ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 7.นักต้มตุ๋น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 206

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7.นักต้มตุ๋น
แบบอักษร

 

         Tee talk 

          “....”  

          เป็นอีกครั้งที่ฉันได้กลับมาบ้านนี่อีกครั้ง เพราะบ้านที่ฉันกำลังยืนอยู่ตอนนี่คือบ้านของแม่พี่บูม บ้านที่ทำให้ฉันกับพี่บูมกลับได้มาเจอกัน และแน่นอนสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งมันจะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เรื่องงานแต่ง เพราะแผนลวงหลอกที่เพิ่งจะสำเร็จไปหมาดๆมันจึงทำให้ฉันและแม่เลี้ยงต้องบากหน้ามาหาแม่ของเขา เพื่อเจรจาเรื่องงานแต่งตามสเต็ปขั้นตอนที่แม่เลี้ยงวางไว้ ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องไปเมื่อวานพี่บูมเขาก็ยังไม่ได้ติดต่ออะไรฉันกลับเลย 

          “จะมาหากันทำไมไม่บอกกันก่อน เราจะได้เตรียมตัวรอ” 

          “พอดีเรามีเรื่องสำคัญต้องมาคุยกับเธอแบบตัวต่อตัวเลยลืมมาโทรบอกน่ะ” 

          “เรื่องอะไรเหรอ” แม่หันมามองหน้าฉัน ก่อนจะหันกลับไปคุยกับแม่พี่บูมต่อ “มันเป็นเรื่องของลูกเราสองคนน่ะ” 

          “....” 

          “ลูกของเธอนอนกับลูกเราแล้ว” 

          “คุณพระ!” แม่พี่บูมยกมือขึ้นมาทาบอกอย่างตกใจ “เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ยังไง” 

          “เราเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลย ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง” แม่เลี้ยงของฉันเขาช่างแสดงละครเก่งจริงๆ “เราอุตส่าห์ไว้ใจลูกของเธอ แต่ลูกของเธอมาทำร้ายแก้วตาดวงใจของเราแบบนี้ได้ยังไง ตั้งแต่เด็กจนโตน้องตี้เขายังไม่เคยมีแฟนเลยสักคน มือผู้ชายเขายังแทบไม่เคยจับเลยด้วยซ้ำ” 

          “เราขอโทษจริงๆที่เลี้ยงดูเจ้าบูมมาไม่ดีพอ ป้าขอโทษนะตี้” แม่พี่บูมหันมาขอโทษฉัน ซึ่งฉันเองก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ได้พูดจาอะไร 

          “ไหนๆเราก็เป็นเพื่อนกัน เราก็ไม่ได้อยากจะถือโทษโกรธอะไรหรอกนะ เพราะลูกของเราสองคนพวกเขาก็รักกัน” 

          “เธออยากจะให้เรารับผิดชอบอะไร เราพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่างเลย” 

          “เรื่องแบบนี้มันอาจจะดูปกติในสมัยนี้ แต่เรามันคนโบราณ การจะมาผิดผีทั้งยังไม่ได้ตกแต่งกันเรารับไม่ได้จริงๆ” แม่พี่บูมพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่! เราก็รับไม่ได้” 

          “เพื่อเป็นการรับผิดชอบที่สมเกียรติ เราคิดว่าเราอยากจะให้ลูกเราทั้งสองคนแต่งงานกันให้ถูกต้องเป็นไปตามประเพณี”  

          “เราก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน รอให้น้องตี้เรียนจบแล้วเราจะจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดเลย” 

          แม่ฉันส่ายหน้า “อะไรที่เสียมันไปแล้วเราเรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ แต่เราสามารถหาอะไรให้มาทดแทนที่รวดเร็วได้” 

          “หมายความว่าไง” แม่พี่บูมขมวดคิ้ว “เธอไม่รอให้น้องตี้เรียนจบก่อนเหรอ” 

          “เราอยากแต่งภายในอาทิตย์นี้เลย” คราวนี้เป็นทีของฉันที่หันไปมองแม่เลี้ยงจนคอแทบเคล็ดเพราะก่อนหน้านี้เราไม่ได้ตกลงจะแต่งงานกันเร็วขนาดนั้น  

          “แม่คะ!” 

