอักษร

 

         Tee talk 

         มันจะเป็นไรไหม ถ้าฉันอยากจะบอกว่าสิ่งที่พี่บูมพูดเมื่อวานมันเหมือนไม่ได้ออกจากความรู้สึกของเขาจริงๆเลย ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังแสดงใส่ฉัน 

         “น้องตี้!” พูดถึงเขา เขาก็มาเลย ซึ่งก่อนหน้านี้พี่บูมเพิ่งโทรหาฉันยังไม่ทันถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ 

         “ทำไมมาเร็วจังคะ” ฉันชะโงกหน้าย่อตัวถาม ก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถหรูซึ่งจากมองๆด้วยสายตาดูแล้วฉันว่าราคาน่าจะอยู่หลักสิบล้าน และแน่นอนการมาถึงของพี่บูมทำให้คนในมหา’ลัยต่างซุบซิบนินทาฉันอีกแล้ว ซึ่งมันเป็นภาพที่เห็นบ่อยและชินตาฉันไปแล้ว  

         “อ๋อพี่นั่งกินกาแฟอยู่แถวๆนี้เองล่ะครับ” ตอบคำถามฉันจบ จู่ๆร่างสูงก็เอนเข้าหา ร่างกายฉันมันจึงตอบกลับเอนตัวหนีจนหลังชิดประตูรถอัตโนมัติ “จะทำอะไรคะ” 

         “พี่จะคาดเข็มขัดให้น่ะครับ เพื่อความปลอดภัย” ว่าแล้วพี่บูมเขาก็เอนตัวเข้ามาใกล้ฉันขึ้นอีก ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่เขาเอื้อมมือดึงสายคาดเข็มขัด ลมหายใจของพี่บูมมันรินรดต้นคอจนขนในกายฉันมันขนลุกขนชัน “น้องตี้ตัวหอมจังเลยนะครับ” 

         “....” 

         “ถ้าไม่ว่าอะไรพี่ขอหอมแก้มเราได้มั๊ย” 

         “เออมันจะดีเหรอคะ เรายัง....” 

         ฟอด!  

         “O_O!” 

         “หอมสมคำร่ำลือจริงๆ” 

         สตั๊นไปเลยฉัน เพราะพี่บูมเขาเล่นหอมแก้มไปอย่างไม่รอให้ฉันได้ทันตั้งตัวก่อนเลย  

         “พี่ขอหอมอีกข้างได้มั๊ยครับ” ไม่ได้พูดเปล่า แต่เขากำลังจะโน้มตัวมาหอมแก้มฉันอีกข้างจริงๆ 

         “ยะ อย่าเลยค่ะ”  

         “ทำไมล่ะมากกว่านี้เราก็เคยมาแล้วไม่ใช่เหรอ” 

         “...” ฉันนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะพูดต่อ “เรายังอยู่ในหา’ลัยนะคะ หอมแก้มในสถานศึกษาหนูว่ามันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่” 

         “งั้นถ้าออกจากตรงนี้ไปแล้ว พี่ขอมากกว่าหอมแก้มได้ใช่มั๊ยครับ” 

         “...” 

         “ฮ่าๆๆ” จู่ๆพี่บูมก็หัวเราะ “พี่ล้อเล่น พี่ไม่ทำอะไรน้องตี้หรอก รอให้แต่งงานก่อน เดี๋ยวพี่จะจัดหนักให้ดูเลย” 

         “-///-” เดี๋ยว! แล้วนี่ฉันจะหน้าแดงทำไมเนี่ย  

         ฉันหน้าแดงก่ำ ส่วนพี่บูมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเอนตัวกลับไปขับรถเพื่อเดินทางไปร้านลองชุดแต่งงาน ซึ่งจากความยิ้มแย้มที่มีเมื่อครู่บัดนี้มันได้จางหายไปจนน่าขนลุก ร่างสูงไม่แสดงอาการอะไรทั้งสิ้นเขาตั้งหน้าขับรถอย่างไม่ได้สนใจฉันเลย เสียงพูดสักคำก็ยังไม่มี ฉันมองพี่บูมอย่างแปลกใจถ้าเป็นคนโบราณคงคิดว่าเขาผีเข้า แต่สำหรับฉันแล้วฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่บูมเป็นอะไร ทำไมถึงได้เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวเงียบอย่างกับมีระบบสวิตช์เปิดปิดอยู่ในกาย 

         “ถึงแล้วครับคนสวย^^” พอรถจอดเข้าที่ ระบบสวิตช์รอยยิ้มของพี่บูมก็เปิดอีกครั้งขึ้น “น้องตี้ครับถึงแล้วครับ” 

         “...” ฉันว่าพี่บูมเขาดูเปลี่ยนไปเพราะปกติเขาไม่เคยเงียบใส่ฉันแบบนี้เลย 

         “น้องตี้ครับถึงแล้วครับ”   

         “...” ที่เขาเป็นแบบนี้ มันเป็นเพราะเขาไปรู้ความลับอะไรบางอย่างหรือเปล่า... 

