ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

chapter 1

Chapter 1

 

“อ๊ะ อ่า พอ อืม ที อ่า” เสียงหวานสั่นเครือร้องห้ามอย่างยากลำบาก ในขณะที่ช่วงล่างถูกจับอ้ากว้างรองรับเอ็นใหญ่ที่กระแทกกระทั้นเข้าออกไม่หยุด

 

“อ่า ไม่! นี่ยังไม่สาสมกับเรื่องที่มึงก่อเลย” เสียงต่ำหอบหายใจถี่ ก่อนจะจับร่างเปลือยเปล่าขึ้นสีด้วยแรงอารมณ์พลิกคว่ำ เปลี่ยนท่าทาง ทั้งๆ ที่ส่วนแข็งขืนยังคงเชื่อมต่อ

 

“ไม่! พอ อ่ะ ผม อ้า ไม่เอาแล้ว” ร่างบางกว่าที่ถูกจับพลิกตัว ราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ คลานหนีไปที่หัวเตียง หวังจะหลุดพ้นจากเงื้อมมือปีศาจด้านหลัง

 

แต่ส่วนนั้นยังไม่ทันหลุดออก ก็ถูกมือหนาจับเอว ลากกลับเข้ามา  ก่อนจะสวนสะโพกส่งเอ็นใหญ่เข้าใส่จนเสียงหวานครางไม่เป็นภาษา

 

อ่า เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

ย้อนกลับไปเมื่อ3เดือนก่อนหน้า

 

“ไอ้ฝิ่น มึงจะรีบไปไหนวะ” ร่างท้วงของเด็กชายตัวกลมหอบกระเป๋าวิ่งตามเพื่อนสนิท ที่กำลังก้มหน้าก้มตาวิ่งสุดกำลัง ตรงไปยังสถานที่ที่เป็นจุดหมาย

 

“เท่าไหร่ดีน้อง” ขาเรียวเบรกตัวกะทันหันเมื่อวิ่งมาถึงหน้าร้านเป้าหมาย ประตูกระจกใสถูกเปิดอ้าออกด้วยความเร่งรีบ ก่อนที่ร่างบางขาวซีดจะพุ่งตรงที่เค้าเตอร์ด้านใน

 

“ชั่วโมงหนึ่งพี่” วางเงินเหรียญ3-4เหรียญ ก่อนจะพุ่งลึกเข้าไป มิได้สนใจเพื่อนสนิทที่หอบข้าวของวิ่งตามพะรุงพะรัง

 

“เครื่อง14” เสียตะโกนจากพนักงานเฝ้าร้านดังขึ้น ก่อนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เตอร์เครื่องใหญ่จะสว่างวาบ เด็กชายตรงเข้าไปนั่งเก้าอี้นวมเก่าขาดวิ่น ก่อนจะกรอกURLของเว็บไซต์ชื่อดังด้วยความรีบร้อน

 

“เข้าได้แล้ว” เสียงใสร้องขึ้นอย่างดีใจ ก่อนจะตรงเข้าไป กดเลือกที่นั่ง จับจองบัตรคอนเสิร์ต

 

“ได้ที่ไหนวะ” เพื่อนสนิทตัวกลมที่เพิ่งวิ่งตามมาถึง ร้องถามอย่างเหน็ดเหนื่อย

 

“โซน Aชิดขอบเวที” เด็กชายยิ้มกว้างหันมาตอบเพื่อนสนิท

 

“เย้!!!!"