          “ไม่ต้องตกใจไปลูก” ฝ่ามือของแม่เลี้ยงเลื่อนมากุมมือฉันพร้อมกับบีบมือเบาๆเพื่อสื่อเป็นนัยๆให้ฉันนั่งเงียบๆ “แม่กำลังกู้คืนศักดิ์ศรีของลูกให้อยู่” 

          “....”  

          “มันไม่เร็วไปเหรอ น้องตี้ก็ยังเรียนอยู่นี่นา” 

          “ผู้หญิงเขาเสียหายกว่าผู้ชายนะ เธอยังจะต้องรออะไรอีก” 

          “แล้วน้องตี้หนูอยากแต่งเลยหรือเปล่าลูก” แม่พี่บูมหันมาถามความเห็น ซึ่งฉันเองจะตอบอะไรออกไปได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่สคริปต์บทเดิมๆ “แม่ว่ายังไงหนูก็ว่ายังงั้นแหละค่ะ” 

 

          Boom talk  

          Rrrr 

          “ฮัลโหลแม่” 

          (วันนี้กลับบ้านด้วยนะ แม่มีธุระต้องคุยกับลูก) 

          “ธุระอีกแหละ วันนี้ผมจะไปผับ” 

          (งั้นก็มาคุยกับแม่ก่อนแล้วค่อยไปผับ) 

          “แล้วแม่จะให้ผมขับรถหลายต่อทำไมเนี่ย คุยกันตอนนี้เลยก็ได้” 

          (ไม่ได้! มันเป็นเรื่องสำคัญแม่ต้องคุยกับลูกแบบตัวต่อตัว) 

          “เรื่องอะไรมันจะสำคัญขนาดนั้น” 

          (เรื่องน้องตี้) 

          “!” 

          (สำคัญพอมั๊ยล่ะ) 

          สำคัญซิ! สำคัญมากเลย เพราะถ้าไม่สำคัญผมคงไม่นัดคุณทามลูกชายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่มาคุยกันแบบนี้หรอก ซึ่งเรื่องที่ผมนัดเขามาคุยกันวันนี้มันไม่ใช่เรื่องงานหรอกแต่มันเป็นเรื่องน้องตี้คนที่(แอ๊บ)ใสของผม 

          “รอนานมั๊ยครับ” 

          “ไม่นานครับ” ในที่สุดแขกคนที่ผมรอคอยเขาก็มาถึง ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกันและเมื่อเขาได้หย่อนก้นลงคำถามมากมายที่อยู่ในหัว มันจึงทำให้ผมเปิดประเด็นขึ้นมาถามทันที 

          “คุณเคยรู้จักตี้มาก่อนใช่มั๊ยครับ”  

          “คุณหมายถึงผู้หญิงคนพิเศษคนนั้นของคุณน่ะเหรอครับ” 

          “ครับ” ผมพยักหน้า “นี่คุณรู้ความจริงแล้วเหรอครับ” เป็นอีกครั้งที่ผมพยักหน้า “คุณรู้เร็วกว่าที่ผมคิดอีกแฮะ” 

          “แล้วไม่ทราบว่าคุณเคยคบกับตี้หรือเปล่าครับ”    

          “ผมไม่เคยคบผู้หญิงคนนั้นครับ” ไม่รู้ทำไมคำตอบของคุณทามมันทำให้ผมรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็โล่งได้เพียงแป๊บเดียวเพราะประโยคต่อมามันก็ชักนำให้ผมกลับเข้าสู่โลกของความเป็นจริง “เพราะผู้หญิงคนนั้นไม่เคยคบใครนอกจากจะคบกับเงินของคนรวยๆ” 