         ซึ่งฉันคิดว่าไม่น่าใช่หรอก(มั้ง) 

         “น้องตี้ครับ!” 

         “คะ!” 

         “ถึงแล้วครับ” 

         “ค่ะ” 

         “คิดอะไรอยู่เหรอพี่เรียกตั้งนานแล้ว” 

         “ปะ เปล่าค่ะ หนูไม่ได้คิดอะไร” 

         “คิดว่าคิดถึงพี่ซะอีก ^^” 

         ใช่แล้วล่ะค่ะ หนูคิดถึงพี่ หนูคิดว่าพี่บูมกำลังเปลี่ยนไป และถ้าฉันไม่ได้คิดมากเกินไป การแต่งงานที่กำลังจะเกิดในอีกไม่ช้าพี่บูมเขาไม่ได้อยากแต่งหรอกแต่เขาน่าจะกำลังมีแผนอะไรบางอย่างที่ฉันเองก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ 

         “พี่บูมคะ” 

         “ครับ” 

         “ทำไมพี่บูมถึงยอมแต่งงานกับหนูล่ะคะ” 

         “ก็พี่รักน้องตี้ไงล่ะครับ” 

         “จริงเหรอคะ” 

         “จริงซิครับ^^” 

         “...” 

         รู้มั๊ย! ตอนที่ฉันได้ยินคำบอกรักจากผู้ชายตรงหน้า ฉันไม่เห็นตัวตนฉันสายตาเขาเลย ร่างสูงเขาหลบตาฉัน เขาไม่กล้าสบตากับฉันตรงๆ ซึ่งนั่นมันจึงเป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนแล้วว่า....  

         พี่บูมเขาโกหกฉัน 

         และมันก็ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อฉันได้ลองไปสวมชุดแต่งงานสีขาว ชุดแสนสวยที่พี่บูมเขาชี้ให้ฉันอย่างส่งๆและดูเหมือนว่าเขานั้นแทบจะไม่ได้มองมันด้วยซ้ำ    

         “สวยจังเลยครับ ^^” 

         คำชมที่มาจากพี่บูมมันทำให้ฉันไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความจริงใจจากเขาได้เลย -_- 

         หลังจากที่เราเลือกชุดแต่งงานและแหวนแต่งงานเสร็จ ฉันจึงขอตัวกลับบ้านเองโดยใช้เหตุผลอ้างกับร่างสูงไปว่า... 

         “พอดีหนูมีธุระนัดกับเพื่อนไว้แถวนี้อ่ะค่ะ” แน่นอนว่าฉันโกหก เพราะทุกคนก็รู้ดีว่าฉันไม่มีเพื่อน 

         “งั้นให้พี่อยู่เป็นเพื่อนมั๊ย” 

         “ไม่เป็นไรค่ะหนูอยู่คนเดียวได้” 

         “อยู่คนเดียวได้แน่นะ” 

         “ค่ะ” ตอบกลับสั้นๆพร้อมกับพยักหน้ายืนยัน 

         หมับ! 

          “พี่บูม” ยืนอยู่ดีๆพี่บูมก็ดึงฉันไปกอด วงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่ว จนใบหน้าฉันมันแนบชิดกับหน้าอกข้างซ้ายของร่างสูงซึ่งเสียงหัวใจของพี่บูมมันดังชัดเจนมาก 

          “รู้สึกมีกำลังใจแหละ” พี่บูมคลายอ้อมกอดออก “หลังจากที่เราแต่งงานกันแล้วไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นน้องตี้จงจำไว้นะ น้องตี้คือสมบัติของพี่คนเดียว พี่จะทำอะไรกับน้องตี้ก็ได้” 

          “ทำไมหนูรู้สึกเหมือนกับว่าพี่บูมกำลังจะขู่หนูเลย” 

          “พี่ไม่ได้ขู่หรอกครับคนสวย” ผมที่กำลังปรกหน้าฉันหูพี่บูมเขาจึงยกขึ้นไปทัดหู ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก “แต่ฉันจะทำจริง” 

          “O_O!”  