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

“ไอ้ฝิ่นบีบให้มันแรงๆ หน่อย มีไหมแรงอ่ะเลี้ยงเสียข้าวสารจริงๆ เอ็ง” เสียบ่นออดแอดของสาวใหญ่วัยกลางคน รูปร่างสมบูรณ์ดังระงม ร่างกายอวบอั๋นที่ออกแนวไปทางอ้วนเสียมากกว่ากำลังนอนเหยียดยาวอยู่หน้าทีวีจอแก้ว ที่มีอายุการใช้งานเกิน10ปี ผ่านการซ่อมนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่ว่าจะพังสักกี่ครั้งพอซ่อม มันก็กลับมาทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพได้เหมือนเดิม

 

“ข้าวสุกไหมแม่ นี่หนูออกแรงจนมือจะหักอยู่แล้วไขมันแม่เยอะไปเกินหรือเปล่า ถึงไม่รู้สึกอ่ะ” เด็กชายบ่นกลับอย่างเซ็งๆ ก่อนจะออกแรงบีบนวดตามขาขาวที่ใหญ่พอๆ กับไม้หน้าสาม

 

“ปากดีนะเอ็ง เดี๋ยวกูไปฟ้องพ่อมึงเลยนี่ มีอย่างที่ไหนให้เงินไปกินข้าวกินปลา ดันเอาไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตนักร้อง เอาแต่เต้นแร้งเต้นกา เพลงก็ฟังไม่เป็นภาษา ถามจริง ซื้อโน่นนี่นั้นเขาทุกอย่าง แล้วเขาจะมาเอาเอ็งทำผัวหรือไง” ด่าไปบ่นไป ก่อนจะจับจ้องไปที่จอทีวีหลากสี มองดูโฆษณาของกลุ่มไอดอลสาวชื่อดังที่ไอ้ลูกชายคนเล็กชอบนักชอบหนา ตามซื้อมันทุกอย่างที่ต้นสังกัดเอามาขาย ไม่ว่าจะซีดี หมอนหนุน ผ้าปูที่นอน ซื้อทุกอย่าง ซื้อยันผ้าอนามัยที่วงไอดอลเป็นพรีเซนเตอร์

 

ในบ้านนอกจากเธอแล้วไอ้ตัวหน้าไหนมันต้องใช้ผ้าอนามัยกันวะ ซื้อมาว่างทิ้งให้รกจนฝุ่นจับเปล่าๆ

 

“แม่พูดงี้ได้ไง น้องเชอรี่เสียหายนะ คนใสๆ อย่างน้องเชอรี่อ่ะ ไม่มีทางมีแฟน น้องเป็นเทพธิดาไม่มีวันชายตามองใครหน้าไหนหรอก” เด็กหนุ่มหยุดมือที่กำลังบีบนวดมารดาอย่างฉับพลัน ก่อนจะออกปากปกป้องไอดอลสาวในดวงใจ

 

“เออ กูจะรอดู ถ้าวันไหนอีน้องเชอรี่มึงมีผัว กูจะจะหัวเราะให้ฟันล่วง” คนเป็นแม่ที่แทบจะเหลืออดกับลูกชาย ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะใช้พัดใบลานในมือชี้หน้าอย่างสุดทน

 

“ไม่มีวันนั้น แน่นอน”

 

“ข่าวบังเทิง ด่วนๆ ขั้นเวลา นักร้องสาวเกิร์ลกรุปวงTTL ถูกปาปารัสซี่จับภาพตอนกำลังสวีทหวานกับลูกชายคนเล็กของมหาเศรษฐีชื่อดัง”

 

เหมือนหลังสายฟ้าฟาด บ้านทั้งหลังเงียบกริบ มีเพียงเสียงทีวีเครื่องเก่าที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอธิบายรายละเอียดของข่าวฉาว

 

เด็กชายวันใส นิ่งงันจ้องมองไปที่ภาพหน้าจอทีวี ที่กำลังฉากภาพสวีทหวานของหญิงสาวที่ตนหลงรักและบูชากับชายหนุ่มปริศนาหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง!!