          ทำไมโลกของความเป็นจริงมันช่างโหดร้ายกับผมเยี่ยงนี้ ความจริงผมก็พอจะรู้แล้วแหละว่าผู้หญิงคนนั้นเธอคือนักต้มตุ๋นหลอกลวง แต่ที่ผมนัดคุณทามมาคุยผมก็แค่อยากจะตอกย้ำความเป็นจริงเพื่อให้แน่ชัดว่าข่าวสารที่ผมทราบมามันคือเรื่องจริงไม่ใช่เฟคนิวส์อย่างที่ใครๆหลายคนชอบทำ 

          เมื่อวานผมได้ดูห้องไออัดมาแล้วและสิ่งที่ผมเห็นมันก็ทำให้ผมช็อกจนทรุดลงพื้น เพราะผู้หญิงคนที่ไออัดต้องฆ่าตัวตาย เธอคนนั้นคือตี้ ตี้คนเดียวกับที่รั้งผมเมื่อคืนก่อนนั่นแหละ ซึ่งจากหลักฐานที่มากมายที่ยังแปะอยู่เต็มห้อง เมื่อวานผมจึงสั่งให้ลูกน้องไปสืบประวัติเธอ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มันทำให้ผมช็อกอย่างสุดๆ เพราะคำว่าไม่เคยผ่านผู้ชายมาก่อนมันไม่มีอยู่จริง เพราะความจริง่เธอน่ะผ่านผู้ชายมาเกือบร้อยและทุกคนล้วนก็รวยๆกันทั้งนั้นยกเว้นแค่ไออัดที่อาจจะไม่ใช่มหาเศรษฐีอย่างคนอื่นแต่มันก็มีดีกรีเป็นถึงขั้นหมอ  

           “คุณกับตี้รู้จักกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” ผมถามคุณทาม 

           “เมื่อปีที่แล้วครับ ร้านที่เราเจอกันวันนั้นผมก็เคยพาผู้หญิงคนนั้นไปกินมาแล้วเหมือนกัน ผู้หญิงคนนี้เธอมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะ เธอหว่านล้อมคนเก่ง เธอสามารถพูดหลอกให้คนโอนเงินไปให้เธอได้ โดยที่เธอก็ไม่ได้มีความผิดอะไรที่ผมจะแจ้งความจับเธอได้” 

           “ทำไมแจ้งความไม่ได้ครับ” 

           “มันเป็นการให้โดยเสน่ห์หาครับ ผมให้เธอโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ” มันเป็นอย่างนี้ซินะ ถึงได้ไม่มีใครแจ้งจับเธอเลยสักคน และทุกคนต่างก็เป็นมหาเศรษฐี พวกเขาคงไม่อยากมีประวัติแปดเปื้อนเพราะโดนผู้หญิงหลอกเอาเงิน “แต่เอาเข้าจริงๆนะ ขนาดผมโดนเธอหลอกให้โอนเงินไปให้ตั้งหลายล้าน มาจนถึงตอนนี้ผมก็ยังอยากคบกับเธอต่อเลย” ไอประโยคหลังที่คุณทามพูดทำให้ผมต้องกำหมัดแน่นอย่างไม่ทราบสาเหตุ “ไม่ทราบว่าคุณเลิกกับเธอไปยัง ผมจะได้ขอสานต่อ” 

           “สานไม่ได้แล้วล่ะครับ” ผมรีบตอบทันควัน “ผมกำลังจะโดนเธอจับแต่งงาน” 

           “คุณก็ปฏิเสธไปซิครับ ไม่เห็นจะยากเลย” 

           “ใช่ครับ! มันไม่ยาก แต่ผมจะไม่ปฏิเสธ” 

           “ทำไมไม่ปฏิเสธล่ะ คุณรักเธอเหรอ” 

           “รักก็คือรัก หลงก็คือหลง แต่ที่ผมทำมันคือความแค้น ผมจะแต่งงานกับเธอเพื่อแก้แค้นแทนเพื่อนผม” 

           “แก้แค้น?” 