          ชัดเลย! พี่บูมรู้ความจริงแล้ว และฉันต้องปฏิเสธงานแต่งนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด 

          Calling to แม่ใจ                

          Calling to แม่ใจ                                   

          Calling to แม่ใจ  

           หลังจากที่พี่บูมขับรถออกไปฉันจึงโทรหาแม่ทันที แต่มันก็ไร้เสียงตอบรับตลอดการโทร และฉันก็กำลังจะโทรหาแม่ในสายที่สี่ ซึ่งในขณะเดียวกันเสียงกรี๊ดที่ก้องกังวานมันทำให้ฉันต้องหยุดชะงัก ก่อนจะหันไปหาต้นเสียงซึ่งนั้นมันจึงทำให้ฉันรู้ว่า มีดารากำลังวิ่งหนีแฟนคลับอยู่ 

           “!” ฉันจะไม่ตกใจเลยนะถ้าดาราคนนั้นเขาไม่ได้วิ่งมาหาฉัน พร้อมกับคว้าข้อมือฉันให้วิ่งตามเขาไป 

           “แฮ่ก!” นี่คือเสียงหอบของฉันและเขาที่เรานั้นต่างก็ดังขึ้นมาพร้อมกัน เราสองคนวิ่งออกมาไกลพอสมควรและตอนนี้แฟนคลับของเขาก็หยุดตามเราแล้ว 

           “คุณลากฉันมาด้วยทำไมเนี่ย” ลมแทบจับ เกิดมาไม่เคยวิ่งอะไรได้เหนื่อยขนาดนี้เลย อยากจะบ้าตายรู้จักกันก็ไม่อยู่ดีๆก็มาลากฉันไปเฉยเลย 

           “ก็คุณยืนขวางทางผม”  

           “ตอนนั้นฉันก็กำลังจะหลบให้คุณแล้วไง”  

           “ก็คุณอยากชักช้าเอง” ยิ่งพูดอีตาดาราหนุ่มคนนี้ก็เอาแต่โบ้ยความผิดให้ฉันตลอดเลย ไม่รู้ได้เป็นดาราได้ยังไงไม่มีคนสั่งสอนเรื่องมารยาทเลยใช่มั๊ยเนี่ย 

           “เดี๋ยว! นี่คุณจะไปไหนล่ะครับ” 

           “ฉันก็จะกลับบ้านน่ะซิ” 

           “คุณไม่รู้จักผมเหรอ ไม่อยากขอลายเซ็นผมหรือไง” 

           “ฉันรู้จักคุณค่ะ แต่ฉันไม่ได้อยากได้ลายเซ็นคุณ” 

           “ถ้าคุณรู้จักผมงั้นคุณก็ลองบอกมาซิ ว่าผมชื่ออะไร” 

           “ตะวัน” 

           “เยส! ^O^” แค่บอกชื่อเขาแค่นี้ มันทำให้ผู้ชายคนนี้ดีใจขนาดนั้นเชียวเหรอ “คุณดีใจอะไร” 

           “ก็คุณรู้จักชื่อผมไงผมเลยดีใจ” 

           “แค่รู้จักชื่อคุณเนี่ยนะ ใครๆเขาก็รู้จักคุณกันทั้งนั้น” 

           “แต่มันเป็นเพราะคุณไงมันเลยทำให้ผมดีใจ” 

           ฉันขมวดคิ้ว พลางนึกประมวลผลจากประสบการณ์อันโชกโชนมันจึงทำให้ฉันได้รู้ในทันทีเลยว่าดาราหนุ่มคนนี้เขากำลังจะ... “นี่คุณจะจีบฉันเหรอ” 

           “ใช่ครับ!” เขายอมรับอย่างเต็มปากเต็มคำ “ผมเห็นคุณยืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว คุณน่ารักสะดุดตาผมดี ผมชอบ ถ้าไม่ว่าอะไรผมขอจีบคุณนะ” 

           “คุณจีบฉันไม่ได้หรอกค่ะ ฉันกำลังจะแต่งงานแล้ว” 

           “คนที่เขากำลังจะแต่งงานเขาไม่มายืนหน้าอมทุกข์แบบนี้หรอก” 

           “....” 

           “ผมพูดถูกใช่มั๊ยล่ะครับ” 

           ใช่! เขาพูดถูก พูดถูกทุกประการเลย 

           “ถ้าไม่ว่าอะไรผมขอจีบคุณนะครับ” 

           “คงไม่ได้หรอกค่ะ ต่อให้คุณจะมองฉันเหมือนคนอมทุกข์ยังไง ในสถานะที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ ฉันคือคนที่กำลังจะมีสามีค่ะ”   

ความคิดเห็น