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

“ฝิ่นเอ๊ย ออกมากินข้าวกินปลาสักหน่อยซิลูก” หญิงสาววัยกลางคนกำลังเคาะประตูไม้บานเล็กอย่างกังวล

 

ร้องเรียกลูกชายคนเล็กออกมากินแกงฟักทองของโปรดที่ต้นตั้งใจทำเพื่อปลอบใจ

 

 2วันเต็มๆแล้วตั้งแต่ที่ลูกชายสุดรักได้ยินข่าวในทีวีว่านักร้องที่แอบชอบบูชามีแฟนหลังจากนั้นมันก็วิ่งเข้าห้อง ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลาอีกเลย  

 

ในตอนแรกก็กะจะหัวเราะเยาะมันตามที่เคยพูดไว้ แต่พอเห็นท่าทีเสียใจของลูกชาย คนแม่เลยเปลี่ยนใจ อยากจะคอยช่วยปลอบประโลมแทน

 

“หนูไม่หิว” เสียงอู้อี้ดังตอบกลับมาจากอีกฝั่งของบานประตู

 

“ไม่หิวก็ออกมากินสักคำสองคำ แม่ป้อนไหมลูก” ใจคนเป็นแม่ แม้ปกติจะต่อว่าถากถางขนาดไหน แต่พอมาเห็นลูกในไส้เศร้าโศกเสียใจเพราะอกหักครั้งแรก  แม่ที่ไหนจะใจร้ายซ้ำเติม

 

“นี่มันยังไม่เลิกบ้าอีกหรือไง” เสียงทุ้มต่ำของคนเป็นพ่อที่เพิ่งกลับมาจากทำงานว่าขึ้นอย่างสุดทน

 

กลับจากทำงานเหนื่อยๆ แทนที่จะมีคนออกมาคอยต้อนรับ ส่งน้ำเย็นๆให้ดื่มสักแก้ว  แต่กลับไม่มีหมาตัวไหนโผล่หัวมาเลย มิหนำซ้ำยังต้องมาเห็นภรรยาสุดที่รักที่แม้จะแต่งกันมา30ปีความรู้สึกที่มีให้ยังไม่เสื่อมคลายเหมือนครั้งแรกที่เจอ กำลังยืนเคาะประตูห้องลูกชายคนเล็กบ้าดารานักร้องด้วยใบหน้ากังวลอีก

 

“อืมข้าวปลาก็ไม่ได้กินเลย นี่ก็สองวันแล้ว ไม่รู้จะหิวแค่ไหน น่าสงสารจริงๆลูกชายฉัน” เธอหันมาตอบสามี ก่อนจะหันกลับไปมองบานประตูไม้ที่ยังคงปิดสนิทอีกครั้ง

 

ปังๆๆๆๆๆ!!!

 

“ไอ้ฝิ่นออกมากินข้าวเดี๋ยวนี้!!” คนเป็นพ่อทุบประตูห้องลูกชายระรัวด้วยความไม่พอใจ

 

“พ่อมึง ทำอะไรน่ะ” คนแม่ตกใจ เมื่อเห็นท่าทีของสามี

 

“มันโตเป็นควายแล้วจะมานั่งร้องห่มร้องไห้เพราะนักร้องไปมีแฟน ไม่รู้จักอายบ้างหรือไง ออกมา กูจะนับ1-3 ถ้าออกมา เจอดีแน่” คนเป็นพ่อไม่สนใจเสียงของภรรยา กลับยิ่งทุบตีบานประตู ราวกับจะพังเข้าไปให้ได้ ” 1” เสียงนับถอยหลังค่อยๆ เริ่มต้นขึ้น

 

“พ่อก็ สงสารลูกมัน” อุตส่าห์ตามหลงตามชอบมาหลายปี แม้จะดูไร้สาระ แต่ช่วงเวลาที่เห็นลูกชายร้องเพลงตามด้วยเสียงเพี้ยนๆ ดูมีความสุข ก็เถียงไม่ได้จริงๆว่าช่วงเวลานั้น คนเป็นแม่เองจะไม่มีความสุขตามลูกชาย

 