           “ใช่ครับ! แก้แค้น” 

           คนที่ทำให้เพื่อนผมเจ็บมันจะต้องเจ็บไปอีกร้อยเท่า แต่เธอคนนั้นผมจะจัดให้เธอพิเศษยิ่งกว่า เพราะผมจะทำให้เธอตายทั้งเป็น เอาให้สาสมที่มันบังอาจทำให้ไออัดต้องมาฆ่าตัวตายเพราะเธอ 

           ขับรถมาถึงบ้านตามคำสั่งของแม่สิ่งที่ผมเห็นคือสองแม่ลูกนักต้มตุ๋นกำลังนั่งหน้าสลอนอยู่กลางบ้าน ซึ่งจากประวัติที่สืบมาผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของตี้ แต่เธอเป็นแม่เลี้ยงที่ติดการพนันจนเข้าสายเลือด ติดจนเอาบ้านไปจำนองจนจะถูกยึดอยู่รอมร่ออยู่แล้ว วันนี้ก่อนจะไปเจอกับคุณทามผมจึงไปเจรจาขอซื้อบ้านกับเจ้าหนี้ของแม่เลี้ยงด้วยมูลค่าที่มากกว่าเดิมถึงสามเท่า ซึ่งถ้าถามว่าผมทำไปทำไม ผมไม่ได้ต้องการจะช่วยเธอหรอกแต่ผมแค่ต้องการลูกไก่ในกำมือ  

           บีบก็ตาย คลายก็ต้องตาย 

           “พี่บูม” คนตัวเล็กเรียกผมเสียงหวาน ถ้าก่อนจะรู้ความจริงหัวใจผมคงจะอ่อนระทวย แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้ว เธอแสดงละครหลอกผมได้ ผมก็แสดงละครหลอกเธอได้เช่นกัน 

           “น้องตี้กับป้าใจมาทำอะไรกันเหรอครับ” ผมแกล้งถาม เพราะผมรู้อยู่แล้วแหละว่าคนพวกนี้จะมาทำอะไรได้ ถ้าไม่ใช่เรื่องแต่งงาน 

           “ยังจะถามอีก ทำอะไรกับลูกฉันไว้จำไม่ได้หรือไง” ทำเป็นกอดอกพูดเสียงเข้มคิดว่าผมจะกลัวหรือไง 

           “จะคุยเรื่องเมื่อวานเหรอครับ” 

           “ใช่! วันนี้ป้าจะมาคุยเรื่องแต่งงาน” นั้นไงเป็นอย่างที่ผมคาดไว้ไม่มีผิด 

           “งั้นก็ดีครับ” ผมนั่งลงบนโซฟาข้างๆแม่ “ผมก็อยากจะคุยเรื่องแต่งงานเหมือนกัน” 

           แม่หันมามองผม “บูมตกลงจะแต่งเหรอ” 

           “ครับ ผมทำให้น้องตี้เสียหายผมต้องรับผิดชอบ” พูดไปสายตาตัวเองมันก็ร่างบางไปด้วย “ถ้าจะให้ดีผมอยากแต่งภายในอาทิตย์นี้เลย” 

           “เห็นมั๊ยลูกเธอคิดตรงกับฉันเลย” แม่เลี้ยงยกยิ้มกว้างเพราะดีใจกับจำนวนเงินมหาศาลที่เธอคิดว่ามันกำลังจะมาหาเธอแล้ว แต่ทว่าในขณะที่แม่เลี้ยงกำลังดีใจ ผู้ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของเธอกลับไม่ได้ดูดีใจด้วยเลย 

           “พี่บูมแน่ใจแล้วเหรอคะ หนูว่าพี่บูมไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้นะคะ” 

           “มันไม่เร็วไปหรอก พี่รักน้องตี้พี่อยากแต่งงานกับน้องตี้” 