“2” มือหนาหยุดทุบประตู ก่อนจะถอยหลังตั้งท่าวิ่งชน พังประตู “3!” ร่างใหญ่ของผู้เป็นพ่อวิ่งตรงเข้าใส่ประตูไม้บานเก่าสุดกำลัง

 

“เปิดแล้ว” ในจังวะเดียวกันกับลูกชายคนเล็กเจ้าของห้องจะเปิดประตูอ้าออก ร่างใหญ่ที่พุ่งชนเต็มกำลังหยุดตัวเองไม่ได้พุ่งล้มไปที่เตียงเสียงดังโครม

 

“พ่อ เป็นไงบ้าง” คนเป็นภรรยารีบวิ่งเข้าไปดูอาการอย่างตกใจ

 

สุดท้าย พ่อต้องนอนโรงพยาบาล7วันเพราะหลังเคล็ด ส่วนไอ้ฝิ่นตัวต้นเหตุ โดนตัดค่าขนมไป1เดือน

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

ณ หอพักนักศึกษา

 

“เข้ามหาลัยแล้วก็เพลาๆ เรื่องบ้าดารานักร้องบ้าง ตั้งใจเรียน” หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใช้ฝ่ามืออวบทั้งสองข้างจับประคองหน้าของลูกชายคนเล็ก แม้ปากจะต่อว่า แต่ในใจกลับตื้นตันและเหงาหงอย

 

เหมือนเมื่อวานไอ้ลูกคนนี้ยังเดินกอดตุ๊กตาหมี คาบขวดนมอยู่เลย ดูสิตอนนี้โตเป็นหนุ่มเข้ามหาลัยได้แล้ว แถมยังต้องย้ายมาอยู่หอคนเดียวอีก

 

ปกติเคยมีที่ไหน ที่คนเป็นแม่อย่างเธอจะปล่อยลูกชายคนเล็กห่างหูห่างตา นึกแล้วก็อดกังวลไม่ได้ “ทำไมต้องมาเรียนที่กรุงเทพด้วย บ้านเราก็มีมหาลัย” คนเป็นแม่หลุดปากออกมาอีกครั้งอย่างกังวล

 

“โถ่แม่ ไอ้ฝิ่นมัน18แล้วนะ ไม่ใช่8ขวด อีก2เดือนมันก็จะ19แล้ว ปล่อยมันเผชิญโลกบ้างเถอะ” ลูกชายอีกคนออกปากอย่างเพลียใจ เมื่อเห็นท่าทีประคบประงบของแม่ที่มีต่อน้องชายคนสุดท้อง ทีตอนเขาเข้ามหาลัย ไม่เห็นจะมีใครอาลัยอาวรณ์แบบตอนนี้ มิหนำซ้ำแม่บังเกิดเกล้ายังโยนแค่เงินค่ารถกับกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วสั่งให้ขึ้นรถทัวร์มามหาลัยเองอีกต่างหาก คิดแล้วหัวใจผู้ชายอกสามศอกก็เจ็บจี๊ด

 

“เออๆ รู้แล้ว มึงก็ดูน้องมึงสิ ตัวก็แค่นี้ เกิดโดนรุ่นพี่แกล้งมันจะเอาแรงจากไหนไปสู้ ไม่รู้ทำไม นมก็ให้กูทุกวันทำไมมันไม่ใหญ่ไม่โตเหมือนพี่ๆ บ้าง” คนเป็นแม่มองสำรวจรูปร่างของลูกชายคนเล็กอย่างกลุ้มใจ

 

เธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้านข้าวแกงได้มาแต่งงานกับพ่อของลูกที่เป็นลูกชายผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่อายุ18 สามเดือนต่อมาก็ท้องลูกชายคนแรก อีกสามปี ก็ท้องลูกชายคนที่สอง ปีต่อมาก็ท้องลูกชายคนที่สาม ตอนแรกก็กะจะหยุดแค่3คนเพราะกลัวจะเลี้ยงไม่ไหว แต่อีกใจก็อยากจะได้ผู้หญิงสักคน ก็เลยไปหาพระขอพรขอให้ได้ลูกสาวสักคน ไม่กี่เดือนต่อมาก็รู้ว่าท้องลูกคนที่4