           “พี่เขารักลูกก็ดีจะตาย ลูกสองคนจะได้มีความสุขไง” แม่ของเธอรีบเสริม เพราะดูท่าเหมือนแม่เลี้ยงจะหิวเงินอย่างสุดๆ 

           “ถ้าลูกทั้งสองคนตกลงเห็นด้วย แม่ก็ไม่ว่าอะไรงั้นพรุ่งนี้ไปดูฤกษ์กันเลยดีมั๊ย” แม่ผมว่า 

           “ไม่ต้องไปดูฤกษ์หรอกเอาฤกษ์ที่เราสะดวกดีกว่า” 

           “ใช่ครับ! ผมก็เห็นด้วยกับป้าใจ พรุ่งนี้ผมว่าผมพาจะน้องตี้ไปดูชุดแต่งงาน” 

           “จะไปดูชุดแต่งงานเลยเหรอคะ” 

           “ใช่ครับ! พรุ่งนี้น้องตี้เลิกเรียนกี่โมงพี่จะได้ไปรับ” 

           “คือ....” 

           “ไม่บอกพี่เขาไปล่ะ” แม่เลี้ยงของเธอกระทุ้งข้อศอก เพราะคนตัวเล็กมัวแต่อ้ำอึ้ง 

           “คือหนูแปลกใจอ่ะค่ะ มันรวดเร็วจนหนูตั้งตัวไม่ทัน” 

           “มันไม่เร็วไปหรอกครับ มันออกจะช้าไปด้วยซ้ำ” 

           “อย่าหาว่าป้าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ลูกสาวคนนี้ป้าก็เลี้ยงดูเขามาอย่างดี เรื่องค่าสินสอดป้าไม่ค่อยอยากจะได้สักเท่าไหร่ แต่เราเป็นคนไทยเราก็ต้องทำตามธรรมเนียมประเพณีไทย”  

           ทำเป็นไม่อยากได้ แต่ความจริงคงอยากได้เอาไปเล่นไพ่จนตัวสั่นเลยล่ะซิ -__-                   

           “แล้วเธอจะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่ล่ะ” แม่ผมถาม 

           “ร้อยล้าน” 

           “O_O!” แม่ผมช็อกไปแล้วครับท่าน  

           “ได้ครับ! แค่ร้อยล้านเอง” เอ่ยปากตกลงแต่คิดเหรอว่าผมจะยอมให้ง่ายๆ 

           หลังจากที่เจรจาเรื่องงานแต่งจบ แม่ผมจึงชวนสองแม่ลูกนักต้มตุ๋นอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อน ซึ่งระหว่างทานยัยแม่เลี้ยงนักต้มตุ๋นก็เอาแต่อวดความดีของลูกสาวและความรวยที่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจะอ้วก ไม่รู้ทั้งชีวิตของพวกเธอมันมีความจริงบ้างหรือเปล่า วันๆเอาแต่หลอกคนอื่นจนติดเป็นนิสัยรักสบาย 

           “ทำไมลูกตกลงง่ายจัง” แม่เอ่ยถามผม เมื่อสองแม่ลูกนั้นได้กลับบ้านกันไปแล้ว 

           “ก็ผมนอนกับลูกสาวเขาไปแล้วนี่ครับผมต้องรับผิดชอบ” 

           “แต่แม่รู้สึกเหมือนบูมไม่ได้คิดอย่างที่พูดนะ” สมกับเป็นแม่ผมจริงๆ รู้ทันผมไปซะทุกเรื่องเลย“ลูกมีแผนอะไรหรือเปล่า” 

           “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่อยากแต่งงานกับน้องตี้” 

           “แล้วไหนที่เคยบอกแม่ว่าไม่อยากแต่งงานแล้วไง” 

           “ตอนนี้ความคิดผมมันเปลี่ยนไปแล้วครับ ผมจะแต่งงานกับน้องตี้คนเดียวเท่านั้น ^^” 

           และคอยดูวันแต่งงานเลยแล้วกันผมจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนเห็นเอง     

ความคิดเห็น