 

ไปดูหมอตำหนักไหนๆ ก็ว่าได้ลูกสาวแน่นอน ผิวพรรณช่วงกำลังท้องก็ขาวผ่อง สดใส แต่พอคลอดออกมาลูกสาวที่หวังดันมีไข่มาสองใบห้อยโตงเตง ไม่รู้เพราะผิดผีหรือเทวดาสาป ไอ้ลูกชายคนนี้ถึงได้ตัวเล็กผอมบางร่างอ้อนแอ้นแบบนี้

 

ถ้าแค่ตัวเล็กก็พอจะทำใจ แต่มันดันชื่อบื้อไม่ทันคนด้วยนี่สิที่เธอกังวลยิ่งกว่า ไม่รู้ว่ากว่าจะจบ4ปี ลูกชายเธอจะยังครบ32อยู่ไหม

 

“โหไม่มีแบบนั้นหรอกแม่ เดี๋ยวนี้เขาเข้มงวดเรื่องรับน้องจะตาย หนูอยู่ได้สบายมาก” ไอ้ตัวดียิ้มแฉ่งอวดเขี้ยวเล็กๆ ทั้งสองข้าง ก่อนจะพูดย้ำให้แม่เบาใจ

 

“ให้มันจริงเถอะ เอาไปๆ จัดข้าวจัดของในห้อง พรุ่งนี้เรียนวันแรกอย่าตื่นสายล่ะ แม่กับพี่เอ็งจะกลับบ้านแล้ว” พูดจบก็ปล่อยลูกชายคนเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนจะล้วงหยิบกระเป๋าตังค์ผ้าไหมใบใหญ่ออกมา

 

“โห เยอะไปแล้วแม่ นี่กะจะให้มันใช้ทั้งปีเลยหรือไง เดี๋ยวมันก็เอาไปเปย์นักร้องหมดอีกหรอก” ลูกชายคนรองว่าเหน็บผู้เป็นแม่ เมื่อเห็นกระดาษสีเทาถูกหยิบออกมานับเกิน10ใบ

 

“เอ้าก็เพื่อเงินไม่พอไปกินข้าว เอานี่ไป ไม่พอก็โทรหาแม่นะ” ยื่นเงินปึกหนึ่งให้ลูกชาย ก่อนจะโน้มคอเจ้าตัวดี มาหอมแก้มซ้ายขวาสั่งลา  "แม่ไปแล้วนะ มีปัญหาอะไรโทรมาเดี๋ยวจะสั่งให้พ่อรีบขึ้นมารับ” เธอตบแก้มลูกชายเบาๆ สองสามทีอย่างอาวรณ์ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถ

 

“บ๊ายๆ” ไอ้ฝิ่นยิ้มร่าโบกมือลาแม่จนรถกระบะที่นั่งมาขับออกไปไกลจนลับตา

 

“แม่มึงกลับแล้วหรอ” เพื่อนตัวกลมวิ่งเข้ามาถาม

 

“เออ แล้วมึงเห็นแม่กูยืนอยู่นี่ไหมล่ะ” ว่าจบก็ถือเงิน2หมื่นเดินขึ้นหอพักไป

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

“คนต่อไป” เสียงสั่งการของรุ่นพี่ปี2คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งดังขึ้น

 

“ผมชื่อ นายพัชร วงค์ไกรสร ชื่อเล่นชื่อฝิ่น มาจากจังหวะชัยภูมิครับ ของที่ชอบก็คือผู้หญิงน่ารักๆ ของที่ไม่ชอบก็คือผู้ชาย ถึงจะตัวเล็กแต่ผมไม่ได้เป็นตุ๊ดครับ” เมื่อสิ้นเสียงแนะนำตัว เสียงหัวเราะและเสียงตบมือก็ดังตามมา

 

อ่อ ขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ กระผมมีนามว่า พัชร ชื่อเล่นชื่อฝิ่น ลืมตาดูโลกมาได้19ปี (จริงก็ยังไม่ครบ19หรอกครับขาดไปสองเดือน) เป็นลูกชายคนที่4ของ กำนันแชมป์ และแม่ช้อยข้าวแกง ส่วนสูง เอ่อ ถึงจะบอกว่าตัวเล็กแต่จริงผมไม่ได้เตี้ยนะครับ ส่วนสูงได้มาตรฐานชายไทยพอดิบพอดี น้ำหนักก็55กิโล ปกติเป็นคนหน้าตาดี แต่นิสัยดีกว่า เรียนดีกีฬาพอใช้ เหอะๆ เอาเป็นว่ารวมๆ แล้วผมคือตัวเลือกอันดับต้นของสาวๆ ที่อยากได้สามีเทพบุตร 5555

 

ตอนนี้เพิ่งเข้ามาเป็นนักศึกษาปี1ของคณะวิศวะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมมาอยู่กรุงเทพ แถมยังไม่มีพ่อแม่หรือพี่ชายมาอยู่ด้วย แต่ยังโชคดีที่ผมยังมีเพื่อนสนิทตัวกลมมาเรียนที่เดียวกัน

 

“ผมชื่อคาชิน ชื่อเล่นชื่อหมี จบจากโรงเรียนบ้านหนองใหญ่ จังหวัดชัยภูมิ ของที่ชอบก็ขนมหวานกับนักร้องวลTTLของที่ไม่ชอบ เอ่อ แมลงทุกชนิดครับ” พูดจบไอ้หมีก็รีบทรุดตัวนั่งลง

 

“พ่อแม่ตั้งชื่อตามรูปร่างมึงใช่ไหม หมีของแท้เลย เอ่อ คนต่อไป” รุ่นพี่ถึงกับเอ่ยปากว่าเหน็บ ก่อนจะสั่งให้คนต่อๆ ไปแนะนำตัว

 

ผ่านไปเกือบ20นาที ในที่สุดเด็กปีหนึ่งหลาย10คนก็แนะนำตัวกันเสร็จ จริงๆ ผมว่าเรื่องแนะนำตัวเนี่ยโคตรจะไม่จำเป็นเลย เพราะยังไงทุกคนก็เขียนชื่อไว้ที่ป้ายคล้องคอหมดแล้ว จะมาแนะนำตัวให้เสียเวลาทำไม

 

“ทุกคนรับกระดาษไปคนล่ะแผ่น เขียนชื่อเบอร์โทรที่อยู่ ช่องทางการติดต่อทุกอย่างที่มี ทั้งเฟสบุ๊ค ไลน์ ไอจี กระดาษแผ่นนี้จะเอาไปแจกให้พี่รหัสของแต่ล่ะคน ทุกคนจะมีพี่รหัสเป็นของตัวเอง และภายใน1เดือนต้องตามหาพี่รหัสตัวเองให้เจอ ส่วนสมุดพก ไว้ใช้ไปขอลายเซ็นรุ่นพี่ทุกคนในคณะ ใครไม่ครบ ไม่รับเข้ารุ่นนะครับ” เสียงประกาศอย่างเผด็จการของรุ่นพี่ปี2ดังขึ้น ในจังหวะเดียวกับที่เหล่าเด็กปี1ได้รับ เอ4กับสมุดพกเล่มเล็กคนล่ะชุด

 

“แก่กว่าปีเดียวทำมาเป็นสั่ง ใหญ่มาจากไหนวะ” ผมแอบสบถเบาๆ ด้วยความไม่พอใจ กับกิจกรรมรับน้องห่วยแตกที่ผมไม่เห็นความสำคัญ

 

“ไอ้เชี่ยฝิ่น เดี๋ยวรุ่นพี่ได้ยิน” ไอ้หมีสะกิดผมเพื่อต่อว่า เบื่อแม่งจริงๆ

 

ในขณะที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนชื่อที่อยู่พร้อมช่องทางติดต่อลงไปในกระดาษ เอ4 จู่ๆ ก็มีเสียงแจ้วจ้าวดังขึ้น เพราะการปรากฏตัวตัวของเหล่าพี่ว๊ากปี3

 

“พี่แทนหวัดดีพี่” ทันทีที่รุ่นพี่ปีสาม4-5คนเดินตรงเข้ามา รุ่นพี่ปีสองนับสิบก็ต่างพากันยกมือไหว

 

“เออ เป็นไงบ้าง” เสียงใหญ่ของรุ่นพี่ที่ถูกเรียกชื่อดังขึ้น พร้อมกับกวาดสายตามองมาที่เหล่าเด็กปีหนึ่งที่กำลังนั่งพื้นเขียนประวัติส่วนตัวตามที่ถูกสั่ง ผมนิ่งค้างมองภาพของพี่รุ่นสามตรงหน้าเกือบลืมหายใจ ไม่ใช่เพราะพวกเขาน่ากลัว หรือดูยิ่งใหญ่จนเกินต้านทาน แต่เพราะหนึ่งในพี่ปีสามกลุ่มนั้น มีคนที่หน้าคุ้นๆ โผล่มาด้วย

 

“ไอ้ฝิ่น มึงดูรุ่นพี่คนนั้นดิ หน้าเหมือนแฟนน้องเชอรี่เลยไม่ใช่หรอวะ” ไอ้หมีที่สังเกตเห็นบางอย่างเหมือนผมสะกิดหลังถาม

 

“ไม่ใช่เหมือน แต่มันใช้เลยต่างหาก” ผมตอบ พร้อมส่งกระแสจิตอาฆาตไปที่ได้ยักษ์หน้าคมนั้น

 

TBC.

 

มาแล้วจร้า ได้ฤกษ์งามยามดีเปิดเรื่องใหม่  จริงๆไปเปิดโหวตว่าเรื่องต่อไปที่ทุกคนอยากจะอ่านคือเรื่องของใคร แต่ปรากฏว่า3เรื่องที่ให้โหวตคะแนนเท่ากันจนสุดท้ายต้องจับฉลาก แล้วผลก็ได้เรื่องนี้มา  เป็นเรื่องของเควินลูกรักของแม่กลัวกับป๋าคาซิสเต้ จากเรื่องสัญญาร้ายซ่อนรักคุณมาเฟีย ใครยังไม่อ่านไปอ่านคู่พ่อแม่ก่อนได้ อิอิ

 

นิยายเรื่องนี้จะเป็นนิยายแนวใสๆไร้ดร่าม่า(มั้งนะ)  จำนวนตอนยังไม่แน่ใจเพราะยังว่าพ็อตไม่จบ 

 

นิยายเป็นนิยายติดเหรียญอ่านฟรี5ตอนแรกเช่นเดิม ลงสองเว็บทั้งReadAWrite และธัญวลัย ใครไม่สะดวกเปย์สามารถรอใช้กุญแจอ่านฟรีที่ธัญวลัยได้ ส่วนใครสะดวกหรือพอมีกำลังสามารถช่วยเปย์เพื่อสนับสนุนก็รบกวนด้วย เพื่อจะได้คลอดนิยายเรื่องใหม่ๆให้อ่านได้ต่อไปได้นะจ๊ะ

 

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรท 18+ ส่วนNC20+ 25+บ้างตามโอกาส

 

ฝากตัวด้วยนะ

 

 ปล.น้องฝิ่นจะเอ๋อๆหน่อยนะ55555

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น